วไลกร/ชาล็อต
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับดาว+กุญแจ+เหรียญ ที่สนับสนุนวไลกรนะคะ : )

6~ผู้หญิงอีกคนเป็นใคร-2

ชื่อตอน : 6~ผู้หญิงอีกคนเป็นใคร-2

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 559

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 24 ก.ค. 2561 20:19 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
6~ผู้หญิงอีกคนเป็นใคร-2
แบบอักษร

ณัฐนรีเชื่อว่าหนุ่มอิตาลีคนนี้ไม่รู้ว่าอณิษฐาเป็นเพื่อนของเธอ เพราะวันที่เพื่อนถูกอุ้มเธอยังไม่รู้ว่าใครเป็นใคร จำได้แต่นายหน้าโหด ไม่ได้เห็นหน้าเขา

“อณิษฐา เซเลปคนสวย เธอเป็นผู้หญิงของผม” เจ้าของดวงตาสีดำสนิทบอกอย่างไม่ปิดบัง

“ไม่น่าเชื่อ เธอออกจะหยิ่งยโส ไม่เคยควงหนุ่มคนไหนซักคน คุณทำยังไงคะ ถึงทำให้เธอมาอยู่เพนต์เฮาส์ของคุณได้” ดวงตาเล็กหรี่ลง พยายามล้วงความจริงจากนักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพลในกรุงโรม

“ก็...แค่ทำให้เธอเป็นหนี้ผมซัก สอง...สามร้อยล้าน” ริมฝีปากหยักบางยกยิ้ม เขายกแก้วค็อกเทลขึ้นจิบ

“เชิญทานอาหารดีกว่าครับ” นีโอตัดบททันทีที่เริ่มรู้ตัวว่ากำลังจะเปิดเผยความจริงบางอย่างกับคนนอก

ณัฐนรีเริ่มสงสัย เธอเดินตามร่างใหญ่ล่ำไปที่โต๊ะอาหาร สมองน้อยๆ ครุ่นคิดตลอดเวลา และคิดว่าเธอจะหาความจริงข้อนี้ให้ได้ คำพูดของหนุ่มหล่อคนนี้ฟังดูกำกวมพิกล

“ถ้าฉันไม่เห็นผู้หญิงของคุณ ฉันก็เกือบหลงเสน่ห์คุณเข้าแล้วนะคะ” สาวร่างเล็กแกล้งหยอดพร้อมกับส่งตาหวานให้ใบหน้าเพรียวแกร่ง

“ถ้าเราจูนตรงกัน บางที...ผมอาจจะรับข้อเสนอของแม่คุณก็ได้” คำพูดของนักธุรกิจผู้หยิ่งทะนง ทำให้คนฟังรู้สึกว่าตัวเองแทบไม่มีคุณค่าหลงเหลืออยู่

“ข้อเสนออะไรคะ” ณัฐนรีถามเสียงต่ำ พยายามเก็บความไม่พอใจเอาไว้

“ผมนึกว่าคุณสมรู้ร่วมคิด เอิ่ม...ไม่ใช่ นึกว่าคุณรู้แล้วเสียอีก ก็คุณวรางค์อยากจะให้คุณแต่งงานกับผมออกนอกหน้าขนาดนั้น ความจริงคุณก็น่ารักดี แต่ผมไม่ชอบถูกใครผูกมัด” วาจาตรงไปตรงมา จนเหมือนคำสบประมาท ทำให้หญิงสาวหน้าชา เธอกำหมัดแน่นนับหนึ่งถึงสิบในใจ

“คุณพูดแบบนี้กับผู้หญิงทุกคนหรือคะ” เธอถามตรงๆ กับเขาเช่นกัน พร้อมกับฉีกยิ้มให้อย่างไม่เต็มใจ

“ผมชอบพูดตรงๆ ใครรับได้ก็คบกับผมได้ ผมให้โอกาสผู้หญิงทุกคน ใครทำให้ผมยอมทิ้งชีวิตอิสระได้ ผมยินดี” คำพูดกับการตักอาหารใส่จานของคู่สนทนาช่างขัดกันนักในสายตาของเธอ

“ฉันชักสนใจแล้วสิ ตกลงเซเลปคนดังนั่นเป็นแผนของคุณ ทำให้ฉันเห็นเธอที่นี่ใช่มั้ย ใครๆ ก็รู้จักเธอดี ถ้าคุณไม่ใช้เล่ห์กลคงไม่มีวันได้ตัวเธอหรอก ขอโทษนะคะ ฉันก็ชอบพูดตรงๆ เหมือนกัน” ริมฝีปากเล็กบางยกยิ้มรู้ทัน

“มันไม่ใช่อย่างที่คุณคิด และผมไม่ชอบให้ใครยุ่งเรื่องส่วนตัว อัมริโก!” นีโอหน้าตึงเอ่ยอย่างไม่พอใจ คำสุดท้ายเรียกคนสนิทมือขวาเสียงดัง

“ครับบอส รู้ได้ไงว่าผมกลับมาแล้ว” อัมริโกวิ่งเข้ามายืนตรงหน้าเจ้านาย

“ตาฉันไม่ได้บอด ส่งคุณณัฐนรีด้วย” พูดจบเขาเดินหนีมาด้านหน้า แล้วเดินขึ้นบันไดไปอย่างรวดเร็ว

เจ้าของเพนต์เฮาส์รู้สึกขัดใจที่ผู้หญิงตัวเล็กสอดรู้สอดเห็นมากเกินไป ถ้าไม่เกรงใจวรางค์ เขาคงไม่ได้ทำแค่ไล่กลับอย่างสุภาพ ความหงุดหงิดพาเจ้าของร่างสมาร์ทเดินมาหยุดหน้าห้องนอนเล็ก พอจับก้านประตูโยกแต่เปิดไม่ออก จึงเคาะเรียก

“นิด เปิดประตูให้ผมหน่อย” แค่ชื่อของสาวไทยคนนี้หลุดออกจากปาก ก็ทำให้เขาคลายความหงุดหงิดได้อย่างไม่น่าเชื่อ

ประตูเปิดออกง่ายๆ ร่างเพรียวสวยในชุดเดรสทรงเอสีกรมท่าเดินกลับไปนั่งที่เตียง เธอไม่ยอมมองหน้าคนที่เดินตามเข้ามา เขาลงนั่งเบียดพร้อมกับโอบไหล่ให้เธอแนบชิด

“โกรธผมรึเปล่า” เสียงทุ้มอ่อนโยนทำให้ใบหน้าสวยหันมามอง เธอปล่อยเสียงหัวเราะในลำคอ

“ฉันจะโกรธคุณเรื่องอะไรคะ ลูกหนี้อย่างฉันทำแบบนั้นได้ด้วยหรือ ความจริงคุณไม่ต้องหลอกว่าไม่เคยพาผู้หญิงคนไหนมาที่เพนต์เฮาส์ก็ได้ เพราะมันไม่ได้สำคัญอะไรเลย” น้ำเสียงนั้นคล้ายจะเยาะหยันตัวเอง

“ผมไม่ได้หลอก สำหรับเอิร์ธ ถ้าแม่เธอไม่ได้เป็นหุ้นส่วนร่วมธุรกิจ ผมไม่ยอมให้เธอขึ้นมาหรอก ฮั่นแน่! คุณหึงผมล่ะสิ” ความรู้สึกภูมิใจแว่บเข้ามาในหัวใจแกร่ง แค่ต้องการเอาชนะผู้หญิงจองหอง ไม่น่าจะทำให้ภูมิใจขนาดนี้

“ใครหึงคุณ เข้าใจอะไรผิดไปรึเปล่า” เธอโต้กลับ พร้อมเบี่ยงไหล่ออกจากการโอบ แต่เขากลับกระชับแขนแน่นขึ้น

หัวใจสองดวงที่เคยสานสัมพันธ์กันเมื่อห้าปีก่อน ทำให้ความรู้สึกที่เคยมีให้กัน ไม่ต่างจากคู่รัก จึงพลั้งเผลอแสดงออกมาโดยไม่รู้ตัว

“ผมเข้าใจถูกและกล้ายอมรับความจริง คุณน่ะไม่กล้ายอมรับความจริง” คำพูดจริงจังจบลงพร้อมกับแก้มนุ่มถูกเขาหอมฟอดใหญ่

“ปล่อยฉันได้แล้วค่ะ คุณควรจะไปต้อนรับแขกของคุณก่อน” อณิษฐายอกย้อนอย่างน้อยใจ ถึงกระนั้นก็ไม่อยากให้เพื่อนต้องมาเป็นเหยื่อของผู้ชายคนนี้

“ผมไล่เธอกลับไปแล้ว” เขาปล่อยร่างสวยให้เป็นอิสระ บอกอย่างไม่ใส่ใจ

“อะไรนะ! คุณนี่ไม่เคยให้เกียรติผู้หญิงเลยหรือไง” ใบหน้ารูปไข่หันขวับมา อุทานเสียงแหลม แล้วก็ต่อว่าเขาอย่างลืมตัว

“ผมแค่ตรงไปตรงมา” ดวงตาดำสนิทเหลือบหางตามองพร้อมกับตอบห้วนๆ

“หวังว่าคุณคงไม่พาเธอมาบำเรอ...” เสียงของเธอขาดหาย ขณะที่ดวงตาเรียวมีหยาดน้ำเอ่อขึ้น ไม่อยากให้เพื่อนต้องมาประสบชะตากรรมเช่นเดียวกับตัวเอง

“คุณหึงผมจริงๆ” ใบหน้าเพรียวแกร่งหันมายิ้มกว้าง

เขาโน้มลงประทับจูบเร่าร้อน มือเริ่มยุ่มย่ามไปตามผ้าพลิ้วบาง หญิงสาวครางประท้วง ลิ้นอ่อนนุ่มรับรสผลไม้รวมจากริมฝีปากของเขา

“อย่าขัดขืนดีกว่า อย่าลืมสิ ต้องจ่ายดอกเบี้ยให้ผมอีกหนึ่งคืน” นีโอผละออกส่งแววตาเจ้าเล่ห์มองทั่วใบหน้าสวย

“ฉันไม่เบี้ยวหรอกน่า คุณกินข้าวแล้ว แต่ฉันยัง และตอนนี้ก็เพิ่งสิบโมง” คิ้วโค้งสีดำเลิกขึ้น สองมือผลักกล้ามอกยันไว้

“ขอผมจูบอีกที” กายหนุ่มเรียกร้องต้องการร่างเย้ายวน โดยไม่คิดจะรอเวลาค่ำคืน

“ไม่ค่ะ ฉันหิว ถ้าฉันไม่ยอมให้คุณเก็บดอกเบี้ย คุณจะฆ่าฉันทิ้งเลยก็ได้ ชีวิตของฉันมันไม่เหลืออะไรแล้วนี่” ดวงตาสีเทาจ้องใบหน้าเขาแน่วแน่พร้อมกับเอ่ยประชด

ร่างใหญ่ล่ำจึงคลายอ้อมแขนแล้วลุกขึ้นยืน รั้งเธอลุกขึ้นจากเตียง โอบเอวพาเดินออกจากห้องนอน เธอยอมเดินตามเขาง่ายๆ เพราะความรู้สึกคงจะไม่ด้อยค่ามากไปกว่านี้อีกแล้ว

“จัดอาหารให้คุณนิด” คำสั่งสั้นๆ บอกคนที่ยืนรออยู่หน้าบันไดชั้นล่าง

อณิษฐายิ้มให้ใบหน้าคมสันซึ่งมีหนวดบางๆ อยู่เหนือริมฝีปาก อย่างน้อยคนของเขาก็ทำเหมือนกับว่าเธอเป็นนายผู้หญิงอีกคน ซึ่งลอนโซเพิ่งกลับเข้ามายืนรอ แค่เดินลงจากบันได แล้วเจ้านายสั่งก็รีบกุลีกุจอไปจัดโต๊ะอาหารให้ใหม่

ขณะที่หญิงสาวกำลังรู้สึกมีค่าแม้เพียงเล็กน้อย แต่ชายหนุ่มกลับไม่พอใจ ส่งเสียงดุกระซิบข้างขมับของเธอ “ห้ามยิ้มให้ผู้ชายอื่น นอกจากผมคนเดียว”

ดวงตาเรียวตวัดค้อนใส่ ทั้งที่เขามองไม่เห็น จบคืนนี้เธอจะไม่พบเขาอีก เงินสองร้อยล้านจะปลดหนี้และปลดปล่อยร่างกายของเธอไม่ให้เขาเอาเปรียบได้อีก

ณัฐนรีเดินออกจากเพนต์เฮาส์ตามร่างบึกบึนของอัมริโก พอเข้ามาอยู่ในลิฟต์ของเพนต์เฮาส์สองต่อสอง ดวงตาสีดำมองใบหน้าที่รกไปด้วยเคราอย่างหวาดระแวง

“ถ้าผมจำไม่ผิด ผมเห็นคุณอยู่ที่บ้านมิสเทวาพงศ์” อัมริโกเอ่ยทำลายความเงียบ โดยไม่สนใจแววตาหวาดระแวงจากหญิงสาว

“ใช่ แล้วทำไม เกี่ยวอะไรกับนายด้วย” ณัฐนรีแหวใส่ ไม่ชอบให้ใครมาวุ่นวายเรื่องส่วนตัว

“ไม่เกี่ยวกับผมหรอก เห็นคุณหน้าข่าวสังคมบ่อยๆ ไม่คิดว่าคุณอยากจะเป็นผู้หญิงในคอลเลคชั่นของบอส” เสียงเครียดๆ สะดุดหู แต่เธอฟังเหมือนเขากำลังดุ

“ไม่ต้องมายุ่งเรื่องของฉัน นายหน้าโหด” สาวร่างเล็กตะโกนใส่หน้าอย่างไม่พอใจ เขาเป็นใครถึงจะมาดุเธอได้

ประตูลิฟต์เปิดพอดี เธอจึงรีบวิ่งไปขึ้นรถยนต์ของตัวเอง ขับรถออกจากที่จอด ลงจากคอนโดมิเนียมทันที อัมริโกมองตามพลางส่ายหน้า เขาเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องเข้าไปวุ่นวายกับไฮโซร่างเล็กคนนี้ด้วย

“คุณคงหลงเสน่ห์บอสของผมอีกคนล่ะสิ” ใบหน้าเข้มดุยืนบ่นพึมพำกับความว่างเปล่า

อัมริโกไม่ได้อยู่ที่เพนต์เฮาส์ตอนที่ณัฐนรีมา เขาจึงไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง นอกจากจะคิดเอาเองว่าสาวร่างเล็กคงมาติดกับดักเจ้านายของเขาอีกคน ร่างบึกบึนถอนหายใจส่ายศีรษะอีกครั้ง แล้วจึงเดินกลับเข้าไปในลิฟต์

ความคิดเห็น