Castle-G

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ZAC STYLE | 28 : แตกหัก [100%]

ชื่อตอน : ZAC STYLE | 28 : แตกหัก [100%]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.4k

ความคิดเห็น : 17

ปรับปรุงล่าสุด : 25 ก.ค. 2561 21:30 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ZAC STYLE | 28 : แตกหัก [100%]
แบบอักษร

Zac’s Talk

ผมมองร่างเล็กของอบเชยที่วิ่งออกไปแล้วก็ถอนหายใจ ในตอนแรกผมคิดว่าจะตามอีกคนไปแต่พอมาคิดดูอีกทีผมเคลียร์เรื่องตรงนี้ให้เสร็จก่อนดีกว่า ถ้าก่อนหน้านั้นไม่เดินไปคุยกับพายอาร์ ถ้าผมมาตรงนี้ช้ากว่านี้ไปก้าวเดียว..

สองรุมหนึ่งอย่างนั้นเหรอ? ปากก็บอกว่าอยากคุยกับน้องแค่คนเดียวแต่กลับเอาเพื่อนมายืนอยู่ด้วยเนี่ยนะ

“ทำแบบนี้ทำไม” ผมพูดขึ้นด้วยระดับเสียงที่ปกติ ถึงแม้ว่าตอนนี้จะรู้สึกโกรธมากแค่ไหนก็ตาม

“แซคปกป้องมันเหรอไง” หยาดไม่ได้ตอบคำถามของผมแต่เธอกลับเบี่ยงประเด็นไปเรื่องอื่นแทน และนั่นก็ยิ่งทำให้ผมรู้สึกหงุดหงิด

“ถาม..ไม่ได้ให้มาย้อนคืน”

“นี่นายจะมากเกินไปแล้วนะ” เพื่อนของหยาดที่ยืนอยู่ข้างกันพูดขึ้น ผมรู้นะว่าเธอโกรธแทนเพื่อนตัวเองแต่ว่ามาแทรกแบบนี้มันเสียมารยาทไปหน่อย

“ฉันไม่ได้คุยกับเธอ เงียบไป” ผมสาบานเลยว่าถ้าคนตรงหน้าเป็นผู้ชายมันโดนต่อยไปแล้ว

“ไม่เป็นไรหรอกจิ๊บ” หยาดหันหน้าไปบอกกับเพื่อนของตัวเองก่อนจะหันกลับมาคุยกับผมต่อ “ถ้าจะถามว่าฉันทำไปทำไมน่ะเหรอ ก็เพราะมันไง..เพราะมันที่ทำให้นายไม่กลับมาหาฉัน”

พอได้ฟังเหตุผลของผู้หญิงตรงหน้าแล้วก็รู้สึกตลกขึ้นมาทันที ไม่อยากจะเชื่อเลยผมเคยหลงชอบคนแบบนี้ด้วย

“ตอนแรกฉันคิดว่าเราเลิกกันแล้ว เราจะคุยกันได้เป็นเพื่อนปกติทั่วไป” ยิ่งพูดผมก็ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองคิดผิด “แต่มาวันนี้เห็นทีมันคงเป็นไปไม่ได้แล้วหละ”

“เพราะอบเชยอย่างนั้นเหรอ”

ขนาดนี้เธอยังจะโทษว่าเป็นความผิดของคนอื่นอยู่หรือไง?

“ไม่เกี่ยวกับใครทั้งนั้น ทุกอย่างมันเป็นเพราะเธอทั้งนั้น” ผมพูดขัดขึ้นเมื่อเห็นว่าหยาดกำลังเลอะเทอะขึ้นทุกที “ต่อให้ตอนนี้ไม่มีน้อง ฉันก็ไม่คิดจะกลับไปรักกับคนที่เคยนอกใจฉันอยู่แล้ว”

“มันแค่เรื่องเข้าใจผิดนะแซค” เธอเถียงทันที

“เลิกแก้ตัวได้แล้วหยาด มันจะเป็นเรื่องเข้าใจผิดอะไรอีก! ทุกสิ่งทุกอย่างมันชัดเจนหมดแล้วทั้งข้อความ ทั้งภาพที่หลุดออกมา ทั้งเรื่องที่เธอนัดเจอมัน”

ความจริงผมไม่ได้อยากจะรื้อฟื้นเรื่องนี้ขึ้นมาอีก แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่เข้าใจว่าความผิดของตัวเองคืออะไรก็เลยต้องย้ำอีกครั้ง ความจริงแล้วมันไม่ใช่แค่ครั้งเดียวที่เธอทำแบบนี้ มันมีหลายครั้งมากที่ผมรู้แต่ก็ทำเป็นไม่สนใจ สุดท้ายเป็นแบบนี้ใครมันจะไปทนไหววะ รักแค่ไหนแม่งก็ต้องเลิก

“ให้โอกาสฉันอีกครั้งไม่ได้เหรอ” หยดน้ำตาที่เธอเคยใช้เมื่อตอนอ้อนวอนผมครั้งที่เคยคบกัน ตอนนี้มันไม่ได้ผลแล้วหละ

“อย่าพยายามเลย ฉันจะไม่เอาเรื่องนี้ไปรายงานความประพฤติของเธอ แลกกับที่เราเลิกยุ่งเกี่ยวกันอีก” ผมพูดแค่นั้นก็หวังว่าเธอจะเข้าใจ แต่ถ้าไม่เข้าใจผมก็คงต้องใช้ขั้นเด็ดขาดแล้วหละ

ผมพูดแค่นั้นแล้วก็เดินออกมาจะบริเวณข้างตึกก่อนจะสอดส่องสายตาหาใครบางคนแต่ก็ไม่พบ ผมก็ลืมสังเกตเสียด้วยสิว่าน้องวิ่งไปทางไหน

“อบเชยล่ะ” เมื่อยังเห็นพายอาร์นั่งอยู่ที่เดิมผมจึงรีบเดินไปถามทันที

“อ้าว..” รุ่นน้องปีหนึ่งที่นั่งอยู่ก็ทำหน้างงทันที “มันไม่ได้อยู่กับพี่เหรอ”

“ไม่” ผมส่ายหน้าปฏิเสธ

“งั้นเดี๋ยวโทร..”

“ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวตามหาเอง” ผมยกมือห้ามเมื่อเห็นอีกฝ่ายกำลังจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เพราะคิดว่ายังไงซะโทรไปก็ไร้ประโยชน์ ในเวลานี้อบเชยคงไม่ยอมรับสายแน่ๆ

ผมเดินออกมาเรื่อยๆ ตามทางเดินหน้าตึกสายตาก็พลางมองหาเจ้าของร่างเล็กนั้นไปด้วย จนมาถึงด้านข้างของคณะที่จะเป็นสระน้ำขนาดใหญ่ที่รอบสระเต็มไปด้วยพืชพรรณตกแต่งนานาชนิด พื้นที่ข้างสระจะมีม้านั่งตั้งอยู่ให้คนที่เดินผ่านไปมาได้นั่งพัก

เมื่อเห็นร่างของคนที่ตามหาซึ่งกำลังนั่งอยู่ที่นี่ผมก็ไม่รีรอจะเดินเข้าไปหาน้องทันที

End Zac’s Talk





Yard’s Talk

คุณเคยรู้สึกเหนื่อยกับอะไรมากๆ หรือเปล่า...

ตอนแรกคุณเคยมีความหวังกับสิ่งนั้น แต่พอนานวันความหวังก็เริ่มหดหายไปทีละนิด จนในที่สุดมันก็หมดไป

‘แซค ไม่ใช่อย่างที่นายเข้าใจ’

รู้ทั้งรู้ว่าพูดไปก็ไม่มีใครเชื่ออยู่ดี แต่ฉันก็ยังคงดิ้นรนอยู่ ความจริงแล้วฉันมันก็แค่คนธรรมดาคนหนึ่งที่ยังต้องการความสนใจ ความรักเหมือนอย่างใครอื่นเขา แต่เมื่อฉันได้มันมากลับรักษาเอาไว้ไม่ได้ซะอย่างนั้น

‘นี่มันไม่ใช่ครั้งแรกหยาด พอทีเถอะ’ ตอนนั้นฉันถึงเห็นได้ถึงแววตาที่เจ็บปวดออกมาจากอีกคน

‘ขอโทษ’ มันก็เป็นความโง่เขลา บ้าบอของฉันเองนี่เนอะ จะให้ไปโทษใครได้ล่ะ ‘เริ่มใหม่ได้ไหม’

‘ได้’ ฉันกำลังจะดีใจอยู่แล้วเชียวถ้าไม่.. ‘แต่ให้เธอเลือกเอาว่าอยากเริ่มใหม่แบบเพื่อนหรือคนแปลกหน้า’

แน่นอนว่าตอนนั้นฉันเลือกแบบเพื่อนไปอยู่แล้วอย่างน้อยเราก็ยังได้คุยกันเจอหน้ากันอยู่ เพราะแบบนั้นฉันจึงเก็บความหวังแบบนี้เอาไว้เรื่อยมาว่าเราจะสามารถกลับมาคบกันได้อีกครั้ง ในตอนนั้นฉันยังอยู่ปีสองแล้วก็ตั้งใจว่าถ้าหากขึ้นปีสามฉันจะลองปรับความเข้าใจกับแซคดูอีกครั้ง

ซึ่งมันก็ดูจะยากเล็กน้อยเพราะทางนั้นตัดช่องทางการติดต่อของฉันหมดเลย พอพยายามเข้าไปคุยด้วยก็ดูเหมือนเขาจะพูดน้อยคุยน้อยเสียเหลือเกิน แต่แล้วตอนนั้นก็เหมือนจะมีช่องทางเพิ่มให้ฉันมากขึ้น

‘พี่หยาดดด ฉันเหนื่อยแล้วอ่า’ เด็กปีหนึ่งที่หน้าตาน่ารักนั้นชื่อว่าอบเชย เธอมักจะทำหน้าโอดครวญทุกครั้งหลังจากที่ซ้อมหลีดไปได้สักพัก

‘ซ้อมอีกหน่อยนะ เดี๋ยวพักพี่จะไปซื้อน้ำมาให้’

‘อ่า ได้ค่ะ’ แต่ถึงแบบนั้นเธอก็ยังคงเชื่อฟังฉันอยู่

อบเชยเป็นเด็กที่ความรู้สึกค่อนข้างช้า เธอดูจะใช้เวลาประมวลผลนานนิดหน่อย เด็กคนนี้อาจจะดูงอแงเก่งแต่ก็ว่าง่ายอยู่นะ ฉันเลยรู้สึกเอ็นดูเธอกว่าคนอื่นเล็กน้อย ตอนแรกที่ฉันเข้าหาเธอก็เป็นเพราะอบเชยดูรู้จักแซคในระดับหนึ่ง เธอน่าจะช่วยฉันได้ พยายามดูแลมากกว่าคนอื่นเป็นพิเศษเพื่อเอาใจเจ้าตัว

‘นี่ วิชานี้ออกข้อสอบไม่กี่อย่างหรอก พี่จะเอาหัวข้อที่ตัวเองจดไว้แต่ก่อนมาให้ลองทำดูนะ’ มีครั้งหนึ่งที่เรากำลังซ้อมกันอยู่และน้องก็เอาชีทเรียนมานั่งอ่านไปด้วยฉันจึงออกตัวว่าจะช่วยไป

‘จริงเหรอคะ ขอบคุณมากค่ะ’ แววตาที่ดูใสซื่อทุกครั้งยามพูดคุยทำให้ฉันเริ่มรู้สึกไว้ใจในตัวอบเชยมากขึ้น

ความรู้สึกเอ็นดูที่ฉันให้เด็กคนนี้มันไม่ใช่ของปลอมหรอก

‘ไง สอบวันนี้โอเคไหม’ เป็นประโยคที่ฉันเอ่ยถามกับรุ่นน้องหลังจากที่เจ้าตัวทำหน้ามุ่ยเล็กน้อยมาที่สนามซ้อม หน้าตาแบบนี้ก็พอจะเดาออกนั่นแหละนะ

‘เฮ้อ รู้สึกใช้กระดาษคำตอบไม่คุ้มเลยค่ะ’

ทุกอย่างมันก็ดูเหมือนจะโอเค ฉันไม่ค่อยได้ใช้น้องเป็นแม่สื่อให้ฉันกับแซคมากมายนักเพราะกลัวจะเป็นการรบกวนเวลาของเจ้าเด็กนี่มากเกินไป ก็มีบ้างที่มันหมดหนทางจริงๆ ถึงไปขอความช่วยเหลือจากอบเชย อย่างเช่นขอเบอร์ติดต่อ ฝากถามเวลาว่างของแซคให้หน่อยอะไรประมาณนั้น จนกระทั่งวันหนึ่งที่สนามซ้อมฟุตบอล..ฉันถึงได้เริ่มรู้สึกแปลกๆ ขึ้นมา

พี่เก้าชวนไปทานอาหาร ไปด้วยไหม วันนั้นฉันอยากให้แซคไปด้วยจริงๆ นะ

มีนัดแล้ว กับเจ้าเด็กนี่

ในตอนนั้นฉันก็เริ่มมองอบเชยในมุมใหม่ ความสนิทของทั้งคู่นั้นมันเริ่มทำให้ฉันรู้สึกกังวลขึ้นมาทันที..นั่นมันดูเหมือนความสัมพันธ์อย่างอื่นที่มากกว่าเป็นรุ่นพี่รุ่นน้องกัน ถ้ามันเป็นอย่างที่ฉันคิดจริงๆ ล่ะจะทำยังไง? ฉันควรจะรีบตัดไฟตั้งแต่ต้นลมหรือเปล่านะ

ช่วยอยู่ห่างจากเขาได้หรือเปล่า นั่นคือสิ่งที่ฉันขอกับอบเชยหลังจากเหตุการณ์วันนั้น ทันทีที่พูดออกไปอีกฝ่ายก็มีสีหน้าหนักใจขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด

หรือเธอชอบเขา?’ ฉันถามไปทั้งที่ตัวเองก็รู้สึกกลัวคำตอบ

เปล่าค่ะ ไม่..ม..ไม่ได้ชอบ.. ทั้งคำพูดและสีหน้านั้นของน้องอบเชยมีความลำบากใจ ลังเล ไม่หนักแน่น

ฉันไม่ค่อยอยากจะเชื่อคำตอบนั้นสักเท่าไหร่เลย

‘เอ่อ เรื่องที่ให้ฉันอยู่ห่างจากพี่แซคน่ะ ต้องทำไปอีกนานไหมคะ*’* และวันหนึ่งเธอก็มาคุยเรื่องนี้กับฉันด้วยใบหน้าที่ลำบากใจเหมือนตอนแรกไม่มีผิด และพอฉันถามคำถามเดิมไปว่าเธอชอบแซคหรือเปล่าเจ้าตัวก็ยังคงปฏิเสธว่าไม่ได้ชอบ

เหอะ..ทำไมฉันจะดูไม่ออก ต่อให้จะพยายามปฏิเสธด้วยคำพูดแต่สีหน้าและท่าทางแบบนั้นมันก็ดูชัดเจนไปแล้ว ไม่รู้ว่าเด็กนี่จะรู้ตัวเองหรือยัง

ฉันไม่ได้อะไรกับเธอมากมายนักเพราะคิดว่ายังไงเด็กที่ดูซื่อๆ แบบนี้ก็คงไม่กล้าทำให้ฉันรู้สึกผิดหวังในตัวเธอหรอก ยิ่งวันที่แข่งกีฬาเสร็จฉันได้รับรู้ว่าอบเชยจะซิ่วออกไปมันก็เหมือนทางของตัวเองเริ่มสะดวกและคล่องตัวมากขึ้นไปอีก อีกอย่างในวันนั้นดูเหมือนทางแซคเองก็เริ่มจะยอมคุยกับฉันมาบ้างเล็กน้อย

ถึงจะแค่นั้นก็นับว่าเป็นสัญญาณที่ดีใช่ไหมล่ะ...

แต่แล้ววันนี้มันกลับพังลงมาซะอย่างนั้น

“เลิกแก้ตัวได้แล้วหยาด มันจะเป็นเรื่องเข้าใจผิดอะไรอีก! ทุกสิ่งทุกอย่างมันชัดเจนหมดแล้วทั้งข้อความ ทั้งภาพที่หลุดออกมา ทั้งเรื่องที่เธอนัดเจอมัน”

ความหวังนั้นเริ่มดับลงแล้ว

“ให้โอกาสฉันอีกครั้งไม่ได้เหรอ” ภาพตรงหน้าของฉันมันเริ่มพร่ามัวไปหมดจนแทบจะมองไม่เห็นใบหน้าของอีกคน

“อย่าพยายามเลย ฉันจะไม่เอาเรื่องนี้ไปรายงานความประพฤติของเธอ แลกกับที่เราเลิกยุ่งเกี่ยวกันอีก” เขาพูดจบก็เดินหนีออกไปทิ้งฉันไว้ที่ตรงนี้ ทิ้งไปโดยไม่ได้สนใจจะหันหลังกลับมามอง

“หยาด แกโอเคนะ” เพื่อนคนสนิทที่มองเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดเดินเข้ามาหาพร้อมกับลูบบ่าฉันเบาๆ เป็นการปลอบใจ

“ไม่จิ๊บ ฉันไม่โอเค” ใครโอเคก็บ้าแล้วไหมล่ะ

“แกจะทำไงต่อ”

ฉันหยุดคิดไปสักครู่เพื่อนึกว่าตัวเองควรจะทำยังไง เป็นคนดีเสียสละยอมเห็นคนรักมีความสุขอย่างนั้นหรือเปล่านะ? หรือจะไปทำลายความสัมพันธ์นั้นดี

“ช่วงนี้ฉันเห็นเอสตามจีบเด็กนั่น” ฉันกำลังพูดถึงเพื่อนรุ่นเดียวกันที่แต่ก่อนเราไม่ได้เป็นแค่เพื่อนกันอย่างที่ใครเข้าใจ..ก็ถ้าให้พูดตามตรงเราสองคนเคยแอบคบกันลับหลังนั่นแหละ

“เดี๋ยวนะ แกจะทำอะไร” จิ๊บมองหน้าฉันอย่างไม่เข้าใจเท่าไหร่

“ใช้วิธีเดียวกันกับตอนฉันเป็นไง” ฉันพูดแล้วก็ยกหลังมือขึ้นมาซับน้ำตาออกไป ริมฝีปากก็พยายามที่จะฝืนยิ้มก็ยกขึ้นมาเล็กน้อย

“เพื่อ?”

“รำคาญ ไม่อยากเห็นใครมีความสุข”

End Yard’s Talk




ความคิดเห็น