AU

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 72 ที่สวมหน้ากากเพราะไม่อยากเปิดเผยตัวตนน่ะสิ

ชื่อตอน : ตอนที่ 72 ที่สวมหน้ากากเพราะไม่อยากเปิดเผยตัวตนน่ะสิ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 118

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 24 ก.ค. 2561 10:28 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 72 ที่สวมหน้ากากเพราะไม่อยากเปิดเผยตัวตนน่ะสิ
แบบอักษร

ตอนที่72ที่สวมหน้ากากเพราะไม่อยากเปิดเผยตัวตนน่ะสิ

สายลมพัดหวิวปลิวไสว พาไอเย็นเข้าซึมซับไปทั่วร่าง ความหนาวจากลมและบรรยากาศที่มีเมฆครึ้มเริ่มเกาะกุมร่างกายให้สั่นสะท้าน สายเลือดไหลนองไปทั่วพื้นส่งกลิ่นคาวคละคลุ้ง ไผ่ที่ยืนหลับอยู่สะดุ้งตื่นพลันทำหน้าสะลึมสะลือเพื่อปรับสายตาให้มองทัศนะภาพให้เห็นชัดเจน

สิ่งที่ปรากฏตรงหน้าคือซากศพและกองอวัยวะของมนุษย์ที่กระเด็นไปคนละทิศละทาง ยากที่จะหาผู้มีชีวิตรอด ยิ่งตรงถนนใหญ่ที่เคยมีผู้คนหนาแน่น บัดนี้ก็ยังหนาแน่นอยู่ แต่แน่นไปด้วยกองศพจำนวนมากมาย ห่างจากไผ่ไปอีกประมาณ 2 กิโลเมตรมีการต่อสู้ระหว่างมอนสเตอร์ระดับสูงและเหล่าทหารของมหากิลด์ทั้ง 4

ที่บัดนี้มารวมตัวกันต่อสู้กับสัตว์ร้ายอย่างยากลำบาก นักผจญภัยนับหมื่นคนต่างระดมโจมตีมอนสเตอร์ แต่ก็ทำได้ยากเย็นนัก เพราะผิวหนาของมันนั้นแข็งแกร่ง อีกทั้งจำนวนที่มากกว่า 1000 ตัวนั้นหาใช่เรื่องง่ายที่จะจัดการมัน

ย้อนความไปก่อนว่ามอนสเตอร์หลายพันนี้มาจากได้ คำตอบคือมันเกิดขึ้นจากปีศาจที่นานะสังหาร เมื่อมันสิ้นชีพวงจรเวทในร่างของมันก็ทำงาน การสังเวยร่างกายเพื่ออัญเชิญมอนสเตอร์ระดับ 3-4 ดาวนับพันตัวออกมา แถมมันยังกระจัดกระจายกันไปโจมตีผู้คนอย่างบ้าคลั่ง นานะเองก็มุ่งหน้าไปยังทิศทางหนึ่งที่มอนสเตอร์จำนวนหลายร้อยมุ่งหน้าไปเพื่อตามสังหารมันให้สิ้น ส่วนทางด้านนี้ปล่อยให้นักผจญภัย และนักรบผู้มาจากเขตแดนเทพอื่นรวมกลุ่มกันต่อสู้เอง แต่ก็เป็นการยาก

“หน่วยที่ 1 ยันมันไว้อย่าให้มันได้เข้ามา หน่วย 2 เตรียมเข้าปะทะระลอก 2” เสียงสั่งการของรองหัวหน้าของมหากิลด์โพเซดอนพูดอย่างเคร่งครัดและเคร่งเครียด เหตุการณ์นี้มันหนักหนาสาหัสมาก เหล่าสมาชิกต้องสูญสิ้นชีวิตไปนับพันคน ซึ่งเป็นการสูญเสียที่มหาศาลที่สุด แต่กระนั้นการจัดการกับมอนสเตอร์ระดับสูงพวกนี้กลับจัดการได้แค่ไม่ถึง 100 ตัวด้วยซ้ำ แม้จะร่วมมือกับกองกำลังของกิลด์อื่นๆ ก็ตาม

เกราะเวท

พายุคลั่ง

เสียงร่ายสกิลของหัวหน้ากิลด์โพเซดอนแล้วก็พุ่งเข้าต่อสู้เป็นแนวหน้าให้กับทีมตัวเอง อาวุธที่เขาใช้นั้นเป็นอาวุธที่ซื้อต่อมาจากนักผจญภัยคนหนึ่ง และมันก็เป็นศาสตราที่สามารถเปลี่ยนสถานการณ์ได้ มันคือสมบัติที่เป็นดั่งปาฏิหาริย์

ไผ่ยืนนิ่งๆ แล้วสำรวจดูตัวเอง ก็พบกับร่างอันเปลือยเปล่าของตนที่ปะทะกับลมเย็นอยู่

“อ่าว เสื้อผ้าหายไปไหนแล้วเนี่ย คงต้องหาหยิบยืมแถวนี้ก่อนล่ะ” เสียงอุทานปนตลกของไผ่เอ่ยขึ้น เขาเดินไปยังเขตถนนแล้วทำการปลดเสื้อผ้ามาจากศพผู้ตาย

เมื่อสวมกางเกงกับเสื้อเสร็จก็เผยให้เห็นชุดผ้าที่ดูบอบบาง และกางเกงสีน้ำตาลตัวหนึ่งที่ขาขาดไปข้าง เผยให้เห็นขาของไผ่ที่ผุดผ่องเปล่งประกายรับลม

การต่อสู้กับแม่ทัพปีศาจนั้นไผ่ยอมรับด้วยใจจริงเลยว่า สูญเสียพลังไปเยอะมาก อีกทั้งการฟื้นฟูพลังเวทมังกรของเขาก็ล่าช้า แม้ว่าร่างกายจะไม่เป็นอะไรแม้ถูกโจมตีไปหลายครั้ง แต่ว่าพลังที่ใช้โจมตีและตั้งรับกระบวนท่าของแม่ทัพปีศาจนั้นต้องใช้เยอะมาก

ก่อนหน้านี้แม้จะต่อสู้กับคิวบ์ และอสูรบรรพกาลทั้ง2 พลังร่างกายและพลังเวทภายในอาจเพิ่มขึ้นมากหลายเท่าตัว แต่แล้วเมื่อเจอกับแม่ทัพปีศาจ ความแตกต่างระหว่างพลังนั้นเห็นได้ชัดเจนโดยเฉพาะ หากเทียบระดับพลังเวท ไผ่ละพรรคพวกมีน้อยกว่าพวกมัน แต่ถ้าเทียบพลังกาย พวกของไผ่มีมากกว่า

อีกทั้งการรับมือกับการโจมตีของแม่ทัพปีศาจ ดูภายนอกอาจเป็นการต่อสู้แบบสูสี แต่เรื่องภายในนั้นพวกมันเหนือกว่า คิวบิลัสพลังก็ไม่ได้ฟื้นฟูอะไรมากแม้หากจะงอกจนถึง 10 หางแล้วก็ตาม แต่กระนั้นการต่อสู้ก็ถือว่าตึงมืออยู่ดี

อสูรบรรพกาลทั้งสองยิ่งไปใหญ่ พวกนั้นไผ่ไม่อนุญาตให้เปิดใช้พลัง เพราะกลัวว่าเมืองจะล่ม จึงต่อสู้เพียงกายภาพ และพลังเวทที่ถูกจำกัด

ไผ่ยืนสูดหายใจลึกๆ เพื่อสัมผัสหานานะ ปรากฏว่าเธออยู่ไกลออกไปหลายกิโลเมตร และกำลังต่อสู้อย่างสนุกสนานอยู่ จึงไม่อยากรบกวน

ส่วนด้านหน้าห่างไปประมาณ 2 กิโลเมตรคือกลุ่มนักผจญภัยที่กำลังต่อสู้กับมอนสเตอ์อย่างเอาเป็นเอาตาย ความสูญเสียของพวกเขานั้นเรียกว่าหนักหนาอย่างที่สุด อีกทั้งมอนสเตอร์คลั่งก็พุ่งเข้าห้ำหั่นสังหารโดยไม่สนใจว่ามันจะตกตาย

เสียงร้องโหยหวนของนักผจญภัยที่โดนโจมตีดังระงม เสียงตะโกนฮึดสู้ด้วยความมุ่งมั่น หรือจะตะโกนด้วยความโกรธแค้นบ้าคลั่ง บางส่วนก็ตะโกนเพื่อปกปิดความกลัวภายในจิตใจ

“สถานการณ์ไม่ค่อยสู้ดีเลยแฮะ ทางด้านนานะไม่ค่อยห่วงเท่าไหร่เพราะพลังเวทเธอมีเหลือเฟือ ทางด้านแพตตี้หรือ รายนั้นยิ่งไม่ต้องกังวลเพราะชีดูแลตัวเองได้ ส่วนด้านของโรสต์เรายังไม่รู้ว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไรบ้าง แต่ว่าด้านหน้าอีกราวๆ 2 กิโลเมตรนี่ปัญหาใหญ่เลย คงต้องช่วยจัดการพวกมอนสเตอร์เหล่านี้ก่อน แล้วค่อยไปหาโรส อืม พลังเวทก็ไม่ได้ฟื้นฟูกลับมามากมายอะไรเสียด้วยสิ อีกทั้งการฝืนใช้ท่ามังกรดันสูบพลังเวทไปมหาศาล

แต่ว่าเพียงแค่มอนสเตอร์ธรรมดาๆ นี่แค่พละกำลังล้วนๆ ก็น่าจะพอ อืม เอาดาบ 7 ดาวไปแสดงศักยภาพสักหน่อยดีกว่า” ไผ่พูดวางแผนกับตัวเองครู่หนึ่ง แล้วสะบัดมือดึงห่อผ้าออกมาจากแหวนมิติอย่างรวดเร็ว ไผ่คลี่ห่อผ้าออกแล้วหยิบดาบระดับ 7 ดาวมาใช้งาน 1 เล่ม ทั้งนี้เพื่อความไม่อยากจะเด่นดังให้ใครจดจำใบหน้าได้ เสื้อที่ทำจากผ้าของศพผู้ตายข้าง ๆ ถูกฉีกออกมาเป็นแนวยาว แล้วนำมาพันหน้าตัวเองเปิดไว้แต่ปาก จมูก และตาเท่านั้น

นับว่าเป็นหน้ากากผ้าที่สามารถสร้างได้อย่างง่ายดายจริงๆ ทั้งยังมีความขลังมากด้วย เพราะมันเอามาจากเสื้อของศพ ห่อผ้าถูกปิดไว้อย่างมิดชิดแล้วเก็บเข้าแหวนมิติ ดาบระดับ 7ดาว เรืองแสงเปล่งประกายพร้อมใช้งาน และต้องการที่จะโชว์พลังอันเปี่ยมล้นของมันให้โลกให้เห็น ดาบระดับสูงที่ถูกสร้างด้วยวิธีพิเศษทั้งยังมีสกิลติดตัวมากมาย นี่ยังไม่พอ มันสามารถชาร์จพลังเวทเองได้อีกต่างหาก

ไผ่มองไปข้างหน้าแล้วบิดซ้ายขวายืดเส้นสาย

“เอาล่ะ ได้เวลาปล่อยของแล้ว” ....................

................................

ดาบที่ไผ่นำออกมาใช้

ระดับ 7 ดาว เลเวล 99

สลักเวท –เกราะเวท ระดับ 1 ดาว

-เกราะเวท ระดับ 5 ดาว

-คมมีดสายลม ระดับ 1 ดาว

-คมมีดสายลม ระดับ 5 ดาว

-วายุคลั่ง ระดับ 1 ดาว

-วายุคลั่ง ระดับ 5 ดาว

-ปรับสมดุลพลังให้กับผู้ถือครอง

-ฟื้นฟูพลังเวทเมื่อถือ

-เพิ่มพลังกาย 1 ใน 20 ของพลังกายทั้งหมด

-เพิ่มทักษะการควบคุมเวท ระดับ 6 ดาว

ความสามารถเฉพาะ

-ชาร์จพลังอัตโนมัติ ให้กับสลักเวท

.................................................

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น