นิมมานรดี อรรวี

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

16. ถ้ารู้อย่างนี้... /1 *ฟรี

ชื่อตอน : 16. ถ้ารู้อย่างนี้... /1 *ฟรี

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 531

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 25 ก.ค. 2561 19:30 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
16. ถ้ารู้อย่างนี้... /1 *ฟรี
แบบอักษร

16

ถ้ารู้อย่างนี้...

โรงงานเสร็จสมบูรณ์แล้ว ตะวันเหมาห้องอาหารแห่งหนึ่งเพื่อจัดงานเลี้ยงส่งวิศวกรและคณะทีมงาน โดยรับปากว่าเมื่อไหร่ที่เขาพร้อมจะสร้างโรงงานหลังใหม่ พรหมสวัสดิ์จะเป็นคนแรกที่เขานึกถึง เพราะที่ดินแปลงนั้นยังว่างพอที่ จะสร้างโรงงานหลังเล็กได้อีกสองหลัง และตอนนี้โรงงานซันทอยส์ที่ชาวบ้านเรียกติดปากก็มีโรงอาหารไว้บริการพนักงานแล้วด้วย

            หลังรับเงินสดไปสิบล้านหนึ่งแสนบาท นายหัวบวรไม่มาก่อความวุ่นวายใจให้อีก ซ้ำยังทำท่าจะเป็นเพื่อนร่วมจังหวัดกันได้ด้วยดีจนพรหมสวัสดิ์เคยหลุดปากถามไปว่า ตะวันไม่คิดจะรับตัวศิราภรณ์กลับมาปรนนิบัติอีกหรือและคำตอบ ก็คือ

            ‘ไม่ล่ะ อยู่คนเดียวปลอดภัยกว่า’

            ผู้ฟังทั้งสามมองหน้ากัน คล้ายจะถามว่าเจ้านายห่วงความปลอดภัยเรื่องอะไรวะ...

            “นายแน่ใจนะครับว่าจะไม่ให้ผมโทรไปหาคุณลักษมี ตั้งเกือบปีแล้วนะครับนาย อึดๆ มันก็ดีอยู่หรอก แต่อดนานๆ มันพาลจะเสียศูนย์เอานะครับ” พิชิตเปรยขึ้นหลังคุยงานเสร็จในค่ำวันศุกร์ที่บ้านของตะวัน

            “จะมาห่วงอะไร ผมเสียศูนย์คุณก็ไม่ได้เดือดร้อนเสียหน่อย” ตะวันยกแก้วนมเปรี้ยวขึ้นดื่มแล้วยังเผลอทำหน้าเอียน แม้จะพยายามดื่มให้ได้ทุกคืนก่อนนอน

            “ไม่เดือดร้อนครับ แต่มันเสียวแทน เอาอย่างนี้ไหม ผมไปคัดเด็กที่วังนางพญามาให้เอาไหมครับ จะพาไปตรวจให้ชัวร์ก่อนเลย” พิชิตคิดว่าเขาคงจะทำงานนี้ได้ไม่ยาก เพราะหลังๆ มานี่เขากับเซอร์กีก็เป็นลูกค้าประจำวันหยุดของที่นั่นไปแล้ว

            “ไร้สาระ” ตะวันส่ายหน้า “คุณเป็นผู้จัดการฝ่ายการตลาดของซันทอยส์นะ ริจะเป็นนายหน้าให้นายหัวบวรแล้วเหรอ” แล้วก็ตัดบทด้วยการลุกขึ้นยืนรอส่งแขก

            “อ้าว คนเค้าอุตส่าห์หวังดี” พิชิตลงมือเก็บเอกสารใส่กระเป๋าอย่างรู้ตัวแล้วก็ชะงักมือเมื่อเห็นนิตยสารฉบับหนึ่งที่พกติดกระเป๋ามาสองสามวันแล้ว ไม่แน่ใจว่าจะนำออกมาให้เจ้านายดูดีไหม

            “ผมได้ข่าวคุณศิมา” ลองเลียบๆ เคียงๆ ดูก่อน ถ้าเผื่อสนใจจะได้เอา ให้ดู แต่อาการนิ่งไปของเจ้านายก็ทำให้ไม่แน่ใจว่าสนหรือไม่สน “เดี๋ยวนี้ดังใหญ่แล้ว เป็นสาวมอเตอร์โชว์มือต้นๆ ของวงการด้วยนะ”

            เอ้า! หยอดล่ออีกหน่อยก็ได้ ดูสิว่าจะนิ่งไปถึงไหน

            “พรุ่งนี้ผมจะเข้ากรุงเทพ เจอกันวันจันทร์เลยก็แล้วกัน” ตะวันตัดบทเดินนำแก้วนมที่ซดไม่เหลือไปล้างที่ซิงค์ครัวฝรั่ง

            พิชิตกระตุกยิ้ม เดินออกมาก้าวขึ้นรถที่จอดอยู่หน้ารั้วด้านนอกพลางสรุปอาการของเจ้านายว่า ‘ไม่ปกติ’

            สาวมอเตอร์โชว์งั้นหรือ ตะวันหลับตาลงพร้อมความรู้สึกหนาววูบ ทั่วกายก่อนถอนใจเดินสำรวจความเรียบร้อยเรื่องน้ำไฟ ก่อนก้าวไปหาบันไดแล้วเขาก็เห็นสิ่งที่พิชิตลืมทิ้งไว้

            แรกๆ ตะวันไม่ได้สนใจเมื่อเห็นว่ามันเป็นเพียงนิตยสารหัวดังฉบับหนึ่งแต่แล้วก็ไม่อาจก้าวขาผ่านไปได้เมื่อนึกรู้ขึ้นมาทันทีว่าทำไมมันต้องเป็นนิตยสารรถยนต์

            หน้าปกเป็นรถเก่งสปอร์ตรุ่นใหม่ล่าสุดของยี่ห้อเดียวกับที่เขาใช้อยู่ สองข้างรถสีแดงคันหรูคือหญิงสาวหุ่นสวยในชุดหนังสีเงินปักโลโก้สีดำ มันเป็นชุดกระโปรงสั้นเต่อ เสื้อแขนกุดเอวลอย อวดเรียวขากับช่วงสะดือขาวเนียน รองเท้าบูทส้นสูงยาวครึ่งน่อง สองสาวยิ้มเล่นกล้องได้อย่างน่ารักน่าชัง และหนึ่งในนั้นทำให้คนที่มองอยู่ถึงกับทรุดตัวลงนั่งบนขั้นบันไดอย่างเสียศูนย์

            นี่สินะ เส้นทางชีวิตของผู้หญิงคนนั้น... ตะวันยกมือขึ้นลูบหน้าและเริ่มคิดถึงถ้อยคำพูดที่เขาเกลียดคำหนึ่ง

            ถ้ารู้อย่างนี้… เขาจะไม่ปล่อยให้เธอจากไป

            ถ้ารู้อย่างนี้... เขาจะให้พิชิตโทรไปตามตัวเธอกลับมาตั้งแต่แน่ใจแล้วว่านายหัวบวรจะไม่มายุ่งกับเธออีก

            ถ้ารู้อย่างนี้… เขาจะเก็บเธอไว้ในบ้านหลังนี้ตลอดไป 

            ถ้ารู้ว่ามันจะเจ็บปวดอย่างนี้... เขาจะไม่หลอกตัวเองว่าไม่แคร์เธอ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}