หอหมื่นอักษร

เมื่อสวรรค์ให้นางมีชีวิตใหม่อีกครั้ง นางจะขอทำทุกวิถีทางเพื่อปกป้องวงศ์ตระกูลไว้ให้จงได้!

ตอนที่ 44 เสนาบดีฝ่ายขวา

ชื่อตอน : ตอนที่ 44 เสนาบดีฝ่ายขวา

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.1k

ความคิดเห็น : 9

ปรับปรุงล่าสุด : 25 ก.ค. 2561 15:15 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 44 เสนาบดีฝ่ายขวา
แบบอักษร

ขณะที่เหล่าขุนนางกระทรวงโยธากำลังขุดลอกแม่น้ำลำคลองจัดการน้ำอย่างเร่งร้อน ราชสำนักก็มีเรื่องใหญ่ที่ดึงดูดสายตาขุนนางเมืองหลวง แม้แต่กระทรวงโยธาที่กำลังยุ่งเหยิงวุ่นวายก็ยังสนใจเรื่องนี้มาก นั่นก็คือ เสนาบดีฝ่ายขวาจะเปลี่ยนคนแล้ว

ต้นเดือนสี่ เสนาบดีฝ่ายขวากานหมิงเฉวียนป่วยหนัก ฉางไท่ฮ่องเต้ยังเสียดาย ไม่ยอมรับการลาออกเนื่องจากการป่วยของเขา ยืนยันให้เขาดำรงตำแหน่งต่อ ขุนนางลาสามครั้งฮ่องเต้รั้งให้อยู่สามครั้ง ท้ายสุดฉางไท่ฮ่องเต้ก็ยินยอม กล่าวทั้งน้ำตาไหลว่า “ฮ่องเต้ขุนนางไม่ค้างคากัน” ออกราชโองการให้กานหมิงเฉวียนรับเงินเดือนเต็มต่อแม้เกษียณ นอกจากพระราชทานเงินห้าพันชั่ง รถนั่งหุ้มล้อห้าคันแล้ว ยังทรงพระราชทานเสื้อผ้าชุดขนเตียวและอื่นๆ อีกทั้งออกคำสั่งยกเลิกการเก็บภาษีลูกหลานตระกูลกานรวมทั้งการเกณฑ์แรงงานและเกณฑ์ทหาร จวบจนกระทั่งกานหมิงเฉวียนถึงแก่กรรม

ไม่เพียงเท่านั้น ฉางไท่ฮ่องเต้ยังส่งองครักษ์ประจำพระองค์คุ้มกันกานหมิงเฉวียนกลับเสฉวนบ้านเก่า ความกรุณานี้ทำให้ขุนนางเมืองหลวงต่างชื่นชมยินดีกับกานหมิงเฉวียนอย่างยิ่ง  เรื่องราวระหว่างฉางไท่ฮ่องเต้กับกานหมิงเฉวียนเป็นที่ร่ำลือกันพักใหญ่ ถึงขนาดมีโรงงิ้วจัดแสดงเรื่องนี้ ที่ตามมาคือ จะให้ใครดำรงตำแหน่งเสนาบดีฝ่ายขวาต่อจากกานหมิงเฉวียนกลายเป็นจุดสนใจของกลุ่มขั้วอำนาจต่างๆ

เจ้ากรมอาลักษณ์ เจ้าสำนักมุขมนตรีฝ่ายตรวจสอบกับเสนาบดีฝ่ายซ้ายขวาถูกขุนนางต้าหย่งแอบตั้งสมญาว่า”สี่ขุนนางแถวหน้า” เห็นได้ถึงฐานะที่สูงส่งและสำคัญ อยู่เหนือขุนนางทั้งปวง เสนาบดีฝ่ายขวามีกลาโหม ยุติธรรมกับโยธาสามกระทรวงอยู่ในสังกัด ดังนั้นแม้แต่เสิ่นหวาซั่นก็ต้องสนใจว่าใครจะเป็นเสนาบดีฝ่ายขวา เจ้านายที่ตัวเองต้องอยู่ด้วยย่อมเป็นเรื่องที่ต้องสนใจ ถึงแม้ตามหลักการเสนาบดีทั้งหกคนมีโอกาสที่จะได้เลื่อนตำแหน่ง แต่เสิ่นหวาซั่นรู้อยู่ว่าตัวเองเพิ่งเป็นเสนาบดีกระทรวงโยธาเพียงสองปี ครั้งนี้นับอย่างไรก็นับไม่ถึงเขา ทำให้ถึงแม้สนใจแต่ก็ยังรักษาความสงบภายในจิตใจได้

แต่คนอื่นไม่ได้อยู่สงบเหมือนเขา ต่างขวนขวายหาลู่ทาง วางแผนทางลับ สืบหาว่าฮ่องเต้พอใจคนไหน นำเสนอขุนนางสายเดียวกับตัวเอง ปรากฏคลื่นลมทั้งหน้าบ้านหลังเรือน แต่ละคนล้วนแสดงออกสุดฝีมือในทางที่ตัวเองถนัด ส่วนที่จะได้ผลหรือไม่ ก็ต้องรอดูกันไป

จางเต๋อเฟยเป่าลมใส่ถ้วยโสมที่อยู่ตรงหน้าเล็กน้อย แล้วส่งต่อให้ฉางไท่ฮ่องเต้ “หม่อมฉันตุ๋นมาจากห้องเครื่องวังเอี้ยนซีเอง พระองค์ลองชิมดูสิเพคะ” ใบหน้าระบายด้วยรอยยิ้มจางๆเช่นเคย

ฉางไท่ฮ่องเต้ผงกศีรษะอย่างพอใจ วันนี้เขาเลือกป้ายเต๋อเฟย ธูปหอมชิงเหอที่วังเอี้ยนซีจุดทำให้เขารู้สึกใจคอปลอดโปร่ง ร่างกายโล่งสบาย คุยกับเต๋อเฟยได้สารพัดเรื่อง จนฉางไท่ฮ่องเต้เริ่มรู้สึกเพลีย

“ฝ่าบาท ใต้เท้ากานน่าจะกลับถึงเสฉวนแล้วกระมัง ได้ยินว่าคนข้างนอกกำลังสรรเสริญฮ่องเต้กับใต้เท้ากานว่าฮ่องเต้ขุนนางต่างสมานฉันท์..” จางเต๋อเฟยปรนนิบัติฉางไท่ฮ่องเต้นอนลง พูดลอยๆถึงเรื่องเสนาบดีฝ่ายขวา คิดอยากได้ข่าวจากฉางไท่ฮ่องเต้สักนิด เพื่อให้เฉินจือเฮ่าพ่อตาของลูกชายได้เตรียมใจ

“อืม...” ฉางไท่ฮ่องเต้ไม่ได้พูดอะไร เต๋อเฟยต้องการถามอะไร เขาย่อมรู้ แต่ไม่อยากพูด

“ท่านว่าเฉินจือเฮ่าเสนาบดีกลาโหม...” เต๋อเฟยกำลังคิดจะพูดอะไร แต่เห็นฉางไท่ฮ่องเต้มองที่นางด้วยสายตาออกจะเคร่งเครียด สิ่งที่นางคิดก็พูดไม่ออก รู้ว่าฉางไท่ฮ่องเต้เริ่มมีโทสะ วังหลังห้ามยุ่งการเมือง หากฉางไท่ฮ่องเต้เอาผิดขึ้นมาจริงๆ นางก็หนีไม่พ้น รู้สึกตกใจกลัว ดูแล้วเรื่องส่งเสริมเฉินจือเฮ่าต้องหาโอกาสหน้าแล้ว  จึงรีบแนบชิดเบียดบนตัวฮ่องเต้ กระซิบว่า “หม่อมฉันล้ำเส้นไปแล้ว...หม่อมฉันขอปรนนิบัติฮ่องเต้...”

กลิ่นกำยานหอมเย็นรวยรื่น ผ้าแพรแดงยับย่นเป็นริ้วคลื่น...

หลี่กุ้ยผินในวังชุนซีกลับไม่ใจร้อน อยู่ในวังเกือบยี่สิบปี นับวันนางยิ่งเรียนรู้ถึงเหตุผล ยิ่งหวังมากยิ่งใจร้อนไม่ได้ แม้จะกล่าวว่าใจฮ่องเต้ยากแท้หยั่งถึง แต่นางก็พอจับทางฉางไท่ฮ่องเต้ได้บางส่วน เวลาฮ่องเต้มาวังชุนซี นางเพียงสนทนาอย่างนุ่มนวล พูดถึงเครื่องหอมเสื้อผ้าที่วังองค์ชายเพิ่งส่งมา แล้วพาดพิงซั่งกวนฉางจื้อองค์ชายห้าบ้าง ไม่ได้พูดถึงเรื่องเสนาบดีฝ่ายขวาเลยแม้แต่น้อย ทำให้ฉางไท่ฮ่องเต้รักใคร่แต่ก็ยังไม่วายเตือนสตินางว่า “เจ้าเป็นคนรู้เรื่อง จะกังวลเรื่องในราชสำนักไปไย เรื่องนี้ข้าจัดการเองได้”

หลี่กุ้ยผินได้ยินคำนี้แล้วใจก็คิดว่าเป็นเช่นนี้จริงๆ ก่อนหน้านี้ซั่งกวนฉางจื้อเคยบอกนางว่าอยากช่วยวางแผนให้เฉียนถงซื่อเพื่อซื้อใจ ทว่านางไม่ใคร่จะเห็นด้วยนัก ฉางไท่ฮ่องเต้ไม่ชอบให้พวกองค์ชายใกล้ชิดกับขุนนางนัก หากฮ่องเต้มีความคิดอื่นจะได้ไม่คุ้มเสียเอา ตำแหน่งเสนาบดีฝ่ายขวาสำคัญมาก คนทั่วไปยุ่งไม่ได้ อีกอย่าง ทิศทางเฉียนถงซื่อเองยังไม่ชัดเจน เสี่ยงมากเกินไป

องค์ชายสามอยู่ไกลถึงเมืองหน้าด่านอันเป่ยถึงแม้ทำอะไรเองไม่ได้ แต่เขายังมีโจวเสียนเฟยมารดาอยู่ในวังอี้คุน อีกทั้งยังมีโจวหยางซีน้าชายเป็นรองเสนาบดีกระทรวงยุติธรรม พวกเขาก็จะถือโอกาสนี้หาความก้าวหน้า มีแผนการของตัวเอง แต่พวกเขาไม่ได้หวังได้ตำแหน่งเสนาบดีฝ่ายขวาให้ตัวเอง   เพียงแต่อยากดันเสนาบดีกระทรวงยุติธรรมเซี่ยถงผู่ขึ้นแทน ถ้าเซี่ยถงผู่ได้ตำแหน่งเสนาบดีฝ่ายขวา โจวหยางซีก็จะได้เป็นเสนาบดีกระทรวงยุติธรรมแน่นอน

ไม่ว่าเหล่าสนมกับองค์ชายจะทำอะไรมากมาย แต่ก็ยังสืบรู้ไมได้ว่าฉางไท่ฮ่องเต้ตั้งใจทำอะไร สำนักราชเลขาธิการกับสำนักพระราชวังกับก็ไม่มีข่าวอะไรออกมา แสดงว่าฉางไท่ฮ่องเต้ยังไม่ได้ตัดสินใจขั้นสุดท้าย ทุกคนคิดว่ายังมีโอกาสอีก คิดว่ามีอะไรที่ทำแล้วสามารถโน้มน้าวฮ่องเต้ได้ ทั้งคิดว่าจะต้องลงมือกับผู้ที่ใกล้ชิดฮ่องเต้ ในสถานการณ์เช่นนี้ พวกขันทีภายในของสำนักพระราชวังพักนี้จึงได้เงินไม่น้อย หลังจากภรรยาขององค์ชายรองไปเยี่ยมเยียนหวงกูหมู่องค์หญิงใหญ่ซู่เหอไม่นาน โจวเสียนเฟยก็ให้นางกำนัลส่งของขวัญไปให้องค์หญิงใหญ่ซู่เหอมากมาย เวลานั้นบ้านเจิ้งเอี่ยนกงก็ครึกครื้นยิ่ง บ้านเจ้ากรมอาลักษณ์เหวยจิ่งเย่าก็มีเสนาบดีกระทรวงกลาโหมเฉินจือเฮ่ากับรองเสนาบดีกระทรวงยุติธรรมโจวหยางซีมาเยือน เจ้าสำนักมุขมนตรีฝ่ายตรวจสอบเซินเคอก็พบองค์ชายรองกับองค์ชายห้าโดย “บังเอิญ”...

เมื่อเปรียบเทียบการกระทำของเหล่าพระญาติต้าหย่งกับขุนนางระดับสูงแล้ว ความคิดของขุนนางเมืองหลวงง่ายดายกว่ามาก ระดับตำแหน่งพวกเขายังต่ำเกินไป ไม่มีความใฝ่ฝันถึงตำแหน่งเสนาบดีฝ่ายขวา ในเมืองหลวงนับไปนับมาก็มีคนอยู่เท่านี้ ไม่แน่ว่าคนที่เจ้าใกล้ชิดจะเป็นคนสายฮ่องเต้  รีบไปเอาใจใกล้ชิดกับคนเหล่านั้น เรียกว่าเป็นการลงทุนเบื้องต้น  ดังนั้นเสนาบดีทั้งหกกระทรวงกับเจ้าสำนักอีกเก้าแห่งพักนี้ก็วุ่นวายมาก อยู่ดีๆก็มีขุนนางมากมายเข้าบ้านเยี่ยมเยียนเชื่อมสัมพันธ์ บางคนถึงขนาดส่งของขวัญราคาแพงมาให้ มัวแต่ยุ่งกับการส่งของขวัญคืนของขวัญ เวลาก็ผ่านไป

“ได้ยินว่าเมืองหลวงมีบ่อนรับแทงเรื่องนี้ด้วย ได้ยินว่าอัตราความเป็นไปได้ของนายใหญ่ท่านคือหนึ่งต่อหก ส่วนเสนาบดีกระทรวงขุนนางคือหนึ่งต่อหนึ่ง...คุณหนูท่านว่าใครมีโอกาสมากที่สุด” ชิวเกอถามเสิ่นหนิงด้วยหน้าตาจริงจัง นางอยากรู้เหลือเกินว่าใครจะได้เป็นเสนาบดีฝ่ายขวา ได้ยินพี่ชายบอกว่ามีการพนันเรื่องนี้ และก็อยากรู้อย่างมากว่าตัวเต็งเสนาบดีกระทรวงขุนนางจะได้หรือไม่ คุณหนูรู้อะไรมากมายปานนั้น คนที่นางเลือกจะต้องไม่ผิดแน่นอน

“ข้าจะรู้ได้อย่างไร...” เสิ่นหนิงพูดยิ้มๆ แต่กลับรู้สึกแปลกใจ ทำไมเกิดก่อนล่วงหน้านานนัก ที่จำได้คือเสนาบดีฝ่ายขวาต้องปีหน้าเดือนสามถึงจะป่วยตาย ตอนนั้นคนที่ได้ตำแหน่งไม่ใช่เสนาบดีกระทรวงขุนนางสวีโหย่วหยวนที่ขุนนางเมืองหลวงเห็นว่าเป็นไปได้สูงสุด แต่เป็นเสนาบดีกระทรวงกลาโหมเฉินจือเฮ่า

เพียงแต่ไม่รู้ว่าชาตินี้จะยังเหมือนเดิมหรือไม่

ฉางไท่ฮ่องเต้ไม่ปล่อยให้คนรอนานเกินไป ประกาศผู้รับตำแหน่งต่อจากกานหมิงเฉวียนอย่างรวดเร็วนอกเหนือการคาดคะเนของทุกคน ฉางไท่ฮ่องเต้ให้ผู้ตรวจการณ์เจียงหนานเต้าเยี่ยเจิ้งฉุนเป็นเสนาบดีฝ่ายขวา พร้อมกับเลื่อนเจ้าสำนักต้าหลี่ซื่อหวงปี้เป็นขุนนางชั้นสอง  ให้เป็นผู้ตรวจการณ์เจียงหนานเต้า รองเจ้าสำนักต้าหลีซื่อเหอเค่อหนานเป็นเจ้าสำนัก  เลื่อนผู้ว่าฟู่โจวนามชิวเซิ่งเหนียนเป็นรองเจ้าสำนักต้าหลี่ซื่อ ทั้งสั่งเหล่าขุนนางเข้ารับตำแหน่งโดยเร็ว ส่งมอบหน้าที่ บันทึกประวัติตามขั้นตอน

เยี่ยเจิ้งฉุนดูภายนอกเหมือนโยกย้ายในตำแหน่งระดับเดียวกัน แต่ความจริงแล้วถือได้ว่าเป็นการเลื่อนขั้น ผู้ตรวจการณ์เจียงหนานเต้าเทียบได้กับหนึ่งในสี่ขุนนางแถวหน้า ตำแหน่งใครใหญ่กว่าย่อมไม่ต้องบอก

การโยกย้ายครั้งนี้ ไม่มีผลดีใดๆต่อองค์ชายทั้งสาม ไม่มีองค์ชายไหนได้รับแรงสนับสนุนเพิ่มขึ้น

เมื่อพระราชโองการนี้ออกมา ขุนนางไม่น้อยรู้สึกเหมือนคว้าน้ำเหลว ไม่นึกว่าฮ่องเต้จะย้ายคนนอกเมืองหลวงมาดำรงตำแหน่งเสนาบดีฝ่ายขวา โดยเฉพาะสายองค์ชายรองกับเสนาบดีกระทรวงกลาโหมนั้นผิดหวังมากที่สุด ถึงแม้ตำแหน่งเสนาบดีกระทรวงกลาโหมมีอำนาจยิ่งใหญ่ แต่ระดับขั้นก็ยังต่ำกว่าหนึ่งระดับ ยิ่งสูงขึ้นตำแหน่งก็ยิ่งน้อยลง กว่าที่กานหมิงเฉวียนจะล้มป่วยจนต้องลาออก แต่โอกาสนี้กลับช่วงชิงมาไม่สำเร็จ พอคิดถึงช่วงก่อนที่ขุนนางระดับล่างมายกย่องสรรเสริญ  ทั้งซั่งกวนเฉิงโย่วกับเฉินจือเฮ่าต่างรู้สึกอึดอัดใจอยู่บ้าง

องค์ชายห้าซั่งกวนฉางจื้อแม้จะไม่พอใจกับผลการเลื่อนย้ายนี้ แต่กลับมาคิดอีกที ก็ยังดีกว่าเฉินจือเฮ่าได้เลื่อนขึ้นเยอะ ตัวเองถึงแม้จะไม่ได้รับผลดี แต่องค์ชายรองกับองค์ชายสามก็ไม่ได้รับแรงสนับสนุนมากขึ้น ถือว่าทุกคนเสมอกัน โดยเฉพาะองค์ชายรอง นับว่าวุ่นวายโดยเปล่าประโยชน์แท้ๆ  เขาได้ข่าวการเคลื่อนไหวของเต๋อเฟยกับองค์ชายรอง นึกถึงจุดนี้ ซั่งกวนฉางจื้อค่อยรู้สึกสบายใจขึ้นมาบ้าง เพียงแต่เขาเคยชินกับการที่ต้องป้องกันไว้ก่อนแก้ หลังความสบายใจผ่านไปก็สั่งพวกสวี่ซันซือตระเตรียมข้อมูลทั้งหมดของเยี่ยเจิ้งฉุน รอแต่เพียงหลังจากเขาเข้ารับตำแหน่งแล้วค่อยแสร้งพูดให้เขาถูกใจก็พอแล้ว

เสนาบดีกระทรวงขุนนางสวีโหย่วหยวนยังคงยิ้มร่า ไม่ได้ใส่ใจกับเรื่องนี้ ว่าไปแล้ว  ตำแหน่งเสนาบดีฝ่ายขวานี้เป็นเพราะเขาจงใจหลีกทางให้ เดิมทีฉางไท่ฮ่องเต้หมายตาเขาไว้ เคยเรียกพบเป็นการส่วนพระองค์แจ้งให้เขารู้ แต่สวีโหย่วหยวนแจ้งผลการตรวจร่างกายจากฝ่ายแพทย์หลวงให้ฉางไท่ฮ่องเต้ว่าสุขภาพไม่ดี ตั้งใจรองานสอบเลื่อนขั้นครั้งนี้เสร็จสิ้น  ก็จะขอลาออกเช่นเดียวกับกานหมิงเฉวียน  ในเวลาเดียวกันเพื่อช่วยฮ่องเต้แบ่งเบาปัญหา ยังเสนอผู้ตรวจการณ์เจียงหนานเต้าเยี่ยเจิ้งฉุนดำรงตำแหน่งเสนาบดีฝ่ายขวาอีกด้วย

เทียบกับความผิดหวังขององค์ชายรอง  ขุนนางสายเจียงหนานต่างดีใจ ในที่สุดก็ได้ต้นไม้ใหญ่ไว้อาศัยร่มเงา เสิ่นหวาซั่นกับเสิ่นเจ๋อจิ้งก็ไม่เว้น จางซู่ยิ่งไม่ต้องพูดถึง วิ่งไปบ้านตระกูลเสิ่นแสดงความยินดีกับพวกเสิ่นเจ๋อจิ้ง ด้วยเหตุนี้ทั้งลูกเขยกับลูกศิษย์เยี่ยเจิ้งฉุนทั้งคู่ต่างดีใจจนเมามาย ถือว่าแสดงความยินดีล่วงหน้าที่พ่อตาของตนได้เลื่อนขั้น

สถานการณ์ของขุนนางในเมืองหลวงเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงอย่างเงียบๆ ต่อจากการเลื่อนตำแหน่งของเยี่ยเจิ้งฉุนกับการลาออกของกานหมิงเฉวียน มีบางคนรู้สึกถึงเรื่องนี้  แต่ก็มีบางคนที่ไม่ได้รับรู้เลยแม้แต่น้อย...

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น