(อีโรติกเลสเบี้ยน) กระต่ายสาว / ตุ๊กตาคลายเหงา

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : -1- แม่ใจร้าย

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 763

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 21 ก.ค. 2561 05:06 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
-1- แม่ใจร้าย
แบบอักษร

1

ก่อนหน้านี้ แสงสร้อย หอมดาว เด็กสาวจากบ้านนอก วัยยี่สิบปีหมาดๆ ไม่รู้เรื่องราวกับเกี่ยวกับคฤหาสน์โอบไนยธรมากนัก รู้แต่ว่าอยู่กรุงเทพฯ และรำไพ หอมดาว แม่ของเธอทำงานเป็นแม่บ้านรับใช้ที่นี่มาร่วมห้าปีแล้ว

ความจริงแล้วรำไพเป็นแม่เลี้ยง เพราะละมุน...แม่ผู้ ให้กำเนิดได้เสียชีวิตในวันที่คลอดเธอ เนื่องจากเสียเลือดมาก...หนึ่งปีให้หลัง ทองก้อน...พ่อของเธอแต่งงานใหม่กับรำไพ โดยมีน้องชายและน้องสาวให้เธอ คือสายฟ้าอายุสิบเจ็ดปี และสุดใจอายุสิบหกปี

จู่ๆ เมื่อไม่กี่วันมานี้ แม่เธอโทรศัพท์ไปบอกให้เธอเดินทางมากรุงเทพฯ ด่วน เพราะได้ฝากงานเป็นสาวรับใช้ที่คฤหาสน์โอบไนยธรแห่งนี้ให้แล้ว ด้วยความที่ต้องการจะหารายได้ช่วยแม่ผู้หาเงินหนักเลี้ยงหลายชีวิต เธอจึงไม่รีรอที่จะรับปากมา

แต่ทันทีที่เดินทางมาถึงคฤหาสน์โอบไนยธรในช่วงสามทุ่ม แม่เลี้ยงไม่ถามไถ่เธอสักคำว่าเดินทางเหนื่อยไหม เพราะได้รีบพาเธอเข้าห้องพักที่เรือนคนรับใช้ด้านหลังคฤหาสน์ เพื่อที่จะคุยภารกิจยิ่งใหญ่ ซึ่งได้ยื่นคำขาดว่าเธอจะต้องทำมันให้ได้

ก่อนเดินทางมา แสงสร้อยได้คุยกับกับรำไพคร่าวๆ ในแล้วเรื่องนี้แล้ว เธอกลัดกลุ้มตลอดการเดินทางมา และมองไม่เห็นทางว่า...เรื่องนี้จะสำเร็จได้อย่างไร

“แม่...สร้อยกลัว...สร้อยไม่กล้าทำอะไรอย่างนั้นหรอก...ให้สร้อยเป็นแค่คนรับใช้ธรรมดาก็ได้นะแม่ สร้อยจะตั้งใจทำงาน เก็บเงินให้ได้เยอะ หาเงินรักษาพ่อทองก้อน และส่งน้องๆ เรียน” น้ำเสียงของเด็กสาวบ้านนอกเต็มไปด้วยความกังวล เชิงเว้าวอนอยู่ในที

แต่คำพูดนั้นไม่เข้าหูคนฟัง ฟ้องชัดผ่านสีหน้าของรำไพ เบิกตา...จ้องทำนองจะกินเลือดกินเนื้อ ราวกับแสงสร้อยได้ความผิดที่ร้ายแรง

ฝ่ายคนถูกมองหัวใจสะท้าน เพราะตั้งแต่จำความได้ เธอไม่เคยเห็นสีหน้าแบบนี้จากแม่เลี้ยงสักครั้ง ไม่คุ้นชิน หวั่นกลัว

“ถ้าแกไม่ทำ...อย่ามาเรียกฉันว่าแม่อีก”  รำไพขู่ เมินหน้าหนี

“แม่...” 

ท่าทีแบบนี้...แสงสร้อยไม่ปรารถนาที่จะเห็น สำหรับคนเป็นลูกที่รักพ่อแม่มากอย่างเธอ ตั้งแต่เด็กจนโต เป็นเด็กดีตลอดมา ไม่เคยสร้างความเดือดร้อนให้พ่อกับแม่ และไม่ว่าท่านจะสั่งอะไร ก็ทำตามอย่างว่านอนสอนง่าย หวังเสมอที่จะเห็นรอยยิ้มของท่าน...เพียงแต่เรื่องที่แม่กำลังจะให้ทำนี้ เธอรู้สึกติดขัด

“เรียกแม่แสดงว่าแกเลือกทำ”

“ตะ...แต่...”

“ไม่มีข้อแม้อะไรทั้งไหน มันจะยากแค่ไหนเชียวกับการจับพ่อม่ายลูกติดมาเป็นผัว” รำไพเสียงขุ่น ตาขวาง

ม่ายลูกติดที่ว่า...คือเจ้าของคฤหาสน์โอบไนยธรแห่ง นี้... อาชว์อาชา โอบไนยธร มหาเศรษฐีหนุ่มวัยสามสิบหก ทว่าเป็นม่าย เพราะพิมพ์รัมภา...ภรรยาได้จากไปเพราะอุบัติเหตุทางรถยนต์กว่าสองปีมาแล้ว ทิ้งลูกน้อย...เอื้อ เอื้ออารัทธ์ โอบไนยธร วัยเจ็ดขวบ ให้กำพร้าแม่ โดยหลังจากที่ต้องสูญเสียภรรยาไป อาชว์อาชาไม่มีผู้หญิงคนเข้ามาเติมเต็มสักที รำไพมองเห็นช่องทาง จึงเรียกตัวแสงสร้อยมาจากต่างจังหวัด

“แกอยากให้ครอบครัวเราจน...แม่ตรากตรำทำงานหนักไปตลอดชีวิตหรือยังไง”

พูดถึงตรงนี้ดวงตาของรำไพคลอน้ำตา  จนแสงสร้อยรู้สึกผิด

“สร้อยแค่กลัว...”

“แกจะกลัวอะไรกับการมีผัว” แม่เลี้ยงแย้ง

“สร้อยไม่เคย”

“ไม่ทำ...แล้วแกจะเคยหรือยังไง” รำไพตวาด แสงสร้อยสะดุ้ง “หรืออยากให้พ่อพิการที่เดินไม่ได้ แถมยังมาป่วยเป็นมะเร็งอีกต่างหาก ต้องมาตายอย่างอนาถเวทนาเพราะไม่มีเงินมารักษาใช่ไหม ความจนมันไม่ได้ช่วยอะไรเลย มีแต่ จะทำให้พ่อของแกตายเร็วขึ้น ต้องการอย่างนั้นใช่ไหม ฮือๆ...”

“ไม่...ไม่...”

“งั้นก็เชื่อฉันสิ ชื่อในสิ่งที่ฉันบอก ฉันสอน แล้วแกจะสบายไปทั้งชาติ พ่อแม่ น้องๆ อาวาด เจ้าวัน ปู่ย่า และยาย ทุกคนก็จะสบาย เงินไม่ใช่พระเจ้าก็จริง แต่วินาทีนี้มันสำคัญต่อครอบครัวเราเหลือเกิน อนาคตทุกคนอยู่ในกำมือแกนะสร้อย...ฮือๆ” รำไพปล่อยโฮออกมาในตอนท้าย...อาวาด ที่รำไพพูดถึงคือทองวาด น้องสาวของทองก้อน ที่ถูกสามีทอดทิ้ง จึงหอบลูกชายตัวน้อยวัยสามขวบคือเจ้าวันกลับมาอยู่บ้านหลักเล็กๆ นั้นด้วย

 “แม่อย่าร้องไห้” แสงสร้อยร้องขอ ความรู้สึกผิดมีน้ำหนักมากขึ้นเรื่อยๆ ที่หัวใจ เธอทำให้แม่เศร้า เธอทำให้แม่ผิดหวัง

“ฮือๆ...มันไม่ยากเกินไปหรอก แค่ทำให้พ่อม่ายหันมาหลงรัก แกไม่ได้ไปแย่งใครมานี่ คุณอาชว์เขาไม่มีใคร อย่าไปกลัว แต่ถ้าสุดท้ายแกไม่ยอมทำ ฉันจะให้สุดใจทำ”

“แม่...อย่านะ...น้องเรียนอยู่”

“ถ้าอย่างนั้น ฉันถือว่าแกตกลง” ทันใดนั้นรำไพได้ยินเสียงท้องร้องของแสงสร้อย “นี่ยังไม่ได้กินอะไรมาเหรอ ท้องร้องดังเชียว”

สร้อยส่ายหน้า ยิ้มเจื่อนๆ

“ยังเลยค่ะแม่”

“งั้นรอก่อน เดี๋ยวแม่จะไปหาไรมาให้กิน”

สีหน้าแม่แบบที่แสงสร้อยคุ้นเคยกลับมาแล้ว

“ขอบคุณค่ะแม่” คนเป็นลูกยิ้มร่า ลืมความกังวลไปชั่วขณะ

“นี่ผอมลงหรือเปล่า” รำไพเพิ่งทักขึ้น

“สร้อยก็ผอมอย่างนี้แหละแม่”

“ผอมมากไม่ดี เพราะมันจะไม่มีน้ำมีนวล เพราะสิ่งที่เราต้องใช้ในภารกิจในครั้งนี้คือความสวย...สร้อยนะสวย สวยเหมือนละมุน” รำไพเอ่ยถึงแม่ผู้ให้กำเนิดของแสงสร้อย ซึ่งในอดีตเป็นเพื่อนกัน หญิงสาวพลอยคิดถึงแม่ “ถ้าเพิ่มน้ำหนักนิดหน่อย และขัดสีฉวีวรรณ รับรองว่าสวยผุดผาด สะดุดตาสุดใจคุณอาชว์อย่างแน่นอน ออ...แม่เตรียมเสื้อผ้าใหม่ไว้ให้ในตู้แล้ว ระหว่างแม่ไปเอาข้าวมาให้ก็เปิดดูได้”

“ค่ะแม่”

แสงสร้อยรู้สึกเคอะเขินกับคำชมของอีกฝ่าย หากก็รู้สึกว่า...คำว่าสวยช่างห่างไกล

รำไพลุกขึ้น ทว่านึกบางอย่างออก จึงเดินไปหยิบ เอามา

“ออ...นี่นิตยสารที่คุณอาชว์เคยถ่ายแบบและสัมภาษณ์เอาไว้ เกี่ยวกับนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จทั้งในเรื่องการงาน และครอบครัว เล่มนี้นานแล้ว ตั้งแต่ก่อนที่คุณภายังไม่เสีย”

แสงสร้อยรับเอานิตยสารเล่มนั้นมาจากรำไพ แล้วอีกฝ่ายก็เดินออกจากห้องพักไป

เพ่งมองหน้าปก เป็นภาพใบหน้าของผู้ชายคนหนึ่ง ในระยะใกล้...คำว่า หล่อเหลา เทพบุตร ตกกระทบมาที่ หัวใจ

ในความคิดเธอในตอนที่คุยคร่าวๆ กับรำไพทางโทรศัพท์ พอเธอได้ยินคำว่า เศรษฐีพ่อม่าย เธอก็นึกว่าน่าจะมีอายุมากกว่านี้

“นี่นะหรือเศรษฐีพ่อม่ายที่แม่อยากให้ฉันทำให้เขาหลงรักให้ได้” พูดพลางลูบหน้าปกหนังสือ “คุณก็หล่อดีนะแต่เฮ้อ...ฉันไม่อยากทำอะไรอย่างนี้เลย แต่คงไม่มีทางเลือกอื่นแล้วจริงๆ ยังไง ฉันก็ขอโทษคุณเอาไว้ก่อนก็แล้วกันนะคะคุณอาชว์”

เธอเลื่อนสายตาเหลือบมองลงมาที่มุมซ้ายล่างของภาพ มีกลุ่มตัวหนังสืออยู่ แล้วอ่านออกเสียงเบาๆ

 “อาชว์อาชา โอบไนยธร จากเด็กกำพร้าเร่ร่อน สู่นักธุรกิจหมื่นล้าน กับผู้หญิงของหัวใจ และเจ้าตัวน้อย ของพ่อ”

.

.

.

.

ออกจากห้องมา...

รำไพไม่ได้ตรงไปยังเรือนครัวทันที เดินเบี่ยงแวะมายังศาลานั่งเล่นก่อน...ที่ตรงหน้าคือสระบัวขนาดใหญ่...ภายใต้เงามืดของห้วงกลางค่ำกลางคืน ไม่มีใครอยู่บริเวณนี้

หัวใจที่มีความหวัง มีความรู้สึกผิดต่อลูกเลี้ยงแทรกปนอยู่ ลูกเลี้ยง...ที่รำไพรักเหมือนลูกในไส้ เสมอสายฟ้าและสุดใจลูกๆ ที่อุ้มท้องและเบ่งคลอดออกมา

สุดจะกลั้นแล้ว รำไพร่ำไห้อย่างอดสู คำว่าแม่เลวสะท้านทรวงใน เหมือนมีกำปั้นแน่นๆ ทุบหนักๆ ซ้ำๆ มาที่หัวอกให้กระอัก...ร้าวราน

“สร้อย...แม่ขอโทษ...ฮือๆ...”

รำไพยอมที่จะเป็นแม่ใจร้าย เพราะปรารถนาดีต่อแสงสร้อย เพื่อให้ได้พบกับสิ่งที่ดีๆ เจอผู้ชายดีพร้อมสรรพ อย่าง อาชว์อาชา โอบไนยธร มหาเศรษฐีหนุ่มพ่อม่าย ที่รำไพใช้ระยะเวลาพิจารณาอย่างไตร่ตรองร่วมห้าปีจนเห็นแล้วว่าเขาเป็นคนดี

และหากโชคดี...เป็นดังหวังที่วาดวิมานเอาไว้ในอากาศคือเจ้าของคฤหาสน์โอบไนยธรแห่งนี้เกิดหลงรักแสงสร้อยขึ้นมาจริงๆ ลูกสาวของเธอก็จะได้สุขสบายไปทั้งชาติ บนกองเงินกองทอง กองทรัพย์สมบัติที่มีอยู่อย่างมหาศาล รวมถึงครอบครัวหอมดาวย่อมจะพลอยได้รับอานิสงค์ไป ด้วย

เพราะคำว่า “จนยาก” ทำให้รำไพต้องเลือกเส้นทาง นี้

ความจนยาก...ที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด ราวกับเป็นตราบาป มันช่วยแก้ปัญหาต่างๆ ที่ครอบครัวหอมดาวกำลังเผชิญไม่ได้เลย มีแต่จะซ้ำเติม ย่ำเหยียบให้จมตมโคลนแห่งความทุกข์ลึกลงทุกวัน

ความจนยาก...ทำให้ลูกสาวอย่างแสงสร้อยไม่ได้เรียนหนังสือต่อ จบเพียงระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่สาม เพราะต้องเสียสละให้น้องๆ ทั้งสองได้เรียน ขณะเดียวกันมีความจำเป็นต้องออกมาดูแลพ่อที่ตอนนั้นเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์จนขาพิการเดินไม่ได้

ความจนยาก...ทำให้ทองก้อนทำงานหนักหามรุ่งหามค่ำ ขับรถบรรทุกเป็นลูกจ้างร้านวัสดุก่อสร้างในตัวอำเภอ ด้วยรายได้น้อยนิด ทว่าต้องเลี้ยงปากท้องหลายชีวิต ประกอบไปด้วย พ่อแม่ของเขาที่ยังมีชีวิตอยู่ทว่าชราภาพ อีกแม่ของรำไพ ที่ก็ชราภาพเช่นเดียวกัน  รวมถึงตัวรำไพและลูกๆ อีกสามคน  วันเกิดเหตุเขาง่วงและหลับใน ทำให้เกิดอุบัติเหตุรถเสียหลักพุ่งชนต้นไม้ที่ข้างทาง นำมาสู่ความพิการดังกล่าว

ความจนยาก...ทำให้รำไพ ไม่ได้อยู่กับครอบครัว ต้องทิ้งบ้านมาด้วยความเจ็บปวด เข้ามาทำงานที่กรุงเทพฯ เพราะที่บ้านนอกหางานยาก แถมยังรายได้น้อยมาก ไม่พอเลี้ยงปากท้องของหลายชีวิต ด้วยไม่ได้เรียนหนังสือ จึงเข้ามาทำงานเป็นแม่บ้านที่คฤหาสน์เศรษฐีแห่งนี้ ตามคำแนะนำของพี่สาวที่รู้จักกันเมื่อตอนสมัยยังสาวๆ อย่างอนงค์ ที่ตอนนี้เป็นหัวหน้าแม่บ้าน ควบคุมและดูแลความเรียบร้อยของงานทั้งหมด 

รายได้ถือว่าดี...สามารถส่งเงินกลับไปเป็นค่าใช้จ่ายต่างๆ ให้กับครอบครัวได้ถึงไม่มาก ก็พอจุนเจือความขัดสน เธอแทบจะไม่ได้ใช้จ่ายอะไรเลย เพราะส่งให้ที่บ้านเกือบทั้งหมด เหลือเก็บสะสมในแต่ละเดือนเล็กน้อย 

นอกจากหลายชีวิตที่บ้านเกิด รำไพยังมีลูกติดกับสามีเก่าอีกหนึ่งคนที่เธอดูแล...แดนชัย อายุยี่สิบห้าปี  เขาไม่ได้อยู่กับฝ่ายพ่อ เพราะพ่อเองก็มีเมียใหม่ หากแต่อยู่กับเพื่อนที่กรุงเทพฯ แต่มีนิสัยเกเร ไม่เรียนหนังสือ จนเมื่อปีก่อนแดนชัยถูกจับคดียาเสพติดกับเพื่อนจนต้องติดคุกยี่สิบปี และความจนยากนี่เอง ทำให้รำไพไม่มีเงินที่จะวิ่งเต้นช่วยแดนชัยให้หลุดพ้นคุกออกมา...หัวอกคนเป็นแม่จำต้องเจ็บปวดอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน

และเหมือนเคราะห์ซ้ำกรรมซัด เพราะเมื่อไม่ กี่เดือนที่ผ่านมานี้...ทองก้อน สามีพิการผู้น่าสงสารของรำไพ เพิ่งตรวจพบว่ามีมะเร็งร้ายที่ลำไส้ในระยะที่สอง...ซึ่งหาก มีเงินมากๆ เธอก็เชื่อว่า...เขาที่เธอรักจะหายขาดจากโรคร้ายนี้

และไม่ใช่เพียงทองก้อนสามีของเธอหรอกที่ตรวจพบมะเร็ง เธอเอง...เมื่อเดือนที่แล้วก็เพิ่งตรวจพบมันที่เต้านมในระยะเริ่มแรกเช่นเดียวกัน แต่เรื่องของตัวเอง รำไพเลือกที่จะเก็บงำเอาไว้ เพราะไม่อยากให้ใครต้องเป็นห่วง

เพราะฉะนั้นความรวยเท่านั้น ที่จะทำให้ทุกอย่างดีขึ้น มาได้ เพราะเธอไม่อยากสูญเสียทองก้อน สามีอันเป็นที่รักไป และไม่อยากสูญเสียตัวเอง...พรากจากลูกๆ  และคนอื่นๆ ในครอบครัวที่รักไป ขณะเดียวกันปรารถนาที่จะเห็นแสงสร้อยมีความสุข...มีสามีที่ดี อยากให้สายฟ้าและสุดใจได้เรียนต่อสูงๆ และแดนชัยออกจากคุกมาใช้ชีวิตปกติ

 “แม่ทำทุกอย่างก็เพื่อลูกนะสร้อย เพื่อครอบครัว ของเรา สร้อยอาจจะมองแม่ไม่ดี แต่อยากให้รู้ แม่รักสร้อยมากๆ...ไม่เคยมองเป็นเพียงลูกเลี้ยง คิดเสมอคือลูกแท้ๆ เทียบเท่ากับสายฟ้าและสุดใจ ได้โปรดอดทนกับความใจร้ายของแม่อีกไม่นาน อดทนทำสิ่งที่ใครอาจจะมองว่าไม่ดี และหากทุกอย่างสำเร็จ เราจะได้หลุดพ้นความจนที่เป็นเหมือนคำสาปนี้เสียที สร้อยจะได้สบาย เพราะแม่คิดไตร่ตรองเห็นแล้วว่า คุณอาชว์เป็นคนดีจริงๆ หากทำให้เขารักได้แล้ว ลูกของแม่จะถูกดูแลเป็นอย่างดีอย่างแน่นอน”

รำไพปาดลูบน้ำตาทิ้งจากดวงหน้า ข่มใจให้เข้มแข็งอดทน ลุกแล้วรีบเดินกลับไปยังเรือนครัว หาอาหารที่อร่อยที่สุดให้ลูกสาวได้อิ่มหนำ ต้อนรับการมาถึง...ด้วยความรักและความคิดถึงจับหัวใจ

ความคิดเห็น