Au Elf

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

รักร้ายตอนที่52 “สมาชิกใหม่”

ชื่อตอน : รักร้ายตอนที่52 “สมาชิกใหม่”

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 8.8k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 24 ก.ค. 2561 01:03 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
รักร้ายตอนที่52 “สมาชิกใหม่”
แบบอักษร

ตลอดระยะเวลาที่ตั้งครรภ์มนสิชาดูแลสุขภาพของตนเองเป็นอย่างดี เธอจะไม่ให้ตัวเองต้องป่วยเป็นอะไรเด็ดขาดเพราะเธอไม่สามารถทานยาได้นั่นเอง มนสิชาเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อลูกน้อยและต่อสุขภาพของเธอเท่านั้น แต่ท้องที่สองนี้มนสิชาโชคดีที่ไม่มีอาการแพ้ท้องใดใดทั้งสิ้น แถมท้องนี้เธอกินเก่งมากเป็นพิเศษเพราะในท้องของเธอตอนนี้มีถึงสองชีวิตด้วยกัน ใช่แล้ว!!ท้องนี้เธอได้ลูกแฝดแถมเป็นเพศชายทั้งคู่ ดังนั้นในอนาคตอันใกล้นี้บ้านจารุพิชญาจะมีหนุ่มน้อยถึงสามคนด้วยกัน

...อีกหกเดือนต่อมา...

ตอนนี้ใกล้ครบกำหนดคลอดของมนสิชาในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้านี้แล้ว ทุกๆคนในบ้านต่างรอคอยที่จะได้เจอกับหนุ่มน้อยทั้งสองคนเหมือนตอนที่มีคุณหนูนักรบ คุณหมอสั่งให้มนสิชาแอดมิทที่โรงพยาบาลรอก่อนเพราะท้องของมนสิชาเริ่มลงต่ำมากขึ้นเหมือนคนใกล้คลอด แล้วยิ่งท้องนี้เป็นท้องที่สองแถมยังเป็นลูกแฝดอีกด้วย คุณหมอจึงค่อนข้างที่จะห่วงมากเป็นพิเศษ ส่วนเด็กชายนราธิป คุณปู่ คุณย่า ช่วยรับหน้าที่ในการดูแลแทนคุณพ่อที่ต้องไปนอนเป็นเพื่อนคุณแม่ที่โรงพยาบาล

ครั้งนี้มนสิชาก็ตั้งใจที่จะคลอดบุตรชายทั้งสองคนตามธรรมชาติเช่นเดียวกับตอนที่คลอดบุตรชายคนแรก เพราะเธอห่วงในเรื่องของสุขภาพของบุตรชายเป็นหลัก ส่วนอีกเหตุผลหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือเธอรู้ว่าถ้าทำการผ่าคลอดเธอจะไม่สามารถมีลูกให้ธนาธิปได้หลายๆ คน แต่ถ้าคลอดธรรมชาติเธอสามารถมีลูกกี่คนก็ได้ตามที่ต้องการนั่นเอง ซึ่งมีผู้หญิงน้อยคนนักที่จะคิดแบบมนสิชา

เช้าวันที่สามหลังจากแอดมิทมนสิชาเริ่มรู้สึกเจ็บท้องถี่ๆ มากขึ้นเรื่อยๆ และเธอรู้สึกได้ว่าน้ำเดินแล้ว

“โอ๊ะ โอ้ยยยย” มนสิชาร้อง

“มะปรางเจ็บท้องหรือครับ” ธนาธิปถามภรรยา

“ค่ะ โอ้ยยยยยยย” มนสิชาตอบ

“เดี๋ยวพี่กดกริ่งเรียกพยาบาลให้ครับ” ธนาธิปพูดจบก็รีบกดกริ่งเรียกพยาบาลทันที

...ก๊อก...ก๊อก...ก๊อก...

“คุณแม่เจ็บท้องเหรอค่ะคุณพ่อ” พยาบาลเวรถาม

“ใช่ครับ” ธนาธิปตอบ

“งั้นคุณพ่อเชิญรอด้านนอกก่อนนะคะ เดี๋ยวทางนี้ดิฉันดูแลต่อให้เองค่ะ” พยาบาลเวรบอกธนาธิป

ตอนนี้มนสิชาเข้ามารออยู่ในห้องคลอดเรียบร้อยแล้ว คุณหมอที่ดูแลมนสิชาก็มารอทำคลอดแล้วเช่นกัน ธนาธิปเองก็มาอยู่รอเพื่อเป็นกำลังใจให้มนสิชาในห้องทำคลอดด้วย ส่วนญาติๆ ที่มาถึงแล้วได้แต่นั่งรออยู่ที่หน้าห้องคลอดเท่านั้น

วินาทีสำคัญสำหรับคนเป็นแม่กำลังจะเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง มนสิชาได้แต่ภาวนาในใจขอให้บุตรชายทั้งสองของเธอคลอดออกมาครบสามสิบสอง สมบูรณ์ และแข็งแรง

“สูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ นะคะ แล้วค่อยๆ ปล่อยลมหายใจออกยาวๆค่ะคุณแม่ ทำหลายๆครั้งติดๆกันนะคะ” พยาบาลแนะนำวิธีการหายใจก่อนทำการคลอด มนสิชาเองก็ทำตามอย่างว่าง่าย

“ทีนี้คุณแม่ออกแรงเบ่งนะคะ” พยาบาลบอกอีกครั้ง

“ฮึ๊บบบบบบบบบบบบ” มนสิชาออกแรงเบ่ง ส่วนธนาธิปจับมือเพื่อให้กำลังใจมนสิชาเช่นกัน

“อีกครั้งค่ะ น้องคนแรกกำลังออกมาแล้วค่ะ” พยาบาลบอกเมื่อเห็นศีรษะของทารกน้อย

“อื้อออออออออออออออออออ” มนสิชาเบ่งอีกครั้ง

“อุแว้ๆๆๆๆๆๆๆ” ทารกน้อยแผดเสียงร้องดังลั่นห้องคลอด

ญาติๆ ที่นั่งรออยู่ด้านนอกได้ยินเสียงทารกน้อยร้องลั่นก็รู้สึกดีใจตามไปด้วย

“น้องคลอดออกมาแล้วหนึ่งคนนะคะ ร้องเสียงดังเลย น้องแข็งแรงปลอดภัยดีค่ะ” พยาบาลบอกกับมนสิชา

“ทีนี้คุณแม่ออกแรงเบ่งอีกครั้งนะคะ” พยาบาลบอก

“อ้าาาาาาาาาายยยยยยบย” มนสิชาออกแรงเบ่งเป็นจังหวะตามที่พยาบาลบอก

“อุแว้ๆๆๆๆๆ” เสียงทารกน้อยคนที่สองร้องดังไม่แพ้คนแรกเลย

“น้องปลอดภัย สุขภาพแข็งแรงดีนะคะคุณแม่” พยาบาลบอก

“ขอบคุณนะครับที่รัก” ธนาธิปพูดกับมนสิชาพร้อมทั้งกดจูบลงบนศีรษะของภรรยาเบาๆ หนึ่งครั้ง มนสิชาได้แต่ยิ้มตอบกลับไปเท่านั้น

เมื่อพยาบาลทำความสะอาดตัวให้ทารกน้อยทั้งสองคนเรียบร้อยแล้ว พยาบาลจึงนำหนูน้อยหนึ่งคนวางบนอกคุณแม่ ส่วนอีกหนึ่งคนให้คุณพ่อช่วยอุ้มเอาไว้ พร้อมทั้งถ่ายรูปครอบครัวเก็บไว้เป็นที่ระลึก

มนสิชาได้ออกมาพักฟื้นที่ห้องพักผู้ป่วยแล้ว แต่หนูน้อยทั้งสองยังต้องอยู่ในห้องเด็กแรกเกิดก่อนเหมือนครั้งที่มนสิชามาคลอดน้องนักรบ

หนูน้อยคนที่คลอดก่อนมีชื่อว่าเด็กชายพลาธิป หรือน้องขุนศึก ส่วนหนูน้อยคนที่คลอดทีหลังมีชื่อว่าเด็กชายธราธิป หรือน้องขุนพล ชื่อจริงของเด็กน้อยทั้งสองคุณปู่และคุณย่าช่วยกันตั้งให้ ส่วนชื่อเล่นของลูกน้อยทั้งสองมนสิชาและธนาธิปช่วยกันตั้งให้ลูกเพื่อให้สอดคล้องกับพี่ชายคนโตอย่างเด็กชายนราธิป หรือน้องนักรบนั่นเอง

“แม่คร๊าบบบ” เด็กชายนราธิปเดินมาหามารดาที่เตียงคนไข้ ธนาธิปจึงช่วยอุ้มบุตรชายเอาไว้ในอ้อมกอด

“คิดถึงลูกจังเลยครับ” มนสิชาพูดจบ ธนาธิปจึงวางบุตรชายไว้บนเตียงของมารดา เด็กชายนราธิปรีบหอมแก้มมารดาด้วยความคิดถึงเช่นกัน

ตอนนี้ญาติๆ ของธนาธิปและมนสิชามารอเจอหน้าฝาแฝดทั้งสองที่ห้องพัก หลังจากที่พูดคุยกันได้ไม่นานพยาบาลก็เข็นรถเข็นเพื่อนำเด็กชายทั้งสองคนที่อยู่ในหัวข้อสนทนาเข้าห้องมา คุณปู่กับคุณย่าอุ้มหลานชายไว้หนึ่งคน ส่วนคุณยายเองก็อุ้มหลานชายอีกคนไว้เช่นกัน ทุกๆ คนกำลังเห่อสมาชิกใหม่ของบ้าน รวมถึงผู้เป็นพี่ชายอย่างเด็กชายนราธิปด้วย

“แม่ครับน้อง” เด็กชายนราธิปพูด

“ใช่ครับ น้องของนักรบครับลูก” มนสิชาบอกบุตรชาย

“รักน้องมั๊ยครับ” ธนาธิปถามบุตรชาย

“รักครับ” เด็กชายนราธิปตอบ

เมื่อเด็กชายนราธิปพูดจบ ธนาธิปผู้เป็นบิดาก็อุ้มเด็กชายนราธิปเอาไว้เพื่อให้ดูน้องที่คุณย่า คุณยาย อุ้มอยู่

“น้องน่ารัก” เด็กชายนราธิปพูด

“ผมรักน้อง” เด็กชายนราธิปพูดต่อ

ทุกๆ ในห้องต่างยิ้มดีใจที่ได้ยินเด็กชายนราธิปพูดแบบนี้


วันนี้มนสิชาได้รับอนุญาตให้กลับบ้านได้แล้ว ครั้งนี้คุณปู่ คุณย่า คุณยาย ต่างพากันมารับหลานชายที่โรงพยาบาลด้วย

“กลับบ้านเรานะครับขุนศึก ขุนพล” คุณอารดาเอ่ย

“ใช่ลูก กลับบ้านนะครับ” นางอารีรัตน์พูดเช่นกัน

ตอนนี้หนูน้อยทั้งสามคนนั่งประจำที่อยู่ในคาร์ซีทของตัวเองเรียบร้อยแล้ว ดังนั้นธนาธิปจึงขับรถมุ่งหน้ากลับบ้านทันที ส่วนลุงเกริกก็ช่วยขับรถให้คุณธนาคมและคุณอารดา และนายมั่นก็ช่วยขับรถให้นางอารีรัตน์และลูกๆ มาที่บ้านจารุพิชญาเช่นกัน

สมาชิกที่บ้านจารุพิชญาต่างออกมารอต้อนรับคุณหนูกลับบ้านเช่นกัน เมื่อรถจอดสนิทที่หน้าบ้านทุกๆ คนรอคอยที่จะได้เห็นคุณหนูทั้งสอง ทุกๆ คนต่างช่วยกันหยิบจับของออกจากรถคนละไม้คนละมือโดยไม่ต้องบอก

เมื่อนำคุณหนูทั้งสองมาที่ห้องนั่งเล่นที่บ้านใหญ่ ทุกคนต่างมารุมล้อมดูคุณหนูทั้งสองกันใหญ่

“หน้าตาน่าเกลียดน่าชังจริงๆเลยนะคะ” ป้าสายหยุดพูด

“ใช่ป้า คุณหนูทั้งสองเหมือนพี่ชายตอนเด็กๆ ไม่มีผิดเลยจะ หน้าตาน่าเกลียดน่าชังมาก” หวานพูด

เมื่อพูดคุยได้สักพักคุณอารดาจึงให้มนสิชาและหลานชายทั้งสามคนกลับไปที่เรือนริมน้ำเพื่อพักผ่อนเช่นกัน

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น