กนกรส มาศอุไร

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

รีไรท์ : ปกป้องเพราะถือสิทธิ์1 (วางจำหน่ายEbook แล้ว)

ชื่อตอน : รีไรท์ : ปกป้องเพราะถือสิทธิ์1 (วางจำหน่ายEbook แล้ว)

คำค้น : อานนท์ มุขธิดา

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 464

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 22 ก.ค. 2561 13:46 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
รีไรท์ : ปกป้องเพราะถือสิทธิ์1 (วางจำหน่ายEbook แล้ว)
แบบอักษร

สามารถโหลดซื้อได้แล้ววันนี้​

​ต่อจากตอนที่แล้ว...



หญิงสาวสองนางที่สวมใส่ชุดแบรนด์ดังตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้ากำลังนั่งสนทนากันอย่างออกรสชาติ ในมือของหญิงสาวฝั่งด้านขวามือของโต๊ะอาหาร เจ้าตัวกำลังถือเครื่องมือสื่อสารรุ่นล่าสุด เจ้าหล่อนจ้องภาพนิ่งในนั้นด้วยสายตาพินิจสลับกับวาวแสงเป็นพักๆ มองไปมองมาอีกสักระยะ ใบหน้าสวยพริ้งจากการแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางนำเข้า กลับเจือด้วยสีแดงระเรื่อจนเกือบเข้มจัด

“เธอดูภาพนี้สิ ฉันอยากจะจิกหนังหัวมันมาตบให้หายหมั่นไส้นักเชียว”

เจ้าหล่อนยื่นภาพหนึ่งให้เพื่อนสนิทดู พร้อมเบ้ปาก มองยังไงก็ไม่เห็นจะเหมาะสมกันอย่างที่อดีตแม่สามีคอยป่าวประกาศบอกใครต่อใครที่สมาคม พอข่าวรู้ถึงหูของเธอเข้า มันเลยทำให้เธออยู่ไม่เป็นสุข ต้องลนลานรีบจ้างนักสืบออกหาข่าวดังกล่าว มันมีมูลความจริงหรือว่าแค่ข่าวโคมลอยกันแน่

“แล้ว...” แม่เพื่อนสาวฝั่งตรงข้าม ไม่ได้รู้สึกอินังขังขอบกับเรื่องร้อนใจนี้ของเพื่อนสนิทไปด้วย เจ้าหล่อนย้อนถามด้วยน้ำเสียงเซ็งจัด แล้วปรายหางตามองผ่านรูปตรงหน้าไม่ได้ให้ความสำคัญ

 อันที่จริงการที่เธอยอมรับปากออกมาทานข้าวเที่ยงกับภาวิณี เป็นเพราะเธอกำลังรู้สึกไม่สบอารมณ์กับอานนท์ขั้นรุนแรง และคิดจะหาทางระบายด้วยการโทรเรียกคู่ขาเหมือนเก่า ทว่าภาวิณีกลับโทรเข้ามาดักหน้าเสียก่อน เธอจึงเปลี่ยนใจออกมากินข้าวกับเพื่อนแทนนั่นเอง

 อานนท์ไม่ยอมรับสายโทรศัพท์ของเธอตั้งแต่เมื่อวาน ส่งไลน์เตือนเพื่อให้เขาโทรกลับ จนป่านนี้แม้แต่จะเปิดอ่านไลน์ของเธอเขายังไม่เปิดอ่านมันเลยด้วยซ้ำ จะให้เธอทู่ซี้เขาด้วยการบุกไปหาที่บริษัทเหมือนหลายครั้ง อานนท์ได้สั่งห้ามเธอเด็ดขาด ถ้ายังอยากให้ความสัมพันธ์เหมือนเดิม เขาย้ำให้เธออย่าวุ่นวาย ล้ำเส้นของความเป็นเพื่อนมากกว่าที่เป็น

 ตอนรับปากตกลงกับภาวิณี เพื่อออกมาทานข้าวเที่ยง เธอแค่อยากจะหาเพื่อนคุยเพื่อระบายความหงุดหงิดในใจเท่านั้น แต่ที่ไหนได้ แม่เจ้าประคุณกลับมีเรื่องงี่เง่าขุดมาเล่าให้เธอฟังจนเมื่อยหูไปหมด

“ก็ไม่แล้วไงหรอกพิต้า แต่ฉันรู้สึกหมั่นไส้นังนี่มันเท่านั้น”

ภาวิณีใส่อารมณ์ฉุนเฉียว สายตาโกรธจัดจ้องมองภาพสวีทหวานของอดีตสามีกับผู้หญิงตัวเล็กผิวขาว ได้ข่าวจากนักสืบที่เธอว่าจ้าง แม่ผู้หญิงคนนี้คือผู้ช่วยพยาบาลพิเศษ ทางบ้านของอนุชินว่าจ้างให้มาดูแลเขาตอนขาพิการ จวบจนกระทั่งตอนนี้เขากลับมาเดินเหินได้เป็นปกติดีเหมือนเก่า กลับมาเป็นอนุชินหนุ่มโสดในฝันของสาวทั้งหลาย พ่อหม้ายหนุ่มเนื้อหอมที่กำลังถูกจับตามองคนหนึ่งในแวดวงธุรกิจเมืองไทย จนเธอนั้นร้อนใจ นึกเสียดายกับการคิดอะไรสั้นๆในวันนั้น ดันยอมปล่อยมือทิ้งขว้างชายหนุ่ม เมื่อในวันที่เขาย่ำแย่จนดูไม่ได้

ตอนนั้นเธอคิดเพียงแค่ไม่อยากมีสามีกลายเป็นคนพิกลพิการ ขาเดินไม่ได้ เพราะลำพังแค่เรื่องช่วยเหลือตัวเองเล็กๆน้อยๆเขายังทำไม่ได้เลย จะเข้าห้องน้ำแต่ละที ลำบากเธอต้องคอยช่วย สกปรกจะตายใครจะทนทำลง เธอเองก็ไม่เคยต้องทำอะไรเพื่อใครมาก่อน เกิดมาบนกองเงินกองทอง มีข้าทาสบริวารรอบหน้ารอบหลัง ไม่เคยต้องหยิบจับอะไรให้ต้องเหนื่อย คอยแต่จะใช้นิ้วชี้สั่งอย่างเดียว

ดังนั้นมีหรือเธอจะยอมทำอะไรเพื่อผู้ชายที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นแค่สามี สุดท้ายเขาต้องกลายเป็นคนนอกสำหรับครอบครัวเธออยู่ดี อนุชินไม่ใช่คนเก่า เขาถูกปลดออกจากตำแหน่งประธานบริษัท แถมหมดสมรรถภาพทางเพศให้ความสุขกับเธอไม่ได้อีกแล้วด้วยในตอนนั้น

ดวงตาริษยาวาวโรจน์ตอนเห็นรูปภาพถัดมา

“มันก็แค่ผู้ช่วยพยาบาลจนๆคนหนึ่ง ไม่เห็นจะมีดีกว่าฉันตรงไหน” ประโยคต่อมาของเพื่อนสาวทำเอาพิชยาคิดหน่ายใจ ก็ถ้ามีดีจริงคงไม่ดิ้นรนนั่งไม่ติดจนต้องลุกขึ้นมาว่าจ้างนักสืบเพื่อสืบเรื่องของอดีตสามีแบบนี้หรอก

“เธออยากจะกลับไปกินของเก่าว่างั้น” พิชยาถามขึ้นเสียงเย้ยหยัน ตวัดสายตาเฉี่ยวคมมองแม่เพื่อนผู้มีนิสัยเอาแต่ใจฉงนฉงาย มันผ่านมาตั้งเกือบสองปีกว่า คิดเหรอว่าอนุชินจะยอมกลับมากินน้ำพริกถ้วยเก่าอีกครั้ง ตอนทิ้งเขามาใช่ว่าภาวิณีจะครองตัวเป็นแม่หม้ายแสนดี 

“ก็...ฉันยังรักชินอยู่นี่” ภาวิณีเอ่ยอ้างขึ้น ก่อนหลบสายตาเพื่อนสาว

“รัก...แต่ก็เฉดหัวเขาทิ้งทันทีที่เขากลายเป็นคนพิการ ไร้ตำแหน่งหน้าที่ เพราะคุณลุงยกบริษัททั้งหมดให้น้องชายเขาเป็นคนดูแลแทนนี่นะ” สาวนิสัยแรงพูดดักทางอย่างคนมองความจริงไม่ได้หลับหูหลับตาเข้าข้างเพื่อนสนิท

“ตอนนั้นฉันกำลังเครียด เลยตัดสินใจแบบนั้น อีกอย่างทางบ้านก็บอกให้ฉันหย่ากับชิน ฉันไม่อยากขัดใจพวกท่านด้วย เลยหย่าๆซะจะได้สบายใจกันทุกฝ่ายไง”  

คนไม่ยอมรับตัวเองว่าผิดบอกเสียงแผ่ว จะมาโทษเธอคนเดียวได้ยังไงล่ะ ในเมื่อทั้งบิดาและมารดาของเธอ พวกท่านต่างมาคะยั้นคะยอขอให้เธอหย่าขาดกับอนุชินซะ เพื่อเอาสินสมรสมาแบ่งกันแล้วต่างคนต่างอยู่

“แล้วทีนี้เธอจะทำอย่างไรต่อไป ดูเหมือนคุณชินเขาเองก็กำลังกลับมาโดดเด่นในวงสังคมอีกครั้งแล้วไม่ใช่เหรอ ประเด็นสำคัญเลยนะเธอ ฉันยังมองไม่เห็นทางที่เขาจะยอมให้อภัยแม่เมียที่เขี่ยเขาทิ้งอย่างไม่ไยดีในวันที่เขาล้มได้ง่ายๆ” พิชยาพูดย้ำในสิ่งที่ภาวิณีเองก็แอบคิดไว้แต่แรกเหมือนกัน ใบหน้าสวยคมเลยย่นยู่พร้อมพ่นลมหายใจหนักหน่วง

“อีกอย่างเขากำลังตามจีบแม่คนนั้นอยู่ด้วย มันยิ่งยากเป็นหลายเท่า” พิชยาชี้ไปยังจอภาพในมือถือของเพื่อนสาว เธอเห็นหน้าไม่ชัดเลยไม่ทันสังเกต ใบหน้าของสาวตัวเล็กผิวขาวอย่างที่ภาวิณีวิจารณ์นั่นจะเป็นคนเดียวกันกับที่อานนท์เคยเอามาให้เธอดู เพื่อหาข้อมูลผู้หญิงในภาพใช่พนักงานในร้านของตนเองเมื่อหลายเดือนก่อนหรือไม่

“เธอต้องช่วยฉันนะ พิต้า” ภาวิณีวางมือถือลงแล้วเปลี่ยนมากุมมือของเพื่อนไว้แทน

พิชยาเลิกคิ้วโก่งขึ้นมองด้วยความสงสัย

“จะให้ฉันช่วยอะไร”

“จัดการนังผู้หญิงคนนี้ให้ฉันที” ภาวิณีกัดปากพูดเสียงเข้ม เธอรู้สึกเกลียดชังอีคนในรูปถ่ายอย่างบอกไม่ถูก ยิ่งมารู้ความจริงโดยละเอียด มันเคยเป็นอดีตคนรักเก่าของอนุชินก่อนเธอกับเขาจะแต่งงานกันตามความเห็นชอบของผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย

 ใจเธอตอนได้อ่านรายละเอียดรายงานจากนักสืบ กลับยิ่งร้อนดั่งไฟเผา มันคงเป็นเพราะถ่านไฟเก่าสินะ ใกล้กันเมื่อไหร่ไฟที่ไม่เคยมอดดับลง มันเลยโหมลุกขึ้นมากระพืออีกครั้ง

 หึ... ถึงได้ว่าทำไมชินถึงได้มีแรงกลับมาเดินได้ตามปกติ มันเป็นเพราะเขาได้กำลังใจดีจากอีนังนั่นนั่นเอง

“ฉันอยากได้ชินกลับคืนมา และฉันคิดแผนบางอย่างเอาไว้แล้ว แต่...”

 ภาวิณีหยุดเสียงพูด ก่อนลุกขึ้นยืนสลับเก้าอี้นั่งลงเคียงข้างกับเพื่อนสาวแทน ป้องปากกระซิบบอกเล่าถึงแผนการบางอย่างที่ตนเองได้คิดวางแผนเอาไว้ล่วงหน้า งานนี้เธอยอมไม่ได้ อาจเพราะตลอดระยะเวลา เธอยังไม่เคยเจอใครคนไหน ทำให้เธอมีความสุขได้เหมือนอย่างอนุชินทำ เขาเคยปรนเปรอทำให้เธอเหมือนได้ล่องลอยอยู่บนสรวงสวรรค์ เป็นเจ้าหญิงสำหรับเขา ไม่เคยทำให้เธอน้อยหน้าใคร  

“เธอแน่ใจหรือว่ามันจะสำเร็จ”

พิชยาย่นหัวคิ้วหลังจากฟังแผนการคร่าวๆของภาวิณี แม้นเศษเสี้ยวของความคิดมันย้อนแย้งไม่อยากยื่นมือเข้าไปวุ่นวายกับเรื่องผัวๆเมียๆก็ตาม แต่เมื่อเห็นแก่ความเป็นเพื่อนสนิทกันมายาวนาน พิชยาจึงไม่อาจปฏิเสธให้ความช่วยเหลือเพื่อนสาวของตนเองได้เต็มคำ

“มันต้องสำเร็จสิ ถ้าเธอยอมรับปากว่าจะช่วยฉัน” ภาวิณีคลี่ยิ้มเต็มวงหน้า ส่งสายตาเอาจริงเอาจังจนพิชยาอ่อนใจ

“ก็ได้ ฉันจะช่วยเธออีกแรงก็แล้วกัน”

“ขอบใจมากนะพิต้า ฉันคิดอยู่แล้วว่าเธอต้องช่วย”

 ภาวิณีรั้งร่างเพื่อนสาวมากอดไว้ พิชยาได้แต่กลอกตามองบน กะอีแค่จ้างคนของพ่อตนเองเพื่อทำงานง่ายๆ ทำไมเธอจะทำให้ไม่ได้ล่ะจริงไหม

“ฉันไม่ได้ช่วยเธอฟรีๆนะ ฉันมีข้อแลกเปลี่ยน”

“ได้สิ เธออยากได้อะไรบอกมา” ภาวิณีผละห่างนึกอยู่แล้วเชียวแม่เพื่อนตัวแรงของกลุ่มต้องมีเรื่องมาแลกเปลี่ยนเสมอ

“คืนนี้เธอต้องให้มาชร์เด็กคนล่าสุดของเธอมาหาฉันที่คอนโด” พิชยาหมายถึงเด็กในสังกัดภาวิณี

ในเมื่อเธอยังไม่หายหงุดหงิดเกี่ยวกับเรื่องของอานนท์ แถมยังต้องมาทนนั่งฟังแม่เพื่อนตัวดีพร่ำรำพันถึงเรื่องอดีตของสามีต่างๆนานา พิชยาจึงอยากหาทางระบายอารมณ์กำหนัดให้ตัวเอง และเธอเคยเห็นหนุ่มน้อยหน้ามนคู่ขาคนล่าสุดของภาวิณี วันนั้นเธอเกิดสะดุดตาเข้าอย่างจัง แต่เมื่อรู้ว่าเป็นของเพื่อน เธอจึงไม่ได้สนใจจะสานความสัมพันธ์ต่อ

“คืนนี้เธอรอรับความสุขแบบหลุดโลกได้เลยพิต้าจ๋า ฉันจะสมนาคุณเธอให้ถึงที่เลยละจ้ะแม่เพื่อนคนงาม หรือจะควบสอง ฉันสามารถจัดให้ได้น่า”

ภาวิณีไหวไหล่พร้อมหลิ่วตาเจ้าเล่ห์ สองสาวยิ้มให้กันอย่างคนรู้ไส้รู้พุงเป็นอย่างดี กะอีแค่แบ่งผู้ชายในสต๊อกแค่คนสองคนให้เพื่อนได้ชิมรสชาติดูบ้าง มีหรือภาวิณีจะขัดข้อง ยอมยกให้เพื่อนได้กินไม่ได้ เรื่องแค่นี้ถือว่าจิ๊บจ๊อย เพราะอีกหน่อยถ้าเธอกลับไปคืนดีกับอนุชิน ผู้ชายในสต๊อคทั้งหลายของเธอคงหมดความหมาย เธอคงต้องโละทิ้งทั้งหมดอยู่ดี...


โปรดติดตามตอนต่อไป...

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น