Ranmaru *

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

โทรครั้งที่ 16 :: ทำไมไม่ดูให้ดีๆ!! [ครบ - 100% -]

ชื่อตอน : โทรครั้งที่ 16 :: ทำไมไม่ดูให้ดีๆ!! [ครบ - 100% -]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.1k

ความคิดเห็น : 28

ปรับปรุงล่าสุด : 26 ก.ค. 2561 18:24 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
โทรครั้งที่ 16 :: ทำไมไม่ดูให้ดีๆ!! [ครบ - 100% -]
แบบอักษร

โทรครั้งที่ 16 ทำไมไม่ดูให้ดีๆ!!

          รุนแรง? รุนแรงอะไร

            คำๆ นี้ผุดขึ้นในหัวได้เพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้น สมองยังประมวลผลไม่ทันเสร็จด้วยซ้ำ ร่างกายของผมก็โดนไอ้โจรปีนบ้านผลักจนหงายหลังลงไปบนเตียง ปิดกั้นทางหนีอีกชั้นด้วยการตามมากอดไว้ทั้งตัว ผมเบิกตากว้างอ้าปากพะงาบๆ ทำอะไรไม่ถูกอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตั้งสติคิดได้ ว่าไม่ควรอยู่เฉยให้อีกฝ่ายกอดแบบนี้ก็ออกแรงดิ้นทันที

            “ปล่อย!”

            “ปล่อยพี่ก็วิ่งสิ”

            ก็ใช่น่ะสิ!

            เหมือนตัวเองกลับไปเป็นเด็กตัวเล็กๆ อีกครั้ง ไม่ว่าผมจะดิ้นยังไง ถีบอีกฝ่ายยังไง ร่างกายใหญ่โตนั่นก็ไม่ขยับไม่สะเทือนเลยแม้แต่น้อย ถึกทนเป็นกำแพงเมืองจีน ถ้ามันใจร้ายหน่อยคงถามแบบเหยียดๆ ว่า พี่แดกข้าวบ้างหรือเปล่าครับ ทำไมแรงเท่ามด

            ยิ่งผมดิ้นท่อนแขนแกร่งก็ยิ่งรัดแน่น ที่บอกว่ารุนแรงคือแบบนี้น่ะเหรอ กอดรุนแรงว่างั้น ผมกัดริมฝีปาก นอกจากจะอึดอัดแล้วยังหนักอีกด้วย ใครใช้ให้แกทิ้งน้ำหนักลงมาทั้งตัวแบบนี้ห้ะ

            “ถอยออกไป พี่หนัก”

            “จนกว่าเราจะคุยกันรู้เรื่อง ผมจะกอดพี่ไว้แบบนี้” มันดื้อเว้ยเฮ้ย! น้ำเสียงบ่งบอกเลยว่าที่พูดมานั้นเจ้าตัวเอาจริง ผมถอนหายใจ เหลือบตามองศีรษะไอ้เด็กซนปีนบ้าน อีกฝ่ายเลื่อนใบหน้ามาซบกับไหล่ผม ลมหายใจอุ่นๆ ที่รดรินแถวๆ ลำคอมันกำลังสร้างความรู้สึกแปลกๆ ให้แก่ผม

            “พี่จะไม่หายโกรธผมจริงๆ เหรอ” เวลาผ่านไปครู่หนึ่งเสียงทุ้มก็ดังขึ้นข้างหู

            “หมายถึงเรื่องไหนล่ะ”

            “ผมทำพี่โกรธเรื่องเดียวไม่ใช่เหรอครับ”

            กล้าพูดดดด~ แล้วที่ตลาดวันนี้คืออะไร กูเบิกบานมากสินะ

            “ต้องทำยังไงพี่ถึงจะหายโกรธ ให้เลิกยุ่งไม่เอานะ ไม่ทำ” พอลรีบดักทางไว้ก่อนเลย ผมเบะปาก มันรู้ทันอะ

            “เริ่มจากปล่อยพี่ก่อนไหม”

            “เรื่องนี้ก็ไม่ทำเหมือนกันครับ”

            แล้วมึงจะทำอะไรบ้าง!

            ผมถอนหายใจอีกครั้ง ผมอึดอัดจริงๆ นะไม่ได้พูดเล่น เล่นทับกันทั้งตัวแบบนี้ผมจะหายใจไม่ออกแล้วเนี่ย ผมขยับขานิดๆ เพราะมันเริ่มจะชาละ พอลเห็นว่าผมไม่สบายตัวจึงขยับลงไปนอนข้างๆ แทน และแน่นอนมือตุ๊กแกของมันยังทำงานดีอยู่ พลิกตัวผมให้ตะแคงหันหน้าเข้าหา

            จะฆ่าผมเหรอคุณชนกันต์ ใกล้มากไอ้บ้าเอ้ย!

            ผมหลบสายตาทันควันเมื่ออีกฝ่ายส่งนิ้วมาเกลี่ยแก้ม ถึงเนื้อถึงตัว!

            “ใจอ่อนให้ผมบ้างหรือยังครับ”

            “...”

            “ดีกันนะครับคุณแจน” ใจผมเต้นโครมครามกับน้ำเสียงออดอ้อนนั่น แกมันร้ายพอล ผมก้มหน้างุดหลบสายตา มึงมองรังแคบนหัวกูไปก่อนแล้วกัน

            “อย่ามาพูดด้วยเสียงแบบนี้นะ” ผมพึมพำ

            “พี่ไม่ชอบแม้กระทั่งเสียงของผมเหรอ”

            “เปล่า…” เสียงผมเบาลงกว่าเดิม อีกนิดจะถึงขั้นงึมงำในลำคอแล้ว

            “พี่อย่าเพิ่งมุดสิ เขินหรือไงครับ” พอลดึงผมกลับขึ้นไปสบตา เพราะผมก้มหน้าหนีจนแทบจะมุดหายเข้าไปในอก เนี่ย พอสบตาแบบนี้แล้วไม่ดีเลย มันทำให้ผมไม่สามารถใจแข็งต่อไปได้

            “ดีกันๆ ให้อภัยผมนะ สัญญาเลยว่าต่อไปนี้จะไม่โกหกไม่หลอกอะไรพี่อีกแล้วครับ จะบอกทุกเรื่องเลย นะ” พอลยังคงใช้ลูกอ้อนอย่างต่อเนื่อง ผมเม้มริมฝีปาก สมองพยายามสั่งการว่ามึงอย่าไปยอม แต่ใจนี่ละลายตั้งดีกันนะต้นประโยคแล้ว

            “เชื่อได้แน่เหรอ”

            “ผมชนกันต์ ขอเอาเกียรติของพนักงานดีเด่นสองปีซ้อนเป็นประกันเลยครับ” เอิ่ม...ขอโทษที่ต้องมองเอือมใส่นะ ตำแหน่งนั้นของมึงมันประกันอะไรได้ ผมร้องหึในลำคอ พอลกำลังรอคำตอบจากผมอย่างใจจดใจจ่อ

            “ก็…”

            “...”

            “ให้แค่ครั้งนี้เท่านั้นนะ ถ้ามีอีกพี่จะเผาบ้านแก”

            รอยยิ้มกว้างอันเจิดจ้าปรากฏขึ้นทันที พอลดึงผมเข้าไปกอดแน่นๆ อีกครั้ง เสียงทุ้มน่าฟังพึมพำอยู่ข้างหู

            “ขอบคุณนะครับ”

            ผมหลับตาลง ยอมคืนดีด้วยแล้วรู้สึกโล่งขึ้นเยอะ หึ! เห็นแก่ที่อีกฝ่ายพยายามง้อตลอดทั้งอาทิตย์ละกัน ส่วนเรื่องที่ตลาดแจนจะไม่พูดถึง ปล่อยมันไป อย่างที่เป็น

            พอได้กอดไอ้เด็กโจรก็ดูจะได้ใจ ไม่ยอมปล่อยเลย ผมกระแอมเบาๆ แล้วนะ แต่มันยังตีเนียนทำเป็นไม่รู้ตัว

            “พอล”

            “...”

            “คุณชนกันต์ ผมว่าคุณปล่อยผมได้แล้วนะ”

            “ไม่อยากปล่อยเลยครับ”

            “ไม่กลับบ้านหรือไง”

            “ไม่ครับ ปีนกลับไม่ไหวแล้ว ขอนอนด้วยคนนะครับคุณแจน” ผมถึงกับกลอกตาให้ข้ออ้างที่ฟังไม่ขึ้นนั่น มึงปีนไม่ไหวก็เดินออกจากห้องไปดีๆ ไหมล่ะ

            “อืมมม คิดถึงจังเลยครับคุณแจน”

            “…”

            “…”

            ผมถอนหายใจ เออ ปากตรงกับใจก็ได้วะ “คิดถึงเหมือนกันคุณชนกันต์”


…………….


            เมื่อคืนผมมีโจรมานอนด้วย (ยังให้มันเป็นโจรอยู่) เจ้าตัวดื้อไม่ยอมกลับ ส่วนผมก็...อืม ก็โอเค~ เป็นคืนแรกที่หลับไปโดยมีเสียงอ่อนโยนกล่อมข้างหูว่า *‘ฝันดีครับ’* เคยคิดเล่นๆ ใครจะรู้ว่าวันนึงจะได้ยินข้างหูก่อนนอนจริงๆ

            ผมตื่นเช้าล้างหน้าแปรงฟันแล้วเดินลงมาข้างล่าง พอลยังหลับอยู่บนห้อง ผมไม่ได้ปลุกปล่อยให้นอนต่อไปก่อน ผมเข้าครัวต้มน้ำชงไมโลกิน ระหว่างที่กำลังยืนรอให้น้ำเดือดหูก็ได้ยินเสียงเดินลากเท้ามาด้านหลัง ก่อนตามมาด้วยอ้อมแขนอุ่นๆ จากคนที่เพิ่งตื่นนอน

            “ตื่นเช้าจังเลยครับ”

            “เมื่อคืนใครให้พี่นอนเร็วล่ะ” ถ้าอีกฝ่ายไม่ใจกล้าปีนเข้ามาผมคงลุกไปนั่งทำงานต่อ

            “ขอโทษครับ”

            “ไมโลหน่อยไหม”

            “ครับ ก็ดี ขอบคุณครับ”

            “ไปล้างหน้าแปรงฟันก่อนไป เดี๋ยวพี่ชงให้” ผมบอกพลางดันตัวอีกฝ่ายออก พอลพึมพำรับคำเบาๆ แล้วเดินออกไป ผมยืนรอจนน้ำเดือดก็ชงเผื่ออีกคน ถือไมโลสองแก้วเดินออกไปวางที่โต๊ะกินข้าว ไม่รอมันหรอกครับ นั่งกินก่อนเลย

            ผ่านไปครู่หนึ่งพอลก็เดินกลับลงมาด้วยชุดเดิม ยังไม่ได้อาบน้ำเหมือนกันล่ะสิ ร่างสูงพึมพำขอบคุณพร้อมหยิบแก้วไมโลไปถือ ดวงตากวาดมองไปรอบๆ ก่อนจะหยุดอยู่ที่รูปของพี่ณะ ผมลืมเอาผ้าคลุมไว้

            “วาดสวยดีนะครับ”

            “สวยอะไร ยังไม่เสร็จเถอะ”

            พอลโคลงศีรษะเบาๆ ยกไมโลหอมๆ ขึ้นจิบก่อนหันมายิ้มให้ผม “วาดรูปผมบ้างสิครับ”

            หืม มึงอารมณ์ไหนชนกันต์ ฝีมือกูเป็นเงินเป็นทองนะบอกก่อน จะเอาต้องจ่าย ไหนตังค์

            ผมกวาดตามองสำรวจร่างกายพอลตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า พอเห็นว่าผมมองเจ้าตัวก็ทำแววตาระยิบระยับน่าตบทันที

            “อยากให้ถอดเหรอครับ”

            คำถามดูติดเรทแล้วชนกันต์ ผมเม้มริมฝีปาก แก้มมันร้อนวูบวาบนิดๆ แต่เราอย่าไปยอมมัน เราต้องสู้กลับไปบ้าง ผมเท้าคางยิ้มกลับ

            “ได้ถอดแน่ แต่ยังไม่ใช่ตอนนี้”

            พอลชะงัก ยกมือแตะอกข้างซ้ายของตน “แย่แล้ว พี่แจนทำผมใจเต้นแรง”

            “จริงอะ?!”

            “ลองฟังดูไหมครับ” พอลวางแก้วลงแล้วอ้าแขนออก ให้ท่ากันแบบสุดๆ เลยนะเนี่ย ไอ้ผมนี่ก็ใจง่าย กับคนๆ นี้ก็ไม่ค่อยมีคำว่ายากอยู่แล้วด้วย ผมลุกขึ้นเดินเข้าหาอ้อมแขนที่อ้ารอ แนบหูลงกับอกแกร่ง

            อืม...ใจเต้นแรงอย่างที่บอกไว้จริงด้วย

            ใจกูนี่แหละ!!

            “อีกสักพักออกไปหาอะไรกินกันไหมครับ”

            “ไม่!” ผมตอบทันทีแบบที่ไม่ต้องเสียเวลาคิดเลย ผละออกจากอ้อมกอดอุ่นแล้วก็แยกเขี้ยวใส่คนตรงหน้า อยู่ๆ ก็กลับเข้าร่างแจนเวอร์ชั่นเกรี้ยวกราด มึงคิดว่ากูจะกล้าไปตลาดเหรอหลังจากมึงเล่นใหญ่ให้โลกจำไปแบบนั้น

            “อย่าคิดว่าจะลืมนะเว้ยว่าทำอะไรไว้! อายน่ะอายเข้าใจไหม”

            “อะไรครับเนี่ย อยู่ๆ ก็ดุ ไหน ดูเขี้ยวหน่อยสิ” พอลไม่สลด หยอกผมกลับด้วยน้ำเสียงขี้เล่นพลางเอามือมาดึงริมฝีปากบนของผม

            งับแม่ง!

            “โอะ ดุจริงๆ ด้วยแฮะ” พอลพึมพำยิ้มๆ ดีนะมันดึงมือกลับทัน ไม่งั้นผมคงได้ฝากรอยฟันไว้ที่มืออีกแผล

            “อยากได้อีกแผลไหมล่ะ”

            “กลัวแล้วครับ” ร่างสูงยกมือขึ้นทั้งสองข้างคล้ายจะบอกว่าผมยอมแล้ว ถึงท่าทางจะดูเหมือนยอมจริงๆ แต่รอยยิ้มบนริมฝีปากหยักสวยนั่นกลับเป็นคนละเรื่องกันเลย พอลยิ้มขำ ในแววตามีความเอ็นดูแฝงอยู่

            มึงมองกูด้วยฟิลเตอร์เด็กตัวเล็กๆ สินะ

            “ถ้าไม่ออกไปกินข้าวแล้วเราจะกินอะไรกันดีครับ”

            “เดี๋ยวทำให้กิน”

            “อ่า...กำลังรอคำนี้อยู่เลย”

            เฮอะ! ขอให้ทำตั้งแต่แรกก็จบแล้วปะ

            ของสดในตู้เย็นยังเหลือจากเมื่อวาน ถึงจะไม่เยอะเท่าไหร่แต่ก็พอทำอะไรกินได้ ด้วยความขี้เกียจ (และต้องเก็บไว้กินอีกยาว) ผมจึงเลือกทำข้าวผัด ง่ายมาก ใส่ทุกอย่างลงไปในกระทะแล้วก็ผัดๆๆ ประหยัดเวลาดีด้วย

            ผมเอาคะน้ามาปอกผิวแข็งๆ ของมันออก ระหว่างนี้ร่างสูงก็เดินวนวอแวอยู่ใกล้ๆ ไม่ห่าง ผมรับรู้ได้ถึงดวงตาที่มองมาด้วยความสนใจ ไอ้มองน่ะผมไม่เท่าไหร่ แต่การที่ยืนใกล้ๆ แบบนี้มึงเป็นอะไรชนกันต์ ขาดความอบอุ่นเหรอครับ

            “กินข้าวเสร็จพี่ทำอะไรต่อครับ”

            “ไม่รู้สิ คงทำงานมั้ง แล้วนายล่ะ”

            “ผมว่าจะล้างรถน่ะครับ ไม่ได้ล้างมานานแล้ว” ร่างสูงโคลงศีรษะขณะพูด แหม ไม่ได้ล้างนานแล้ว ถ้านั่นคือไม่ได้ล้างของมึงนะ ผมยังเห็นรถของมันสะอาดเอี่ยมอยู่เลย นานของคุณนี่กี่วันครับ

            “งั้นเหรอ เอาสิ เดี๋ยวพี่ช่วย”

            พอลเลิกคิ้วสูง และตามมาด้วยยิ้มอ่อนโยน “แฟนใครเนี่ย น่ารักจัง”

            ผมขำในลำคอแผ่วๆ วางมีดลง หันไปหาคนข้างกายพลางเอานิ้วจิ้มไปที่อกแกร่งจึ้กๆ

            “แฟนคนนี้” พูดเองก็เขินเอง พอลชะงักไป คงไม่คิดว่าผมจะกล้าพูดแบบนี้ล่ะมั้ง เมื่อหายเหวอพอลก็หัวเราะตาม

            กินข้าวกันเสร็จก็นั่งพักให้ข้าวในท้องมันย่อยสักหน่อย จากนั้นเราทั้งคู่ก็พากันออกมาที่หน้าบ้าน พอลเลื่อนรถออกมาเตรียมที่จะล้าง ส่วนผมไปเอาอุปกรณ์ในบ้านตามที่พอลบอก

            ผมเดินกลับออกมาเมื่อหยิบของที่ต้องการครบแล้ว เจ้าของรถกำลังเปิดน้ำอยู่พอดี พอเห็นผมอีกฝ่ายก็หันสายยางมาทางนี้และ…

            ...ซ่า!

            เต็มๆ หน้าเต็มๆ ตัวเลยจ้า~

            น้ำแรงมาก เข้าจมูกเต็มๆ ผมสำลักไอค่อกแค่ก โยนถังน้ำฟองน้ำอะไรที่หยิบออกมาลงพื้นทันทีทันใด ก้มมองสภาพลูกหมาตกน้ำของตัวเองก่อนเงยหน้าเท้าเอวจ้องคนทำอย่างเอาเรื่อง

            “ไม่ใช่สงกรานต์นะเว้ย!”

            “ยังไม่ได้อาบน้ำนี่ครับ ไม่เห็นเป็นไรเลย ยังไงก็ต้องเลอะอยู่แล้ว” มันไม่สลด ยักไหล่ยิ้มๆ ไม่สำนึกในความผิดเลยแม้แต่น้อย กูแสบไปทั้งจมูกมึงไม่คิดจะเห็นใจหน่อยหรือไง ผมขมุบขมิบปากด่ามัน ก้มหยิบฟองน้ำขึ้นมาก่อนจะปาใส่

            แต่เสียดายง่ะ มันรับได้ ฮึ่ย!

            ร่างสูงกระดิกนิ้วเรียก “มาเร็วพี่แจน”

            ผมพยายามมองข้ามเสื้อผ้าเปียกๆ ไป แล้วช่วยพอลมันล้างรถ ที่บอกว่าไม่ได้ล้างนานแล้วจากตัวรถก็ไม่ได้เลอะอะไรเท่าไหร่นะ พอล้างไปล้างมาอารมณ์ขุ่นเคืองที่อีกฝ่ายทำผมเปียกก็ละลายหายไปกับน้ำ เพราะพอผมใช้ฟองน้ำถูไปถูมา ก้มมองเสื้อผ้าตัวเองอีกทีก็เอิ่ม...เปียกหนักกว่าเดิมอีกจ้า

            ขอโทษที่แขนสั้น เวลาเอื้อมสุดแขนไปถูรถมันจึงเลอะ

            ผมเดินไปหาพอลที่ยืนอยู่ทางด้านหน้ารถ สะกิดไหล่กว้างจึ้กๆ อ้าแขนออกให้คนตรงหน้าดูสภาพ

            “เลอะกว่าเดิมอีก” ผมบอกขำๆ พอลยิ้มตาม ดวงตาคมกวาดมองครู่หนึ่ง มันไม่พูดอะไรแต่จัดการอุ้มผมขึ้นนั่งบนกระโปรงรถแทน เอาตัวเองตามมากอดเอว แววตานี่เป็นประกายวิบวับวิ๊งๆ เลยนะ

            “เสียดายจัง พี่น่าจะใส่สีขาว” เสียงทุ้มอ่อยลงเจือเสียดาย ผมก้มมองเสื้อที่ใส่อยู่อีกครั้ง สีน้ำเงินเข้มแบบนี้คงไม่ถูกใจคนพูดสินะ ผมยิ้มมุมปาก เชิดใบหน้าขึ้น โกยความมั่นใจขึ้นมาใช้เต็มเปี่ยม

            “ทานโทษนะ อย่างพี่น่ะไม่จำเป็นต้องสีขาว ไม่ว่าใส่สีไหนก็เซ็กซี่” ขยิบตาท่าทางขี้เล่นให้ด้วย ร่างสูงหัวเราะ ริมฝีปากเผยยิ้มกรุ้มกริ่ม มือที่กอดเอวอยู่ก็ซนเลื่อนไปที่แผ่นหลัง ผมยืดตัวขึ้นเมื่อปลายนิ้วอุ่นๆ นั่นสัมผัสเกลี่ยโดนผิวแผ่วเบา

            “อันนี้เห็นด้วยครับ” ใบหน้าหล่อเหลาขยับเข้าใกล้ นี่เป็นอีกครั้งที่เจ้าตัวใช้น้ำเสียงของตนทำให้ผมเขิน พอเขินก็ก้มหน้าหนี นั่นจึงทำให้เห็นว่าฝ่ามือหนาอีกข้างนั้นตอนนี้วางแหมะอยู่ที่ต้นขาผม

            พรึ่บ

            พอลจับขาผมแล้วดันให้แยกออก เอาตัวเองแทรกเข้ามายืนตรงกลาง มือก็ยังไม่หลุดลูบๆ เกลี่ยๆ

            “ลูบอะไรนักหนาเนี่ย”

            “นั่นสิครับ ซนจริงๆ เลยเนาะมือผมเนี่ย”

            ดูลูกเล่นของมัน ผมส่ายหน้า ส่งมือไปกอดรอบลำคอคนตรงหน้า ก็เขินอยู่แต่มาขนาดนี้แล้วปะ ใช่ว่าเรื่องแบบนี้จะไม่เคยผ่าน (แม้จะนานมากแล้วก็ตาม) ผมเลิกคิ้วขึ้นสูง

            “แล้วจะซนถึงไหนล่ะ”

            “ให้ถึงไหนล่ะครับ” ให้ถึงไหนแจนไม่รู้ แต่ที่แจนรู้มือชนกันต์เข้ามาในเสื้อแจนแล้วนะ เพราะผมตัวเปียก ผิวจึงมีความเย็นหลงเหลืออยู่ พอโดนมืออุ่นๆ แตะลงร่างกายผมก็กระตุกไปวูบหนึ่ง และยิ่งวูบวาบขึ้นไปอีกเมื่อมือที่วางอยู่บนต้นขาเลื่อนขึ้นมาสูงขึ้น

            “คุณชนกันต์”

            “ครับผม”

            “ตรงนี้หน้าบ้านนะ”

            “คุณแจนไม่ชอบเอาท์ดอร์เหรอครับ หืม”


- 60% -

            18+!! ป้าย 18+ อยู่ที่ไหน เอามาปักเดี๋ยวนี้เลย!

            ผมแกล้งยิ้มยั่ว ขยับใบหน้าเข้าไปใกล้จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจของกันและกัน ใช้จมูกเกลี่ยเข้ากับปลายจมูกของอีกฝ่าย หยอกล้อคลอเคลียให้ความรู้สึกออดอ้อนอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะผละออก

            “ที่จริงก็ชอบนะ ไม่แน่ว่าสักวันนึง…อาจจะอยากเปลี่ยนบรรยากาศก็ได้ แต่ไม่ใช่วันนี้แน่ๆ อีกอย่างเรายังล้างรถกันไม่เสร็จเลยนะ”

            ดวงตาคมเป็นประกายนั่นฉายแววเสียดายออกมาครู่หนึ่ง พอลถอนหายใจ เอนศีรษะพิงกับไหล่ของผม ริมฝีปากก็พึมพำเสียงเบา

            “ให้ตายสิ ใจผม”

            โอ๊ยน่าสงสาร อยากหัวเราะแต่ก็กลัวพอลจะอาย ผมจึงทำเพียงแค่ดึงคนตัวสูงเข้ามากอด เผื่อแผ่ความชื้นจากเสื้อผ้าผมไปสู่เสื้อผ้ามัน มาเปียกด้วยกัน

            “พี่แจน นี่เป็นครั้งแรกเลยที่ผมไม่อยากกลับไปทำงาน” งุ้งงิ้งงอแงได้อีก

            “ขอบันทึกเสียงแป๊บได้ไหมครับพ่อพนักงานดีเด่นสองปีซ้อน” ผมลูบหัวลูบแผ่นหลังกว้าง โอ๋เขาหน่อยคุณชนกันต์เขากำลังทำตัวงอแง

            “ไม่เอาน่าคุณชนกันต์ เผลอแป๊บๆ เดี๋ยวก็วันศุกร์แล้ว ค่อยกลับมาเจอกันนะ” อาทิตย์นึงได้เจอหน้ากันสามวันมันดูน้อยไปจริงๆ แต่ข้อดีของมันคือทำให้เราคิดถึงกัน

            ส่วนข้อเสียคืออีกฝ่ายสามารถมีกิ๊กได้ทุกเมื่อ

            พอ! ไม่เอาไม่คิดแบบนี้

            พอลถอนหายใจ ใบหน้าผละออกจากไหล่มาสบตา ริมฝีปากขยับยิ้มอ่อนโยนอย่างเช่นทุกครั้ง พอลเลื่อนมือทั้งสองข้างมากุมแก้มผม หยอกเล่นด้วยการบีบเบาๆ

            “โอเคครับ คุณแจนเองก็อย่าซนจนทำอะไรพังอีกล่ะ”

            เดี๋ยวงับมือเลย คุณชนกันต์อยากได้อีกแผลสินะ เห็นแจนเป็นตัวทำลายล้างขนาดนั้นเลยเหรอ


………….


            ที่ผมบอกว่าจะไม่เข้าไปที่ตลาดในช่วงนี้ผมก็ไม่ได้ไปตามที่พูดจริงๆ สามสี่วันมานี้อยู่แต่บ้านจ้า กินข้าวก็รื้อๆ ของในตู้เย็นนั่น จนวันนี้...วันที่เดินเข้าครัวมาหาของกิน แต่ทว่าไม่มีอะไรให้ผมสามารถใส่ลงท้องได้เลย

            นี่ตู้เย็นบ้านคนหรือตู้เย็นบ้านร้าง ทำไมมันโล่งอย่างนี้ล่ะ

            ไม่เหลือเลยครับหัวหน้า แม้แต่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปก็ไม่มีจ้า

            ต้องกลายร่างเป็นปลวกแล้วไปแทะฝาบ้านไหม

            ผมกระแทกตู้เย็นปิดด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว เมื่อครู่เพิ่งหัวร้อนจากลูกค้า แก้งานแล้วแก้งานอีก เอาแต่บอกให้ผมลองทำมา พอทำไปไม่พอใจก็สั่งแก้ พอถามว่าอยากได้แบบไหนเขาก็บอกไม่ได้ พยายามใจเย็นแล้วนะ แต่ผมกลับโดนเหวี่ยงซะงั้น หาว่าผมไม่ตั้งใจทำงาน

            ถ้าโลกพัฒนาถึงขั้นทะลุผ่านแชทไปต่อยได้ บอกเลยว่าจะทำอย่างไม่ลังเล

            หงุดหงิดจนลืมสนิทเลยว่าของที่กินได้ชิ้นสุดท้ายผมได้จับยัดเข้าท้องไปแล้วเมื่อคืน

            ต้องไปสินะ ทางเลือกผมมีอยู่สองทาง คือหนึ่งทำหน้าตึงๆ ด้านๆ เข้าไว้แล้วไปซื้อของที่ตลาดซะ มีคนเคยกล่าวเอาไว้ว่าถ้าเรากลั้นใจทำมันลงไปแล้วครั้งหนึ่ง ครั้งต่อๆ ไปมันจะง่ายขึ้น ทางเลือกที่สองคือไปไกลหน่อย เข้าห้างนู่นเลย ซึ่งมันไกลง่ะ แจนขี้เกียจ ร้อนด้วย

            และสาม นอนตายโง่ๆ อยู่บ้าน

            ต้องขอขอบคุณความเกรี้ยวกราดในตัว เพราะเมื่อผมโมโห ผมก็ไม่สนหินสนแดดอะไรอีกเลย อายก็ช่างมันตอนนี้ต้องมีของกิน ผมขับรถออกมาที่ตลาด ระหว่างทางวางแผนไปด้วยว่าจะซื้ออะไรบ้าง พวกของสดน่าจะยัง แต่เอาอะไรอย่างอื่นมาติดบ้านไว้ก่อน

            ตามสั่งหมวยเล็กเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับวันนี้ ผมจอดรถลงข้างร้านเช่นเคย เดินเข้าร้านมองหาไอ้หมวยกี่เพ้าพลางอ้าปากจะสั่งข้าว

            “หมวย! เอา…” ผมชะงัก เริ่มรู้สึกว่าร้านอิหมวยเป็นตัวเลือกที่เลวมากก็ตอนสบกับแววตาล้อเลียนกรุ้มกริ่มของมัน หันหลังเดินออกจากร้านทันปะวะ

            “โผล่มาได้แล้วเหรอพี่แจน”

            “ไม่ยุ่งดิกี่เพ้า” วันนี้ก็กี่เพ้าอีกแล้วครับ สีแดงสดซะด้วย “ข้าวผัดกุ้งพิเศษจานนึง”

            สั่งเสร็จผมก็เดินไปนั่ง ทว่าแทนที่หมวยเล็กจะทำตัวขยัน รีบผัดข้าวให้ลูกค้าอย่างผม อีกฝ่ายกลับเดินดุ๊กดิ๊กมานั่งแหมะฝั่งตรงข้าม

            “สรุปว่ากับพอลนี่ยังไง ดีกันยัง”

            “อยากเสือกว่างั้น”

            “ให้เรียกว่าอยากใส่ใจ~” ร่างบางทำเสียงเล็กเสียงน้อย ผมกลอกตา

            “มึงรู้จักพอลได้ไง”

            “แหมพี่แจน หมวยกว้างขวางนะ” มันยืดอก

            ผมยิ้มเลว เหลือบตามองลงล่าง “กว้างจริงดิ”

            หมวยกี่เพ้าบึ้งปาก สะบัดหน้าหนีแล้วลุกขึ้น “ปากแบบนี้ไม่น่ามีผัว”

            “ปากมึงคงเหมือนกูสินะ เลยไม่มีผัว”

            “เกลียดพี่แจนว่ะ” หมวยเล็กหน้างอ

            เออ เกลียดมึงเหมือนกัน

            สรุปแล้วมันก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งนั้น มีแต่ผมนี่แหละที่กลัวไปเอง ไม่มีใครแซวผมถึงเหตุการณ์โลกจำในวันนั้น (มีแต่อิหมวยนั่นแหละ) ส่วนแม่ค้าบางคนแค่ยิ้มๆ ให้เฉยๆ กราบขอบพระคุณมา ณ ที่นี้ ที่ไม่เปิดปากแซว

            อารมณ์เกรี้ยวกราดเบาบางลงเมื่อได้กินข้าว ยิ่งได้ไอติมกลับมากินที่บ้านอีก หัวเย็นแล้วจ้า นั่งทำงานต่อได้ยาวๆ

            ลากยาวจนถึงตอนกลางคืนผมจึงกะว่าจะพักผ่อนแล้ว ฝืนมากไปร่างกายจะแย่เอา นั่งนานๆ ก็ปวดหลังปวดไหล่อยู่เหมือนกัน

            ผมลุกไปอาบน้ำ แต่งตัวเอาผ้าไปตากเสร็จก็กลับมานั่งหน้าคอม โปรแกรมไลน์มันขึ้นสีส้ม บ่งบอกว่ามีคนทักมา ผมเลื่อนเม้าส์ไปจิ้ม อมยิ้มนิดๆ เมื่อเห็นว่าชนกันต์ทักมาเมื่อสิบนาทีที่แล้ว

            Chanagun’ P : พี่แจน ทำอะไรอยู่ครับ 

            Je T’aime Janz : เพิ่งอาบน้ำเสร็จ นายล่ะ

            Chanagun’ P : เพิ่งกินข้าวเสร็จครับ ยังไม่ได้อาบน้ำเลย

            Chanagun’ P : พรุ่งนี้ผมกลับแล้ว อยากได้อะไรไหมครับเดี๋ยวผมซื้อเข้าไปให้

            Je T’aime Janz : ชนกันต์

            Chanagun’ P : ครับ?

            Je T’aime Janz : ชนกันต์

            Chanagun’ P : ครับ ว่าไง

            Je T’aime Janz : อยากได้ชนกันต์

            ข้อความขึ้นว่าอ่านแล้วแต่อีกฝ่ายนั้นหายไปเลย นั่นโยนโทรศัพท์ออกนอกโลก แป้นตาย นิ้วล็อก หรือว่ากำลังอึ้งอยู่หืม ผมอมยิ้ม เคาะนิ้วลงกับโต๊ะรอข้อความตอบกลับ

            Chanagun’ P : ให้ตายสิ พี่แจนอย่าทำแบบนี้ อยากขับรถกลับบ้านเลยเนี่ย

            Je T’aime Janz : น่าสงสารนะครับ เดี๋ยวกด 9 เป็นกำลังใจให้

            Chanagun’ P : กดเลิฟไม่ได้เหรอครับ พอดีเป็นคนต้องการความรัก

            ผมกุมอก แลกกันคนละหมัดสองหมัด ใจบางไปตามๆ กัน และเนี่ยเห็นไหม บอกแล้วว่าเผลอแป๊บๆ ก็จะวันศุกร์แล้ว ถ้าไม่ใจจดใจจ่อกับมันก็ดูเหมือนเพิ่งผ่านไปแป๊บๆ เอง

แต่ผมไม่ปฏิเสธหรอกนะว่าอยากเห็นหน้า เพราะแม้แต่รูปของอีกฝ่ายผมยังไม่มีเลย เห็นแต่หน้าของอาจารย์เนียนโกะ มาดาระตลอด เจ้าแมวหมูอ้วนกลม

            Je T’aime Janz : พอล ขอรูปพอลสักรูปสิ

            Chanagun’ P : เอาไปทำอะไรครับ

            Je T’aime Janz : เถอะน่า

            ทางนั้นเงียบหายไปครู่หนึ่งก่อนจะกลับมา

            Chanagun’ P : *แนบรูป*

            โง้ยยย~ ไม่ไหวทั้งแผนดินและก็แจน กุมอกไปอีกรอบกับรูปที่อีกฝ่ายส่งมา ในรูปพอลกำลังเอนกายนอนอยู่บนโซฟาสีแดง เจ้าตัวสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวปลดกระดุมโชว์ลำคอและแผงอกนิดๆ ดวงตาคมมองกล้อง อมยิ้มแล้วทำปากจู๋

            มันดีอะ น่ารัก อยากขย้ำๆ แล้วกลืนลงท้อง ฮือออ ดี~

            Chanagun’ P : ถ้าคิดถึงก็ดูรูปนะครับ แล้วอย่าลืมยิ้มด้วย

            น่ารักเก่งอะคนนี้

            ผมกำลังจะพิมพ์ข้อความตอบกลับ ทว่ามันมีคนอื่นขัดจังหวะโดยการไลน์มารัวๆ จนเครื่องแทบค้าง ผมขมวดคิ้วมองข้อความที่เด้งขึ้นมา

            **+ S u p e r S e b b y +** : พี่แจนนนนนนนนนน

            **+ S u p e r S e b b y +** : พี่แจนคร้าบบบบบบ~ ฮัลโหล

            **+ S u p e r S e b b y +** : พี่เห็นเซบไหม เห็นเซบหรือเปล่า

            **+ S u p e r S e b b y +** : ก๊อกๆ หนึ่ง สอง สาม สี่

            ก๊อกที่หน้ามึงอะซุปเปอร์เซบ และอีกเยอะแยะที่ผมขี้เกียจจะอ่าน ผมกลอกตา รัวมาจนผมหงุดหงิดต้องกดเข้าไปด่ามัน

            Je T’aime Janz : โอ้ยยยย รัวมาทำไม รำคาญ มีอะไร

            **+ S u p e r S e b b y +** : *แนบรูป*

            **+ S u p e r S e b b y +** : *แนบรูป*

            **+ S u p e r S e b b y +** : เพื่อนพามาเลี้ยงแล้วฮะ เพราะพี่แจนเลยนะเซบถึงได้ชนะ

            ความดีความชอบกูเฉย แต่เพื่อนมึงเลี้ยงช้าไปนะ รูปที่อีกฝ่ายส่งมาคือหมูกระทะ ดูท่าน่าจะเป็นร้านในตลาด แถมมีรูปตัวเองฉีกยิ้มเท่ๆ โชว์เขี้ยวเสน่ห์อีกด้วย ได้ข่าวว่าวันนั้นกูแค่บังเอิญผ่านไป และมึงก็โมเมให้กูเชียร์ ซึ่งกูก็นั่งคุยกับหมวยเล็กจนไม่ได้สนใจที่จะมองมึงเลย รู้ตัวอีกทีมึงก็ชนะแล้วซุปเปอร์เซบ

            ผมส่ายหน้า หันมาสนใจแชทนี้ดีกว่า

            Je T’aime Janz : จะกลับมากินข้าวด้วยกันไหม จะได้ทำไว้รอ

            Chanagun’ P : เอาสิครับ ขอบคุณนะครับ

            Je T’aime Janz : เล็กน้อยน่า

            ตอบทางนี้เสร็จก็ต้องวนกลับไปตอบไอ้น้องเซบต่อ เพราะมันแง่วๆ มาไม่หยุด

            **+ S u p e r S e b b y +** : อยากชวนพี่มาด้วยจัง

            Je T’aime Janz : ไม่ไป จะบ้าเหรอ ไม่รู้จักเพื่อนแกสักคน

            กับมึงกูยังไม่ค่อยรู้จักเลยเซบ

            Chanagun’ P : พี่จะนอนตอนไหนครับ

            Je T’aime Janz : น่าจะอีกสักพัก

            พอมาตอบคนนี้ปุ๊บ ข้อความของอีกคนก็แจ้งเตือนขึ้นมาพร้อมๆ กัน

            **+ S u p e r S e b b y +** : งั้นไว้เรามากินด้วยกันนะครับ แค่สองคน

            แหมมมม มึงมันร้าย แค่สองคนอะไรของมึงน้องเซบ

            Je T’aime Janz : สองคนอะไร ชวนเดทหรือไง

            Chanagun’ P : หืม

            กึก

            Chanagun’ P : คุณแจน จะเดทกับใครไม่ทราบครับ

            เหี้ยละ

            ผมเบิกตากว้าง ใจหล่นวูบไปที่อยู่ที่ตาตุ่ม เพิ่งรู้สึกตัวว่าไม่ได้เปลี่ยนหน้าต่างแชท เพราะอ่านจากมันแจ้งเตือนของเซบที่มุมขวาจอ มือก็พิมพ์ตอบกลับไปทันที ซึ่ง...มันคือหน้าต่างแชทชนกันต์!

            โอ๊ยไอ้แจน! ทำไมมึงไม่ดูให้ดีๆ!!

            Chanagun’ P : ตอบคำถามของผมด้วยครับคุณแจน

            สัมผัสได้ถึงอารมณ์ขุ่นมัวในตัวหนังสือ

            ฉิบหายละ


- 100% -


○○○○○○○○○○○○

กลิ้งมาอัพพพพ แง่มๆ รู้สึกขี้เกียจ อยากอยู่เสยๆ 5555

ถ้าชอบอย่าลืมปาความรักมาให้เค้านะ ขอบคุณสำหรับคอมเม้นท์และกำลังใจด้วยจ้า มากอดที ♥

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านค่ะ :D


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น