หอหมื่นอักษร
facebook-icon Instagram-icon

เมื่อสวรรค์ให้นางมีชีวิตใหม่อีกครั้ง นางจะขอทำทุกวิถีทางเพื่อปกป้องวงศ์ตระกูลไว้ให้จงได้!

ตอนที่ 41 เรื่องในบ้านกับเรื่องในบ้าน

ชื่อตอน : ตอนที่ 41 เรื่องในบ้านกับเรื่องในบ้าน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.7k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 29 มี.ค. 2562 15:49 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 41 เรื่องในบ้านกับเรื่องในบ้าน
แบบอักษร

งานกระทรวงโยธาของเสิ่นหวาซั่นยังคงมากมายต่อเนื่อง งานสอบเลื่อนขั้นของเสิ่นเจ๋อจิ้งก็ดำเนินไปอย่างมีแบบแผน พวกเสิ่นมี่กับเสิ่นเหยาก็ทำงานการเรือน ปักดอกไม้ต่างๆ วันเวลาเสิ่นหนิงผ่านไปอย่างสบายใจ ไม่มีใครไปรบกวนเสิ่นอวี๋ซื่อ ดังนั้นการอยู่เดือนของเสิ่นอวี๋ซื่อก็อยู่อย่างราบรื่น แต่แล้ววันนี้ ความสงบได้ถูกทำลายลงเสียแล้ว

อาหารค่ำยังไม่ผ่านไป เสิ่นหูซื่อก็กระหืดกระหอบมาเหอหมิงเชียน นางพูดอย่างร้อนรนข้างหูเสิ่นอวี๋ซื่อหลายคำ ไหนๆก็ได้บอกนางแล้ว ก็เพิ่มคำนี้ต่ออีก “เรื่องนี้ข้าก็ตัดสินใจไม่ได้ จะทำอย่างไร ต้องแล้วแต่ท่าน” แล้วก็คิดว่าครั้งนี้พี่ชายคนโตของสามีทำเรื่องไม่ถูกต้องนัก ทำไมไม่บอกสักคำก็หามคนกลับมา ทีนี้จะทำอย่างไร

ที่แท้ก่อนอาหารค่ำมีเกี้ยวหลังหนึ่งได้หยุดที่หลังบ้านตระกูลเสิ่น มีหนังสือลายมือเสิ่นเจ๋อจิ้งแนบมา ให้คนเฝ้าประตูปล่อยผ่าน คนเฝ้าประตูเห็นหนังสือเสิ่นเจ๋อจิ้งก็ปล่อยเกี้ยวผ่านเข้ามา พอเกี้ยวเข้ามาแล้ว ก็เห็นสาวน้อยอรชรอ้อนแอ้น! สาวคนนั้นแจ้งว่าผู้ดูแลกระทรวงยุติธรรมส่งมาให้ปรนนิบัติท่านเสิ่นเจ๋อจิ้ง คนเฝ้าประตูจึงรู้ว่าเกิดเรื่องใหญ่ กอปรกับเมื่อคืนไปงานเลี้ยงกับเสิ่นเจ๋อจิ้งพอดี ก็เลยรีบมารายงานเสิ่นหูซื่อ ตอนนี้ทั้งเกี้ยวทั้งสาวยังอยู่ที่เรือนด้านหน้า หาเสิ่นเจ๋อจิ้งไม่พบและไม่รู้ต้นสายปลายเหตุ จึงมารายงานเสิ่นอวี๋ซื่อ

เสิ่นอวี๋ซื่อได้ยินคำพูดเสิ่นหูซื่อ สีหน้าไม่ได้เปลี่ยนแปลง ใจคิดว่าเรื่องนี้ต้องรอเสิ่นเจ๋อจิ้งกลับมาค่อยถามความเป็นมา ผู้ดูแลต้าหลี่ซื่อหลี่ไฉโห้วหรือ ไม่เคยได้ยินเสิ่นเจ๋อจิ้งเอ่ยถึงเลย

“ในเมื่อมาปรนนิบัติ สาวใช้บ้านเราแม้จะไม่ขาดก็จริง แต่จะเลี้ยงเพิ่มอีกคนก็ย่อมได้ เจ้าไปถามนางว่ามีสัญญาขายตัวหรือไม่ ถ้ามีก็เก็บไว้จัดการก่อน ถ้าไม่มี มาจากไหนก็กลับไปที่นั่น!” เสิ่นอวี๋ซื่อบอกเสิ่นหูซื่อเช่นนี้  นางยังอยู่ในเดือน อารมณ์ไม่ดีนัก ไม่คิดใช้ไม้นวม จัดการให้จบทันที เรื่องเล็กแค่นี้ไม่ต้องเปลืองความคิดอะไร

เช้าวันรุ่งขึ้นเมื่อเสิ่นเจ๋อจิ้งมาที่เหอหมิงเชียน สีหน้าออกเซื่องๆ เมื่อคืนไปงานเลี้ยง ขุนนางต้าหลี่ซื่อต้อนรับเต็มที่ ผู้ดูแลหลี่ไฉโห้วบอกว่าจะส่งคนมาปรนนิบัติ เขาคิดว่าเพิ่มอีกคนก็ไม่มีปัญหา ยังว่าดื่มมากไปหน่อย มึนๆอยู่ก็เลยตอบตกลง ซ้ำยังเขียนหนังสืออีกด้วย จนเมื่อเช้าสร่างเมาแล้วจำเรื่องนี้ได้ จึงด่าตัวเองว่าโง่เง่า รีบมาเหอหมิงเชียนพบเสิ่นอวี๋ซื่อ

“ท่านพี่ ตอนนี้อยู่ระหว่างการสอบเลื่อนขั้น คนนี้พวกเรารับไม่ได้...” เสิ่นอวี๋ซื่อพูดเปิดอก เสิ่นเจ๋อจิ้งรีบพยักหน้าว่าใช่แล้ว ความจริงเมื่อเช้าลุกขึ้นมาเขาก็รู้แล้ว ไม่เข้าใจว่าตัวเองทำไมจึงโง่เง่าตอบรับให้ส่งคนเข้ามา หลี่ไฉโห้วต้องการอะไร   เขาย่อมรู้ รู้อีกว่าหากรับคนนี้ไว้จะมีผลอะไร สงสัยฤทธิ์สุราขึ้นสมองเป็นแน่ เหมือนเอามีดปักหน้าอกตัวเอง คิดแล้วก็แค้นใจ พอรู้ว่าเสิ่นอวี๋ซื่อส่งทั้งคนทั้งเกี้ยวกลับบ้านหลี่ไฉโห้วตั้งแต่เมื่อคืนแล้วค่อยโล่งอก

“ท่านพ่อบอกเสมอว่า ดูแลบ้านต้องระมัดระวัง...” เสิ่นอวี๋ซื่ออธิบายให้เสิ่นเจ๋อจิ้งฟังเล็กน้อย ทำให้เสิ่นเจ๋อจิ้งทั้งสำนึกทั้งอับอาย เมื่อนึกถึงว่าเสิ่นอวี๋ซื่อยังอยู่เดือน ก็ยิ่งรู้สึกผิดต่อภรรยา ต่อไปออกงานต้องระมัดระวังมากกว่านี้ เหล้าที่ไม่ควรดื่มจะไม่ดื่มแม้แต่หยดเดียว

คลื่นเล็กๆ ในตระกูลเสิ่นไม่ทันไรก็โดนกลบหายไปแล้ว เสิ่นหนิงได้รู้เรื่องนี้จากชิวอู๋ก็รู้สึกขำ นึกถึงที่เสิ่นอวี๋ซื่อตัดสินใจเฉียบขาด นึกสะท้อนใจ ใช่แล้ว ลูกชายห้าลูกสาวหนึ่ง คือต้นไม้ใหญ่ที่หนุนหลังเสิ่นอวี๋ซื่ออยู่ นางจะมีอะไรต้องเกรงกลัวกัน

เทียบกับบ้านตระกูลเสิ่นที่คลื่นเล็กๆ ถูกกลบหายอย่างง่ายดาย เต๋อเฟยที่วังเอี้ยนซีกลับรู้สึกว่าวันเวลาช่างผ่านไปอย่างยากลำบาก เนื่องจากคลื่นใหญ่ที่มาจากชายารองเจียงซื่อในวังองค์ชายรองเกิดขึ้นติดๆกัน เริ่มจากซั่งกวนเฉิงโย่วหลงใหลในตัวนาง ตอนนี้นางยังมีครรภ์ก่อนเฉินหว่านโหยว ทำให้เต๋อเฟยในวังทั้งหวั่นทั้งโกรธ ถือโอกาสช่วงที่ซั่งกวนเฉิงโย่วโอรสของตนเข้าวังไปทักทายยามเช้าบันดาลโทสะ

“โย่วเอ๋อร์ เจ้ารู้หรือเปล่าว่ากำลังทำอะไรอยู่  เจียงซื่อเป็นแค่ลูกอนุภรรยาธรรมดาๆ เจ้าโดนวางยาอะไรไป  เจ้าคงไม่ลืมว่าเพื่อแต่งงานกับตระกูลเสนาบดีกระทรวงกลาโหม ข้ากับลุงเจ้าต้องเปลืองสมองขนาดไหน  เจ้ามันเลอะเลือนไปแล้ว! เลอะเลือนไปแล้ว!” จางเต๋อเฟยมาจากตระกูลสูง อีกทั้งครองตำแหน่งสูงในวัง ปกติเรียบร้อยอ่อนโยน ใบหน้ามักระบายด้วยรอยยิ้ม   การโมโหโกรธาจนเสียบุคลิกเช่นครั้งนี้มีน้อยมาก นางกำนัลที่อยู่ข้างๆไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง

“เสด็จแม่...ข้า...” ซั่งกวนเฉิงโย่วได้ยินคำจากเต๋อเฟย ก็ไม่รู้จะพูดอย่างไร อยากชี้แจงก็พูดไม่ออก เขารู้ว่าถ้าพูดแล้วจะยิ่งทำให้นางโมโหมากขึ้น

“โย่วเอ๋อร์ เจ้ารู้ไหม เจ้าเป็นทายาทฮ่องเต้ การจะขึ้นครองตำแหน่งนั้น เจ้าจะต้องละทิ้งความรักของสามัญชน! สิ่งที่เจ้าต้องทำ คือต้องใกล้ชิดตำแหน่งนั้นมากขึ้น มีอะไรมั่นคงกว่าเสนาบดีกระทรวงกลาโหมที่เป็นแรงหนุนให้เจ้า  คนที่เจ้าแต่งไม่ใช่เฉินหว่านโหยว แต่เป็นอิทธิพลของทหาร คนที่เจ้ารักก็ไม่ใช่เฉินหว่านโหยว แต่เป็นแรงค้ำให้เจ้าขี้นครอง! เหตุผลนี้จนป่านนี้เจ้ายังไม่เข้าใจอีกหรือ  ทำไมเจ้าจึงโง่เง่านัก  รอให้เจ้าขี้นครองราชย์ได้สำเร็จ เจ้าอยากไปรักไปหลงเจียงซื่อใครจะกล้าพูด  แต่ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลา...” จางเต๋อเฟยมองลูกชายตัวเอง อดถอนหายใจไม่ได้ โอรสฮ่องเต้คนนี้ ความเข้าใจก็มี ความฉลาดก็ไม่ขาด แต่ทำไมสมองจึงซื่อตรงทึ่มทื่อนัก หากยังไม่รีบเลี้ยวกลับ จะพบแต่ทางตายเท่านั้น!

คิดดังนี้แล้ว นางจึงผ่อนน้ำเสียงให้อ่อนลง “ที่แม่พูด ก็เพื่อให้เจ้าดี รัชทายาทร่างกายอ่อนแอ องค์ชายสามกับองค์ชายห้าจ้องหาโอกาสอยู่ องค์ชายอื่นๆก็ทยอยโตขึ้น เจ้ามีกำลังทหาร ยังมีแรงหนุนฝ่ายแม่ ถ้าหากองค์ชายอื่นขึ้นครองราชย์ จะปล่อยเจ้าไว้หรือ” เห็นซั่งกวนเฉิงโย่วพูดไม่ออก สีหน้าเริ่มเขียวคล้ำ จึงถอนหายใจ

“ถึงเวลานั้นอย่าว่าแต่เจียงซื่อ แม้แต่เสด็จแม่ของเจ้าอย่างข้าก็หนีไม่พ้นความตาย ไม่เช่นนั้นแม่ก็ขอจัดการตัวเองก่อน ถึงเวลานั้นแล้วจะได้ไม่ถูกคนเย้ยหยัน!” นางเติมยาแรงอีกขนาน ทำท่าหยิบกรรไกรบนโต๊ะจะแทงหน้าอกตัวเอง นึกถึงสิ่งที่พี่ชายกังวล ไม่มีทางถอยอีกแล้ว หากลูกชายคนนี้ยังไม่สำนึก นางก็ไม่รู้จะทำอะไรอีกแล้ว น้ำตาไหลพราก

แต่งเข้าราชวงศ์เกิดในราชวงศ์ ทำผิดไม่ได้แม้เพียงก้าวเดียว ถ้าผิดก็ถึงแก่ชีวิต คนธรรมดาพี่รักน้องน้องเคารพพี่ คนธรรมดารักกตัญญูด้วยกันได้ แต่ราชวงศ์ทำไม่ได้! นี่คือสิ่งชดเชยจากการที่ได้รับอำนาจสูงสุด นางเข้าใจแต่แรกแล้ว น่าเสียดายที่ลูกชายคนนี้ยังไม่เข้าใจ น้ำตาหยุดไม่ได้เลย

“เสด็จแม่...” ซั่งกวนเฉิงโย่วพุ่งตัวเข้าไปห้ามจางเต๋อเฟย เห็นความทุกข์โศกของจางเต๋อเฟย สีหน้าเขาเปลี่ยนจากเขียวเป็นซีดขาว นัยน์ตาเบิกโพลง เหตุผลทั้งหมดไม่ใช่เขาไม่เข้าใจ ไม่เช่นนั้นก็ไม่แต่งกับเฉินหว่านโหยวแล้ว เพียงแต่เจียงซื่อ เป็นสุดที่รักของเขา! เขาไม่ใช่ไม่รู้ความสำคัญของกำลังทหาร แต่เขาไม่สามารถบังคับตัวเองได้จริงๆ

“เจ้าคิดให้ดี แม่ไม่บังคับเจ้า คำพูดของเสด็จแม่ เจ้ากลับไปคิดให้ดีๆ เจ้ากลับไปเถอะ แม่เหนื่อยแล้ว” จางเต๋อเฟยออกอาการหมดอาลัยตายอยาก แม้แต่เสียงก็อ่อนระโหยโรยแรง โบกมือให้ลูกชายออกไป แสดงว่าไม่อยากพูดอีกแล้ว

“เจ้าไปเถอะ เจ้าคิดอย่างไรก็ตามใจเถอะ อย่างมากเราแม่ลูกก็ตายด้วยกัน...” จางเต๋อเฟยหันหน้าออกไป ไม่มองซั่งกวนเฉินโย่วอีก ลูกชายของนางเอง เมื่อไรต้องใช้วิธีการใดจึงจะได้ผลดีที่สุด ไม่มีใครรู้ดีไปมากกว่านาง

ผ่านไปหลายวัน เจียงซื่อสนมองค์ชายรองหกล้มขณะเดินเล่นในวัง ตกเลือด แท้งลูกไป จ๋างสื่อแห่งวังองค์ชายรองออกข่าวว่าเพราะเจียงซื่อไม่ระวังตัวเอง ผ่านไปอีกหลายวัน ซั่งกวนเฉินโย่วตามเฉินหว่านโหยวไปไหว้พระที่วัดฮู่กั๋ว  ระหว่างนั้นดูแลนางตลอดเวลา สองสามีภรรยาแย้มยิ้มให้กัน  รักกันดูแลกันจนคนอิจฉา หญิงสาวที่ไปไหว้พระต่างชื่นชมชายาองค์ชายรองว่าช่างมีวาสนาดีแท้

เมื่อข่าวนี้ไปถึงวังเอี้ยนซี เต๋อเฟยจิบชาอย่างสบายใจ ท่ามกลางกลิ่นชาที่หอมกรุ่น ผสมด้วยรอยยิ้มละไม ลูกชายคนนี้ ยังดีที่มีใจกตัญญูต่อมารดา นับว่าไม่ทำให้นางผิดหวัง รู้ว่าต้องทำอะไร คิดว่าเสนาบดีกระทรวงกลาโหมก็คงพอใจ แล้วมอบของมีค่าในวังเอี้ยนซีให้เฉินหว่านโหยวอีกไม่น้อย

ผู้คิดเรื่องวังองค์ชายรองยังมีซั่งกวนฉางจื้อกับเสิ่นหนิง ซั่งกวนฉางจื้อคิดว่าพักนี้องค์ชายรองดูเหมือนเริ่มมีความคิด จัดการเรื่องได้เข้าที ไม่ทำตัวโง่เง่าเหมือนก่อน คงมีคนชี้แนะ ดูแล้วคนข้างกายเขาก็คงไม่เบา ตอนเขาเข้าวังไปทักทายยามเช้าหลี่กุ้ยผิน  รู้ว่าก่อนนี้ไม่นานวังเอี้ยนซีมีเสียงเอะอะออกมา การเปลี่ยนแปลงขององค์ชายรอง คงเป็นความดีความชอบของเต๋อเฟยเป็นแน่

นึกถึงเต๋อเฟยสนมหนึ่งในสี่คนกับตระกูลเดิมที่ลือลั่น ซั่งกวนฉางจื้อกับหลี่กุ้ยผินก็พลอยนิ่งเงียบ เป็นคนที่ต่อกรไม่ง่ายเลย

เสิ่นหนิงออกจะเสียดายแทนเฉินหว่านโหยว นางยังจำหญิงสาวที่งามสะพรั่งดั่งบัวแรกแย้มในงานเทศกาลบุปผาราชสำนักได้ ซั่งกวนเฉิงโย่วหลงใหลเจียงซื่อ ทำให้นางมีครรภ์ก่อน แต่เพื่อตำแหน่งฮ่องเต้ ต้องการแรงหนุนจากตระกูลเฉิน ทำให้เด็กนั้นถูกทำให้แท้ง นับเป็นเรื่องสุดแสนเห็นแก่ตัวไร้เยื่อใยในรัก เขาต่างกับซั่งกวนฉางจื้อตรงไหน  เฉินหว่านโหยวแต่งกับคนเช่นนี้ จะมีโชควาสนาสุขสมหรือ  คงมีนางเองเท่านั้นที่รู้

โชควาสนาสุขสมหรือ  เฉินหว่านโหยวถามตัวเอง ไม่รู้สิ ซั่งกวนเฉิงโย่วส่งคนมาบอกว่าคืนนี้จะประชุมกับเสนาธิการ ไม่มาแล้ว ความจริงนางรู้ว่าแอบไปดูแลเจียงซื่อ นางแกล้งทำเป็นไม่รู้ เมื่อนึกถึงว่าแม่ตายแต่เล็ก วันเวลาที่อยู่ภายใต้เงื้อมมือเฉินเจ้าซื่อ ต้องแกล้งทำหูหนวกตาบอด ต่อสู้ด้วยสติปัญญาสารพัด กระทั่งได้คู่แต่งงานที่ดี แต่งเข้าวังองค์ชายรอง นึกว่าจะเป็นการเริ่มต้นใหม่ที่ดี แต่ก็ยังต้องแกล้งทำหูหนวกตาบอดต่ออีก เทียบกับแต่ก่อน มีอะไรแตกต่างกันหรือ  แค่เพื่อมีชีวิตอยู่เหมือนชาวบ้าน ให้คนอื่นได้เห็น หญิงสาวที่วัดฮู่กั๋วอิจฉาในวาสนานาง แล้วนางไม่อิจฉาหญิงสาวพวกนั้นที่มีอิสระเสรีหรือไร  ขอสิ่งใดก็ได้สิ่งนั้นแล้ว นางไม่ควรเคืองแค้น เพียงแต่โชควาสนาสุขสมคืออะไร  นางมิอาจรู้ได้


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น