รักล้นขอบ

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ความวุ่นวายครั้งที่ 4

ชื่อตอน : ความวุ่นวายครั้งที่ 4

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.5k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 29 ก.ค. 2561 17:55 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ความวุ่นวายครั้งที่ 4
แบบอักษร

ผมตื่นขึ้นมาด้วยอาการงัวเงียและเหลือบไปมองนาฬิกาที่หัวเตียงก็เห็นว่ายังเช้าอยู่และเช้ามากด้วยสำหรับผม

“พึ่งจะหกโมงเช้าเองหรอ”

ไหนๆก็ตื่นแล้วผมจึงลุกขึ้นไปอาบน้ำเพื่อเตรียมตัวออกไปทำงานวันแรก ปกติผมไม่ใช่คนตื่นเช้าหรือพูดง่ายๆคือสายนั่นเองไม่ใช่สายธรรมดานะ สายมากๆๆ เพราะสายที่เราเรียนเป็นสายออกแบบและนิสัยส่วนใหญ่ของเด็กออกแบบคือ นอนดึก และ ตื่นสาย ไม่ใช่เพราะว่าเที่ยวบ่อยหรืออะไรนะ แต่เป็นการปั่นงานและก็ไม่ใช่ปั่นแบบธรรมดานะครับเรียกได้ชนิดที่ว่าเผาส่งกันแทบทุกคาบเลยก็ว่าได้ เพราะเวลาอาจารย์สั่งงานเค้าก็สั่งทีละเยอะๆจนล้นมือ และพวกผมก็มีนิสัยที่ว่าไม่ถึงวันส่งไปทำครับ บ่นมาเยอะและได้เวลาไปอาบน้ำซะทีผมต้องเข้างานให้ทันเวลา 08.00 น. แหนะ เมื่ออาบน้ำแต่งตัวเสร็จผมก็เดินลงมาชั้นล่างเห็นแม่กำลังตั้งโต๊ะพอดี

“ลงมาแล้วหรอคะลูกสาวแม่” แม่ทักทายผมด้วยรอยยิ้มแบบทุกวัน

“โถ่...แม่อะผมเป็นผู้ชายนะครับ” ผมตอบกลับแม่ไปด้วยน้ำเสียงติดงอลนิดๆ

“อะอะ แม่ไม่แกล้งเราแล้วก็ได้กินอะไรลองท้องก่อนนะคะลูกแล้วค่อยออกไปทำงาน จะได้มีแรงเยอะๆ” แม่พูดด้วยรอยยิ้ม

“ครับแม่”

เมื่อผมกินอาหารเช้าที่แม่เป็นคนทำจนอิ่ม แล้วช่วยแม่เก็บโต๊ะพอเอานาฬิกาขึ้นมาดูก็รู้ได้ว่าผมกำลังจะสายแล้ว ผมเลยรีบบอกลาแม่เพื่อที่จะออกไปทำงานวันนี้วันอรกด้วยต้องไม่สายสิ

“เหมือนไปทำงานแล้วนะครับแม่”

“จ้าตั้งใจทำงานนะคะลูกสาวของแม่”

“แม่อะ...เหนือไปแล้วนะครับ” ผมแกล้งทำหน้างอใส่แม่

ฟอด.....

ผมหอมแก้มแม่เสร็จแล้วเดินออกมารอรถที่ป้ายรถประจำทางหน้าหมู่บ้าน ดีหน่อยที่วันนี้รถมาเร็วและคนไม่ค่อยเยอะผมเลยมาถึงที่ทำงานไม่สาย แต่แล้วผมก็ต้องหงุดหงิดเพราะอะไรหน่ะหรอก็สายตาของคนในบริษัทหน่ะสิหันมามองที่ผมเป็นสายตาเดียวกันเลยถึงแม้จะไม่ใช่สายตาของความรักเกียจก็ตาม พอทุกคนมองมาทางผมดแล้วกันหันไปซุบซิบกันอีกแล้วผมก็ได้ยินที่พวกเค้านินทาผมนะถึงแม้ว่ามันจะเป็นคำชมก็จตามแต่ก็อยากบอกพวกเค้านะว่าผมได้ยินครับ พอคิดได้ผมก็เลิกสนใจกับสิ่งที่เห็นตรงหน้าและเดินมาขึ้นลิฟท์เพื่อตรงไปยังแผนกที่ผมจะต้องใช้ชีวิตที่นี่เป็นเวลา 4 เดือน เต็มๆ

“อ้าวมาแล้วหรอ” พอมาถึงแผนกก็มีผู้ชายคนนึงเดินมาทักผมด้วยรอยยิ้ม

“ครับ ผมชื่อเหมือนนะครับ” ผมบอกกับพี่ผู้ชายตรงหน้าไปพร้อมยกมือไหว้

“อ่า..พี่ชื่อหนึ่งเป็นหัวหน้าแผนกนี้นะมีอะไรปรึกษาพี่ได้” พี่หนึ่งพูดขึ้นอย่างเป็นกันเอง

“ครับ”

“เดี๋ยวเหมือน นั่งโต๊ะริมสุดทางขวามือนะพี่ให้คนจัดไว้ให้แล้ว” พอพี่หนึ่งพูดเสร็จก็ชี้ไปที่โต๊ะที่ผมจะต้องนั่งทำงาน

“ครับ” ผมตอบพี่หนึ่งเสร็จเราจึงแยกย้านกันไปผมเดินเอาของมาเก็บไว้ที่โต๊ะสักพักก็เห็นพี่หนึ่งเดินเข้ามาหาผมแล้วพูดขึ้นด้วยเสียงจริงจัง

“เหมือนท่านประธานให้เราไปพบที่ห้องแหนะ” พี่หนึ่งบอกให้ผมขึ้นไปพบกับท่านประธานที่ห้องทำงาน แต่ผมไม่รู้ว่าห้องที่ว่านั่นอยู่ตรงไหนแล้วต้องไปยังไงผมไม่รอให้ตัวเองสงสัยนานนักจึงเอ่ยปากถามพี่หนึ่งไป

“เอ่อพี่หนึ่งครับห้องท่านประธานอยู่ที่ไหนหรอครับ”

“อ่อ ห้องท่านประธานอยู่ชั้นบริหารบนสุดขึ้นลิฟท์ผู้บริหารไปนะ ห้องจะอยู่ริมสุดทางขวามือเมื่ออกมาจาก ลิฟท์ ถ้าลิฟท์ที่ใช้ปกติจะขึ้นไปไม่ถึงห้องของท่านประธานนะ”

“ครับ” พอคุยกับพี่หนึ่งเสร็จผมจึงรีบตรงไปยังลิฟท์ผู้บริหารเพื่อที่จะขึ้นไปพบท่านประธานบริษัท เดินมาได้สักพักก็มาถึงลิฟท์ที่จะใช้ขึ้นไปยังชั้นที่อยู่สูงสุดของตึกแต่ก็ต้องตกใจเพราะมีผู้ชายหน้าหวานคนนึงถ้าดูไม่ผิดน่าจะเป็นนายแบบ วิ่งมาขึ้นลิฟท์ไปกับผมด้วยผมเลยเอ่ยถามเขาไปเพราะผมยืนอยู่ตรงปุ่มกดลิฟท์

“จะไปชั้นไหนหรอครับผมจะได้กดให้” ผมถามเค้าด้วยความสุภาพ

“ฉันก็จะไปชั้นเดียวกับนายนั่นแหละ แล้วนี่พึ่งเข้ามาทำงานที่นี้หรอ หึ” เขาตอบผมด้วยน้ำเสียงที่ไม่ค่อยเป็นมิตรและถามกลับมาด้วยคำถามเหยียดๆและยกยิ้มมุมปาก ผมเกลียดคนแบบนี้มากจริงเลยให้ตายสิไม่ยุ่งด้วยดีกว่า

“ครับผมพึ่งเข้ามาทำงานที่นี่เป็นวันแรกมีอะไรจะถามอีกไหมครับ” ผมตอบกลับไปด้วยอาการไม่สบอารมณ์เท่าไหร่นักแล้วเราก็ไม่ได้คุยอะไรกันอีกเลยสักพักลิฟท์ก็หยุดที่จุดหมายปลายทางพอลิฟท์เปิดออกผู้ชายคนนั้นก็เดินกระแทกไหล่ของผมออกไปเลย

“เจ็บชะมัด” คนอะไรไร้มารยาทที่สุดเลยเเินชนคนอื่นแทนที่จะขอโทษอย่าให้มีโอกาศเอาคืนนะหึ้ย สักพักผมก็เดินมาถึงหน้าห้องท่านประทานแต่ก็ต้อง งงที่บอดิการ์ดไม่ให้ผู้ชายหน้ากวานคนนั้นเข้าไปในห้องเห็นเขายืนเถียงกันอยู่แล้วมีคนนึงหันมาเห็นผมพอดีผมจึงพูดออกไป

“ผมมาพบท่านประธานครับ”

“เชิญด้านในครับ” ผู้ชายคนนั้นพูดตอบกลับมาพร้อมกับเปิดประตูให้ผมได้เข้าไปในห้องแต่ก่อนที่ผมจะก้าวเท้าเข้าห้องไปก็ต้องหยุดชะงักเมื่อมีเสียงหนึ่งดังขึ้นมาก่อน

“ทำไมไอ้เด็กฝึกงานนี่ถึงเข้าไปได้ แล้วทำไมฉันถึงเข้าไปไม่ได้ฮะ”

ผู้ชายคนนั้นโวยวายใส่บอดิการ์ดยกใหญ่และหันหน้ามาทำหน้าไม่พอใจใส่ผม แต่ก็แล้วยังไงหล่ะผมไม่สนใจเขาหรอกนะเพราะ เค้าไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียกับชีวิตของผม ผมเลิกสนใจและเดินผ่านหน้าเขาเข้าไปในห้อง ก็เข้ามาในห้องก็ต้องชะงักกับคนตรงหน้าเค้าเป็นคนเดียวกับที่สัมภาษณ์ผมเมื่อวานเค้าเป็นประธานบริษัทหรือนี่เมื่อวานผมไม่ได้เอะใจอะไรเลย เพื่อไม่ให้เป็นการเสียมารยาทผมจึงรีบเอ่ยออกไป

“สวัสดีครับท่านประธาน”

“คริส”

“ครับ”

“ฉันบอกให้เธอเรียกฉันว่าคริส”

“ครับคุณคริสเรียกผมมามีอะไรหรือเปล่าครับ” ผมถามออกไปและมองหน้าเขาแบบสงสัย

“ก็ไม่มีอะไรมาก ฉันแค่เรียกเธอมาเพื่อที่จะบอกว่าต่อไปนี้เมื่อเธอมาถึงบริษัทจะต้องมารายงานตัวกับฉันทุกเช้า และตอนเที่ยงก็ต้องขึ้นมาพบฉัน และตอนเย็นก็ต้องกลับพร้อมฉัน” เค้าพูดสั่งผมมายาวเหยียด

“ทำไมผมจะต้องทำตามที่คุณบอกด้วยหล่ะครับ” ผมถามออกไปแบบไม่ค่อยสบอารมณ์สักเท่าไหร่นัก

“เพราะฉันสั่งไงเธอเลยต้องทำตาม”

“มีแค่นี้ใช่ไหมครับที่จะสั่งผม” ผมถามออกไปโดยที่ไม่ทันได้สังเกตุเลยว่าเค้ามายืนใกล้ผมตั้งแต่เมือไหร่รู้ตัวอีกทีเค้าก็มายืนตรงหน้าผมแล้ว

“งั้นผมกลับไปทำงานแล้วนะครับ”ผมตอบเสร็จก็หมุนตัวเตรียมจะออกไปจากห้องก็ต้องหยุดก่อนเพราะร่างสูงตรงหน้าเรียกไว้

“เดี๋ยว” เค้าเรียกผมจึงหันกลับไปมองแต่ด้วยความไม่ตั้งตัวเค้ามาขโมยจูบผมไป

จุ๊ฟ.......

“ตั้งใจทำงานนะ” เค้าจูบปากผมและพูดด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์พร้อมยกยิ้มมุมปากเหมือนที่เคยพูกกับผม

“หึ้ย...คนบ้า” ผมไม่รู้จะพูดอะไรกับสิ่งที่เค้าทำกับผม ผมจึงรีบเดินออกมาจากห้องเลย ผมรู้สึกได้ว่าหน้าผมมันร้อนๆยังไงก็ไม่รู้มันต้องแดงมากแน่ๆเลย หึ้ย... คิดแล้วโมโหนั่นมันจูบแรกของผม้ลยนะทำไมถึงฉวยโอกาศแบบนี้และที่สำคัญผมเสียมันให้กับผู้ชายด้วยกันเอง แต่ทำไมผมต้องใจสั่นด้วยเนี่ย ผู้ชายคนนี้อันตรายเกินไปแล้ว

ผ่านไปสักพักผมก็กลับมาถึงแผนกที่ผมทำงานก่อนที่จะเดินไปถึงโต๊ะพี่หนึ่งก็เรียกผมไว้ก่อน

“เหมือน”

“ครับพี่หนึ่ง”

“เป็นไงบ้างท่านประธานเรียกไปทำไมหรอ” พี่หนึ่งถามขึ้นด้วยความอยากรู้

“ไม่มีอะไรหรอกครับ แค่บอกให้ผมไปรายงานตัวทุกเช้าและเที่ยงครับ” ผมพูดเสร็จพี่แกก็นิ่งไปเลย สักพักพี่แกก็พูดขึ้นมาอีก

“แล้วทำไมหน้าถึงได้แดงนักหล่ะ” ผมชะงักกับคำถามของพี่หนึ่งและนึกตาม เห้ยหน้าผมแดงหรอบ้าชะมัดพอนึดถึงแล้วหน้าร้อนขึ้นมาทันทีเลย

“มีอะไรหรือเปล่า” พี่หนึ่งถามย้ำมาอีกที

“ไม่มีครับ แล้วพี่มีงานอะไรให้ผมทำหรือเปล่าครับ”

“อ่อ มีๆ อะเอานี่ไปทำแบรนด์เนอร์เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เสริมอาหารตัวนี้นะ ต้องเสร็จก่อนวันศุกร์นะข้อมูลอยู่ในเอกสารนี่ ถ่าไม่เข้าใจตรงไหนเข้ามาถามพี่ได้ตลอดนะ”

“ครับ” ผมรับงานมาจากพี่หนึ่งและเตรียมตัวเดินกลับไปทำงานที่โต๊ะของตัวเอง

งานที่พี่หนึ่งให้มาก็ไม่มีอะไรมากแค่ทำแบรนด์เนอร์โชว์หรือโประโหมดสินค้าตามหน้าเว็ปหรือโฆษณาต่างๆโดยใช้โปรแกรมหลักๆเลยก็คือ Ps กับ Ai เป็นโปรแกรมหลักที่ใช้ในการออกแบบ เค้าจะนำภาพที่เราออกแบบเสร็จแล้วไปใช้ในการโฆษณาทางสื่อต่างๆผม จึงต้องทำงานออกมาให้เรียบร้อยมากที่สุด

เมื่อผมทำงานมาได้สักพักก็รู้สึกเมื่อยเลยยกนาฬิกาขึ้นมาดูก็ต้องแต่ที่ผมไปพบคุณคริสมาเมื่อเช้าผมก็รับงานจากพี่หนึ่งมาแล้วก็ไม่ได้ลุกไปไหนอีกเลยนี่ก็ 11.40 น. ตอนเที่ยงผมต้องขึ้นไปพบคุณคริสอีก แต่พอนึกถึงเรียงเมื่อเช้าแล้วหน้าผมก็แดงขึ้นมาอีก เมื่อได้เวลาผมก็เก็บของและเซฟงานไว้และขึ้นลิฟท์ตรงไปยังห้องท่านประธาน เมื่อมาถึงผมจึงเดินเข้าไปในห้อง แต่ก็ต้องอึ้งกับสิ่งที่เห็นตรงหน้าคือผู้ชายสองคนกำลังนัวเนียกันอยู่บนโต๊ะทำงาน คนนึงคือคนที่ผมเจอในลิฟท์ ส่วนอีกคนก็คือท่านประธาน หึ

“ขอโทษที่มารบกวนครับ” ผมพูดเสร็จและเดินออกมาเลยโดยไม่หันกลับไปมองอีก หึ้ยทำไมผมต้องอารมณ์เสียแล้วไม่พอใจด้วยนะผมไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อนเลย ผมเลิกสนใจกับความคิดของตัวเองและลงไปหาอะไรกินดีกว่าก่อนที่จะถึงเวลาเข้างาน พอตกเย็นผมก็ตรงกลับบ้านเลยโดยที่ไม่สนใจคำสั่งของคุณคริสและเช้าผมก็ไม่ได้ขึ้นไปพบเค้า ผมรู้สึกโล่งใจมากเมื่อไม่เจอหน้าของเขามา 3 วันแล้ว งานที่พี่หนึ่งสั่งผมทำเสร็จก่อนกำหนดนะครับและลูกค้าก็พอใจในงานของผมด้วย



image

ตัวอย่างงานที่เหมือนออกแบบ (จริงๆก็เป็นรูปที่เราทำส่งตอนฝึกงานอะค่ะ)














มาต่อให้แล้วค่ะ😊

สนุกหรือไม่สนุกยังไงมาคอมเม้นบอกเรามั่งนะ

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านค่ะฝากกดถูกใจให้เราด้วยนะคะ😁😁😁😁

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น