gimmeforever_

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : chapter 20: deals

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 15k

ความคิดเห็น : 53

ปรับปรุงล่าสุด : 07 ส.ค. 2561 00:38 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
chapter 20: deals
แบบอักษร

เมื่อเราทั้งสองอิ่มกับอาหารมื้อนี้แล้ว ผมกลับไปทำงาน ธันวาเดินออกไปอีกด้านคนละทางกับห้องทำงาน แต่หลังจากที่อ่านเอกสารไปได้ประมาณสามหน้าเรื่องการเปิดรับสมัครนักศึกษาจบใหม่เข้าบรรจุเป็นบุคลากรในบริษัท มีเอกสารหลายฉบับจากหลายมหาลัยชั้นนำ เนื้อความก็เหมือนทุกๆปีที่ส่งรายชื่อนักศึกษาชั้นปีที่4เข้ามาให้ คับคล้ายคับคลากับตอนที่มีหนังสือเรื่องรับธันวาเข้ามาเป็นเด็กฝึกงาน


เป็นจังหวะเดียวกันที่ธันวาเดินเข้ามในห้องทำงานพร้อมกับเน็คไทในมือ คนตัวเล็กเดินเข้ามาหาเหมือนรู้ว่าต้องทำอย่างไรโดนที่ผมไม่ต้องเอ่ยปาก มือทั้งสองข้างที่เคยจับเอกสารอ่านอยู่กลับปล่อยทิ้งเมื่อวันนี้คนตัวเล็กเลือกที่จะนั่งลงบนตักแทน


ความใกล้ชิดระหว่างเราทั้งคู่เปลี่ยนไป เพราะในตอนนี้ดูเหมือนว่าคนบนตักจะไม่ได้มีท่าทีเคอะเขินเหมือนแต่ก่อนที่ต้องให้ผมเป็นคนเริ่มในทุกๆครั้ง ไม่รู้ว่าทำไมครั้งนี้คนตัวเล็กถึงเลือกที่จะเป็นคนบดเบียดเข้าหา เป็นระยะเวลาไม่นานมากตั้งแต่ที่เรารู้จักกัน หมายถึงตั้งแต่ตอนที่ผมสบตาฉ่ำน้ำบนเรือในงานวันฉลอง จนถึงตอนนี้ ที่แมวเหมียวเหมือนจะกล้ามากกว่าเดิม 



ทั้งดวงตาฉ่ำเยิ้มที่ปรือตามอง เหมือนคืนแรกในวันนั้น

ทั้งริมฝีปากฉ่ำน้ำสีแดงธรรมชาติ รวมกับกลิ่นไวน์อ่อนๆที่อบอวนอยู่รอบเจ้าตัว เหมือนในวันนั้น ที่เดาว่าเจ้าตัวคงจะกินเจ้าไวน์เเดงBORDEAUX ที่เป็นตัวเด่นในงานนั้นไป

มันยังหอมหวานไม่เคยเปลี่ยน ร่ายกายบอบบางนุ่มนิ่มเหมือนผู้หญิงทำให้เขาติดใจ ทั้งๆที่ปกติแล้วมันไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะตัวเขาจะสานสัมพันธ์กับคนอื่นง่ายๆหลังจากครั้งแรก 



คนตัวเล็กไม่แค่ขยับตัวไปมาบนหน้าตักตอบรับกับสัมผัสของฝ่ามือร้อนของผมที่ลูบไปทั่วแผ่นหลังเย็น แต่ริมฝีปากบางกลับเริ่มเจื้อแจ้วพูดออกมาไม่หยุด เสียงพึมพำเบาๆไม่ได้เข้าหูเลยสักนิดเมื่อมัวแต่จดจ่ออยู่กับท่าทางของคนตัวเล็ก และเหมือนว่าคนตัวเล็กจะรับรู้ เลยเลือกที่จะส่งเน็คไทเส้นที่พึ่งใส่วันนี้ให้โดยยันไว้กับแผงอกที่มือเล็กๆทาบไว้อยู่


“มัดข้างหน้าดีกว่า” ผมพูดขึ้นอย่างไม่รีรอ เมื่อเจ้าตัวก็คงรู้ดีอยู่แล้วว่าเน็คไทเส้นนี้ที่เร่าพูดถึงก่อนหน้ามีไว้เพื่ออะไร


“วา..”


“จะได้ทำหลายๆท่า” ผมพูดแทรกขึ้นมา ไม่ยอมให้คนตัวเล็กพูดจนจบประโยค


“วาตามใจแด๊ดเลย” ใช่ เขารู้ว่าคำตอบจะต้องเป็นแบบนั้น ไม่เคยจะมีคนไหนเลยที่น่ารักได้เท่าธันวา 


ไม่มีเลยจริงๆ

END คุณพีท’s Part



มือหนาที่บรรจงผูกเน็คไทกับข้อมือทั้งสองข้างที่ยื่นไปทางด้านหน้าอย่างจำยอมทำให้ผมอดที่จะรู้สึกตื่นเต้นไม่ได้ สัมผัสลื่นมือของเน็คไทสีน้ำเงินที่ถูกกระชับให้แน่นพอดีกับข้อมือทั้งสองข้าง ปมตายที่คุณพีทบรรจงมัดจนเสร็จก่อนที่คนตัวสูงจะเอ่ยถาม


“แน่นไปไหม”


“…” ผมไม่ได้ตอบอะไรกลับไป แต่ลองขยับดูนิดหน่อย และเมื่อเห็นว่ามันไม่ได้แน่นเกินไป หรือหลวมเกินไปที่จะทำให้มือทั้งสองข้างหลุดออกจากกัน ผมก็เลยส่ายหน้าตอบกลับไปกับคำถามก่อนหน้านั้นของคุณพีท


ครั้งแรก นี่คือครั้งแรกที่เคยได้ลองทำอะไรแบบนี้ จนรู้สึกได้ว่าหัวใจในอกข้างซ้ายแต้งแรงและเร็วกว่าเดิม มันตื่นเต้นยิ่งกว่าครั้งไหนๆที่เราทั้งสองคนจะมีเซ็กส์กัน ผมขยับยุกยิกอย่างเก้ๆกังๆเมื่อมือท้ังสองข้างไม่สามารถทำอะไรได้อย่างใจอย่างเหมือนเดิม แค่การปลดกระดุมเสื้อเชิ้ทยังกลายเป็นเรื่องยากจนหน้าหงุดหงิดเลย


เมื่อคุณพีทเห็นว่ากว่าผมจะปลดกระดุมเม็ดบนออก ผมก็ใช้เวลามากกว่าปกติ จึงกลายเป็นคุณพีทเองที่ทำหน้าที่นั้นแทนโดยมือข้างที่ไม่ได้ยังคงขยับยุกยิกอยู่ทางด้านหลัง มือซ้ายของคุณพีทสามารถทำหน้าที่นั้นแทนมือทั้งสองข้างของผมได้อย่างคล่องตัว จนกระทั่งแผงอกแน่นปรากฎกับสายตาของผมอย่างที่ใจต้องการ


“มันเป็นของเธอ” คุณพีทพูดขึ้นเหมือนรู้ว่าผมต้องการทำอะไร และการที่คุณพีทพูดแบบนั้นออกมามันก็เหมือนเป็นคำอนุญาติกลายๆ ว่าในครั้งนี้ ผมสามารถทำรอยบนตัวเขาได้


ครั้งนี้ คุณพีทผู้เคยเป็นเจ้าของสวนกุหลาบบนตัวผม ยินยอมที่จะให้ดอกกุหลาบสีแดงนี้ที่คุณพีทคอยรดน้ำ ยอมให้มันมีรอยที่เกิดจากหนามบนตัวผมได้ ซึ่งนั่นเป็นสัญญาณที่ดีใช่ไหม


ผมยกมือทั้งสองข้างเพื่อคล้องคอคุณพีทเอาไว้ พรมจูบตั้งแต่กกหูลงมาจรดต้นคอ พรมจูบซ้ำๆพร้อมกับขบเม้มเพื่อทำรอยประปราย เรื่อยๆจนมาถึงไหปลาร้าที่โผล่ออกมานอกชายเสื้อ แต่ด้วยเพราะมือทั้งสองข้างยังเกี่ยวรอบคอของคุณพีท การจะขยับลงไปอีกทำให้ผมต้องถอยตัวให้ออกห่างจากตักร่างสูงมากยิ่งขึ้น และนั่นทำให้ผมเกือบตกจากตักของร่างสูง


“กลับมานั่งดีๆ” คุณพีทพูดพร้อมกลับตบก้นเบาๆจนผมต้องล้มเลิกความตั้งใจก่อนจะเขยิบตัวขึ้นมาเหมือนเดิม ให้ระดับหน้าผมกับของคุณพีทอยู่เท่าดันพอที่คุณพีทจะโน้มตัวเข้ามาหาเพื่อมอบจูบอันร้อนแรงได้ จูบร้อนแรงที่ต้องยอมรับว่าโหยหาไม่น้อย ไม่น้อยเลย


“จับแน่นๆ” คุณพีทพูดขึ้นก่อนที่จะกระชับตัวผมให้แนบไปกับความอบอุ่นที่แผ่ซ่านออกมา ผมกระชับช่วงแขนให้หน้าจมไปกับไหล่ของคุณพีทเมื่อคนตัวสูงลุกขึ้นยืนโดยไม่บอกกล่าว ขาทั้งสองข้างเกี่ยวเข้าที่เอวสอบของคุณพีท



เขารู้ดีว่าคุณพีทต้องการอะไร

คุณพีทกำลังมุ่งหน้าไปยังห้องนอน และเขาก็พร้อมที่จะทำตามความต้องการของตัวคุณพีท รวมถึงความต้องการของตนเอง

จนถึงตอนนี้ ผมได้แต่หวังว่าเซ็กส์ระหว่างเราจะมีความหมาย เพราะมันไม่มีอะไรอีกแล้วในความสัมพันธ์อันว่างเปล่านี้



มันเป็นเหมือนทุกๆครั้ง แค่ครั้งนี้อาจจะขยับยากไปสักหน่อย จนหน้าที่ต่างๆตกเป็นของคุณพีทจนหมด และมันก็ดูเหมือนว่าเจ้าตัวจะพอใจไม่น้อยเมื่อผมไม่สามารถพยศบนเตียงได้อีกแล้ว


“วันนี้แมวเหมียวน่ารัก เชื่อฟัง” นั่นคือประโยคที่ออกมาจากคุณพีทเมื่อคนตัวสูงจับผมนอนหงายบนเตียง ก่อนจะเข้ามาแทรกกลางระหว่างขา ก่อนจะหยิบเจลหล่อลื่นขึ้นมาเพื่อที่จะสานต่อ


และในช่วงความคิดหนึ่ง ผมก็อยากจะถามออกไปให้รู้แล้วรู้รอด


“Does our sex have meaning?” (เซ็กส์ระหว่างเรามีความหมายไหม)


“…”


“Does it mean anything to you?” (มันมีความหมายอะไรต่อคุณบ้างหรือเปล่า)


“…”


“Because it meant so much for me” (เพราะว่ามันมีความหมายกับผมมาก) คำถามนั้นไม่ได้หยุดการกระทำของคุณพีท ไม่ได้ทำให้เขาชะงักในการกระทำที่ทำอยู่แต่อย่างใด แต่คุณพีทกลับเงยหน้าขึ้นมาสบตาผมพร้อมกับใช้มืออีกข้างกดแขนทั้งสองข้างของผมให้จมไปกับเตียง


“…”


“…” ตอนนี้มันหลงเหลือแค่เพียงความเงียบในห้อง และเสียงลมหายใจของตัวผมเองที่พยายามทำให้มันกลับกลายเป็นปกติทั้งๆที่รู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้


“Yes, it does” (ใช่ มันมี) คำตอบนั้นเหมือนทำให้ผมหยุดหายใจไปพักหนึ่ง ก่อนจะหลุดเสียงครางน่าอายออกมาต่อเมื่อรู้สึกถึงอะไรที่มากกว่าเดิมแถวๆบั้นท้าย


“ฮะ อ๊ะ”


“And you are the first” (และเธอเป็นคนแรก) หลังจากนั้นผมก็ไม่แคร์อะไรแล้ว เมื่อคำตอบนั้นคือสิ่งที่ผมต้องการได้ยิน


เข้าวันต่อมาก็เป็นเหมือนเดิมเหมือนกับทุกครั้ง มันทั้งหนาว ปวดตัว และว่างเปล่า เมื่อผมไม่รับรู้ถึงร่างสูงที่ควรจะอยู่ข้างกายในตอนนี้ ตัวผมนั้นรู้สึกดีขึ้นเมื่อได้ยินคำตอบจากปากของคุณพีทเมื่อคืน อย่างน้อยสักนิดนึงผมก็รับรู้ได้ถึงความสัมพันธ์ที่เหมือนจะดีขึ้น แต่เช้าวันต่อมามันก็กลับกลายเป็นเหมือนเดิม จนผมกลัวว่าความรู้สึกตื้นตันเมื่อคืนมันอาจจะมีผลพวงมาจากไวน์ชั้นดีที่มึนเมาตัวผมเมื่อวาน


จนถึงตอนนี้ ผมเชื่อว่ามันคงไม่ดีไปกว่านี้แล้ว มันอาจจะมีบ้างที่ดี และมันก็อาจจะมีบ้างที่มันจะแย่กว่านี้ แต่ท้ายที่สุดแล้ว ความสัมพันธ์นี้ก็ต้องจบลง ในท้ายที่สุดจริงๆ




และมันก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ ทุกๆอย่างยังเหมือนเดิมเหมือนกับสามเดือนที่แล้ว ระยะเวลาสามเดือนที่ผ่านมามันเป็นแบบที่ผมเคยคาดการณ์มาก่อน และนั่นทำให้ผมเริ่มรู้สึกที่อยากจะถอยออกมา ดีกว่าอยู่ในความสัมพันธ์นี้ไปวันๆจนหมดสัญญา สัญญาที่ขึ้นชื่อว่างี่เง่าและไร้สาระที่สุด


แต่นี่ก็ผ่านมาแล้วครึ่งทาง สามเดือนที่หายไปกับการที่เราทั้งสองยังอยู่ที่เดิม ไม่เปลี่ยนแปลง เซ็กส์รูปแบบเดิม ความรู้สึกเหมือนเดิม ที่เปลี่ยนไปหลักๆก็อาจจะเป็นสถานะ ใช่ สถานะในความลับตอนนี้ได้เลื่อนขั้นแล้วมาเป็นเลขาคนใหม่ของคุณพีท และครั้งนี้ผมหมายถึงเลขาจริงๆที่ไม่ได้หมายถึงเลขาปลอมๆเหมือนในงานแข่งรถในตอนนั้น


ตำแหน่งนี้เกิดมาจากเรื่องที่ผมตัดสินใจบอกคุณพีทหลังจากคุยกับครูที่ปรึกษาประจำของผมแล้วเรียบร้อย ผมก็บอกเขาไปตามตรงว่าตัดสินใจจะไปฝึกงานต่อที่บริษัทหนึ่งที่เขาเสนอเรียกตัวมา มันเป็นแค่ประโยคบอกเล่า เพราะตามคำแนะนำของเพื่อนๆ ทุกคนบอกว่าควรจะบอกเจ้าตัวก่อนก่อนที่จะกลายเป็นเรื่องใหญ่ และแค่การถามออกไปแบบนั้นในตอนนั้น คุณพีทก็สวนกลับมาอย่างเอาแต่ใจ


‘แล้วทำไมไม่ถามฉันก่อน’


‘ก็ไม่เห็นคุณพีทจะพูดถึงเรื่องฝึกงาน . . เลยหนิครับ’ ผมสวนกลับไปเมื่อคุณพีทตั้งคำถามใส่ผม ทั้งๆที่มันเป็นแค่ประโยคบอกเล่าจากผมเท่านั้น


‘ฉันบอกเลขาโอไว้แล้วว่าจะให้เธอมาทำงานเป็นเลขาฉัน’


‘…’


‘คู่กับคุณโอ’


‘แต่ผมจะตอบรับบริษัทนั้นแล้ว’


‘แต่เธอก็ยัง’


‘…’


‘เพราะฉะนั้นก็ปฏิเสธไปซะ’


‘…’


‘แล้วก็อย่าลืมส่งใบสมัครให้คุณโออีกทีด้วย’


‘…’


‘…’


‘แต่วาตัดสินใจแล้วนะ’


‘บริษัทนั้นมันสู้บริษัทฉันได้หรือเปล่าธันวา เพราะถ้าไม่ได้มันก็ไม่มีเหตุผลที่เธอจะปฏิเสธฉัน’ และเหตุผมที่ผมอยากจะบอกกับคุณพีทก็คือ ผมไม่อยากจะตัวติดกับเขาตลอดเวลา ไม่อยากที่จะต้องรู้เรื่องหลายๆเรื่องของคุณพีท ไม่อยากต้องคิดถึงเขาตลอดเวลาเพราะแค่นี้การตัดใจก็ยากลำบากพอแล้ว


คำ่คืนนั้นเมื่อนึกถึงก็ยังคงเป็นค่ำคืนที่เงียบเหงาคืนหนึ่ง บทสนทนาประปรายบนโต๊ะอาหารตามปกติกลับไม่มีเหมือนเดิม เป็นแค่ความเงียบงันกับเสียงไวน์ที่ถูกรินตกกระทบลงในแก้ว มันไม่ใช่ว่าผมคิดว่าบริษัทของคุณพีทไม่ดี เพราะใครๆก็อยากจะฝึกงานที่นั่นท้ังนั้น เหมือนเป็นที่ทำงานที่ใครๆต่างก็ใฝ่ฝันถึง และมันก็ไม่ใช่ว่าผมอยากที่จะพลาดโอกาสนั้นไป


‘ผมจะยังไม่ปฏิเสธบริษัทนั้นอย่างที่คุณพีทบอก ถ้าคุณพีทอยากให้ผมทำงานเป็นเลขาจริงๆ ผมจะยื่นใบสมัครเหมือนทุกๆคนที่จะฝึกงานที่นี่ และผมจะทำงานก็ต่อเมื่อผมถูกรับเลือกจริงๆ’


‘…’


‘ถ้าไม่ ผมก็จะทำงานที่บริษัทนั้นเหมือนเดิม’


‘อืม’ ง่ายๆแบบนั้นโดยที่คุณพีทก็ยอม เพราะอย่างน้อยผมก็จะได้มั่นใจว่าผมไม่ได้เข้ามาด้วยเพราะว่าประธานบริษัทนี้เป็นแด๊ดดี้ของผม แต่ก็ได้แต่สงสัยว่าทำไมครั้งนี้ถึงง่ายกว่าแต่ก่อน หวังว่าคุณพีทคงจะไม่ได้เล่นอะไรตุกติก ด้วยเพราะนิสัยของเขาที่เป็นคนอยากได้อะไรก็ต้องได้ ผมเลยไม่อยากคิดเลยว่าทำไมครั้งนี้คุณพีทใจกว่าแต่ก่อน


และหลังจากที่คุณพีทรินไวน์ในขวดจนหมด ผมที่เริ่มหน้าแดงแล้วก็ขอตัวไปอาบน้ำก่อนตามกิจวัตรประจำวันที่เคยชิน คลอดเวลาสามเดือนที่ผ่านมา ผมแทบจะไม่ได้กลับหอตัวเองเลยสักครั้ง มากสุดก็ได้แค่นอนค้างคืนเดียวเท่านั้น จนคุณพีทบอกว่าให้ย้ายออกมาสักที


ทั้งๆที่เราตกลงกันแล้วเรียบร้อยว่าผมจะสมัครตามปกติ จะเข้าสัมภาษณ์เหมือนคนอื่นๆตามขั้นตอนที่ถูกต้อง แต่ด้วยความเอาแต่ใจของคุณพีท เขาก็บังคับผมจนได้ ทั้งๆที่ไม่อยากจะพูดออกไปด้วยซ้ำ


ใช่ คุณพีทไม่ยอมให้ผมเสร็จถ้าไม่ยอมพูดว่าตัวผมนั้นจะฝึกงานที่บริษัทเขา 


และการบีบบังคับก็ทำให้ผมหลีกเลี่ยงไม่ได้ จนผมต้องตอบรับพร้อมน้ำตานองหน้า และเมื่อคุณพีทได้ยินคำตอบที่พอใจแล้ว คนตัวสูงก็กระตุกยิ้มเมื่อเห็นผมได้ปลดปล่อย และครั้งนั้นเหมือนจะเป็นการปลดปล่อยที่เสียวที่สุดและดีใจที่สุดเลยก็ว่าได้


แต่เมื่อมองกลับไป ในตอนนั้น เซ็กส์ดูเหมือนจะมีความหมายขึ้นมากับเขาใช่ไหม นั่นคือคำว่าความหมายของเขาใช่ไหม เพราะเซ็กส์ระหว่างเรามันคือวิธีแก้ปัญหาใช่ไหมมันถึงมีความหมายสักอย่าง เพราะในตอนนั้น เขาก็ใช้เซ็กส์เป็นการบีบบังคับให้ผมตอบตกลง ทั้งๆที่เราตกลงกันไปก่อนหน้านี้แล้วแท้ๆ



(ต่อ)

ผมควรจะเชื่อสัญชาติญาณตัวเองและทำตามสิ่งที่คิด แทนที่จะเลือกที่จะทำตามอารมณ์ชั่ววูบของตัวเอง ผมกำลังนั่งครุ่นคิดถึงสี่เดือนที่ผ่านมา ตั้งสี่เดือน ไม่รวมความสัมพันธ์ก่อนหน้าที่เริ่มต้นมาอย่างมั่วๆ มันถึงเวลาแล้ว เวลาที่ผมควรที่จะมานั่งคิดเรื่องของเรา เพราะอีกฝ่ายดูไม่ได้อะไรกับเรื่องนี้เท่าไหร่เลย


เอกสารที่มีรูปตัวเองแปะอยู่ในชุดนักศึกษาดูเรียบร้อยเหมือนเป็นเด็กเรียนดีของมหาลัยถูกถืออยู่ในมือ สายตาลากผ่านไปตามลายมือบรรจงของตัวเอง กระดาษแผ่นแรกที่เป็นประวัติส่วนตัวของตัวเองทำให้ผมต้องกลับมาฉุกคิดถึงเรื่องนี้อีกครั้ง กลับมาคิดถึงจุดเริ่มต้นของความยุ่งเหยิงนี้


มันเริ่มด้วยการได้เข้ามาฝึกงานที่บริษัทของผู้ชายในฝัน จนผู้ชายในฝันนั้นกลายมาเป็นเรื่องจริง พ่วงมาพร้อมกับสถานะอันคลุมเคลือและอำนาจจากสัญญาที่เหมือนเป็นการบีบบังคับตลอดเวลา ถึงแม้ว่าคุณพีทจะไม่ได้อะไรมากกับสัญญานั่น เหมือนแค่เป็นการเซ็นไปเพื่อความปลอดภัยและผลประโยชน์ของตัวเอง ตอนนี้ก็ไม่ได้พูดถึงหรืออ้างอิงถึงข้อตกลงในสัญญานั่น มันก็ถือเป็นเรื่องที่ดี ถือเป็นเรื่องดีๆในฝันร้าย


เพราะเหลือเวลาอีกแค่สองเดือน สองเดือนสำหรับระดับความรู้สึกที่เอ่อล้นนี้ให้ลดระดับมาอยู่ในระดับที่สามารถควบคุมได้ และตัวผมก็ต้องมาคิดดูว่า คนเราจะสามารถลดระดับจากหนึ่งร้อยกว่าๆเป็นติดลบสองได้อย่างไรภายในสองเดือน ผมอยากจะรู้ว่าคนที่เขาทำได้เขาทำกันยังไง เผื่อว่าวิธีเหล่านั้นจะเวิร์คกับผมเหมือนกัน กับความรู้สึกหลายๆอย่างที่ผสมปนเปจนมันล้นไปหมด 



มันล้นแต่ไม่สุด


เหมือนคุณพีทค่อยๆเติมสีเข้ามาในชีวิต จากตอนแรกที่มีแต่สีเหลืองของความสดใส ความหวัง และความฝัน


ค่อยๆเพิ่มเข้ามาทีละสี มากน้อยตามใจเจ้าตัว


สีแดง แทนความลุ่มหลงและเร่าร้อน

สีดำ แทนอำนาจที่ทำให้เรารู้สึกว่าเรานั้นไม่สามารถจะต่อกรกับคนนี้ได้จริงๆ

สีชมพู แทนความอ่อนหวาน เหมือนรสชาติไวน์ชั้นดีที่ติดอยู่ที่ปลายลิ้นและส่งผ่านมาให้ผมด้วยจูบที่อ่อนโยน



ทุกสีตอนนี้กำลังผสมกัน ผสมกันมั่วจากหลายๆสีจนตอนนี้ไม่รู้แล้วว่าสีที่ออกมาจะเป็นอย่างไร จะออกไปทางแนวไหน อบอุ่นเหมือนนัย์ตาที่กระทบแสงยามเช้า หรือจะขุ่นมัวเหมือนอารมณ์ตอนฝนตก แต่ผลสุดท้ายแล้ว สีที่ผสมมาได้กลับไม่ได้ออกเป็นทางไหนเลย เป็นแค่สีที่ไม่น่าพึงประสงค์ จะแดงก็ไม่สุด จะฟ้าก็ไม่ได้ เพราะความรู้สึกนี้มันถูกเติมเรื่อยๆ แต่ไม่เคยถูกเติมจนเต็ม 


ผมไม่เคยมีความสุขสุดๆ ไม่เคยเศร้าสุดๆ ไม่เคยกรีดร้องออกมาสุดเสียงเมื่อคุณพีทกำลังจุดไฟสุมในกาย ไม่เคยรู้สึกว่าจูบนี้มันอ่อนหวานที่สุดเมื่อคุณพีทเอาแต่จับคางผมเอาไว้ไม่ให้หนีไปไหน


เสมอเลย ในความอ่อนหวานเล็กๆน้อยๆที่เหมือนจะบริสุทธิ์ไปด้วยสีชมพูอ่อน มันกลับมีสีดำแทรกเข้ามาเสมอๆ จนผมได้แต่สงสัยว่าคุณพีทเป็นสีอะไร และคุณพีทกำลังทำให้ผมเป็นสีอะไร เพราะจนถึงตอนนี้ ผมก็ไม่สามารถจะกลับไปเป็นสีขาวเหมือนแต่แรกได้อยู่แล้ว


ผมคิดไปต่างๆนาๆพลางเก็บแฟ้มสมัครงานลงกระเป๋าถือก่อนจะหมุนตัวรอบห้องเพื่อเช็คว่าต้องการอะไรอีกไหม หรือไม่ได้ลืมหยิบอะไรไปใช่ไหม ผมลากสายตาผ่านโต๊ะทำงานที่เต็มไปด้วยกองชีทของปีที่แล้ว ที่ตั้งอยู่ข้างเตียงนอนสำหรับคนเดียวที่ไม่ได้ถูกใช้งานมาเป็นเวลานาน ผ้าห่มลายทางสีเทาลายโปรดของผมถูกจับคลุมเตียงไว้อย่างเรียบร้อย ทุกอย่างยังเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยน แก้วน้ำลายปลาวาฬที่ตั้งอยู่ข้างเตียงก็ไม่ได้หายไปไหน มันคือความเคยชินที่ผมเลือกที่จะทิ้งเอาไว้ ทิ้งทุกอย่างเอาไว้ให้เหมือนเดิม เผื่อว่าวันไหนที่ผมต้องกลับมาใช้ชีวิตตัวคนเดียวแบบเดิม ผมจะทำใจได้ง่ายขึ้นตามที่หวังเอาไว้ ทำให้เหมือนกับว่าทุกอย่างยังไม่เปลี่ยนไป และเรื่องต่างๆที่ผ่านมานั้นไม่เคยเกิดขึ้น บางทีการกลับไปใช้ชีวิตแบบเดิมมันอาจจะไม่ได้เจ็บปวดอย่างที่คิด


ในระหว่างที่ผมกำลังนั่งคิดไปต่างๆนาๆ เสียงเรียกเข้าจากเลขาโอก็ทำให้ผมต้องล้วงเข้าไปในกระเป๋า


“สวัสดีครับคุณโอ ผมมาเอาของเสร็จเรียบร้อยแล้วครับ กำลังลงไป” ผมพูดพลางหยิบกระเป๋าขึ้นสะพายบนบ่า หันหลังเพื่อล็อคประตูก่อนจะเดินไปยังลิฟท์ เพราะคิดว่าตอนนี้คุณโออาจจะจอดรออยู่หน้าหอก็เป็นได้


(ไม่ต้องรีบครับคุณธันวา ผมแค่จะโทรมาบอกเรื่องยื่นเอกสารสมัครงานตำแหน่งเลขาครับ) เมื่อได้ยินดังนั้นผมก็หยุดเดิน


“อ๋อครับ” ก่อนที่จะเริ่มเดินต่อด้วยก้าวที่ช้าลง


(จริงๆท่านประธานบอกว่าไม่จำเป็นต้องยื่นก็ได้ แต่ถ้าคุณธันวาสะดวกใจที่จะทำตามขั้นตอน ผมก็ยินดีที่จะดำเนินเรื่องต่อให้ครับ)


“ครับ ขอบคุณมากนะครับ”


(ครับ ถ้าคุณธันวามีเรื่องสงสัยหรือเอกสารอะไรไม่ครบสามารถบอกได้เลยนะครับ ท่าประธานให้โทรมาเช็คอีกรอบ รวมถึงคุณพีทต้องการให้คุณธันวาออกงานอาทิตย์หน้าแทนในฐานะเลขาครับ)


“แต่ผมยังไม่ได้สัมภาษณ์งานเลยนะครับ”


(คุณพีทบอกไม่เป็นไรครับ รวมถึงเขารีเควสมาด้วยตัวเองครับ ผมเลยโทรมาเพื่อคอนเฟริมกับคุณธันวาอีกที) ผมยืนคุยกับคุณโอพลางกดลิฟท์เพื่อจะลงไปชั้นล่างพลางนึกถึงบทสนทนาระหว่างเราเมื่อวันก่อนๆถึงเรื่องนี้


“อ๋อโอเคครับ ก็ . . ตามที่คุณพีทต้องการเลยครับ ขอบคุณนะครับคุณโอ”


(ครับคุณธันวา ยินดีครับ) ก่อนที่สายจะตัดไป


ผมนึกว่าเรื่องที่คุณพีทพูดถึงเมื่อคืนวันก่อนจะเป็นเรื่องล้อเล่น หมายถึงเป็นเรื่องคุณพีทพูดขึ้นมาเพื่อใช้อ้างต่างๆนาๆถึงเอกสารที่ผมต้องส่ง หรือตำแหน่งงานเลขาที่ผมต้องรับทั้งๆที่ตัวเองก็มีทั้งคุณโอกับคุณเต้อยู่แล้ว แต่คุณพีทก็พูดว่าปีหน้าจะมีการขยายบริษัทอีกไปประเทศเพื่อนบ้านเลยเปิดรับสมัครตำแหน่งเลขาฝ่ายการตลาดกับประชาสัมพันธ์เพิ่มขึ้นอีก คุณโอจะได้ไม่ต้องรับงานเยอะเกินไป


‘ฉันอยากให้เธอไปงานวันพุธหน้ากับฉัน’


‘งานอะไรครับ’


‘งานครบรอบบริษัทในเครือ เธอจะได้รู้ว่าเป็นเลขาฉันต้องทำงานอย่างไร’


‘แด๊ดดี้..’


‘ฉันไม่อยากต่อรองกับเธอแมวเหมียว’ นั่นคือประโยคที่คุณพีทพูดขึ้นเมื่อเห็นท่าทีปฎิเสธของผม


‘แต่วายังไม่ตกลงนะ’ และในวันนั้นผมก็ยังไม่ได้ตกลงที่จะไปกับเขาเลยด้วยซ้ำไป แต่ไหนวันนี้กลับให้เลขาโอโทรมาคอนเฟิร์มซะงั้น


เข้าใจเลยคำว่าอยากได้ต้องได้ เพราะมันจะต้องเกิดขึ้นตลอดเมื่อออกมาจากปากคุณพีท ไม่เคยมีครั้งไหนที่จะหลีกเลี่ยงได้ เพราะเมื่อมีเหตุผลที่จะไม่ได้ คุณพีทก็จะหาวิธีทางเพื่อให้มันเกิดขึ้นให้ได้เสมอ ทั้งนี้ทั้งนั้น ตอนนี้ผมหาข้อแลกเปลี่ยนได้แล้ว


‘bad and blue jeans (3)’


layyy

ว่าไงเพื่อนฝูง

จะบอกว่า

ว่า

ว่า

ว่า

อ่ะ ถ้ายังไม่มีใครมาจะยังไม่บอกเดี๋ยวไม่ตื่นเต้น

อะคิกอะคิก


L

ไงตัวป่วน


layyy

เราป่าวนะตัว


ไง


layyy

เย่

ครบล้าว

สรุปคือจะบอกว่า


ว่า


L

ว่า


layyy

ว่า

ว่า

ว่า

แทนธารกลับมาแล้ว


อ่านมาจนถึงตอนนี้ผมถึงจะนึกได้ว่า ใช่ มันเป็นเวลาสี่เดือนแล้ว และเดือนนี้ก็เป็นเดือนที่ว่านั่นพอดี เดือนที่แทนธารจะกลับมาพอดี เดือนที่เลย์นับถอยหลังรอให้ถึงสักที และถึงแม้ว่าผมจะยังไม่เคยพูดคุยกันหรืออะไรแต่เหมือนว่าเลย์จะทำหน้าที่แทนได้ดีเหลือเกินเพราะทุกครั้งที่เจอกัน เลย์ก็เล่าให้ฟังตลอดเรื่องแทนธาร ว่าอย่างนู้นอย่างนี้ เหมือนเป็นเซลล์ขายผู้ชายให้ คุณสมบัติอะไรมาเต็มจนแอลต้องเป็นคนบอกว่าพักบ้าง


L

เร็วจังวะ


layyy

เร็วอะไร มันอยากกลับมาเร็วกว่านี้ด้วยซ้ำ

เพราะใครล่ะวะ

หืมม


L

รู้ ไม่ต้องย้ำ


layyy

แล้วเจ้าตัวล่ะว่าไงคะ

แม่คนเนื้อหอม


ก็ไม่ว่าไง

ก็เหมือนที่บอกไว้


layyy

ว่าจะเปิดใจอ่ะนะ คนจริงเว่อร์

แบบนี้น้องกูเจ็บตัวฟรีป่าวมาเป็นที่ดามใจให้มึง


L

ถ้าไม่อยากเป็นที่ดามใจก็ไม่ต้องมา

ดี


layyy

แหม่

อิพ่อ 

อิพ่อคนดีเสมอต้นเสมอปลาย ปกป้องเสมอต้นเสมอปลาย


เราก็บอกไม่ได้อ่ะเลย์

ก็ไม่ได้อยากลากใครเข้ามาเหมือนกัน


L

ก็ดูเหมือนว่าน้องมันจะสมัครใจปะวะ


layyy

ก็นะ น้องบอกอยากลอง

นางก็นะ เหมือนเป็นไฟอ่ะธันวา เหมือนที่ผ่านๆมา


พวกมึงก็บอกว่าคุณพีทก็เหมือนไฟ

แล้วเป็นไงล่ะ ตอนนี้เหมือนกำลังให้เค้าเผาเล่น 


L

มึงมีค่ากว่านั้น

รู้เอาไว้


layyy

งานนี้มีแซ่บ

แบบแซ่บๆเลยอ่ะแม่

จนถึงตอนนี้ยังไม่ได้บอกเรื่องที่อยากบอก


L

ยังไม่ได้บอกอีกอ่อ


layyy

มาๆ

สุมหัว


?


layyy

คือนางถึงพรุ่งนี้ แล้วก็เสี้ยนไง อยากนัดเว่อร์ๆๆ

แบบความเร็วแสง แบบลงปุ๊ปวาร์ปไปผับเลย


L

ขนาดนั้นเลย

เว่อร์ไปมะ


layyy

ความเว่อร์นี่อรรถรสกูเอง


เมื่อไหร่อ่ะ

พุธหน้าไม่ว่าง

layyy

ศุกร์จ้า

TGIF วันขอบคุณพระเจ้าจ่ะ


L

คิดว่าได้


layyy

มึงต้องได้ เพราะลูกต้องมา

งั้นมึงต้องมา

ทำตัวให้ว่างหน่อยคุณ


L

เออก็ว่าง


ครั้งนี้ง่ายจัง

L

ให้ผ่านเค้าก่อนเหอะ 

กูยอมง่าย เพราะคนนั้นน่าจะยากกว่ากูเยอะ



คนนั้น ที่แอลหมายถึงก็คือคุณพีท เพราะตั้งแต่ที่ย้ายถิ่นฐานมานอนที่บริษัทคุณพีท ดูเหมือนอะไรๆในชีวิตก็ไม่ได้เป็นอิสระเหมือนเดิม ไม่ได้ไปผับกับพวกมันถี่เหมือนเดิม ไม่ได้ไปกินข้าวหลังเรียนกับพวกธามวีวี่เหมือนเดิมจนตอนนี้แทบจะไม่ได้คุยสัพเพเหระกันด้วยซ้ำเพราะคุณพีทก็รีบมารับกลับตลอด จนเหมือนทุกคนจะเคยชินกับผมในตอนนี้แล้วเพราะอะไรๆก็ยากไปหมด


ครั้งนี้ไม่น่ามีปัญหา

คิดว่าไปได้แน่นอน


layyy

กรี้ดดด

มีเคล็ดลับเด็ดหรอหรือไง

ปกติไม่เคยได้


L

ขอให้ได้จริงเหอะ

ชวดแอปเปิ้ลเขียวมากี่รอบละ


อื้อ

คิดถึงแอปเปิ้ลเขียวมากๆ

มากๆ


layyy

ตื่นเต้นเว่อร์

เหมือนหนีพ่อเที่ยวตอนเด็กๆ


L

มึงไม่เคย


layyy

ก็ไม่เคยไง๊ แต่ฟิลลิ่งมันได้เข้าใจมั้ยยย

!


เดี๋ยวมาบอกอีกทีว่ายังไง

แต่คิดว่าได้ ถ้ายังไงวันนั้นไปนอนคอนโดแอลนะ


L

โอเค


layyy

ดั้ยย

แล้วจะมาอัพเดทเรื่อยๆ

คิดถึงเสมอ อยากหนีพ่อเที่ยวแร้ว ตื่นเต้นๆ


คิดถึงเหมือนกัน

คิดถึงมากๆ


L

เดี๋ยวก็ได้เจอกันแล้ว

เข้มแข็ง


อื้อ

อาจจะเพราะไม่ได้เจอทั้งคู่นานทั้งๆที่แต่ก่อนอย่างน้อยเดือนนึงก็ต้องได้ออกไปนั่งชิลล์ที่ร้านเหล้ากันสักคืน แต่หลังจากต่างๆนาๆในความยุ่งเหยิงนี้ก็ทำให้ผมไม่ค่อยได้ไปไหนกับพวกมันอีกเลย ก็คงจะไม่แปลกถ้าแอลดูเหมือนจะตื่นเต้นเป็นพิเศษ ผมก็ตื่นเต้นเหมือนกัน ไม่ได้เจอกันตั้งนาน ไม่ได้คุยกับแอลนานๆมานานมาก ทั้งๆที่แต่ก่อนคุยกันเกือบจะทุกเวลาด้วยซ้ำ


จนตอนนี้ผมคิดถึงทุกอย่างในตอนเก่าๆ ผมไม่ได้มีความสุขมากเหมือนตอนแรกๆ ตัวผมในตอนนี้โหยหาความธรรมดา ความเรียบง่าย และความราบรื่นในชีวิต ทุกๆอย่างที่ไม่ได้ขึ้นอยู่กับคนอย่างคุณพีทที่ชอบควบคุมทุกอย่าง ผมโหยหาแอล ผมต้องการใช้เวลากับเพื่อนมากกว่าเดิม ผมต้องการกลับไปหาแม่ที่ภูเก็ตก่อนกำหนด ผมอยากให้ช่วงเวลานี้มันผ่านไปเร็วๆ ผ่านไปแบบทิ้งรอยแผลเป็นไว้เพียงเล็กๆเพื่อเป็นเครื่องเตือนใจเมื่อมองมันในทุกๆครั้ง


แต่เมื่อรถหยุดลงบริเวณที่จอดรถผู้บริหาร ผมถึงตระหนักได้ว่าเวลาก็กำลังหมุนด้วยความเร็วเท่าเดิม ช้าเหมือนๆเดิม จึงได้แต่ถอนหายใจก่อนจะเดินไปขึ้นลิฟท์ ทำทุกอย่างตามความเคยชิน


“ไม่คิดจะทักทายกันหน่อยเหรอ”


“ก็เห็นแด๊ดดี้ทำงานอยู่” ทุกอย่างคือความเคยชิน ชื่อที่เรียกออกไปอย่างไม่สนว่าเลขาโอจะยืนอยู่ตรงข้ามคุณพีท เพราะทั้งหมดมันเกิดจากความเคยชินไปแล้ว เคยชินว่า ‘แด๊ดดี้’ คือชื่อเรียกแทนตัวคุณพีท

“เบบี๋”




สปอยเจอแทนธารอะไรนั่นคือไม่มีแล้วนะ 55555555555555 เพราะชั้นแถถูไถเยอะไปหน่อยจนทำให้คุณนักอ่านทั้งหลายไม่ได้เจอน้องแทนธารของเราสักที ครั้งหน้ารอจองคิวได้เลยจ้า

#DADDYของวา ฝากด้วยค่ะตัวเอง

100% แบบไม่ได้เช็คคำผิดเหมือนเดิม .___.

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น