(อีโรติกเลสเบี้ยน) กระต่ายสาว / ตุ๊กตาคลายเหงา

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : -2- อังศุนิตย์

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 710

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 21 ก.ค. 2561 05:08 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
-2- อังศุนิตย์
แบบอักษร

2

อรุณรุ่งมาเยือนคฤหาสน์โอบไนยธร ที่ตั้งตระหง่านอยู่บนเนื้อที่นับสิบไร่ อาณาบริเวณมีแมกไม้น้อยใหญ่ให้ความร่มรื่น

สิ่งปลูกสร้างงดงามนี้ถูกเนรมิตขึ้นด้วยเงินมูลค่ามหาศาลของ อาชว์อาชา โอบไนยธร มหาเศรษฐีหนุ่มวัยสามสิบหกปี นักธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ เจ้าของบริษัท อาชาไนย พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ที่มีผลประกอบการยอดขายปัจจุบันนับหมื่นล้านต่อปี

ไม่น่าเชื่อว่าอาชว์อาชา หรือชื่อเดิม อาชา โอบธร จะมีอดีตเป็นเพียงเด็กกำพร้าเร่รอนไร้ญาติขาดมิตร เขาสามารถก้าวข้ามความยากลำบากมาด้วยความมุ่งมั่น สู่ความสำเร็จและความมั่งคั่ง  ในขณะที่ยังอยู่ในวัยหนุ่ม...ได้อย่างน่าชื่นชม

ด้านหลังคฤหาสน์หลังใหญ่หรูหรานี้ มีสระบัวขนาดกว้าง รอบๆ สระคือลู่สำหรับปั่นจักรยานที่มีทั้งทางเรียบ เนิน ลาด สลับกันไป...เพื่อใช้สำหรับออกกำลังกาย จากการที่อาชว์อาชาหลงใหลการออกกำลังกายเป็นชีวิตจิตใจ นอกจากนี้...ภายในคฤหาสน์ยังมีห้องฟิตเนส สระว่ายน้ำ สนามไดร์ฟกอล์ฟ จุดปีนผาจำลอง อีกด้วย

นิสัยรักการออกกำลังกายค่อยๆ ถ่ายทอดมาถึงลูกชายตัวน้อย...เอื้อ เอื้ออารัทธ์ โอบไนยธร วัยเจ็ดขวบ ที่เช้าตรู่วันเสาร์อย่างนี้ไม่ได้ไปโรงเรียน และผู้เป็นพ่อไม่อยู่...ไปต่างประเทศหลายวัน...ตื่นขึ้นมาก็รีบชวนอาอัง หรือ อังศุนิตย์ โอบไนยธร น้องสาวบุญธรรมของอาชว์อาชาออกมาปั่น...ด้วยจักรยานราคาสูง ชุด...เสื้อและกางเกงแบบแขนสั้นขาสั้น รองเท้า ถุงมือ และหมวกนิรภัยมาตรฐานพร้อมสรรพ

ปั่นจักรยานไปเคียงข้างกัน...ตามกันบ้าง อังศุนิตย์ คุณน้ายังสาววัยยี่สิบห้าปี ผู้มีเรือนกายเพรียวบาง...สมส่วน บนจักรยาน ได้มองเอื้ออารัทธ์อยู่เนืองๆ

เธอกับอาชว์อาชาไม่ได้เกี่ยวข้องกันทางสายเลือด หากแต่ก็รักพี่ชายคนนี้มากสุดชีวิต ประหนึ่งคลานตามกันมา หากไม่มีเขาที่ได้ปกป้องชีวิต...เธอคงตายไปพร้อมๆ กับพ่อ บุญส่งแล้ว

เรื่องราวของพี่ชาย...กว่าจะมามีวันนี้ที่ประสบความสำเร็จเป็นมหาเศรษฐี ได้ผ่านความยากลำบากมามากมาย ตั้งแต่เป็นเด็ก...เด็กชาย ‘อาชา’ ชื่อเดิมในยามนั้น ช่างน่าสงสารเห็นใจ

อาชว์อาชาเคยเล่าให้เธอฟังว่า เขาเกิดมาในสถานสงเคราะห์...ไม่มีพ่อแม่ ไม่รู้เลยว่าเป็นใครคือพ่อแม่ ได้แต่เฝ้าคิดถึง...คนสองคนที่เป็นปริศนา และด้วยความปรารถนาที่ว่าอยากจะมีพ่อแม่จับจิตจับใจ

ตอนอายุแปดขวบ...มีสามีภรรยาคู่หนึ่งอุปถัมภ์พี่ชายของเธอไปเลี้ยง ทว่าความอบอุ่นที่โหยหา...ไม่ได้เป็นอย่างที่เด็กชายอาชาคิดเลยสักนิด ดูเหมือนสองคนนั้นไม่ได้รักมากสักเท่าใด...ไม่รักเลยก็ว่าได้ เพราะใช้งานราวกับเป็นทาส...ไม่ใช่ลูก พอไม่เชื่อฟังก็ทำร้าย..ทุบตี กักขัง หนึ่งปีให้หลังพี่ชายของเธอจึงหนีออกจากบ้านหลังนั้น กลับมายังสถานสงเคราะห์

วันหนึ่งตอนอายุราวๆ สิบขวบ...พี่ชายของเธอแอบออกนอกสถานสงเคราะห์ ตั้งใจว่าจะไปเล่นน้ำที่คลองซึ่งอยู่ไม่ไกลจากสถานสงเคราะห์นัก...ตามลำพัง ช่วงนั้นพี่ชายไม่มีเพื่อน เพราะมีปัญหาชกต่อยกับเด็กในสถานสงเคราะห์บ่อยครั้ง ทว่ายังไม่ทันจะได้เล่นน้ำ เกิดโชคร้ายถูกแก๊งลักเด็กโปะยาสลบจับตัวขึ้นรถตู้ไป

จากนั้น...พี่ชายของเธอถูกพาไปอยู่ในเมืองท่องเที่ยวทางภาคใต้ถูกบังคับให้เร่ขายดอกกุหลาบให้กับชาวต่างชาติ ขายได้เท่าไหร่ต้องเอาเงินให้พวกมันทั้งหมด ขายได้น้อยก็ถูกมันทำร้ายร่างกาย จับขัง ให้อดอาหาร  เคยแอบหนีแต่โดนจับได้ เลยถูกซ้อมปางตาย ฝีมือการชกต่อยที่ชนะเด็กในสถานสงเคราะห์ตอนนั้นใช้การไม่ได้เลย

พออายุสิบสองปี...พี่ชายของเธอหนีจากพวกมันมาได้ โดยขึ้นรถไฟกลับมายังกรุงเทพฯ แต่ไม่ได้คิดที่กลับไปสถานสงเคราะห์ เลือกที่จะเร่ร่อน เสื้อผ้าสกปรก ร่างกายผอมกะหร่อง ค่ำไหนนอนนั่น นอนบ้านร้าง ใต้ทางด่วน ถูกทำร้ายโดยวัยรุ่นเจ้าถิ่นบ่อยครั้ง ถูกมองด้วยสายตารังเกียจ จากผู้คน ไร้จุดหมาย อดมื้อกินมื้อ ใช้ชีวิตด้วยการหาเศษเหรียญที่ตกค้างอยู่ในตู้โทรศัพท์สาธารณะ บางครั้งหิวมากจนต้องลักเล็กขโมยน้อย

จนครั้งสุดท้าย...พี่ชายของเธอแอบไปขโมยกระเป๋าที่คาดเอวของเถ้าแก่ร้านรับซื้อของเก่า...มันวางตรงโต๊ะ หน้าร้าน คนเป็นเจ้าของกำลังคุมคนงาน นำกระดาษลังขึ้นรถสิบล้อ ...พอลอบเข้าไปฉวยเอาได้ ก็รีบวิ่ง แต่แล้วหัวขโมยอย่างพี่ชายก็หนีไม่พ้น เพราะถูกคนงานคนหนึ่งรวบตัวไว้ได้ก่อน

พี่ชายบอกเธอว่า...ตอนนั้น คิดว่าจะต้องโดนทุบตีลงโทษแน่ๆ เหมือนครั้งก่อนๆ ที่ขโมยของแล้วถูกจับได้ แต่ผิดคาด...ท่าทีคล้ายจะหัวเสียในทีแรกของเถ้าแก่สูงวัย...เปลี่ยนไป หลังจากที่พี่ชายของเธอไหว้ทั้งน้ำตา...ขอโทษ และให้เหตุผลว่า ที่ขโมยเพราะหิวข้าว ไม่ได้กินข้าวมาหลายวัน เป็นเด็กเร่ร่อน ไม่มีเงิน ไม่มีพ่อมีแม่ เป็นเด็กที่หนีออกมา จากสถานสงเคราะห์...พูดความจริงทุกอย่าง จากนั้นเถ้าแก่คนนั้นก็ให้ลูกน้องไปเอาอาหารมาให้กิน พร้อมทั้งขอให้เป็นคนดี อย่าขโมยของของใครอีก แล้วจะไม่เอาความ พี่ชายของเธอรีบรับปาก 

ขณะที่กินอาหาร...พี่ชายของเธอรู้สึกเอร็ดอร่อยที่สุดในชีวิตที่ผ่านมา...กินทั้งน้ำตา ซึ้งใจในความเมตตาของเถ้าแก่ ความรู้สึกที่ว่าไร้ญาติขาดมิดพร่องหายไปอย่างรู้สึกได้ และเมื่ออิ่มหนำเถ้าแก่ยังใจดีเป็นคนขับรถไปส่งถึงสถานสงเคราะห์ พร้อมทั้งให้เงินจำนวนหนึ่งเอาไว้ใช้ด้วย...พี่ชายของเธอรับเอา และสัญญาอีกครั้งว่าจะเป็นคนดี พร้อมทั้งออกปากขอว่า...หากโตขึ้นกว่านี้จะขอไปทำงานเป็นลูกจ้างที่ร้านของเถ้าแก่...เถ้าเองก็ยินดี

เถ้าแก่คนนั้นชื่อบุญส่ง...เป็นพ่อแท้ๆ ของอังศุนิตย์ เอง

ตอนอายุสิบหกปี...พี่ชายของเธอตัดสินใจออกจากสถานสงเคราะห์อีกครั้ง เพื่อเข้าทำงานที่ร้านรับซื้อของเก่าของเถ้าแก่บุญส่งตามที่เคยพูดไว้ และได้มารู้จักกับเธอเด็กหญิงอังศุนิตย์ในวัยห้าขวบ

พี่ชายของเธอ...เขาทำงานอย่างขยันขันแข็ง ทั้งยกแบกของ ชั่งของ ขับรถขนของ คำนวณเงิน จ่ายเงิน ซ่อมรถ หรือแม้แต่ซ่อมแซมและต่อเติมร้าน เขาเรียนรู้ไว อดทน ทำได้แทบทุกอย่าง ทำได้เป็นอย่างดี สร้างความพึงพอใจให้กับพ่อบุญส่งของเธอเป็นอย่างมาก

พ่อบุญส่งเอ็นดูพี่ชายคนนี้มาก รักเหมือนลูกเหมือนหลาน ส่วนหนึ่งเพราะความขยันขันแข็งและตั้งใจทำงาน อีกส่วนคืออดีตของพ่อบุญส่งเองก็เคยเป็นเด็กกำพร้าเร่รอนมาก่อนเหมือนกัน จึงเข้าใจหัวอก...โดยมักให้เงินพิเศษกับพี่ชายเสมอ กำชับเป็นประจำว่าอย่าใช้ฟุ่มเฟือยให้เก็บออมไว้เพื่ออนาคต

นอกจากนั้นพ่อบุญส่งยังแนะนำให้พี่ชายเรียน กศน. ควบคู่ไปด้วย หากอยากมีชีวิตที่ดีขึ้น...แน่นอนพี่ชายอยากมีชีวิตที่ดีขึ้น จึงทำตามคำแนะนำดังกล่าว เพราะไม่อยากที่จะเป็นคนเร่รอน ไม่อยากต้องไปลักขโมยของของใครอีกแล้ว หรือโดนทำร้ายเหมือนก่อนหน้านี้แล้ว...อยากมีบ้าน อยากมีครอบครัวที่สมบูรณ์

พร้อมกันนั้นพ่อบุญส่งเสมือนหนึ่งเป็นครูสอนของพี่ชาย...ในวิชาการค้าการขายและรับซื้อของเก่า ทั้งที่บอกโดยตรงอย่างไม่ได้เก็บงำวิชา และในลักษณะที่พี่ชายสังเกตเรียนรู้แบบครูพักลักจำเอง

ตอนที่พี่ชายอายุสิบเก้าปี พ่อบุญส่งซึ่งมีเธอเป็นลูกสาวเพียงคนเดียว ได้รับพี่ชายมาเป็นลูกบุญธรรม พร้อมทั้งเปลี่ยนชื่อจากอาชา มาเป็นอาชว์อาชา และให้ใช้นามสกุล โอบไนยธร ด้วย...ทำให้เธอกับเขากลายมาเป็นพี่เป็นน้องกันมากขึ้น

โดยตั้งแต่ที่พี่ชายเข้ามาทำงานกับพ่อบุญส่ง ได้ดูแลและปกป้องดูแลน้องสาวอย่างเธอดีทุกอย่าง...ขณะที่เธอเอง คิดเสมอว่า เขาเป็นพี่ชายแท้ๆ ของเธออย่างสนิทใจ

ในตอนที่พี่ชายของอายุยี่สิบปี และเธออายุเก้าขวบได้เกิดเหตุร้ายที่ไม่คาดฝันขึ้น เมื่อพ่อบุญส่งของเธอถูกเจ้าของร้านคู่แข่งจ้างวานมือปืนมาลอบยิงจนเสียชีวิต และเธออาจจะต้องเสียชีวิตไปพร้อมพ่อด้วยหากพี่ชายไม่ดึงเธอออกจากวิถีกระสุน...พาเธอเข้าไปหลบซ่อนตัว

การสูญเสียพ่อนำมาซึ่งความเสียใจให้เธอและพี่ชายเป็นอย่างมาก สำหรับเธอ...เมื่อสิ้นบุญพ่อก็ไม่เหลือใคร เพราะญาติอื่นก็ไม่มี แม่ของเธอเสียชีวิตไปตั้งแต่ที่เธอยังแบเบาะ จะเหลือก็แต่พี่ชายบุญธรรมคนนี้เท่านั้น

และในช่วงเหตุการณ์แห่งความเจ็บปวดนั้นเอง พี่ชายของเธอ สัญญาไม่ขาดปากว่าจะปกป้อง และดูแล เธอสุดชีวิตของพี่ จะเคียงข้าง...ไม่ทอดทิ้ง จะเป็นพี่ที่แสนดี...ดูแลให้น้องสาวคนนี้เติบใหญ่...ด้วยความสุข และการมีชีวิต ที่ดี

โดยหลังจากที่พ่อบุญส่งจากไปอย่างไม่มีวันกลับพี่ชายของเธอทำร้านรับซื้อของเก่าต่อ ทุ่มเทให้กับงานอย่างสุดใจ สุดกำลังกาย และสมอง มุ่งมั่น โดยระลึกถึงพ่อบุญส่งอยู่เสมอ...เป็นแรงผลัก และกำลังใจ ทำให้จากร้านเล็กๆ จึงขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ มีผลประกอบการสูงขึ้น จากหลักหมื่น เป็นหลักแสน หลักล้าน

และมากกว่านั้น จากคนงานหนึ่งคนก็เพิ่มขึ้นเป็นมากมาย จากเช่าพื้นที่เล็กๆ ก็ได้ซื้อที่ดินตรงนั้น รวมถึงที่ดินข้างเคียง จนขยายกลายเป็นอาณาจักรรับซื้อของเก่าที่ครบครัน...ครบวงจร

จากนั้น...พี่ชายของเธอเริ่มซื้อที่ดินในบริเวณอื่นๆ สะสมไว้ พร้อมทั้งได้เริ่มลงทุนในทำตลาดขนาดใหญ่ รวมถึงการทำอสังหาริมทรัพย์ โครงการหมู่บ้านจัดสรรต่างๆ  นำมาซึ่งผลกำไรที่ทบเท่าทวีคูณหลังจากนั้น และเกิดโครงการต่างๆ ตามมาเป็นหางว่าว

และที่ผ่านมา สิ่งที่พี่ชาย...อาชว์อาชา พี่อาชว์ของน้องอัง...อังศุนิตย์ ได้เคยพูดเคยสัญญาไว้ เขาทำจริงในทุกๆ อย่าง เป็นพี่ชายที่แสนดี รัก และดูแล เธอ...น้องสาวที่อายุห่างกันสิบเอ็ดปี ให้เติบใหญ่ขึ้นมา...ด้วยความสุข และการมีชีวิตที่ดี...อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง สมบูรณ์แบบ เสมือนหนึ่งพ่ออีกคน...ที่เธอรัก และเคารพมากเหลือเกิน

ในตอนอายุยี่สิบเจ็ดปี พี่ชายของเธอได้รู้จักพิมพ์รัมภา...พี่สะใภ้ซึ่งอายุอ่อนกว่ากันห้าปี จากการที่ได้มีโอกาสติดต่อซื้อที่ดินกับครอบครัวของเจ้าหล่อน ได้มีโอกาสพูดคุย พัฒนาความสัมพันธ์กระทั่งตัดสินใจคบหาดูใจ สู่ความรักหวานชื่น...หลังจากนั้นหนึ่งปีทั้งสองแต่งงานกัน และมีลูกด้วยกันหนึ่งคน

ทว่าในตอนที่ลูกชาย....เอื้ออารัทธ์อายุได้ห้าขวบ หรือสองปีที่แล้ว ได้เกิดเรื่องที่ไม่คาดฝัน...เป็นเรื่องร้ายที่ขยี้หัวใจให้แสนเศร้า...ร้าวรานอย่างถึงที่สุด เพราะพี่สะใภ้ของเธอ ได้จบชีวิตลงจากอุบัติเหตุทางรถยนต์

เธอสงสารพี่ชายจับใจ...เพราะพี่ชายของเธอรักพี่สะใภ้ มากเหลือเกิน...นี่อาจจะเป็นเหตุผลสำคัญหนึ่ง ที่ทุกวันนี้เขายังไม่มีผู้หญิงคนใหม่เข้ามาเติมเต็ม

หลังจากปั่นจักรยานหลายรอบ...ได้เหนื่อยและได้เหงื่อพอสมควร สองน้าหลานก็ได้พากันมาจอดจักรยานและพักดื่มน้ำที่ศาลาริมสระบัว

ระหว่างที่เอื้ออารัทธ์กำลังให้อาหารปลาอย่างเพลิดเพลินอยู่นั้น เด็กน้อยยังคงอยู่ในสายตาของคนเป็นน้าด้วยความรักและห่วงใย

 “อาอังครับ...วันนี้...แม่จะมาไหม”

เอื้ออารัทธ์ถามขึ้น ขณะที่ดวงตาของเด็กน้อยจดจ้องมองลงไปในน้ำพิศฝูงปลาที่แย่งกันกินอาหารเม็ดอย่างเอร็ดอร่อย

เมื่อได้ฟัง...ปฏิเสธไม่ได้ว่ารู้สึกเจ็บปวดที่หัวใจ  ทั้งที่เธอหรือแม้แต่อาชว์อาชาเคยบอกกับเด็กชายไปหลายครั้งแล้วว่า..แม่ของเขาอยู่บนสวรรค์ แต่เอื้ออารัทธ์ก็มักพูด มักถามทำนองนี้อยู่บ่อยๆ อาอย่างเธอไม่ได้รำคาญ เพียงแต่สงสารหลานชายที่ต้องมากำพร้าแม่มากกว่า

“แต่แม่ไม่อยู่นี่แล้วนะเอื้อ” น้ำเสียงของคนเป็นอาสั่นไหว “ตอนนี้แม่ภาอยู่บนสวรรค์”

“แม่ยังอยู่นี่ครับอาอัง” เด็กชายแย้ง หันมามองครู่หนึ่ง แล้วหันไปโยนอาหารลงไปให้ปลาต่อ “แม่...ที่อยู่บ้านตากับยายไง”

“เอื้อ...นั่นป้าสรนะลูก” อังศุนิตย์พยายามอธิบาย...พยายามอย่างนี้บ่อยๆ

ป้าสรที่ว่าคือพิมพ์อัปสร พี่สาวของพิมพ์รัมภา ที่ หน้าคล้ายคลึงกัน…พิมพ์อัปสรอายุเท่ากับพี่ชายของเธอ ซึ่งห่างจากพิมพ์รัมภาพี่สะใภ้ของเธอห้าปี

 “ป้าสร...หน้าเหมือนแม่...ให้เอื้อเรียกว่าแม่ได้ไหมครับ” เด็กชายขออย่างไร้เดียงสา

 “อืม...ก็เรียกสิ...ป้าสรไม่ว่าหรอก...พ่อกับอาอังเองก็ไม่ว่า ถ้าเอื้อมีความสุข”

เด็กชายยิ้มให้...แต่ในใจของคนที่ยิ้มรับมีความ กังวลอยู่  เพราะพิมพ์อัปสรผู้ซึ่งมีใบหน้าคล้ายคลึง พิมพ์รัมภาจะมาที่คฤหาสน์โอบไนยธรเป็นประจำ เพื่อมาหาหลาน แล้วหากเอื้ออารัทธ์เรียกแม่อย่างนั้นแม่อย่างนี้ แทนที่จะเรียกป้า...คงจะยิ่งตอกย้ำในความรู้สึกของพี่ชายของเธอ ให้คิดถึงพี่สะใภ้ทบเท่าทวีคูณ คิดถึงความรักอันหวานชื่น

ขณะเดียวกันการสูญเสียอันโหดร้าย...ก็ดั่งภาพหลอนยอกย้อน

พี่ชายเคยสารภาพกับเธอว่า....ไม่ค่อยปรารถนาที่จะเห็นหน้า  หรืออยู่ใกล้พิมพ์อัปสรสักเท่าใด เพราะหากยิ่งบ่อย ความเจ็บปวดก็จะบ่อยตามไปด้วย

ห้วงนั้น...อังศุนิตย์ก็ได้แต่รับฟัง เพราะความคิดส่วนหนึ่งไม่เหมือนกับพี่ชาย สำหรับเธอ...อยากเห็นหน้าของ พิมพ์อัปสรบ่อยๆ  

เธอชอบผู้หญิงด้วยกัน ข้อนี้พี่ชายรู้ เพราะได้สารภาพเปิดใจไปแล้ว แต่ที่ยังเป็นความลับต่อพี่ชายคือ เธอหลงรักพิมพ์อัปสรคนนี้

ทว่ารู้ดี...มันเป็นไปไม่ได้ เพราะพิมพ์อัปสรเป็นผู้หญิงที่ชอบผู้ชาย ที่สำคัญชอบพี่ชายของเธอ...ที่ตามความสัมพันธ์แล้วเป็นน้องเขย

และแม้พิมพ์อัปสรจะไม่ได้ประกาศให้ใครต่อใครรู้ แต่ อังศุนิตย์พอจะดูออก เดาได้...จากคำพูดคำจา สายตา และท่าทีต่างๆ ที่เจ้าหล่อนพึงปฏิบัติ พึงมีต่ออาชว์อาชา...พี่ชายของเธอ

พิมพ์อัปสรไม่ได้ชอบผู้หญิงด้วยกัน...

เป็นความจริงที่ทำให้คนแอบรักอย่างอังศุนิตย์เจ็บปวด จึงคิดว่าจากนี้ไปจะตัดใจ และเปิดใจรับผู้หญิงคนอื่น...ผู้หญิงที่ชอบผู้หญิงด้วยกัน จะได้ไม่ต้องมาทรมานหัวใจ...จากการแอบรักข้างเดียวที่เผยความรู้สึกรักออกมาไม่ได้ เสียที

ใครกัน...จะเป็นผู้หญิงคนนั้น...

ความคิดเห็น