greenmeat

ขอขอบคุณทุกกำลังใจนะคะ ขอให้สนุกค่ะ รักทุกคน

ตอนที่ 15 : คนเลว

ชื่อตอน : ตอนที่ 15 : คนเลว

คำค้น : y yaoi ภรรยาที่ดีไม่ได้มีแค่คุณธรรม เฮียเหวิน น้องหลิว ภรรยาที่ดี

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 39.4k

ความคิดเห็น : 116

ปรับปรุงล่าสุด : 02 ส.ค. 2561 07:33 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 15 : คนเลว
แบบอักษร

ตอนที่ 15 : คนเลว


เสี่ยวหลิวตกใจเบิกตากว้าง คนตัวเล็กไม่คิดเลยว่าแม่สามีจะเดินทางมาถึงที่นี่ รีบสะบัดมือจากการเกาะกุมทิ้งแล้วติดกระดุมเสื้อเชิ้ตให้มิดชิด หวังหย่งเหวินเองเสยผมด้วยความโมโห เขากำลังพูดเรื่องสำคัญแต่มีคนเข้ามาขัดเสียได้ คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันกับเรื่องยุ่งยากอีกหนึ่งเรื่อง

“บอกม๊าให้รอก่อน เดี๋ยวพวกฉันออกไป” 

ยังไงก็จะให้ม๊ารู้เรื่องหย่าไม่ได้ เขาต้องตกลงกับเสี่ยวหลิวก่อน เสี่ยวหลิว นายต้องปิดปากเงียบให้สนิท ถ้าม๊ารู้อาจจะหัวใจวาย ม๊าอยากได้นายเป็นลูกสะใภ้ นายแต่งเข้ามาก็จะหย่าแล้วเหรอ อย่าเพิ่งหย่ากันนะ ไว้เรามาตกลงกันทีหลัง 

“ไม่ต้อง ! ” 

เสียงเย็นยะเยือกราวน้ำแข็งพันปีแทรกขึ้นมาทำให้ทุกคนถึงกับขนลุก หน้าประตูห้องนอนที่เปิดอ้าอยู่ปรากฎร่างของหวังไป๋ลี่ในชุดสีแดงสด ใบหน้าเรียบตึงเหี้ยมเกรียมจดจ้องร่างสองร่างบนเตียงนอนในอารมณ์ที่แตกต่างกัน เธอตัวสั่นขณะมองลูกชายตัวดีด้วยความโกรธสุดจะบรรยาย แต่เมื่อสบสายตากับลูกสะใภ้ในสภาพอิดโรยก็ให้ต้องน้ำตาคลอ โธ่ อาหลิวของม๊า

“ม๊ามาที่นี่ทำไมครับ” มีธุระอะไรถึงได้เร่งรีบมาขนาดนี้ คนแก่เดินทางไกลมันไม่ใช่ของคู่กันเลย “ผมเห็นม๊าโทรมาหลายสาย แต่ว่าผมมีประชุมที่ต้องรีบเข้า เมื่อกี้กะว่าจะโทรกลับอยู่พอ-”

ยังพูดไม่ทันจบกลับต้องหน้าหันเพราะแรงตบจากฝ่ามือผู้เป็นมารดา เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังชัดเจนจนทุกผู้ได้แต่ตกตะลึง มือเล็กนุ่มทว่าบวกกับแรงที่ส่งมาทำให้แผลที่เสี่ยวหลิวฝากไว้ที่มุมปากถึงกับปริแตก หวังไป๋ลี่ไม่รอให้ลูกชายสุดที่รักตั้งสติ เธอย้ายมือไปบิดใบหูที่ไม่เคยฟังคำเตือนของเธอเลย ฉุดกระชากลากคนที่โตแต่ตัวให้ลุกขึ้นจากเตียง 

หวังหย่งเหวินร้องออกมา เขารู้สึกเหมือนหูจะหลุดออกมาจากศีรษะให้ได้ ม๊าของเขาเป็นอะไร ทำไมถึงทำร้ายเขาแบบนี้   

“เจ็บใช่ไหม ! ร้องออกมาสิ ร้องออกมาให้ดังกว่านี้ ! ” ยังไม่สาแก่ใจพอเธอถึงได้เอาพัดในมือตีหัวลูกชายไปด้วย พัดไม้แข็ง ๆ ราวกับค้อนฟาดลงกลางศีรษะรัวเร็วไม่กลัวว่าคนโดนจะเจ็บปวดแค่ไหน หัวใจคนเป็นแม่ทั้งโกรธทั้งเสียใจ อาเหวิน ไอ้ลูกเลว !  แค่นี่มันยังน้อยไปถ้าเทียบกับสิ่งที่ลื้อทำ

“ม๊าครับ” เสี่ยวหลิวทำอะไรไม่ถูก รีบลุกขึ้นจากเตียงไปห้ามแม่สามี “หยุดก่อนครับม๊า”

หวังไป๋ลี่ไม่เข้าใจ เสี่ยวหลิวจะให้เธอหยุดลงโทษหวังหย่งเหวินเหรอ มันทำลื้อเจ็บปวดขนาดนั้นยังจะให้หยุดมืออีก ?  “อย่าห้ามม๊า !  ม๊าจะเอาเลือดมันออกจากหัว มันทำลื้อเท่าไหน ม๊าจะทำให้มากกว่า นี่แหนะ ๆ ไอ้ลูกไม่รักดี ร้องออกมาดัง ๆ ให้เท่ากับที่ลูกสะใภ้อั๊วต้องร้องไห้ ! ”

หวังหย่งเหวินไม่เคยโดนม๊าทำรุนแรงต่อหน้าลูกน้อง เจอแบบนี้ก็รู้สึกอับอาย เป็นผู้ชายอกสามศอกดูแลคนใต้บังคับบัญชาเป็นร้อย ๆ  กลับโดนแม่ตบหน้าบิดหูร้องโอดโอยหน้าเหยเก ได้ยินเสี่ยวหลิวเอ่ยช่วยตัวเองก็ให้ชื่นใจ หลงคิดว่าภรรยายังเป็นห่วงเป็นใยกันอยู่ ขอบคุณสวรรค์ เสี่ยวหลิวหายโกรธเขาแล้วสินะ 

คนที่อยู่ในตำแหน่งสะใภ้ใหญ่ส่ายหน้า “หลิวไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้นครับ หลิวแค่ไม่อยากให้ม๊าใช้แรงเยอะ ม๊าเคยล้มกระดูกหักมาแล้วใช้แรงที่แขนอย่างนั้นไม่ดี เรื่องแบบนี้ให้เทียนฉีทำแทนก็ได้ครับ”

เสี่ยวหลิว !

หวังหย่งเหวินตาโตมองภรรยาอย่างไม่เชื่อหู เสี่ยวหลิวไม่ได้มองมาทางเขาสักนิดตอนที่พูด ใบหน้าเล็กแสดงความอ่อนโยนแก่แม่สามีแต่คำพูดกลับทิ่มแทงใจเขาไม่มีชิ้นดี นายเป็นเมียฉันนะ นายต้องช่วยฉันสิ !  ฉันยืนร้องแบบนี้นายไม่คิดจะปกป้องกันเลยเหรอ

“โธ่ อาหลิว” หวังไป๋ลี่แทบจะกลั้นน้ำตาไม่อยู่ เสี่ยวหลิวเจอเรื่องโหดร้ายมาทั้งคืนยังมีกะจิตกะใจเป็นห่วงเธอ อ่อนโยนขนาดนี้ไม่ให้เธอรักไม่ให้เธอเข้าข้างได้ยังไง รีบปล่อยมืออกจากหูลูกชายไม่ใยดี หันมาออกคำสั่งกับเทียนฉีซึ่งยืนยิ้มอยู่ “อาฉี มาบิดหูลูกชายแทนอั๊วสิ ! ”

“ม๊า ! ” เพิ่งเป็นอิสระไม่ทันไรเป็นอันต้องโวยวาย ใช้หลังมือเช็ดเลือดที่มุมปากก่อนจะกุมใบหูที่แดงจนน่ากลัว ส่งสายตาตัดพ้อไปให้คนที่ย้ายไปกอดภรรยาเขาแล้ว   

ซิ่นเฉิงรีบเอาตัวมาสะกัดกั้น ความภักดีไม่รู้จักเวล่ำเวลาเรียกเสียงแหลมให้ดังขึ้นอีกครั้ง “ซิ่นเฉิง หยุดเดี๋ยวนี้ ! ถอยออกมา ลื้อเป็นแค่ลูกน้องอย่ามายุ่งกับเรื่องในครอบครัว ไม่งั้นอั๊วจะให้พวกที่อยู่ข้างนอกมาบิดหูลื้ออีกคน” ดวงตาหงส์ทำให้ขาเขาแข็งค้าง หน้าเจื่อนมองเจ้านายที่ไร้ผู้คนยืนเคียงข้าง ขอโทษด้วยครับบอส ตัดเงินเดือนผมก็ได้ แต่คุณนายไป๋ลี่เป็นคนพูดคำไหนคำนั้น ผมยังไม่อยากโดนบิดหูอีกคน

“มาครับคุณหย่งเหวิน” เทียนฉีซึ่งมีความแค้นส่วนตัวยื่นมือใหญ่มา ลูกชายคนโตตระกูลหวังทำเขาแสบนัก เล่นปิดกั้นเส้นทางขึ้นมาทั้งหมดแถมยังให้คนหามเขาออกจากโรงแรมไปทิ้งที่เมืองอื่น ถ้าไม่รายงานไป๋ลี่ตั้งแต่เมื่อคืน ป่านนี้ไม่รู้ซ้อใหญ่จะเป็นยังไงบ้าง เสียงร้องขอความช่วยเหลือนั้นยังดังก้องอยู่ในหูไม่ไปไหน

หวังหย่งเหวินที่ไม่เหลือใครพยายามหลบมือจากเทียนฉี ม๊าเสียสติไปแล้วเหรอ ยังไงเขาก็ไม่ยอมโดนไอ้ลูกหมานี่บิดหูต่อหน้าคนมากมายแบบนี้หรอก ร่างสูงเงื้อหมัดเตรียมปล่อยกระแทกหน้าทันทีที่เห็นช่องว่าง ซึ่งแน่นอนเทียนฉีมีประสบการณ์มากกว่ารู้ทัน จับแขนเขาไขว้ไว้ด้านหลัง ส่งมือบิดหูที่ยังไม่โดนเล่นงานอีกข้างจนเนื้อตรงนั้นแทบฉีกขาด

หวังหย่งเหวินกัดปากพยายามกลั้นเสียงแต่ก็กลั้นไม่อยู่ หมดมาดของผู้บริหารหนุ่มที่น่าเกรงขามเหลือเพียงแค่คนไร้ทางสู้ เขาพยายามเตะหน้าแข้งไอ้สุนัขรับใช้ แต่มันกลับยืนนิ่งเป็นไม้ปักหลัก ไม่เจ็บไม่คันสักนิด

ด้านหวังไป๋ลี่เลือกจะเมินเฉยต่อภาพทารุณกรรมตรงหน้า จับลูกสะใภ้พลิกไปมา “ไหนให้ม๊าดูสิ ลูกชายม๊ามันทำอะไรลื้อบ้าง ขอโทษนะที่ม๊ามาช้า อาหลิวของม๊าเจ็บตรงไหนไหม” 

ดึงแขนเสื้อเชิ้ตขึ้นมาดูข้อศอกทั้งสองข้างด้วยความห่วงใย ยิ่งเห็นแผลและรอยช้ำมีพลาสเตอร์ปิดอยู่ยิ่งปวดใจจนอยากเดินไปข่วนใบหน้าลูกชายแรง ๆ  เมื่อคืนกำลังจะเข้านอนได้รับโทรศัพท์จากเทียนฉีตกใจแทบเป็นลม รีบเปลี่ยนชุดขึ้นเครื่องบินมาปักกิ่ง น้ำก็ยังไม่ได้อาบ สามีที่นอนอยู่ข้าง ๆ ถามก็ได้แต่บอกไปว่า ‘ไปจัดการคนสารเลว’ คนสารเลวที่ว่าคือลูกของหล่อน มันคิดไม่ได้ ไม่รักเมียไม่พอยังนอกกายเมียอีก ทำร้ายร่างกายคนไม่มีทางสู้แบบนี้ใช้ได้ที่ไหน หวังหย่งเหวินยังใช่ลูกเธออยู่หรือไม่ !  

“ดูสิมันผลักเมียจนได้แผล หย่งเหวิน ลื้อมันสารเลว !  บิดหูมันแรง ๆ เทียนฉี เอาให้ไอ้ตัวดีร้องไปถึงชั้นล่าง ! ” 

สิ้นคำสั่งหย่งเหวินก็ต้องร้องเสียงดังอีกครั้ง เทียนฉีไม่ออมมือบิดมาเสียเต็มแรง หลุดออกมาแล้ว ! หูของเขาต้องหลุดออกมาแล้วแน่ๆ ! ลูกชายคนโตถึงกับรู้สึกน้อยใจที่มารดาเข้าข้างลูกสะใภ้มากกว่า แถมยังทำราวกับว่าเขาเป็นผู้ร้ายฆ่าคน เขาเองเป็นลูกแท้ ๆ  แต่ม๊าไม่คิดจะเห็นใจ เข้าข้างคนตัวเล็กปล่อยเขาไร้ที่พึ่ง

“มันเป็นอุบัติเหตุนะม๊า ผ-ผมไม่ได้ตั้งใจ ผมเองก็ทำแผลให้เสี่ยวหลิวแล้วด้วย” เอ่ยออกไปหวังว่าจะช่วยลดความผิดได้ แต่มารดาได้แต่เชิดคางทำเสียงขึ้นจมูก

“ลื้อมันก็เพิ่งจะคิดได้ไม่ใช่เหรอ ครั้งแรกที่เมียเจ็บคิดจะเข้าไปถามไปดูแลไหม ?  ไม่เลย  อาหลิวต้องให้เทียนฉีทำแผลให้ แล้วลื้อล่ะหายหัวไปไหนมา ห๊า” ตะคอกเสร็จก็หันไปหาเสี่ยวหลิว  “ไป อาหลิว ลื้อกลับไทยไปกับม๊า ! ไม่ต้องทนอยู่แล้วกับสามีเฮงซวยแบบนี้” มือเล็กจับจูงลูกสะใภ้ไปทางประตูห้องนอน เสี่ยวหลิวก้าวเท้าตามอย่างว่าง่ายราวกับรอคำนี้มานาน 

หวังหย่งเหวินเห็นแบบนั้นก็ตะโกนสุดเสียง  

“ไม่ได้นะ !  อย่าไป เสี่ยวหลิวกลับมา  ม๊าอย่าทำแบบนี้ เสี่ยวหลิวเป็นภรรยาผม เขาต้องอยู่ที่นี่ ! ”

หวังไป๋ลี่ชะงักเท้าหันมาตาถลน “หุบปาก ! ลื้อไม่มีสิทธิมาพูด” เอาพัดในมือชี้หน้าลูกชาย 

“ทำไมผมจะไม่มีสิทธิ ผมเป็นสามีเสี่ยวหลิว” ใจร้อนรนจนต้องรีบอ้างสิทธิด้วยตำแหน่งที่เคยปฎิเสธ 

หวังไป๋ลี่แทบจะตรงเข้าไปแหกอกลูกชายหน้าไม่อาย โถ ดูมันกล้าพูดไม่อายปาก

“ลื้อน่ะเหรอสามีอาหลิว  พฤติกรรมลื้อตรงไหนที่บอกว่าตัวเองเป็นสามีน้องเขา ไปนอนกับพนักงานคนนั้นน่ะเหรอ ?  หรือว่าผลักน้องจนได้แผล ?  ไหนบอกม๊ามาสิอาเหวิน ลื้อเป็นสามีเสี่ยวหลิวจริง ๆ เหรอ ! ”

หวังหย่งเหวินเม้มริมฝีปาก ความผิดในอดีตกำลังย้อนกลับมาเล่นงานตัวเขาชนิดที่ดิ้นไม่หลุด 

ช่างมัน ศักดิ์ศรีบ้าบอคอแตก ถ้ามีแล้วเมียจะต้องหนีไปจริง ๆ  เขาก็จะยอมวางมันลง ขอแค่เสี่ยวหลิวไม่ไปจากเขาก็พอ

“โอเค เรื่องพวกนั้นผมผิด ผมยอมรับ ทั้งเรื่องที่นอนกับผู้หญิงคนอื่นหรือเรื่องแผล แต่ม๊าครับ ตั้งแต่เกิดเรื่องมาตอนนี้ผมสำนึกผิดแล้วจริง ๆ  ผมขอโทษที่รู้ตัวช้า ผมมันไม่ดีเอง จะลงโทษผมยังไงก็ได้ แต่อย่าพาเมียผมไปเลยนะ ผมเองก็ขอโทษเขาไปแล้ว แต่เขาไม่ใจอ่อน ให้ต่อยผมปากแตกก็แล้วถือว่าชดใช้ความผิดไม่ได้เหรอ โอ๊ย ม๊าให้มันปล่อยผมก่อนได้ไหม ! ” จะอธิบายอะไรก็ลำบาก หูเขาจะขาดอยู่แล้ว เทียนฉีมันกะเอาเขาตายรึยังไง 

หวังไป๋ลี่เองได้ระบายความโกรธที่มีไปหนึ่งส่วนก่อนหน้านี้เพยิดหน้าบอกลูกน้องให้หยุดมือ เธอกอดอกอยู่หน้าประตูรอฟังสิ่งที่ลูกชายพยายามจะพูด 

“นี่แผลที่มุมปากยังมีอยู่เลย ถ้าม๊าไม่เชื่อถามลูกสะใภ้ม๊าก็ได้”  

“ลื้อต่อยเฮียเขาเหรอ” หวังไป๋ลี่เองเพิ่งสังเกตเห็นแผลที่ไม่ใช่รอยตบ คิ้วเรียวสวยขมวดเข้าหากันอย่างพิจารณา เสี่ยวหลิวรู้สึกหวั่นในใจ ปฎิเสธไม่ได้จริง ๆ ว่าเขาทำร้ายลูกชายหญิงสาวตรงหน้าจนได้แผล เขารับคำเสียงเบา

“ครับ”

“เขาจิกหัวผม ถีบผมจนเกือบหัวฟาดพื้นด้วย ลูกสะใภ้ม๊าไม่ใช่คนไร้ทางสู้นะ เราก็เป็นผู้ชายเหมือนกัน ทะเลาะกันเลือดมันร้อนเลยเผลอลงไม้ลงมือรุนแรงก็เท่านั้น” หวังหย่งเหวินรีบพ่นทุกสิ่งทุกอย่างออกไป โกหกเล็กน้อยผสมเรื่องจริงในส่วนมาก เสี่ยวหลิวจิกหัวเขาจริง ถีบยอดอกเขาหงายหลังเสียแรง แบบนี้ถือว่าหักล้างความผิดก่อนหน้านี้ได้ไหม 

“จริงเหรอ ? ” หวังไป๋ลี่ฟังก็ยังไม่เชื่อร้อยเปอร์เซ็น เสี่ยวหลิวแสนเรียบร้อยน่ะเหรอจะทำเรื่องแบบนั้น เธอบอกให้ลูกสะใภ้ร้ายกาจก็จริง แต่ไม่ได้หมายถึงในเรื่องต่อยตี เธอต้องการคำยืนยัน

เสี่ยวหลิวกำมือแน่น อยากจะอธิบายว่าตนโดนลูกชายสกุลหวังทำอะไรไปก่อนหน้านั้น แต่ความอายที่มีก็ทำให้เขาต้องกลืนสิ่งเหล่านั้นลงไป 

“ครับ”

สรุปว่าต่างคนต่างก็ทำร้ายกัน เรื่องราวมันเป็นยังไงกันแน่

“แล้วทะเลาะอะไร ทำไมถึงต้องรุนแรงให้เลือดตกยางออกแบบนี้”

ถามมาอย่างนี้แล้วเสี่ยวหลิวจะตอบว่ายังไง เทียนฉีซึ่งรู้เรื่องราวเลือกที่จะเอ่ยขึ้นมาแทน เขาไม่ชอบลูกชายคนโตสกุลหวังก็จริง แต่อะไรที่เป็นประโยชน์ต่อเจ้านายสูงสุดอย่างหวังไป๋ลี่แล้วก็ต้องรายงานไปตามที่ทราบ 

“คุณหย่งเหวินเห็นคุณเสี่ยวหลิวกำลังใกล้ชิดกับเพื่อนสนิทตัวเองก็เลยหึงควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ เมื่อคืนผมเองบกพร่องในหน้าที่เกือบทำให้เรื่องบานปลาย เป็นคุณหย่งเหวินเองที่เข้าไปขัดขวางไว้ได้ทัน เขาโมโหจนต่อยเพื่อนคนนั้นเข้าโรงพยาบาลไปแล้วครับ”

หวังไป๋ลี่ได้คำตอบเช่นนั้นทั้งตกใจและแปลกใจ เมื่อคืนเทียนฉีพูดมาแค่ว่าเสี่ยวหลิวกำลังโดนทำร้ายแต่ไม่ได้เล่ารายละเอียด หึง ?  ลูกชายหล่อนน่ะเหรอหึงลูกสะใภ้คนดีคนนี้ หรือในที่สุดเทพเจ้าจะเมตตากับความรักที่เสี่ยวหลิวมีให้กับสามีแล้ว

หย่งเหวินเห็นมารดาเริ่มเอนเอียงก็รีบกล่าวเสริม

“ใช่ ใจผมร้อนรนจนแทบบ้า ทั้งห่วงทั้งหวงเลยเผลอว่าให้เสี่ยวหลิวเจ็บใจ แต่จริง ๆ แล้วมันเป็นเรื่องเข้าใจผิดทั้งนั้น เสี่ยวหลิวไม่ใช่ภรรยาที่ไม่ดี ผมเองที่ไม่เชื่อใจเขา แต่ก็ไม่ทันแล้ว เสี่ยวหลิวเสียใจมากจนทำร้ายผมคืน” ไม่ขอลงรายละเอียด เขาจะต้องพูดยังไงก็ได้ให้ม๊าเห็นว่าเรื่องนี้พวกเขาต่างก็พอกัน เขาทำร้ายเสี่ยวหลิว เสี่ยวหลิวเองก็ทำร้ายเขา ร้ายพอกัน ไม่มีใครผิดไปมากกว่าใคร  

เวลานี้เสี่ยวหลิวดันกลายเป็นคนที่อ้าปากไม่ได้แทน เหมือนมีเชือกมารัดรอบคอจนหายใจไม่ออก

คนที่ออกตัวแรงตั้งแต่อยู่ประเทศไทยหันไปถามลูกสะใภ้อีกครั้ง ยิ่งฟังยิ่งไม่อยากจะเชื่อ แล้วคำตอบที่ได้มาก็มีเพียงแค่

“ครับ” 

เรื่องราวเริ่มชัดเจน แต่เหมือนจะยังมีสิ่งที่ติดค้างในใจหญิงวัยกลางคนผู้นี้

“แล้วที่บอกว่าทำร้ายเมื่อคืน จนลื้อต้องโทรให้เทียนฉีไปช่วยหมายความว่ายังไง ? ” ตรงนี้ยังไม่กระจ่าง ช่วยบอกเธอทีเถอะ 

คราวนี้เสี่ยวหลิวสามารถหาโอกาสชิงพูดก่อนได้สำเร็จ “เขาผลักผมกระแทกกับกระจกห้องอาบน้ำครับ” 

หวังหย่งเหวินเห็นว่าดวงตาหงส์เริ่มมีเปลวไฟขึ้นมาเป็นจุดเล็ก ๆ ม๊าของเขาเหมือนจะกลับมาเป็นมารร้ายอีกครั้งแล้ว

ไม่ได้การ...

สมองที่สั่งสมความร้ายกาจเอาไว้เริ่มทำงานอีกครั้ง เขามีเวลาเพียงแค่เสี้ยววินาทีที่จะแก้ปัญหา

“พูดให้หมดสิเสี่ยวหลิว ฉันไม่ใช่คนบ้าที่อยู่ดี ๆ  ก็จะผลักนายนะ” 

เพราะคำพูดนั้นทำให้เรื่องเมื่อคืนฉายชัด เหตุการณ์ในห้องน้ำที่เพิ่งจะเกิดไปส่งผลให้ใบหน้าเล็กหน้าซีดสลับขึ้นสี 

หวังไป๋ลี่จับอาการนั้นได้ก็เริ่มสับสนหนัก นั่นแหละที่เป็นโอกาสให้หวังหย่งเหวินพูดประโยคที่จะเปลี่ยนเรื่องราวทั้งหมด 

“ม๊าครับ”

ประโยคที่จะกักขังภรรยาคนนี้ไว้กับเขาตลอดกาล


“เมื่อคืนนี้ผมขืนใจเสี่ยวหลิว”


“เฮียเหวิน ! ” 

เสี่ยวหลิวช็อกถึงขั้นหลุดคำเรียกที่เคยใช้ หวังหย่งเหวินกล้าพูดออกมาแบบนั้นได้ยังไง ! 

หวังไป๋ลี่รู้สึกหน้ามืด ร่างเล็กถึงกับโอนเอนแข้งขาอ่อนแรง เสี่ยวหลิวส่งมือไปประคองไว้ไม่ให้ล้ม 

คนที่เอ่ยคำโป้ปดปั้นสีหน้าเจ็บปวดและเศร้าสลด “ในที่สุดเมื่อคืนพวกเราก็มีอะไรกัน ผมหึงหวงจนขาดสติ นาทีนั้นคิดอะไรไม่ออกจึงเลือกที่จะทำร้ายเขาด้วยวิธีนั้น เพราะผมอยากให้เขาเป็นของผมคนเดียว ของผมคนเดียวเท่านั้น ม๊าครับ ผมผิดเอง ผมขอโทษ”

กล้ามาก... เสี่ยวหลิวตัวสั่น กล้าพูดเรื่องไม่จริงแบบนั้นออกมาต่อหน้าทุกคน ทั้งซิ่นเฉิงและเทียนฉีก็ยังอยู่ในห้อง เขาไม่รู้จะด่าอะไรสามีคนนี้อีกแล้ว !

“มันไม่ใช่อย่างนั้นนะครับม๊า พวกเราไม่ได้มีอะไรกัน !  เขาโกหก” เชื่อหลิวนะม๊า ลูกชายม๊าเจ้าเล่ห์ เขากำลังโกหกคำโต  

“ฉันน่ะเหรอโกหก ?  แล้วรอยที่คอกับหน้าอกนายมันคืออะไร ผีตัวไหนมันทำ เป็นฝีมือฉันทั้งนั้น ฉันเองที่เป็นคนทำร้ายนาย เสี่ยวหลิว นายโกรธที่ฉันเข้าใจผิด นายพยายามหนีจากฉันด้วยการโทรให้เทียนฉีขึ้นมาช่วย ฉันเห็นนายไม่ยอมให้ฉันแสดงสถานะของพวกเรา ในใจก็คิดว่าทั้งที่เราเป็นสามีภรรยากันแท้ ๆ  เห็นแบบนั้นก็ยิ่งโมโหทำรุนแรงบังคับขืนใจนายจนได้” 

มือเล็กตะครุบรอบลำคอตัวเองอัตโนมัติ หวังไป๋ลี่เห็นปฎิกิริยาเด็กหนุ่มก็ยิ่งรู้สึกเหมือนจะวูบลงไปนอนหมดสติบนพื้น เธอไม่รู้ว่าควรจะรู้สึกอย่างไร เธอเป็นคนยัดตำรากามสูตรใส่มือลูกสะใภ้ด้วยตนเองก็จริง อยากให้ทั้งสองมีความสัมพันธ์ทางกายจะได้รักกันเสียที แต่มันต้องไม่ใช่ในทางนี้ ! 

ขืนใจ ?  ถึงจะเป็นสามีภรรยาแต่แบบนั้นมันผิดกฎหมายไม่ใช่เหรอ ลูกชายหล่อนงามหน้าอีกแล้ว !

มือบอบบางพยายามดึงมือลูกสะใภ้ออกเพื่อจะได้เห็นหลักฐานคาตา แต่เสี่ยวหลิวรวบคอเสื้อไว้แน่นส่ายหน้าไปมา ให้ตายยังไงก็จะไม่ให้ใครเห็น รอยแดงพวกนั้นมันลายไปเกือบทั่วทั้งท่อนบนเขา เด็กหนุ่มไม่รู้เลยว่าการกระทำนั้นยิ่งตอกย้ำความเชื่อเกี่ยวกับความจริงแสนจอมปลอม

ยิ่งปฎิเสธเหมือนยิ่งยอมรับ

ซิ่นเฉิงและเทียนฉีเหมือนจะรู้สถานการณ์ ต่างก็พาตัวเองออกจากห้องนอน ปิดประตูให้เสร็จสรรพ หลังจากนี้ไม่ใช่เรื่องที่พวกเขาควรจะรับรู้หรือยุ่งเกี่ยว 

เกือบนาทีที่หวังไป๋ลี่พยายามดึงสติตัวเองไว้

“มันเกิดขึ้นจริง ๆ สินะ โธ่ อาหลิว...”  

เสี่ยวหลิวขอบตาร้อนผ่าว ความรู้สึกตีขึ้นมาแสบจมูกไปหมด ยิ่งหวังไป๋ลี่แสดงท่าทีแบบนั้นยิ่งทำให้เขาเจ็บใจที่ไม่สามารถพูดอะไรได้นอกจากคำว่า “ไม่ใช่นะครับ...มันไม่ได้เป็นแบบนั้น ลูกชายม๊ากำลังโกหก” 

ร่างสูงของผู้เป็นสามีรู้สึกผิดที่ต้องทำให้เรื่องทุกอย่างเป็นแบบนี้ เขามันโคตรเลว เลวไม่มีที่ติ 

หย่งเหวินทอดสายตามองร่างเล็กที่พยายามแก้ไขเรื่องราวเสียงสั่น 

ละอาย… แต่จะให้ทำอย่างไรได้ เสี่ยวหลิวกำลังจะไปจากเขา 

‘ถึงเวลาที่ผมควรปล่อยคุณไปสักที’

คำพูดนี้ชายหนุ่มรู้ว่าเสี่ยวหลิวเอาจริง กลับไทยไปคราวนี้คงต้องรอรับใบหย่าอย่างแน่นอน เขารู้ว่าทุกอย่างมันกำลังจะจบลง เขาเพิ่งจะรู้ตัวตอนที่สายเกินไป เสี่ยวหลิวกำลังจะไปเริ่มต้นชีวิตใหม่โดยไม่มีเขาคนนี้ เหตุการณ์ที่ผ่านมาบ่งบอกว่าม๊าเองก็พร้อมจะสนับสนุน ดังนั้นเมื่อมีโอกาสก็ควรจะใช้มันเพื่อคงอยู่ของความสัมพันธ์ไว้ไม่ใช่เหรอ

“ไม่ต้องพูดแล้ว”  หวังไป๋ลี่ยกมือขึ้นห้าม สูดลมหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่

“ม๊า...” แข้งขาเหมือนจะอ่อนแรง เสี่ยวหลิวทนไม่ไหวอีกต่อไป สุดท้ายก็ต้องปล่อยน้ำตาให้ไหลออกมาอาบใบหน้าหวาน “ม๊าเชื่อหลิวสิ ฮึก เชื่อหลิวนะ เราไม่ได้มีอะไรกันจริง ๆ  หลิวไม่ได้ถูกขืนใจ” ปฎิเสธแต่มือก็ยังรวบคอเสื้อไม่ยอมปล่อย

หวังไป๋ลี่อยากจะทำใจเชื่อแค่ไหน แต่ทุกอย่างมันชี้ไปทางที่ลูกชายตัวเองบอก นิ้วเล็กเช็ดหยาดน้ำตาที่เปรอะเปื้อนแก้มเนียน ปลอบประโลมคนตัวโตกว่าด้วยน้ำเสียงสันเครือ “อย่าร้องไห้เลยนะ เสี่ยวหลิว ลื้อไม่ต้องอาย คนที่อายมันควรจะเป็นลูกม๊า ม๊า...ม๊าไม่รู้จะพูดอะไรแล้วเหมือนกัน ลูกชายม๊ามันทำแบบนั้นลงไป...กับลื้อ ม๊าผิดเองที่ไม่อบรมสั่งสอนมันให้ดี ม๊าขอโทษนะ ยกโทษให้ม๊านะ” 

หวังไป๋ลี่เจ็บปวด ทั้งสงสารทั้งเห็นใจเสี่ยวหลิว ไม่สามารถมองหน้าลูกชายตัวเองได้ ส่วนลูกสะใภ้ก็ไม่อยากจะสู้หน้าอีกต่อไป เธอรู้สึกแย่เหลือเกิน  หัวใจคนเป็นแม่ทนรับเรื่องราวแบบนี้แทบไม่ไหว

เสี่ยวหลิวที่ตาแดงก่ำตวัดสายตามามองคนที่ทำให้เรื่องทุกอย่างเลยเถิดไปไกล หวังหย่งเหวินสู้สายตานั้นทั้งที่ในใจรู้สึกเจ็บปวดไม่ต่างกัน เห็นแม่กำลังจะร้องไห้มีเหรอจะทนอยู่เฉยได้ รีบก้าวไปประคองร่างมารดาไว้แทน 

หลังจากเรื่องหย่าจบลง เขาจะเป็นคนอธิบายกับมารดา ขอแค่หวังไป๋ลี่ช่วยรั้งเสี่ยวหลิวให้อยู่กับเขาก่อน เขาขอโอกาสอีกสักครั้ง

“ผมขอโทษครับม๊า ผมมันเลวเอง มันไม่ใช่ความผิดของม๊าเลย”

เสี่ยวหลิวมองคนหน้าด้านไร้ยางอายด้วยความโกรธแค้น ไม่สนว่ามารดาของผู้ชายคนนี้จะยืนอยู่หรือไม่ ตะโกนใส่หน้าอีกฝ่ายอย่างเหลืออด

“ใช่ คุณมันเลว ! ” เลวที่สุด เลวกว่านี้ก็เป็นมารแล้ว “ถ้ารู้อย่างนั้นแล้วก็ปล่อยผมไปเถอะ เราหย่ากัน ! หย่ากันแล้วอย่ามาเจอกันอีกเลย ! ”

หวังหย่งเหวินที่ยอมละทิ้งความดีทั้งหมดมองเสี่ยวหลิวที่ยังจะดื้อให้ได้ ร่างเล็กอัดอั้นตันใจทนไม่ไหว ถึงขนาดประกาศหย่าตรงหน้าแม่สามี

“ไม่ !  ฉันไม่หย่า ฉันทำแบบนั้นกับนายไปแล้วคงย้อนไปแก้ไขอะไรไม่ได้ แต่ว่าที่ฉันทำลงไปก็เพราะรักนายจนแทบเป็นบ้า ฉันรักนายจนไม่อยากให้นายเป็นของคนอื่น”

“รัก ? ” เสี่ยวหลิวไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง หวังหย่งเหวินเอ่ยคำนี้ออกมาทำไมถ้าไม่เคยรู้สึกอย่างที่ว่า “คุณรักผมตอนไหน ?  ผลักไสไล่ส่งแบบนั้นน่ะเหรอที่เรียกว่ารัก ทั้งด่าทั้งว่าไม่เคยเห็นค่าในตัวผม คุณอย่าพูดคำนั้นออกมาเลย อย่ามาล้อเล่นกับความรู้สึกคนอื่นแบบนี้”

อย่ามาดูถูกเขา ที่จะแค่เอ่ยคำว่ารักแล้วจะได้รับการให้อภัย เขาพอแล้ว จบเสียที่กับความสัมพันธ์ขมขื่นนี้

“ที่ผ่านมาฉันทำผิดไปมาก ฉันมันโคตรเลวทำร้ายนายสารพัด แต่ว่าให้โอกาสฉันอีกสักครั้งนะ ฉันสัญญาว่าจะอ่อนโยนต่อนาย เสี่ยวหลิว ฉันจะเป็นคนที่อ่อนโยนกับนายตั้งแต่ตอนนี้เป็นต้นไป”

มีเรื่องนี้ที่เขาไม่ได้โกหก มันออกมาจากความรู้สึกจริง ๆ หวังหย่งเหวินกำลังอ้อนวอนขอโอกาสจากคนตรงหน้า แม้จะไม่ได้คุกเข่าร้องไห้แบบที่เสี่ยวหลิวเคยคาดหวัง แต่ก็ทำให้หวังไป๋ลี่ซึ่งเป็นพยานในการสารภาพรักครั้งนี้ประคองสติที่กำลังจะหลุดลอยไว้ได้

“อย่า อย่าเพิ่งหย่ากันเลยนะ....” ถ้าหย่าแล้วเสี่ยวหลิวจะมีตราบาปติดตัวไป แต่งงานได้สองเดือนแล้วหย่าเพราะถูกขืนใจถ้าใครรู้เข้าทั้งสองตระกูลคงไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน แถมฝั่งตระกูลฟู่มีแต่เสียกับเสีย 

“ให้หย่งเหวินชดใช้ความผิด ให้โอกาสลูกชายอั๊วนะอาหลิว ความผิดนี้มันจะต้องชดใช้ให้กับลื้อไปชั่วชีวิต”

เสี่ยวหลิวไม่ต้องการ ไม่ต้องมาชดใช้ความผิดอะไรแค่ปล่อยเขาไปก็พอ 

“ผมแค่อยากหย่า อยากให้เรื่องทั้งหมดจบลงตรงนี้ แค่ปล่อยผมไป...” 

“ถ้าอย่างนั้นม๊าคงต้องตรอมใจ จากนี้ไปคงสู้หน้าใครไม่ได้ ทั้งลื้อทั้งเสี่ยวหมิง ม๊าไม่มีหน้าไปพบใครอีกแล้ว...” 

‘ลูกชายลื้อโดนลูกชายอั๊วขืนใจ ขอโทษด้วยนะที่อั๊วทำอะไรไม่ได้’ แบบนี้น่ะเหรอ ?  ไม่ หวังไป๋ลี่ขอตายดีกว่าถ้าจะให้เพื่อนสนิททราบเรื่องราวทั้งหมด

หวังหย่งเหวินปล่อยให้มารดาเป็นคนดำเนินการ ภาวนาให้เสี่ยวหลิวยกเลิกการหย่าซะ ต่อจากนี้เขาจะเป็นสามีที่ดีขึ้น จะไม่ทำให้เสียใจอีกแล้ว

“ถ้าอย่างนั้นเอาเรื่องขึ้นศาลไหมครับ...ถ้าอยากให้เขาชดใช้ความผิด” เสี่ยวหลิวไม่อยากเลือกวิธีนี้ หวังหย่งเหวินอยากเป็นคนร้ายให้ได้ก็ต้องเอาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม แต่หวังไป๋ลี่ส่ายหน้าพัลวัน น้ำตาเริ่มไหลออกมา

“ไม่ ๆ  อาหลิว ม๊าขอโทษนะ ยังไม่ต้องยกโทษให้ลูกชายม๊าก็ได้ แต่เรื่องนี้ขอให้เรารู้กันแค่ไม่กี่คน อย่าให้เรื่องมันใหญ่เลยนะ ลื้อจะให้ลูกชายอั๊วทำอะไรก็ได้ จะลงโทษยังไงก็ได้ ม๊ารู้ว่ามันฟังดูเห็นแก่ตัว แต่ว่าลื้อเองก็รักเฮียเขา ให้โอกาสเขาเถอะนะ” 

หญิงวัยกลางคนแทบจะทรุดตัวลงไปกอดขาลูกสะใภ้  เธอยอมทุกอย่าง แต่ขอเรื่องนี้เท่านั้น อย่าให้เรื่องมันบานปลายใหญ่โตไปมากกว่านี้เลย 

เสี่ยวหลิวอยากจะทำใจแข็ง แต่เจอหวังไป๋ลี่ที่พยายามทิ้งตัวลงไปกับพื้นโดยมีลูกชายยื้อเอาไว้ก็ทำอะไรไม่ถูก กับเรื่องโกหกพรรคนั้นแม่สามีไม่ควรจะต้องเสียใจขนาดนี้ หวังไป๋ลี่ควรจะรู้ความจริง แต่เขาพูดไปยังไงหล่อนก็ไม่ยอมฟัง จะให้เขาทำยังไงได้

ยิ่งไม่คาดคิดกว่านั้นคือหวังหย่งเหวินที่เป็นฝ่ายทิ้งตัวคุกเข่าลงมาแทน 

“ให้โอกาสเฮียเถอะนะ เสี่ยวหลิว” 

หวังหย่งเหวินเทหมดหน้าตัก หมดแล้วศักดิ์ศรี หมดแล้วความยิ่งยโส ชัยชนะที่กำลังจะได้มาโดยการเป็นฝ่ายพ่ายแพ้นับว่าคุ้มค่า ตอนนี้ได้รู้แล้วว่าทิฐิที่ตัวเองมีทำให้เรื่องราวมีแต่แย่ลง เขาก้มหัวให้ภรรยาที่เคยผลักไสไล่ส่ง ยอมกลืนน้ำลายตัวเองเสียที

หวังไป๋ลี่พยักหน้าเสริม กล่าวด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง “นะ อาหลิว ให้โอกาสเฮียเขากลับตัวกลับใจนะ”

คนที่โดนกดดันจากทั้งสองทางเงยหน้ามองเพดาน กักน้ำตาไว้ อีกเพียงนิดเดียวเขาก็จะได้กลับประเทศไทยแล้ว นึกว่าการปรากฎตัวของหวังไป๋ลี่จะทำให้เขาเป็นอิสระ แต่เปล่าเลย สายตาของแม่สามีที่มองมาเต็มเปี่ยมไปด้วยความหวังนั้นทำให้เสี่ยวหลิวซึ่งเคยพามารดาบากหน้าไปขอลูกชายคนโตแต่งงานต้องสั่นไหว

นี่คือเวรกรรมที่เขาทำเอาไว้กับอีกฝ่ายใช่ไหม เขาบังคับหวังหย่งเหวินให้เลิกกับน้ำฝน ให้แต่งงานกับเขาโดยไม่เต็มใจ พอตัวเองจะหย่าบ้าง อีกฝ่ายกลับไม่ยอม ผูกมัดเขาด้วยเรื่องน่าอับอายแบบนี้ 

ก็ได้ เขาจะยอมทนต่ออีกสักหน่อย เขาทนมานานมากแล้ว อีกแค่นิดหน่อยจะเป็นอะไรไป

“หนึ่งปี” เสี่ยวหลิวเอ่ยออกมาอย่างยากลำบาก “เราจะอยู่ด้วยกันในฐานะสามีภรรยาหนึ่งปี เห็นแก่หน้าตาทั้งสองตระกูลผมจะอยู่กับหวังหย่งเหวินต่อ หลังจากนั้นเราจะหย่ากัน เรื่องที่เกิดเมื่อคืนผมจะไม่เอาความ ไม่พูดถึงอีก คุณน้าวางใจได้ครับ”

แม้จะไม่ใช่การสำนึกผิดชั่วชีวิต ไม่ได้อยู่ด้วยกันตลอดไปนับจากนี้ แต่หวังหย่งเหวินก็คิดว่าเพียงพอแล้วกับระยะเวลาที่จะทำให้เสี่ยวหลิวกลับมารู้สึกกับเขาเหมือนเดิม ได้เวลากลับคืนมาตั้งหนึ่งปีดีกว่าไม่ได้อะไรเลย

“ได้ แบบนั้นก็ได้ ขอบคุณมากนะอาหลิว ม๊าไม่รู้จะตอบแทนลื้อยังไง” หวังไป๋ลี่ขอบคุณสวรรค์ที่ยังเมตตาเธอ “หลังจากนั้นถ้าลื้อไม่อยากข้องเกี่ยวกับลูกชายอั๊วแล้วก็ได้ แต่ว่าตอนนี้ยังไม่ได้หย่ากัน เรียกอั๊วว่าม๊าเหมือนเดิมเถอะนะ” ยังไงก็ยังไม่อยากให้ลูกสะใภ้โกรธเกลียดเธอไปมากกว่านี้ 

“ขอบคุณนะ” หวังหย่งเหวินค่อย ๆ ลุกขึ้นจากพื้น สวมกอดร่างเล็กแน่น เสี่ยวหลิวไม่ได้ขยับเขยื้อน เช่นเดียวกับจมูกโด่งที่จรดลงบนกลุ่มผมเขาไม่ได้ระคายความรู้สึกอะไรอีกแล้ว ได้แต่ยืนนิ่งจำนนให้กับสองแม่ลูกตระกูลหวัง

ไม่เป็นไร ทนอีกแค่หนึ่งปีเท่านั้น 

เขาไม่ได้บอกว่าจะให้โอกาส แค่บอกว่าจะอยู่ด้วย

เมื่อเสี่ยวหลิวคนนี้ได้ชดใช้สิ่งที่ตัวเองก่อไว้เแล้ว หลังจากนั้นเขาจะไปจากหวังหย่งเหวินให้ไกลแสนไกล








-----------------------------------------------------------

หลุดจากเวลาตีสามไม่ได้555555555 ขอโทษที่ให้รอนานนะคะทุกคน

คงต้องขึ้นทอล์คด้วยคำว่าขอโทษค่ะ ขอโทษที่แต่งให้เรื่องออกมาเป็นแบบนี้  เราคิดมาหลายวันมากว่าจะยังไงต่อดี แต่ตามพล็อตที่วางไว้ผลสรุปการหย่าออกมาแบบนี้จะใกล้เคียงที่สุด

ตอนนี้จะเห็นได้ว่าตัวละครทุกตัวไม่ได้ดีหรือเลวทั้งหมด อย่างหวังไป๋ลี่แม่สามีเอง ตอนนี้นักอ่านอ่านจบอาจจะเกลียดเลยก็ได้ น่าจะโดนเละทุกตัวละครเลย ตอนแต่งกังวลอยู่เหมือนกันว่าจะมีคนเลิกอ่านไหมเพราะทั้งสองไม่ได้หย่า TT กลัวจะเบื่อที่เรื่องมันไปไม่สุด เหมือนวน หลิวติดลูป แต่จริงๆมันยังมีส่วนที่แตกต่าง เพราะคราวนี้หลิวเริ่มตัดใจ แถมต้องรับในสิ่งที่ตัวเองทำเหมือนกัน ไม่ใช่ว่าจะไปก็ไปง่าย ๆ บังคับเขาแต่งพอไม่สมหวังก็จะไปเลยแบบนั้นเราว่ามันก็น่าสงสารเฮียอยู่ 

เราเองไม่อยากให้ดราม่ามากไปกว่านี้แล้ว ถ้าแบบนั้นเรื่องจะค่อนข้างยาวเลยค่ะ เราอยากให้มีจังหวะพักกันทั้งนักอ่านทั้งคนเขียน ไม่อยากเขียนอะไรดิ่งๆ หลายตอนติด แต่ไม่ว่ายังไงก็เคารพทุกความคิดเห็นค่ะ55555555 จะลบจะบวกเราทำใจไว้แล้วก่อนลง ดีใจที่ยังมีคนอ่านมาถึงตอนนี้ฮืออ

ขอบคุณทุกกำลังใจทุกความคิดเห็นนะคะ ไว้พบกันตอนหน้าค่ะ รักทุกคนเสมออ

ความคิดเห็น