(อีโรติกเลสเบี้ยน) กระต่ายสาว / ตุ๊กตาคลายเหงา

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

-3- แสงสร้อย หอมแดง

ชื่อตอน : -3- แสงสร้อย หอมแดง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 688

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 21 ก.ค. 2561 05:10 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
-3- แสงสร้อย หอมแดง
แบบอักษร

3

ระหว่างที่อังศุนิตย์กำลังครุ่นคิดถึงเรื่อง ผู้หญิงในความปรารถนา...แม่บ้านรำไพเดินมาพร้อมกับใครอีกคนที่เธอไม่คุ้นหน้า

“คุณอังคะ ป้าพาลูกสาวมาแนะนำ ที่เคยบอกไว้ว่าจะมาทำงานด้วย”

“ออ...”  

อังศุนิตย์พยักหน้า...จำได้ โดยเมื่อไม่นานมานี้ ก่อนพี่ชายของเธอจะเดินทางไปดูงานที่ต่างประเทศ แม่บ้านรำไพได้มาขอ...ว่าอยากให้ลูกสาวมาทำงานที่นี่ด้วย ซึ่งเธอและพี่ชายก็ได้อนุญาตไป

มองแม่บ้านรำไพ...แล้วเลื่อนสายตาไปยังลูกสาว เจ้าหล่อนผมยาวรวบไปด้านหลัง ก้มหน้าก้มตา สวมเสื้อยืดสีชมพู กางเกงสีขาวสามส่วน ผิวขาว แต่ไม่กระจ่าง แถมยังผอมราวกับไม่มีเรี่ยวแรง จนอังศุนิตย์ซึ่งปกติเป็นคนอารมณ์ดีนึกขบขัน ผอมแบบนี้ลมพัดมาคงปลิว

“เอ้า...สร้อย แนะนำตัวกับคุณอัง น้องสาวคุณผู้ชายสิ” คนเป็นแม่บอก เมื่อเห็นอาการประหม่าของลูกสาว

“ค่ะ...ค่ะ...หนูชื่อ...สะ...สร้อย”

สาวใช้คนใหม่พูดติดๆ ขัดๆ ไม่มองหน้า

“ชื่อจริงล่ะ” อังศุนิตย์ซัก

“สะ…แสงสร้อย หอมดาว” ยังคงก้มหน้าตา เสียงแผ่วเบาไร้ความมั่นใจ…กังวล จากที่อยู่ๆ เกิดรู้สึกกลัวประหลาดว่า...จะถูกจับได้ในแผนการที่เธอร่วมกับแม่ หวังจะจับพี่ชายของอีกฝ่ายมาเป็นสามี เพื่อเลื่อนฐานะไปสู่ความร่ำรวย

“ดูเหมือนลูกสาวป้าจะกลัวๆ อังนะคะ” อังศุนิตย์ตั้งข้อสังเกต ตีสีหน้าจริงจัง...ใจแอบยิ้ม

“สร้อย...เงยหน้าขึ้นสิ...อย่าก้มหน้าอย่างนั้น” รำไพตีแขนลูกสาวเบาๆ

แสงสร้อยเงยหน้าขึ้น ทว่ามองเห็นใบหน้าของ อังศุนิตย์ที่จ้องมาประเดี๋ยวก็หลบตาก้มหน้าอีก...ใจสั่น กายก็พลอยสั่น

อาจเพราะตั้งแต่เมื่อคืน...เครียดจนนอนไม่หลับที่จะได้มาเจอ...เจอแบบไม่ได้บริสุทธิ์ใจ เหมือนคนทำผิด ที่ระแวงว่าจะถูกจับได้ อย่างไม่เข้าใจตัวเองว่าทำไมถึงเป็นขนาดนี้ เพราะนี่แค่น้องสาวของเป้าหมาย ถ้าเจอคุณอาชว์อาชาที่เป็นเป้าหมายจะขนาดไหน

อังศุนิตย์ยิ้มให้กับท่าที…นึกไปว่าหรือบางที ตัวเองอาจจะทำหน้าดุโดยไม่รู้ตัว ลูกสาวแม่บ้านรำไพเลยกลัว  

เราออกจะสวย จะกลัวทำไม...อังศุนิตย์ขบขันอยู่ในความนึกคิด

เห็นอาการของลูกสาว...รำไพรีบแก้ต่างให้

“ป้าขอโทษด้วยคะคุณอัง สร้อยมาจากต่างจังหวัด ยังไม่คุ้นกับคนแปลกหน้า”

 “งั้นป้ากลับไปทำงานก่อนเถอะ ปล่อยลูกสาวไว้นี้แหละ...ถ้าเธอหายกลัวคนแปลกหน้าอย่างอังได้เมื่อไหร่ อังจะปล่อยไปทันที”

 “ดะ...ได้ค่ะคุณอัง...ปรานีลูกสาวป้าด้วยนะคะ เด็กจากบ้านป่า เรียนมาน้อย ไม่ค่อยรู้อะไร แต่ขยัน ทำงานเก่ง”

รำไพบอกกับผู้เป็นนาย แล้วหันไปบอกลูกสาว

“ทำตัวดีๆ ล่ะ…คุณอังสั่งอะไรก็ทำตาม อย่าทำแม่ขายหน้า อุตส่าห์ฝากงานให้แล้ว...คุณอังก็เหมือนกับคุณอาชว์ใจดี ไม่ต้องกลัวหรอก”

คล้อยหลังรำไพอังศุนิตย์พูดขึ้น

“ไหน...บอกชื่อจริงมาใหม่สิ”

“เอ่อ...ชื่อแสงสร้อย หอมดาว ค่ะ” เจ้าหล่อนตอบเสียงเบา...ไม่กล้าสบตาคนจ้องมอง

“แสงสร้อย หอมแดง” นายสาวทวนชื่อและนามสกุล...ตั้งใจให้นามสกุลผิดเพี้ยน

“หะ...หอมดาวค่ะ” เธอรีบแก้ต่าง

อังศุนิตย์หัวเราะเสียงดังจนหลานชายหันมามอง แต่ก็ไม่ได้สนใจผู้เป็นอากับสาวใช้ใหม่คุยกัน...มากเกินการดูปลากินอาหารตามประสาเด็ก

“ก็เธอพูดเบา...”

“สร้อยขอโทษค่ะ” เธอยกมือไหว้ แล้วก้มหน้าลง...รู้สึกผิด

“เงยหน้าขึ้น” อังศุนิตย์สั่ง “คุยกับฉันต้องมองหน้าสิ ไม่ใช่เท้า”

ได้ยินดังนั้น แสงสร้อยเงยหน้าขึ้น 

“ขะ...ขอโทษค่ะ คุณอัง สร้อยจากบ้านมาไกล ครั้งแรก ตะ...ตื่นเต้น เลยไม่คุ้นกับคนแปลกหน้า”

เธอละล่ำละลักแก้ต่าง ด้วยการลอกเลียนประโยคคล้ายๆ กับที่แม่เลี้ยงพูดก่อนหน้านี้

“อืม...ไม่คุ้นกะคนหน้าแปลก” อังศุนิตย์ตั้งใจบิดคำ เบือนความหมาย

“ใช่ค่ะ...ไม่คุ้น” แสงสร้อยตอบไวออกไป แล้วฉุกคิดได้ว่าผิดพลาด “ไม่ๆ ค่ะ ปะ...แปลกหน้า ไม่ใช่...หน้าแปลก สร้อยขอโทษค่ะ”

อังศุนิตย์อยากจะหลุดหัวเราะ ให้กับน้ำเสียง สีหน้า และท่าทางสาวใช้คนใหม่ หากก็เก็บงำเอาไว้...ตีหน้าตึงขึงเข้ม...ด้วยนิสัยชอบอำชอบแกล้งของเธอ

“ก็มองหน้าฉันบ่อยๆ สิ”

แสงสร้อยสั่งตัวเองว่าห้ามก้มหน้า...พลางสบสู้มองอีกฝ่ายที่จ้องมองมา จนได้เห็นชัดๆ ว่า...ใบหน้าของอีกฝ่ายงามอย่างหมดจด...ผิวขาวกระจ่าง ตาสวย ปากนิด จมูกหน่อย...ในชุดปั่นจักรยานที่แนบกระชับกับเรือนกายระหง...ได้เปิดยิ้มขึ้น

สวยมากในความรู้สึกของแสงสร้อย และคล้ายต้องมนตร์อยู่ชั่วขณะ...ประหนึ่งได้พบเจอนางฟ้า จนเมื่ออีกฝ่ายถามขึ้น จึงหลุดจากภวังค์

“อายุเท่าไหร่แล้ว”

“ยะ...ยี่สิบแล้วค่ะ”

“อ้าวเหรอ...ฉันนึกว่าสิบห้าสิบหก”

“ขอบคุณค่ะ”  ยกมือไหว้ เผยยิ้ม...ต่อความคิดที่ว่าถูกชมว่าอ่อนเยาว์

แต่แล้วยิ้มนั้นก็เจื่อนลง...คล้ายดอกไม้ที่พลันหุบกลีบ เมื่อได้ยินประโยคถัดมา

“ฉันไม่ได้ชมว่าเธอหน้าเด็กหรอกนะ  แต่ดูผอมๆ เหมือนเด็กขาดสารอาหารมากกว่า”

“เอ่อ...สร้อย...มะ...ไม่ได้ขาดสารอาหารนะคะ คือสร้อยผอมอย่างนี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว”

“นี่ถ่ายพยาธิบ้างเปล่า...ในท้องเธออาจจะมีพยาธิแย่งสารอาหารอยู่ก็ได้นะ” 

“มะ...ไม่มีหรอกค่ะ”

“รู้ได้ไง”

“เอ่อ...สร้อยคิดว่าไม่มี”

คำพูดของอังศุนิตย์มีอิทธิพล ทำให้แสงสร้อยเกิดความไม่แน่ใจในตัวเองขึ้นมา

“ไม่รู้ล่ะ...ถ้าทำงานที่นี่...ผอมแบบนี้ไม่ได้นะ...เดี๋ยวคนอื่นๆ จะครหา ว่าเด็กรับใช้ของคฤหาสน์โอบไนยธรถูกฉันกับพี่ชายใช้ทำงานหนัก...ไม่ให้กินข้าวกินปลาจนผ่ายผอมหนังหุ้มกระดูกแบบนี้”

“ค่ะ...ต่อไป สร้อยจะรีบอ้วนกว่านี้...สร้อยจะกินข้าวเยอะๆ จะไม่ผอม”

“เธอสัญญากับฉันแล้วนะ” คนเป็นนายย้ำเตือน

“ค่ะ...สัญญา ”

พร้อมกับคำพูด...แสงสร้อยยกนิ้วก้อยขึ้นแล้วยื่นไปหา อังศุนิตย์อย่างลืมตัว เพราะปกติหากเวลาสัญญาอะไรกับน้องๆ สายฟ้า และสุดใจ เธอมักจะใช้วิธีเกี่ยวก้อยเสมอ...เช่นว่าจะซื้อขนมหรือของเล่นให้  เมื่อตระหนักรู้ว่าเผลอพลั้งทำกับอีกฝ่ายที่อายุมากกว่า...แถมยังเป็นน้องสาวคุณผู้ชายเจ้าของคฤหาสน์ หรือนายจ้าง จึงรีบถดมือกลับพร้อมเสียงอุทาน

“อุ๊ย...”

คนทำผิดพลาดอายมาก...จนอยากจะมุดหน้าหายลงไปในดินได้

อังศุนิตย์คาดไม่ถึง...ประหลาดใจกับสิ่งที่สาวใช้คนใหม่ทำ...แต่พอเห็นแล้วกลับชวนให้อารมณ์ดี จากนั้นยกนิ้วก้อยขึ้นล้อเลียน 

“สัญญาก็สัญญา”

ประกอบท่าทางด้วยการหัวเราะ...ทำให้แสงสร้อยยิ่งอาย

“ทำไมถึงชื่อแสงสร้อย” อังศุนิตย์ถามต่อ

ทำไมนะ...น้องสาวคุณผู้ชายถึงได้ถามเยอะขนาดนี้...คนต้องตอบสงสัย แล้วคาดเดา...คนใช้คนอื่นๆ แรกเข้า คงจะโดนถามเช่นเดียวกันนี้

“ตอนแม่ท้องสร้อย...แม่ฝันเห็นสร้อยเส้นหนึ่งตกอยู่ ในความมืด สร้อยเส้นนั้นส่องแสง พอตื่นแม่...แม่ก็บอกกับพ่อว่าถ้าลูกในท้องเป็นผู้หญิงจะตั้งชื่อว่าแสงสร้อย คือตอนนั้นแม่ไม่ได้อุนตร้าซาวด์...เลยไม่รู้ว่าในท้องเป็นลูกผู้หญิงหรือผู้ชาย”

“อัลตร้าซาวด์หรือเปล่า” คนอยากแกล้ง ท้วงในคำพูดที่ออกเสียงผิดของเจ้าหล่อน

“คะ...ค่ะ อัลตร้าซาวด์ สร้อยคงเรียกผิด”

สาวบ้านนารู้สึกชาๆ ที่ใบหน้า เพราะเรียนมาน้อย...จบแค่มัธยมศึกษาตอนต้น คำบางคำที่ใช้ไม่บ่อย เลยพูดไม่ถูก เพื่อกลบเกลื่อนจึงรีบเล่าต่อ

“เอ่อ...หลังจากนั้น...ชื่อแสงสร้อยก็ได้ใช้ เพราะลูกของแม่ที่คลอดออกมา เป็นผู้หญิงจริงๆ แต่แม่...” น้ำเสียงหม่นเศร้าลง “...กลับมาด่วนจากไปในตอนนั้น เพราะตกเลือดมาก”

“อ้าว...ป้ารำไพไม่ใช่แม่แท้ๆ น่ะสิ”

“ค่ะ...เป็นแม่เลี้ยง แต่ก็เหมือนแม่แท้ๆ เพราะดูแลมาตั้งแต่แบเบาะ”

อังศุนิตย์นิ่งไปครู่หนึ่ง...เพราะนึกคำถาม

“แล้วนี่...ไม่ได้เรียนต่อเหรอ”

“เปล่าค่ะ”

“จบมาแค่มอหกสินะ” อังศุนิตย์คาดคิด เพราะอายุยี่สิบ ก็น่าจะเพิ่งจบมัธยมศึกษาปีที่หกมาไม่กี่ปี

“เปล่าค่ะ...” แสงสร้อยปฏิเสธแย้งคำคาดเดานั้น “สร้อยจบแค่มอสาม”

“อ้าว...ทำไม...”

“พอดีสร้อยต้องออกมาดูแลพ่อ...ตอนนั้นพ่อเกิดอุบัติเหตุพอดี และแม่ต้องเข้ามากรุงเทพฯ เพื่อหางานทำ เพราะแถวบ้านไม่มีงาน มีแต่ก็เงินน้อย....แต่คนในบ้านหลายชีวิตไม่พอใช้”

เป็นเด็กดีนี่...อังศุนิตย์คิด

“อ้าว...มาทำงานอย่างนี้ แล้วเป็นใครทำหน้าที่ดูแลพ่อล่ะ”

“น้องสาวของพ่อ...อาวาด เธอกลับมาอยู่บ้าน เลยมาช่วยดู สร้อยอยากจะหาเงินช่วยแม่อีกแรง ก็เลยมาทำงานที่นี่ค่ะ”

“แล้วไม่อยากเรียนต่อเหรอ...”

“หากมีโอกาสสร้อยก็อยากจะเรียนค่ะ...”

“เรียน กศน. ให้จบมอหกก่อนสิ...หลังจากนั้น ก็ค่อยเรียนในระดับที่สูงขึ้น...พี่ชายของฉัน เจ้าของบ้านนี้ก็เคยเรียน กศน. มา” คนอายุมากกว่าแนะนำ แกมสั่งกลายๆ “ต้องเรียนนะ ให้ป้ารำไพพาไปสมัคร การศึกษาเป็นเรื่องที่ดี มีความจำเป็น...เพราะหากมีการศึกษาที่ดีแล้ว หน้าที่การงานที่ดีก็จะตามมา...ชีวิตดีขึ้นต่อไป”

คำอังศุนิตย์ที่ว่า...ชีวิตดีขึ้น...ทำให้คนรับฟังอย่างแสงสร้อยหลงเหม่อเข้าไปในความคิดตัวเอง...ความต้องการของแม่ คือให้เธอจับอาชว์อาชามาเป็นสามี แล้วชีวิตเธอและครอบครัวจะดีขึ้น เสียงแม่ยังคงลั่นวาจาอยู่ในมโนสำนึก “แกต้องจับคุณอาชว์ให้มั่นคั้นให้ตายนะสร้อย...ทำให้เขาหลงรักแกจนโงหัวไม่ขึ้นให้ได้”

“สร้อย” อังศุนิตย์เรียกขาน เมื่อเห็น...จู่ๆ ก็เงียบลง

แสงสร้อยไม่ได้ยิน...คนเรียกจึงโบกมือ ตรวจว่า ดวงตาสาวใช้คนใหม่มองอยู่หรือเปล่า...คล้ายมอง ทว่าเหม่อลอย...ไม่เห็นฝ่ามือที่โบกอยู่

จึงเรียกอีกครั้ง...เสียงดังขึ้น 

“สร้อย...”

คราวนี้ได้ผล...จากที่เหม่อลอย ถึงกับสะดุ้งตกใจพร้อมกับอุทานเอาความคิดส่วนหนึ่งเผยออกมา

“ค่ะ...ค่ะ...จับก็จับ”

“เธอจับอะไร” อังศุนิตย์ถาม...ชักสีหน้า

ตั้งสติได้...แสงสร้อยรีบเอามือปิดปาก

“จับอะไร” อังศุนิตย์ย้ำถาม

เลื่อนมือออกจากปาก...ปฏิเสธ “เปล่าๆ....ค่ะ”

“ก็ฉันได้ยิน” ผู้เป็นนายคาดคั้น...ด้วยน้ำเสียงและแววตา

“จับ...เอ่อ...” คิดหาทางหนีทีไล่...ทำไงดีล่ะสร้อย ทำไงดี...ทำไมคุณอังถึงอยากรู้นั่นรู้นี้...ซักเธอราวกับเป็นตำรวจสอบปากคำผู้ร้ายอย่างนั้น

ใช่เธอเป็นผู้ร้าย...ที่มีแผนจะจับพี่ชายของเจ้าหล่อนมาเป็นสามี ข้อหานี้มีบทลงโทษอย่างไรนะ...หากถูกจับได้...คิดแล้วก็เสียวสันหลังวาบๆ...พลางเหลือบสายตาไปทาง เอื้ออารัทธ์ที่กำลังให้อาหารปลา

“เอ่อ...จะ...จับปลา...ค่ะๆ...จับปลา” ข้างๆ คูๆ เอาตัวรอด

“จับปลา...” น้ำเสียงของอังศุนิตย์เคลือบไว้ด้วยแววความสงสัย

“คะ...คือ...พอดี” แสงสร้อยกลายเป็นคนติดอ่าง “สะ...สร้อยเห็นคุณหนูอยู่กับปลาไงคะ ก็เลยคิดถึงที่บ้านนอกนะค่ะ ที่สร้อยเคยจับปลาในท้องนา เอามาทำเป็นอาหารให้ครอบครัวทาน”

คนโกหกพยายามยิ้ม...แต่รู้สึกว่ายิ้มตัวเองเจื่อน…ไม่เต็มยิ้ม

“สร้อย...นี่ปลาเลี้ยงเอาไว้ดูของฉันนะ...หวังว่าเธอคงจะไม่แอบมาจับ หรือเอาแหมาทอด เอาไปทำอาหารกินเอง...หรือทำให้ฉันกินหรอกนะ”

คนฟังนึกภาพตาม เธอกำลังทอดแห...เฮ้อ...เธอทอดแหเป็นเสียทีไหน ถึงเธอจะเป็นคนบ้านนอกคอกนาก็เถอะ...แต่ถึงอย่างไรเธอก็เป็นผู้หญิง...การทอดแหส่วนใหญ่ผู้ชายเขาทำกัน...เช่นพ่อของเธอตอนที่ยังไม่เกิดอุบัติเหตุ ก็ทอดแหจับปลาบ่อยๆ...ขืนถ้าเธอผอมแห้งแรงน้อยอย่างนี้ทอดแหเอง มีหวังตกลงไปในน้ำ พันอยู่กับแหแทนที่จะได้ปลา

“มะ...ไม่ค่ะ...สร้อยไม่ทำอย่างนั้น...สร้อยแค่คิดถึงเรื่องราวที่บ้านเท่านั้น”

“จริงเหรอ”

“จริงค่ะ...จริง” ปากยืนยันคำพูด แต่ใจร่ำร้อง พอเถอะคุณอัง…เลิกขี้สงสัยได้แล้ว ปล่อยสร้อยไปเถอะ

อังศุนิตย์เบ้ปากเล็กๆ พยักหน้ารับรู้ แล้วเรียกหลานชาย

“เอื้อ...มาสวัสดีพี่สร้อยสิ...พี่สร้อยมาทำงานใหม่วันแรก...ลูกสาวยายรำไพ”

เด็กชายว่าง่ายเดินมาสวัสดี “สวัสดีครับพี่สร้อย”

“สวัสดีค่ะ...คุณหนู ไม่ต้องไหว้สร้อยก็ได้...คุณเอื้อเป็นเจ้านาย”

“พ่อกับอาอังสอนว่าเป็นเด็กต้องรู้จักเคารพผู้ใหญ่...” บอกกับแสงสร้อยแล้วหันไปบอกกับอา “อาครับ…เอื้ออยากไปว่ายน้ำแล้ว”

“ไปสิ...”

อังศุนิตย์รับคำเอื้ออารัทธ์ แล้วเด็กน้อยก็ไม่ได้สนใจแสงสร้อยอีก...เดินไปยังจักรยานที่จอดอยู่หน้าศาลาริมสระบัว เพื่อรอผู้เป็นอาพาไปว่ายน้ำที่สระว่ายน้ำหลังคฤหาสน์ ฝ่ายคนเป็นอามองตามหลังหลานชาย... แล้วหันมาบอกกับสาวใช้คนใหม่

“โอเค...ขอให้มีความสุขกับการทำงานที่นี่...แล้วตั้งใจทำงาน...มีอะไรก็ไปทำได้แล้ว...แล้วอย่าลืมสัญญาที่ให้ไว้ ล่ะ”

“สัญญา...” แสงสร้อยทวนคำ...เอียงหน้าสงสัย เพราะลืมไปชั่วขณะ ก่อนจะนึกขึ้นได้ “ออ...สัญญาว่าจะอ้วนกว่านี้...และจะไม่มาแอบหว่านแหจับปลาของคุณอังที่สระบัว” ถึงตอนนี้เธอนึกขันคำพูดตัวเอง “สร้อยทำได้แน่นอนค่ะ...สร้อยขอตัวก่อนนะคะ”

แสงสร้อยรีบยกมือไหว้...เจ้านายสาวช่างซัก แล้วหันกลับ จังหวะนั้นเธอมองเห็นเอื้ออารัทธ์ยืนอยู่ตรงจักรยาน ขณะเดียวกันดวงตาช่างไว เพราะเหลือบไปเห็นว่าที่พื้นหญ้าไม่ไกลจากเด็กชายตัวจ้อยนัก...งูเห่าตัวหนึ่งกำลังแผ่แม่ เบี้ยอยู่

ความคิดเห็น