กนกรส มาศอุไร กัมพู

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

รีไรท์ : ปกป้องเพราะถือสิทธิ์ 1/3 (วางจำหน่ายEbook แล้)

ชื่อตอน : รีไรท์ : ปกป้องเพราะถือสิทธิ์ 1/3 (วางจำหน่ายEbook แล้)

คำค้น : อานนท์ มุขธิดา

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 493

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 24 ก.ค. 2561 08:52 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
รีไรท์ : ปกป้องเพราะถือสิทธิ์ 1/3 (วางจำหน่ายEbook แล้)
แบบอักษร

สามารถโหลดซื้อได้แล้ววันนี้​

ต่อจากตอนที่แล้ว...


มุขธิดาชะเง้อคอมองกริ่งสัญญาณตรงประตูรั้วบ้านนึกสงสัยใครกันมาบ้านเธอตั้งแต่ไก่โห่แบบนี้ หรือจะเป็นอนุชินมารับเธอไปทำงาน แต่เธอก็ปฏิเสธเขาไปอย่างหนักแน่น ว่าไม่ต้องเสียเวลามา เธอไม่อยากรบกวน

แต่ก็พอจะเดาออก คนอย่างนั้นเหรอจะฟังเสียงห้ามปรามจากเธอ นับวันเขากลับยิ่งก้าวล้ำความเป็นส่วนตัวของเธอ เรียกร้องขอกลับไปเป็นเหมือนเก่า

 พอคิดว่าเป็นอนุชิน มุขธิดาก็ได้แต่พ่นลมหายใจหนัก ไม่รู้จะพูดแบบไหนให้เขาเข้าใจ เธอไม่พร้อมอยากจะมีใครเข้ามาในตอนนี้ ถ้าอยากจะคบหากันต่อไป ฐานะเดียวที่เธอจะยกให้เขาได้ นั่นคงไว้แค่ความเป็นเพื่อนเท่านั้น

 แต่ถึงจะไม่อยากเปิดประตูต้อนรับเขาเข้ามาวุ่นวาย แต่ด้วยความผูกพันกันมาหลายปี มุขธิดากลับใจร้ายตัดขาดเขาไม่ลง หญิงสาวรีบสาวเท้าเดินไปเปิดประตูรั้วให้ชายหนุ่มเข้ามา ทว่าเมื่อมองลอดซี่รั้วของประตู แผ่นหลังตั้งตรง กว้างขวางดูแข็งแกร่งสมชายชาตรี กลับไม่ใช่อนุชิน...

คิ้วสวยขมวดมุ่น เขามาทำไม

“คุณนนท์...” เธอเรียกเขาก่อนเลื่อนประตูรั้วออกกว้างเพียงเล็กน้อย สายตากระจ่างมองคนตัวสูงกว่าตนเองด้วยความสงสัยไม่หาย

“คุณลืมอะไรอีกหรือคะ” ชายหนุ่มที่กำลังเอามือล้วงกระเป๋ากางเกง หันร่างกลับมาช้าๆ เมื่อตัวเขาเองยังคิดหาข้ออ้างไม่ทัน แล้วจะบอกว่าลืมอะไรดีหว่า

“คือ...เอ่อ...ลืม...” ลืมอะไรดีวะ ก่อนหน้าจะกดกริ่งสัญญาณก็ดันลืมเตรียมคิดเอาไว้ มัวแต่นึกถึงหน้าขาวๆกับตัวหอมๆของคนที่เขานอนกอดไว้ทั้งคืนอยู่ แล้วทีนี้จะตอบว่าลืมอะไรดี

เมื่อคืนเขานอนไม่หลับ ต้องลุกขึ้นมาออกกำลังกายให้เหนื่อย ก่อนฝืนหลับได้ไม่ถึงสามชั่วโมงดี แล้วรีบลุกขึ้นอาบน้ำ หักพวงมาลัยขับรถมาถึงหน้าบ้านของหนูหริ่งตอนไหนเขายังเพิ่งมารู้ตัวเมื่อกี้นี้เอง จะเอาเวลาไหนคิดหาข้ออ้างได้ทัน อานนท์นึกระอาใจตัวเอง

“ว่ายังไงคะคุณ ลืมอะไรหรือเปล่า” ความจริงเขาก็ไม่น่าจะหลงลืมอะไรไว้ที่บ้านของเธอ ตอนเขาลงจากรถวันนั้นเพื่อขอเข้าห้องน้ำ เธอก็ว่าเขาลงมาแต่ตัวนะ หรือว่าลืม...

“ลืมกระเป๋าสตางค์ ฉันลืมกระเป๋าสตางค์ไว้นะ ไม่รู้ฉันทำหล่นไว้ในห้องน้ำบ้านเธอหรือตรงโซฟา เมื่อวานฉันหาไม่เจอ กลับไปดูที่แพนเฮาส์ก็ไม่มี” อานนท์บอกมั่วๆไปอย่างนั้น แกล้งตีหน้าจริงจังให้ดูสมจริง ในเมื่อกระเป๋าสตางค์มันยังนอนแอ้งแม้งในกระเป๋ากางเกงเขาอยู่ตอนนี้ หวังว่ามุขธิดาคงไม่ทันสังเกตเห็นมันก่อนหรอกนะ

“แต่ฉันไม่เห็นนะคะ หรือว่า...” หญิงสาวคิดทบทวน หัวคิ้วเริ่มขมวดมุ่น เธอลงมาอาบน้ำเมื่อเช้าวานก็ไม่เห็นมีนี่นา เมื่อเช้าทั้งป้าละมัยกับพี่โมช ทั้งสองคนไม่เห็นมีใครบอกว่าเจอกระเป๋าสตางค์ในห้องน้ำเหมือนกัน หรือว่าจะหล่นอยู่ใต้เตียง นั่นสิเธออาจจะเป็นไปได้

อานนท์เห็นใบหน้าขาวย่นยู่เหมือนคนคิดทบทวน เลยถือจังหวะนั้น ดันร่างบอบบางให้เดินเข้ามาภายในบ้าน ก่อนเป็นคนหันไปเลื่อนประตูรั้วปิดเสียเอง 

“เข้าไปดูใหม่สิ เผื่อมันหล่นอยู่ตรงที่เธอมองไม่เห็นก็ได้” อานนท์ออกความคิดเห็นส่งเดช มุขธิดาพยักหน้าเห็นด้วย กำลังจะบอกให้เขานั่งรอตรงม้าหินออกนอกบ้าน แต่เสียงทรงอำนาจที่เคยออกคำสั่งจนเคยชิน ดันพูดสั่งขึ้นมาพอดี

“แต่ตอนนี้ฉันหิวกาแฟ ฉันขอกาแฟสักแก้วก่อนแล้วกัน แล้วค่อยหากระเป๋ามาคืนฉัน”

“คะ...” แล้วถ้าหาไม่เจอล่ะ เธอจะเอาที่ไหนมาคืน

“แล้วถ้าไม่เจอ คุณคงไม่ใส่ร้ายว่าฉันเป็นคนขโมยหรอกนะ” หญิงสาวรีบพูดดักทาง เธอจะไม่ยอมตกเป็นแพะให้เขาหาเรื่องมาใส่ร้ายเหมือนครั้งนั้น แค่เรื่องที่เขามองว่าเธอเป็นผู้หญิงไซไลคิดขายตัวให้น้องชายเขา แค่นั้นก็ทำเอาชีวิตเธอตุปัดตุเป๋แล้วหนหนึ่ง ขืนมาโยนความผิด กล่าวหาว่าเธอเป็นขโมยอีก เธอไม่ต้องซวย ถูกเขาแจ้งความจับติดคุกหัวโตหรือยังไง

“ไม่เจอก็ไม่เจอสิ ฉันก็ไม่ได้ว่าอะไรเธอสักหน่อย”

“จริงๆนะ...” มุขธิดาไม่ไว้ใจเธอจึงขอคำยืนยัน จ้องตาคมของเขาไม่จริงจัง

“อืม...”

 อานนท์พยักหน้าอย่างรำคาญ พร้อมคำยืนยันเสียงแข็ง เขารั้งร่างบางของคนขี้ระแวงดันให้เธอเดินเข้าบ้าน ก่อนตัวเองจะโน้มศีรษะลงต่ำ แล้วแอบขโมยสูดกลิ่นหอมจากร่างแน่งน้อย คงเพิ่งผ่านการอาบน้ำมาเสร็จหมาดๆสินะ ถึงได้หอมฉุยเชียว อานนท์สูดกลิ่นหอมนั่นไว้เสียเต็มปอด โดยที่หญิงสาวไม่ทันรู้ตัว...

ละมัยที่กำลังก้าวขาเดินออกจากบ้าน เพื่อไปรับจ้างเป็นแม่ครัวร้านอาหารตามสั่งเหมือนเคย พอนางแลเห็นหลานสาวเดินนำชายหนุ่มแต่งตัวดูภูมิฐาน ใบหน้าหล่อคมคายสะดุดตาตรงเข้ามาในบ้าน ซึ่งนางไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน จึงหยุดมองอย่างนึกสงสัย

“มุขมันพาใครเข้ามาในบ้านเรานะโมช แกรู้จักพ่อหนุ่มคนนั้นหรือเปล่า” ละมัยสะกิดถามบุตรชายปราโมชกำลังเดินลงบันไดมาพอดี ชายหนุ่มชะเง้อคอมองเลยพยักหน้างึกงัก

“อ้อ...ไอ้หนุ่มที่นิสัยแปลกๆคนนั้นนั่นเอง เคยเห็นมาหามุขมันครั้งหนึ่งนะแม่ จำไม่ผิดน่าจะชื่อ อานนท์” ปราโมชเฉลยมารดาก่อนเดินเลี้ยวเข้าห้องครัวเพื่อชงกาแฟ

“เอากาแฟด้วยไหมแม่ เดี๋ยวผมชงเผื่อ” เสียงห้าวตะโกนถาม

“ไม่ละ...แม่จะรีบไป วันนี้สมรมันรีบให้ไปช่วยทำข้าวกล่อง เมื่อวานมีลูกค้าจากออฟฟิศฝั่งตรงข้าม โทรมาสั่งไว้เป็นร้อยแหนะ กลัวจะทำไม่ทัน” ผู้เป็นแม่เตรียมเดินออกนอกบ้านก็พอดีกับมุขธิดาเดินสวนเข้ามา

“จะไปทำงานแล้วหรือจ๊ะป้า” มุขธิดาถามก่อนถูกแรงสะกิดจากคนเดินตาม

ป้าละมัยเองเหลือบตามองยังด้านหลังของหลานสาว รู้สึกชื่นชมชายหนุ่มในใจ หน้าตาหล่อเหลาจริงเชียวพ่อคุณเอ่ย ได้มาเป็นหลานเขยคงเก๋ไม่หยอก

“ป้าจ๊ะนี่คุณอานนท์เป็นพี่ชายของคุณนิ่มจ้ะ...” ป้าละมัยร้องอ้อในใจ และนางกำลังจะยกมือขึ้นไหว้เมื่อเห็นอานนท์ไม่ใช่คนธรรมดาทั่วไป ทว่าเป็นถึงพี่ชายอดีตเจ้านายของหลานสาว แต่อานนท์ไม่รอให้หญิงวัยกลางคนที่มีความสัมพันธ์เป็นป้าของหนูหริ่งมายกมือไหว้เขาก่อน ชายหนุ่มเลยรีบยกมือขึ้นไหว้ก่อนที่แกจะไหว้เขา

“สวัสดีครับ...ป้าไม่ต้องมาไหว้ผมหรอกนะ เดี๋ยวผมอายุสั้นกันพอดี”  เขาบอกเสียงเรียบพร้อมคลี่ยิ้มอ่อนให้ผู้สูงอายุ มุขธิดาวางหน้าไม่ถูก ไม่เคยเห็นเขาในมาดอ่อนโยนกับคนด้อยชนชั้นแบบนี้มาก่อน ปกติเห็นแต่คอยวางมาดข่มคนเขาไปทั่ว

“จ้ะ...ตามสบายนะคะ ป้าต้องรีบไปทำงานแล้ว เดี๋ยวจะสาย ทำข้าวกล่องไปส่งเขาไม่ทันนัด” ป้าละมัยยกมือค้างแล้วพยักหน้ายิ้ม ชายสายตาไปทางหลานสาว ก่อนแกจะเอ่ยลา

“ป้าไปก่อนนะมุข เย็นนี้เราก็โทรไปบอกพ่อชินเขาหน่อย ไม่ต้องหอบซื้ออะไรมาทำครัวหรอก  ของเก่าในตู้เย็นเหลืออีกเยอะ รื้อออกมาทำกินให้หมดก่อน ป้ากลัวมันจะเสีย ทำกินไม่ทันกันพอดี แล้วอีกอย่างไม่ต้องทำเผื่อป้าด้วย เย็นนี้ป้าจะเลยไปเยี่ยมเพื่อนที่โรงพยาบาล”

“จ้ะป้า เดินทางปลอดภัยนะคะ...” มุขธิดารับปากแล้วหลบให้ป้าละมัยเดินผ่าน แต่เธอไม่คิดโทรหาอนุชินเด็ดขาด ตรงกันข้าม เธอกำลังคิดหาทาง ทำอย่างไรไม่ให้เขาเข้ามาที่บ้านของเธอบ่อยๆ

ส่วนอานนท์ได้แต่ยืนนิ่วหน้า เขาเริ่มไม่ชอบใจขึ้นมาฉับพลัน ถึงจะรู้ว่ามันเป็นเรื่องส่วนตัวของหญิงสาว และก็ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับเขาด้วยสักนิด แต่คนมันหงุดหงิดนี่นา ถึงตัวเองไม่มีสิทธิ์ใช่ว่าคนอื่นจะมีสิทธิ์ข้ามหน้าข้ามตาเขาได้เสียเมื่อไหร่ อย่างน้อยๆเขาก็เป็นผู้ชายคนแรกของหญิงสาว ถึงจะได้มาเพราะใช้กำลังข่มแหง ถ้าจะให้พูดกันตามความสัมพันธ์แบบลับๆ มุขธิดาก็ถือว่าเป็นเมียของเขาคนหนึ่งเหมือนกัน

และเมื่อคล้อยหลังของคนเป็นป้า อานนท์จึงฉวยเรียวแขนเล็กรั้งไว้ด้วยอารมณ์มาคุหน่อยๆ นัยน์ตาราชสีห์มองกร้าวยังใบหน้าเรียวเล็ก...

“นายอนุชินมาที่บ้านเธอทำไมบ่อยๆ”

“ฉันจำเป็นต้องตอบคุณด้วยเหรอ...ฉันคิดว่ามันเป็นเรื่องส่วนตัวของฉันเสียอีก” มุขธิดาสะบัดแขนออกแต่ไม่หลุด

“อย่าริบังอาจทำให้ฉันโมโหขึ้นมาอีก มุขธิดา...” เขากัดฟันบอกโดยจ้องสายตาไม่ห่างจากวงหน้ากระจ่างใสดูน่ารักเหมือนเด็กสาว มุขธิดาไม่จำเป็นต้องแต่งเติมสีสันลงบนใบหน้าเกลี้ยงเกลาด้วยสีฉูดฉาด เพียงทาแค่แป้งเด็กอ่อน เท่านี้เจ้าหล่อนก็สามารถดึงดูดสายตาเขาจับจ้องไม่ห่างหายไปไหนได้

“เขามาทำอาหารเย็นที่บ้าน” เธอตอบสั้นและห้วน”

“ครัวบ้านมันไม่มีทำหรือไง ต้องกระแดะมาทำที่บ้านของเธอด้วย” อานนท์เข่นเขี้ยวอย่างนึกโมโห เข้าใจมาตีท้ายครัวบ้านนี้หรือเกินนะ

“ต่อไปห้ามมันมาทำอาหารบ้านเธออีก เพราะฉันไม่ชอบ”

“คุณไม่ชอบแล้วมันเกี่ยวอะไรกับด้วยฉันล่ะคะ”

“นึกแล้วว่าเธอต้องย้อนถามฉันด้วยคำถามแบบนี้” อานนท์ยิ้มเยาะ

 “ก็มันเรื่องจริงนี่นา...” หญิงสาวขยับปากเถียงเขาด้วยน้ำเสียงทีอ่อนลง เพราะไม่อาจทนต่อสายตาขู่เข็ญของเขาได้นาน

“อย่าบังอาจมาย้อนถามว่าฉันเกี่ยวอะไรกับเธออีก ถ้าเธอยังไม่อยากถูกรื้อฟื้นถึงความสัมพันธ์ของเราสองคน ว่ามันแสนลึกซึ้งมากขนาดไหน” มุขธิดาเบิกตา

“คุณอย่าคิดทำบ้าๆเชียวนะ ถ้าไม่อยากเจอดี” เสียงหวานขู่ฟ่อ

“ทำไม? เธอจะทำอะไรฉันได้ ตัวก็เล็กแค่นี้...” อานนท์หรี่ตาลงถาม

“ฉันก็จะฆ่าคุณนะสิ ถามได้” คนฮึดสู้พูดลอดไรฟัน

“น่ากลัวเหลือเกิน ทำปากดีเข้าเถอะ ถ้าโดนฉันจับปล้ำขึ้นมาอีกหน คราวนี้ เธอได้หมดโอกาสหนีกลับบ้านเหมือนครั้งแรกแน่ ฉันจะ...ให้ขาเสียจนเดินไม่ไหวไปเลยดีไหม” อานนท์แกล้งถาม ส่งสายตาหื่นกระหายโลมเลียร่างน้อย

“คนบ้า...” หญิงสาวทุบกำปั้นน้อยลงท่อนแขนหนั่นแน่น ส่งสายตาค้อนควักประหลับประเหลือก โหนกแก้มขาวนวลขึ้นเป็นสีแดงระเรื่อ และก่อนที่สงครามน้ำลายจะเริ่มต้นขึ้นใหม่ ปราโมชที่ชงกาแฟเสร็จพอดี เขาเดินออกมาจากห้องครัว ก่อนหยุดยืนมองชายหญิงตรงปากประตูทางเข้า พร้อมส่งเสียงทัก

“ไงคุณ...เจอกันอีกแล้วนะ” แล้วคำทักทายมีอันต้องหยุดสะดุดเมื่อคนเป็นพี่ชายเห็นลำแขนของน้องสาวถูกกำไว้ด้วยมือหยาบของผู้ชายนิสัยแปลก

“ช่วยปล่อยแขนน้องสาวผมก่อนดีไหมนั่นนะ” ปราโมชบุ้ยปากส่วนมือยังคงถือถ้วยกาแฟเอาไว้ แล้วยกขึ้นดื่ม

มุขธิดาเพิ่งนึกขึ้นได้รู้สึกขัดเขินผู้เป็นพี่ไม่น้อย เลยเป็นคนสะบัดมันออกเสียเอง

“พี่โมช...นี่คุณอานนท์ พี่ชายของคุณนิ่มจ้ะ” ปราโมชโค้งศีรษะให้เล็กน้อยเป็นการทักทาย เขาคาดคะเนอายุของชายหนุ่ม คงพอสูสีกับเขา

“คุณนนท์นี่พี่โมช...พี่ชายของฉันเอง” เอ่ยแนะนำทั้งสองให้รู้จักกันแล้ว หญิงสาวจึงรีบเดินไปหาพี่ชายแล้วเลี่ยงเข้าห้องครัวเพื่อไปชงกาแฟอย่างที่ชายหนุ่มต้องการ ส่วนอานนท์เดินตามมาไม่ห่าง เขาผงกศีรษะทักทายปราโมชพอเป็นพิธี แล้วเดินนำหน้าผู้เป็นเจ้าของบ้าน หย่อนก้นนั่งรอกาแฟที่เขาร้องขอโดยไม่ต้องรอให้เจ้าบ้านเอ่ยปากเชื้อเชิญ

 อานนท์ทำตัวไม่ต่างจากเป็นเจ้าของบ้านเสียเองอย่างไรอย่างนั้น...

ปราโมชเดินตามหลังชายหนุ่มอย่างงงๆ นี่เขาเป็นเจ้าบ้านหรือว่าหมอนี่เป็นกันแน่วะ พร้อมกับแทรกกายเข้านั่งฝั่งตรงข้าม โครงศีรษะไปมาหลังจากรอบสำรวจมองชายหนุ่มนิสัยแปลก อานนท์คนนี้คงจะมาติดพันน้องสาวของเขาอีกคนสินะ นายอนุชินกำลังเจอคู่แข่งรายสำคัญเสียด้วย...

ผู้เป็นพี่จึงแอบประเมินอนาคตน้องเขยในใจ รู้สึกถูกชะตาขึ้นมาเล็กน้อย  หล่อไม่เบาซะด้วยสิ ดูเหมือนจะหน้าตาดีกว่าอนุชินเสียด้วยซ้ำ สำหรับบุคลิกผ่านไม่ต้องพูดถึง ดูพ่อเจ้าประคุณสิ เล่นนั่งไขว่ห้างหลังตรงหน้าเชิดบ่าตั้งตรงเสียแบบนั้น มันบ่งบอกถึงฐานะทางสังคมต้องไม่ธรรมดา  เขาเห็นถึงความเย่อหยิ่ง ถือตัว ลำพองตน ไม่เห็นหัวใครของไอ้หนุ่มคนนี้ เมื่อมันฉายแสงประกายเรืองรองบ่งบอกถึงอำนาจในตัวเองโดยไม่ต้องประกาศบอกใครให้เสียเวลา

มันก็น่าอยู่หรอกที่ไอ้หนุ่มคนนี้จะมีนิสัยหรือบุคลิกท่าทางเช่นนั้น ในเมื่อรังสีบางอย่างที่ไม่ใช่จะมีกันได้ทุกคน มันส่องประกายออกมาจากตัวเขาเสียมากมายขนาดนั้น...

ปราโมชรีบกระดกถ้วยกาแฟที่เหลือขึ้นดื่มพรวดเดียวจนหมด แล้วขยับตัวลุกขึ้นเดินทำทีเป็นเอาถ้วยในมือไปเก็บยังด้านในห้องครัว อานนท์ล้วงเอาโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดเล่นเพื่อฆ่าเวลา เช้านี้เขาไม่มีงานด่วน จะมีอีกทีก็ประชุมช่วงบ่ายนู่นเลย สามารถนั่งเล่นอยู่ที่บ้านมุขธิดาได้อีกนาน

อานนท์ชายตามองคนที่ลุกขึ้นเดินนิดหนึ่ง แล้วก้มหน้าจิ้มหน้าจอโทรศัพท์ต่อ ไม่คิดสนใจตัวพี่ชายมากไปกว่าตัวน้องสาว ไม่รู้หนูหริ่งหายเข้าไปชงกาแฟหรือเข้าไปทำอะไรกันแน่ นานเสียขนาดนี้ คนขี้หงุดหงิดเริ่มนั่งกระสับกระส่าย ชะเง้อคอมองตรงไปยังห้องครัว

ปราโมชเดินเร็วเข้าห้องครัว ก่อนรีบตรงหาน้องสาว

“พี่ไปทำงานก่อนนะมุข แล้วนั่น...” ปราโมชบุ้ยปากไปยังไอ้หนุ่มมาดเนี๊ยบ ซึ่งดูเหมือนจะขาดแค้นความมีมนุษยสัมพันธ์อันดีกับคนรอบตัว มุขธิดายิ้มแหย่ให้พี่ชาย เธอมองตามสายตาแล้วได้แต่ส่ายหน้า

“ปล่อยให้นั่งรอเสียให้เข็ด ไม่รู้พูดจริงหรือมาหาเรื่องกันแน่นะสิ”

หญิงสาวลุกขึ้นจากซอกมุมตู้สะบัดฝุ่นที่เกาะฝ่ามือตอนเธอควานหากระเป๋า พร้อมเดินมาหยุดยืนข้างร่างสูงของคนเป็นพี่ชายพลางแอบบ่นเล็กน้อย

 เหตุเพราะเธอเสียเวลาในการหากระเป๋าเงินของเขาอยู่ตั้งนาน ไม่เห็นมันจะตกหล่นแอบซ่อนตรงส่วนซอกไหนของห้องน้ำหรือแม้กระทั่งในห้องครัวนี้ด้วยซ้ำ นี่ถ้าเธอล้วงคอโถชักโครกขึ้นมาได้เธอคงทำไปนานแล้ว ไม่อยากถูกกล่าวหาว่าเป็นคนขี้ขโมยเหมือนตอนถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้หญิงไซไล เธอจึงพยายามตั้งหน้าตั้งตาค้นหาเจ้ากระเป๋าปัญหานั้นทุกซอกทุกมุม ภาวนาขอให้เจอสักที จะได้รีบเอาไปคืนเขาแล้วจัดการไล่ให้เขาออกจากบ้านของเธอสักที

ปราโมชถึงกับเลิกคิ้วพลางมองหน้าน้องสาวอย่างครางเครงใจ

“ว่าแต่...แล้วคุณนนท์มาทำอะไรที่บ้านของเราแต่เช้า” 

“พอดีเขาทำกระเป๋าสตางค์ตกไว้ที่บ้านของเราเมื่อวันก่อนนี้น่ะจ้ะ มุขกำลังหาให้เขาอยู่แต่ก็หาไม่เจอเลย ไม่รู้เขาแกล้งหาเรื่องอะไรอีกหรือเปล่า มุขหาทุกซอกทุกมุมในห้องน้ำก็ไม่เห็นจะเจอ” คราวนี้คนเป็นพี่เริ่มไม่ชอบใจ นิ่วหน้าลงเมื่อได้ยินไอ้หนุ่มนั่นมาบ้านเขาเมื่อวานแล้วทำไมมุขธิดาถึงไม่ยอมเล่าให้เขาฟังสักคำ

“ไอ้หมอนั่นมันมาบ้านเรา แล้วทำไมมุขถึงไม่บอกพี่สักคำ”  

ปราโมชทำเสียงเข้มดุน้องสาว ยกมือขึ้นกอดอกก่อนลอบมองความผิดปกติบนใบหน้าเล็ก ครั้นพอไม่เห็นความผิดสังเกตใด เขาจึงเบาใจขึ้นมาบ้าง ไม่ใช่อะไรหรอกเพียงแต่เขาอดเป็นห่วงความปลอดภัยของมุขธิดาไม่ได้ กลัวจะถูกเจาะไข่แดงกินฟรีโดยไร้การรับผิดชอบ ยิ่งเป็นผู้ชายระดับนายคนนี้ ฟันธงได้ไม่ยาก ตามประสบการณ์จริงที่เขาเห็นมานักต่อนัก มันหรือจะมาจีรังอะไรกับคนระดับล่าง กลัวว่าพอได้จนสมใจแล้วจะเฉดหัวน้องสาวเขาทิ้งไม่ต่างจากเศษขยะชิ้นหนึ่งน่ะสิ

 แต่สิ่งที่ปราโมชกลัว มันดันเกิดขึ้นกับมุขธิดามาก่อน หญิงสาวมีชะงักปลักหลังดุ้นเบ้อเริ่มมีสะดุ้งในใจ ก่อนแสร้งตีหน้านิ่ง พยายามกลบเกลื่อนไม่ให้เกิดพิรุธใด เธอไม่อยากทำให้ทั้งป้าละมัยกับพี่โมชผิดหวัง ถ้าหากรู้ความจริง เธอถูกนายอานนท์ปล้นเอาความภาคภูมิใจไปตั้งนานแล้ว ไม่มีอะไรย้อนกลับเพื่อแก้ไขได้อีกแล้วครั้ง

 “ว่าไง...มีปัญหาอะไรหรือเปล่า ทำไมไม่เห็นมุขเล่าให้พี่ฟัง ไอ้หมอนั่นมาบ้านเรา”

“ไม่มีอะไรหรอกจ้ะ เขาแค่มาส่งมุขที่บ้านเพราะบังเอิญเจอกันที่บ้านของคุณนิ่ม คุณนนท์เกิดปวดท้องเขาเลยขอเข้าห้องน้ำ เรื่องก็มีเท่านี้ละ มุขเลยไม่รู้จะบอกพี่โมชทำไม”

“ถ้ามันมีแค่นั้นจริงๆก็แล้วไป แต่ถ้ามันมีมากกว่านั้น มุขห้ามปิดบังพี่นะ เราเหลือกันอยู่แค่นี้น้องมีปัญหาอะไรก็ต้องบอก ห้ามเก็บไว้คนเดียวเด็ดขาดรู้ไหม”

ปราโมชถอนใจแรง พลางเดินมารั้งร่างบอบบางของผู้เป็นน้องมากอดไว้แนบอก น้องสาวของเขาเป็นคนสู้ชีวิต เคยล้มลุกคลุกคลานมาเท่าไหร่ เจ้าตัวไม่ค่อยจะปริปากบอกเขากับแม่นักหรอก ต้องให้คอยง้างปากถามกันอยู่เรื่อย แม้แต่เรื่องถูกอนุชินทิ้งเมื่อหลายปีก่อน ถ้าเขาไม่เห็นใบหน้าเศร้าสร้อยกับรูปร่างที่ผอมลงจนน่าตกใจ เขากับแม่ก็คงไม่รู้ น้องสาวเขาถูกคนรักทิ้ง เพราะผู้ชายเลือกครอบครัวและสิ่งที่ดีกว่าให้กับชีวิต

ตอนนั้นเขาโกรธอนุชินมาก ไม่คิดว่าคนดีๆอย่างนายนั่นจะตัดสินใจทิ้งน้องสาวเขาได้ลงคอ ทั้งที่คบหาดูใจกันมานานหลายปี ชายหนุ่มเข้านอกออกในบ้านเขาจนเกิดความรู้สึกผูกพัน เขาเองยังเห็นอนุชินเป็นน้องชายคนหนึ่งเสียด้วยซ้ำ ดังนั้นเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องช๊อคของเขาไม่น้อยทีเดียว อย่าว่าแต่มุขธิดาเสียใจจนผ่ายผอมลงมากเลย เขาเองเมื่อรู้ความจริงยังอดรู้สึกเสียใจพร้อมเสียดายความรักของทั้งคู่ไม่ได้เหมือนกัน

ปราโมชยีหัวน้องสาวเล่น ผ่านมาถึงวันนี้มุขธิดากลายเป็นคนเข้มแข็ง เขารู้สึกภูมิใจในตัวน้องสาวคนนี้ที่สุด ส่วนคนเป็นน้องคลี่ยิ้มจนเห็นฟันขาว 

“จ้ะพี่โมช ถ้ามุขมีปัญหาอะไร มุขสัญญาจะเล่าให้พี่ฟังทุกเรื่อง จะไม่คิดปิดบังเหมือนที่ผ่านมานั้นอีกแล้ว” น้องสาวเงยหน้าขึ้นจากอกอบอุ่นซึ่งคอยปกป้องเธอมาตั้งแต่เล็กจนโต ยิ้มแฉ่งประจบ พร้อมเอ่ยคำสัญญาที่ไม่ค่อยจะรักษามันได้สักที ก็เธอไม่อยากเห็นคนที่เธอรักเป็นทุกข์ไปด้วยนี่นา ปัญหาทุกอย่างเธอจึงคิดหาทางแก้ไขด้วยตนเองเสมอมา  

“ดีมากน้องรัก...”

“สายแล้วยังไม่รีบไปทำงานอีก เดี๋ยวเดือนนี้ก็อดได้เบี้ยขยันหรอกนะคะคุณพี่ชาย”

“เออนั่นสิ พี่ก็มัวแต่เสียเวลาสำรวจพี่ชายของคุณนิ่มอยู่ตั้งนาน”

“ตายแล้ว! นี่พี่โมชไปสำรวจเขาทำไม แล้วเขารู้ตัวหรือเปล่า...” มุขธิดาตกใจ ระแวงกลัวอานนท์จะเข้าใจผิด ประเดี๋ยวเขาจะหาว่าที่บ้านเธออยากจับคนรวยขึ้นมา พานจะหาเรื่องมาหยามเหยียดพูดกระทบกระเทียบอีกจนได้

 ปราโมชคันปากอยากนินทาไอ้คนไร้มนุษยสัมพันธ์ แต่ติดตรงที่เขาเป็นผู้ชายทั้งแท่ง มันไม่ใช่นิสัยเสียด้วย แต่มันก็อดไม่ได้ พอกำลังจะขยับปากนินทา กลับมีเสียงทุ้มแทรกผ่านเข้ามาตรงช่องประตูทางเข้าห้องครัว เลยต้องรีบหุบปาก เลิกคิ้วมองไอ้คนกระแอมเสียงดัง

อะแฮ่ม!!!

 “ฉันมาเอากาแฟ” แขกของบ้านส่งเสียงไม่พอใจพลางปรายตามองสองพี่น้องในเชิงต่อว่า มีอย่างที่ไหนทิ้งให้แขกนั่งรออยู่นานสองนาน แล้วแอบดอดมาทำซึ้งกอดกันกลมในห้องครัว   

หางตาของคนเข้ามาใหม่รู้นึกบาดใจขึ้นมา ใช่...ไม่รู้ไอ้ความไร้สตินี้มันเกิดขึ้นมาได้ยังไง ดันไปหวงอ้อมกอดของหนูหริ่งเข้าให้ เขาที่กำลังจะก้าวเข้ามาดูมุขธิดา ทำไมถึงได้ช้าจังเลยทันเห็นสองพี่น้องกำลังยืนกอดกันกลมดิก ตาเขากระตุก ไอ้อารมณ์กรุ่นๆเลยพุ่งสูงปรี๊ด รู้สึกอาการเดิมจะกำเริบอย่างปัจจุบันทันด่วน เพราะมันหงุดหงิดจนอยากลุกขึ้นมาอาละวาด

 อานนท์เริ่มคิดหนัก รู้สึกเป็นห่วงอารมณ์นี้ของตนเองติดหมัด แล้วเขาจะตัดมุขธิดาออกไปได้ยังไงถ้าหัวใจเขามันไม่ยอม...

“พี่ไปทำงานก่อนนะมุข วันนี้พี่คงกลับดึก ไม่ต้องให้นายชินเขาทำกับข้าวเผื่อพี่หรอก เดี๋ยวพี่หากินมาจากที่โรงงานเลยดีกว่า” ปราโมชไม่อยากมีปัญหากับแขกของน้องสาว ไม่รู้ว่าหมอนี้มันหลงผิดคิดว่าตนเองเป็นเจ้าบ้าน แล้วเห็นเขากับมุขธิดาเป็นเพียงแค่คนอาศัยกันแน่ ถึงได้ชอบวางท่าสั่งนู่นสั่งนี่ ข่มกันเหลือเกิน ปราโมชเริ่มรู้สึกไม่พอใจ จึงคิดเลี่ยงออกไปทำงานเสียก่อนจะหมดความอดทน...

และคนที่ได้ยินชื่อของอนุชินอีกรอบของเช้าวันนี้ รู้สึกขุ่นเคือง ดวงตาคมกริบแข็งกร้าวขึ้นแต่พยายามข่มเก็บอาการเอาไว้ ระยะเวลาที่เขามัวแต่ถอยห่าง นายอนุชินคงเร่งทำคะแนนเพื่อจะเป็นเขยบ้านนี้ให้ได้สินะ

“คุณนนท์มีอะไรอีกหรือเปล่า”

“เห็นหายมานานฉันเลยเข้ามาดู...” เขาอธิบายต่อเสียงขรึม ตวัดหางตามองไอ้พี่ชายจอมน่าหมั่นไส้ นึกว่ามันออกไปทำงานแล้วเสียอีก 

“ได้แล้วค่ะ แล้วไอ้ที่ช้านี่ก็เพราะฉันมัวหากระเป๋าเงินของคุณอยู่...”

 มุขธิดาบอกพลางเดินหันกลับเพื่อคว้าถ้วยกาแฟที่ตนชงทิ้งไว้ได้สักพักติดมือออกมา เธอหันข้างพยักหน้าให้พี่โมช ซึ่งหยุดยืนสวมรองเท้าตรงประตูหน้าบ้าน แล้วรีบเดินนำคนหน้าบูดกลับมานั่งที่เดิม

อานนท์เม้มปากเป็นเส้นตรง เร่งฝีเท้าเดินตามหลังเจ้าของบ้านสาวไปติดๆเขาร้องหึในใจก่อนกระแทกก้นนั่งลงเกือบจะเกยขึ้นบนตักของมุขธิดาเสียด้วยซ้ำ ถ้าเธอไม่รีบเบี่ยงหลบเสียก่อน...


ฝากอุดหนุนคุณนนท์กับมุขธิดาด้วยนะคะ...

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น