HoneyV

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

เรียกผัวครั้งที่ 3 : พบเจอ

ชื่อตอน : เรียกผัวครั้งที่ 3 : พบเจอ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.7k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 27 ก.ค. 2561 09:59 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เรียกผัวครั้งที่ 3 : พบเจอ
แบบอักษร

3



ยาหยีตื่นมาก็พบว่าท้องฟ้าด้านนอกเปลี่ยนสีเป็นสีดำแล้ว อื้มม เพลียชะมัด อาบน้ำเปลี่ยนชุดเลยดีกว่า นึกได้ดังนั้น ยาหยีก็เดินตรงดิ่งเข้าห้องน้ำทันทีใช้เวลาไม่นานร่างบางก็ทำธุระส่วนตัวเสร็จ แต่ยังไม่ทันได้แต่งตัวเสียงงเคาะเรียกเธอจากด้านนอก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง

“ว่าไงคะป้า” เธอเปิดประตูก็พบว่าคนเคาะคือคนดูแลของเธอเอง

“ได้เวลาอาหารค่ำแล้วค่ะคุณหนูยาหยี” จริงสินี่จะหนึ่งทุ่มแล้วนี่นา

“เรียกว่าหยีก็ได้นะคะ เดี๋ยวหยีขอตัวแต่งตัวแปปนึงนะคะ เดี๋ยวลงไปค่ะ”

“ค่ะ ป้าศรีรอด้านนอกนะคะ” ยาหยีพยักหน้าก่อนจะปิดประตูลง แล้วรีบแต่งตัวให้ไวที่สุด ‘เธอจะลงไปสายตั้งแต่วันแรกไม่ได้นะหยี เร็วเลย!!!’

…………………

เมื่อเธอลงมาถึงห้องอาหาร ก็เป็นดังที่เธอคาดการณ์เอาไว้ เธอมาสายที่สุดจริงๆด้วย ฮือออ ไม่น่าหลับเลย หึ แต่สิ่งที่ทำให้เธอตกใจไม่ใช่การลงมาช้าหรอกนะ แต่เป็นเพราะคนที่นั่งร่วมโต๊ะนี่ต่างหาก

“อ้าว!! หยี”

“ชิน” บ้าจริง อย่าบอกนะว่าชินกรเป็นลูกชายของคุณธนา โอ้ยย โลกกลมเกินไปแล้วนะ!!

“อ้าว รู้จักกันอยู่แล้วหรอไง ห๊ะ ชายชิน” ธนาเอ่ยถามเสียงเรียบ ใบหน้าหล่อสุขุมมองมาทางลูกชายพร้อมอมยิ้มนิดๆ

“ฮะ เป็นเพื่อนที่มหาลัย” ชินพูดจบก็หันมายักคิ้วให้ยาหยีที่นั่งตัวแข็งทื่ออยู่ใกล้ๆแม่ของเธอ

“อื้ม พอดีเลยเนอะ นี่ลูกสาวคุณเรียนที่เดียวกับชายชินเลยนี่ แสดงว่าเรียนเก่งพอตัวเลยล่ะสิ หืม” ธนาพูดถูกตรงเผง มหาลัยนี้หน่ะ ถ้าเรียนไม่เก่งก็ต้องรวย แต่ความฉลาดก็ต้องมีด้วยอยู่ดี ถ้าสอบสัมภาษณ์ไม่ผ่านก็ไม่ติดนะจ๊ะ เพราะถ้าไม่ฉลาดคนที่ไม่ได้ร่ำรวยอย่างยาหยีก็คงไม่ได้เข้าเรียนที่นี่แน่ๆ


“ยาหยีจ๊ะ นี่พี่เชน ลูกชายคนโตของลุงครับ ส่วนอีกคนก็ โชน ลูกชายคนรอง"  ธนาแนะนำลูกชายที่นั่งนิ่งราวกับรูปป้นแม่คนกลางที่ชื่อโชนจะมียิ้มรับตอนเธอยกมือไหว้บ้าง แต่คนโตที่ชื่อเชน กลับมีแค่ยิ้มมุมปากเท่านั้น

"น้องชื่อยาหยี ยังไงก็ปรองดองกันไว้ล่ะ อย่าให้ฉันได้ยินอะไรไม่ดีเข้าหูเด็ดขาด" เรื่องที่ธนาได้บอกลูกชายไว้ก่อนหน้านี้ ทำให้ทั้งสามเข้าใจประโยคข้างต้นได้เป็นอย่างดี

"ส่วนชายชิน พรุ่งนี้ช่วงค่ำมีงานรึเปล่า"

"ฮะ อ่า ครับพ่อ ผมมีคิวถ่ายซีรี่ย์เลิกห้าโมงเย็นครับ แล้วจะต่ออีกทีตอนเที่ยงคืนครับ" ชินเพิ่งตกลงรับเล่นซีรีย์เรื่องนี้ไปเมื่อต้นปี เพิ่งได้เริ่มถ่ายทำเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมานี่เอง

"อืม พ่อว่าจะพาไปงานวันเกิดคุณหญิงลดาวัลย์ด้วยสะหน่อย แต่เอาเถอะ เอาเวลาว่างจากงานของแกเก็บไว้พักบ้างนะ อย่าให้เห็นไปเที่ยวเตร่จนเสียงานล่ะ"  ธนาก็พูดไปอย่างนั้น ชินกรถึงจะดูเป็นเพลย์บอยแต่กลับมีความรับชอบเรื่องงานและเรื่องเร่ียนสูงเหมือนเขาเลยดีเดียว จะว่าไปก็ทั้งสามคนนั้นแหละ เชื้อพ่อมันดีจริงๆ หึหึ

"ครับพ่อ ผมไม่เคยอยู่แล้วหน่า" 

"พ่อครับ ผมว่าจะคุยเรื่องไปงานคุณหญิงลดาวัลย์อยู่พอดี" โชนที่เคี้ยวข้าวในปากหมดก็เอ่ยขึ้นบ้าง

"หืม มีอะไรรึเปล่าชายโชน" ผมมีงานด่วยแทรกเข้ามาหน่ะครับ เป็นงานแฟชั่นโชว์เปิดตัวแบรนด์ห้องเสื้อของคุณแอนนา แฟนของพี่พีชเค้าหน่ะครับ" พีชเป็นญาติฝ่ายแม่ของเขา ซึ่งถ้าเป็นแบบนั้น มีหรือพี่ธนาจะไม่ยอมให้ไป

"อืม งั้นก็ไปเถอะ ชายเชนล่ะ หวังว่าจะไปกับพ่อได้นะ" 

"ได้อยู่แล้วครับ" วินาทีที่เขาตอบคำถามของธนา ตาคมที่ลอบมองยาหยีเป็นระยะก็ได้สบตาเธอเข้าพอดี ยัยคนนี้ที่แอบดูเขาว่ายน้ำเมื่อตอนบ่ายไม่ผิดตัวแน่ หึหึ

อ๋า ตาเชนอะไรนี่ จะมองฉันทำไมกันนักนะ แต่จะว่าไปก็ทั้งสามคนเนี่ยแหละ หายใจไม่ทั่วท้องเลย ฮือ

ไม่นานมื้อค่ำก็จบลงด้วยดี แม้ยาหยีจะทานได้เพียงนิดหน่อย แต่คงเป็นเพราะแปลกที่และยังไม่คุ้นชินเลยทำให้ทานไม่ค่อยลง ยุวดีมาหาลูกสาวทันทีที่อาบน้ำเปลี่ยนชุดเสร็จ

"งื้อ แม่นอนกับหยีได้มั้ยคะ" เธอจะอ้อนยุวดีแบบนี้ประจำจนคนเป็นแม่อมยิ้มให้กับลูกสาว

"ทำไมละหืม โตแล้วนะเราหน่ะ"

"ก็อยู่บ้านเดิมยังได้นอนกอดแม่จ๋าอยู่เลยนี่คะ อยู่นี่บ้านหลังใหญ่แต่กลับไม่ได้กอด" ยาหยีเสียงค่อยๆเบาลงเพราะความน้อยใจกับเหตุการณ์ที่ยังมาไม่ถึง แต่เดี๋ยวก็ถึงแล้วนี่ไง อีกไม่กี่ชั่วโมงเลยด้วย 

"ยาหยีสุดที่รักของแม่  ลูกสาวแม่โตแล้วน้า แถมยังสวยมากขนาดนี้.... " ยุวดีสูดลมหายใจแล้วพูดต่อ  "แม่ไม่มีสมบัติอะไรจะให้ลูกเลย มีแค่บ้านหลังนั้นที่เราเคยอยู่กับร้านอาหารเล็กๆที่เคยใช้ทำมาหากิน"

"แม่จ๋า" น้ำตายุวดีเริ่มคลอนหน่วย นั่นทำให้ยาหยีก็เริ่มมีด้วยเหมือนกัน

"ต่อไปนี้สัญญากับแม่นะ ว่าหนูจะโตขึ้น ถ้าวันนึงแม่ไม่อยู่ ... หนูจะดูแลตัวเองได้" 

"ฮึก แม่จะไปไหนคะ ฮึก ไม่เอานะ" ยาหยีร้องไห้โวยวายแบบนี้ไม่เคยทำบ่อยๆ ครั้งสุดท้ายที่ยุวดีเห็นก็เมื่อสามีเก่าของเธอเสียชีวิตโดยโรคมะเร็งปอดที่โรงพยาบาลนั่นแหละ  ยาหยีร้องไห้ไม่หยุดจนเธอเป็นลมล้มพับไปต้องนอนโรงบาลอีกคน

"ไม่หรอกลูก ... แม่หมายถึง ชีวิตคนเรามันไม่แน่นอน....แม่อยากให้หยีมีชีวิตที่ดี..ไม่ต้องลำบากเหมือนแม่"  เธอกับสามีเก่าไม่ได้หวังจะรวยมากมี ขอแค่มีชีวิตที่สมถะ มีเพียงร้านอาหารไว้เลี้ยงปากท้อง แต่สามีของเธอเสียไปแล้วเธอไม่สามารถจะดูแลยาหยีให้สุขสบายดังก่อนได้ เธอจึงได้รู้ว่าเงินมันสำคัญมากขนาดไหน ทั้งเรื่องค่าใช้จายในการรักษาที่หมดไปเยอะจนเงินเก็บแทบไม่เหลือ ทั้งค่าเทอมที่แสนแพงถึงแม้หยายีจะสอบชิงทุนได้ก็ตามแต่มันก็ต้องจ่ายอีกครึ่งนึงอยู่ดี ซึ่งครึ่งนึงที่ว่าก็แพงสำหรับครอบครัวเธออยู่ดี

"ฮึก แม่จ๋า ฮือออ" สองแม่ลูกโอบกอดกันร้องไห้ ยาหยีไม่ใช่คนคิดมากแบบนี้เลย ยุวดีเลี้ยงกับเธอมาด้วยความรัก เธอจึงเป็นคนคิดบวกเสมอ แต่ตั้งแต่มาที่นี่อารมณ์ก็เริ่มจะฉุนเฉียวและอ่อนไหวแปลกๆ

ยุวดีเลือกที่จะนอนกล่อมลูกสาวให้หลับก่อน ถึงจะได้ปลีกตัวกลับห้องได้ สงสารก็สงสารอยู่หรอก แต่ต่อจากนี้ยุวดีต้องตัดใจปล่อยยาหยีให้เข้มแข็งกว่านี้ก่อนที่จะสายไป แล้วจะเป็นยาหยีเองที่จะปรับตัวไม่ทัน

..................................................................


//มาม่านิดนึงนะฮับ// ซึ้งๆไม่ถึงกับเครียดจ้า//


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}