คิโยชิ

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ลิขิตรัก :: 15

คำค้น : ลิขิตรัก กับดักซาตาน

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.4k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 20 ก.ค. 2561 19:15 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ลิขิตรัก :: 15
แบบอักษร

พาร์ทต้าเหว่ย  

คนทำผิดคงอยากได้รับการให้อภัยใช่ไหม? ถ้าหากผมยอมให้อภัยผู้ชายคนนี้จริงๆผมจะเจ็บปวดเหมือนที่ผ่านมาหรือเปล่า? รอบกายของอาชามีผู้คนมากมายจนผมไม่มีความกล้าที่จะมอบคำตอบให้เขา จากวันนั้นผมกับอาชาก็ไม่ได้พบหน้ากันอีก อาชาอาจเกลียดผมไปแล้วก็ได้ ผมไม่ได้ตอบคำถามของน้าริเซียจนต้องเป็นฝ่ายมานั่งเสียใจเอง ผมคงดูเป็นคนเอาแต่ใจตนเองมากเกินไปทั้งที่หัวใจเรียกร้องหาเขาแทบตาย ความกล้าของผมมันมีน้อยกว่าความกลัว กลัวจนไม่กล้าตัดสินใจอะไรเลย อาชาหายไปจากชีวิตผมถึงสองอาทิตย์ ไม่มาให้เห็นหน้าและไม่โทรมาก่อกวนเลยแม้แต้น้อย ป่านนี้เขากำลังทำอะไรอยู่กันนะ ผมถอนหายใจเบาๆกับความคิดของตนเอง ป่านนี้แล้วจะมานั่งเสียใจอะไรอีกล่ะ เวลามันล่วงเลยมาแล้วไม่อาจเอามันกลับคืนได้หรอก 

ผมอาบน้ำแต่งตัวแล้วเดินออกมายังห้องครัว ในบ้านคงเหลือเพียงแค่ผมนั้นแหละครับ งานของน้าริเซียยังคงรัดตัวเหมือนอย่างเคย ไม่แปลกหรอกก็น้าของผมมีนายแบบอย่างอาชาและอาเชอร์ งานของพวกเขาคงคิวยาวจนไม่มีเวลาพัก ไม่มีเวลาคิดถึงคนอย่างผมเลยก็ได้… แล้วทำไมผมต้องรู้สึกเสียใจด้วยล่ะ แย่ชะมัด! ผมสะบัดศีรษะไล่ความคิดบ้าๆนี้ออกจากสมอง ยิ่งอยู่คนเดียวก็ยิ่งเพ้อเจ้อ คิดไปต่างๆนาๆ ผมคงต้องหางานใหม่อย่างจริงจังแล้วล่ะ ดีกว่ามานั่งว่างๆแล้วเอาแต่คิดเรื่องของอาชาแบบนี้ หลังจากที่ผมทานอาหารเช้าเสร็จเรียบร้อยแล้วจึงเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่ แน่นอนอยู่แล้วครับว่าผมจะออกไปสมัครงาน ใช้เวลาในการเตรียมตัวเพียงชั่วโมงเดียวเท่านั้น ผมถอนหายใจอีกรอบในรอบวัน ผมเป็นอะไรกันแน่ รู้สึกว่าชีวิตตนเองมันช่างห่อเหี่ยวจนไม่เป็นอันทำอะไรเลย 

สองอาทิตย์ที่อาชาหายไปจากชีวิต มันเป็นเวลาเดียวกันกับที่โทมัสถูกส่งตัวไปอยู่ที่อื่น บอกตามตรงว่าผมไม่สามารถมองหน้าโทมัสเหมือนเดิมได้อีกแล้ว ดังนั้นวันที่โทมัสไปจากที่นี้ผมเองไม่ได้ไปส่งเขา จากกันแบบนี้น่ะมันดีที่สุดแล้ว ในขณะที่ผมเดินหางานอยู่นั้นสายตาของผมกลับไปสะดุดเข้ากับป้ายประกาศหาคนงานเข้า ผมจึงรีบเดินเข้าไปดูป้ายนั้นในทันที รายละเอียดของงานดูน่าสนใจจนผมต้องดึงมันออกมาถือไว้ จากที่ผมอยู่ไปยังตำแหน่งของรีสอร์ตแห่งนี้มันไม่ไกลเท่าไรนัก อยู่ๆผมกลับรู้สึกหน้ามืดเสียดื้อๆ อาการแบบนี้มันกลับมาอีกแล้ว ผมไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับผมกันแน่ ทั้งคลื่นไส้อาเจียน บางครั้งแทบไม่มีแรงขยับตัวเลยด้วยซ้ำ ตอนนี้ผมไม่มีความกล้ามากพอจะเงยหน้าขึ้นมองพระอาทิตย์ สุดท้ายผมจึงต้องนั่งพักอยู่ในสวนสาธารณะใกล้ๆ ถ้าต้องเดินต่อมีหวังได้ล้มลงแน่ๆ ผมหลับตาอันหนักอึ้งลงช้าๆ ไม่รู้ว่าแรงที่มีมันหายไปไหนหมด 

“อะ อื้อ” 

ผมค่อยๆขยับเปลือกตาขึ้นมองภาพเบื้องหน้าอย่างเลื่อนลาง จนต้องกระพริบตาซ้ำหลายๆรอบ เพดานห้องงั้นเหรอ? เอ๊ะ!? ผมจำได้ว่าครั้งสุดท้ายผมอยู่ในสวนสาธารณะไม่ใช่เหรอ? มันเกิดอะไรขึ้นกับผมกันแน่เนี่ย ผมค่อยๆลุกขึ้นนั่งแล้วกวาดสายตามองรอบๆห้อง ทั้งห้องอยู่ในความเงียบไม่มีสิ่งมีชีวิตอื่นนอกจากผม เสียงฝีเท้าเดินใกล้เข้ามาทำให้ผมต้องรีบล้มตัวลงนอนตามเดิม หัวใจผมเต้นแรงมากขึ้นเพราะไม่รู้ว่าหลังจากนี้จะเกิดอะไรขึ้นกับตนเองบ้าง รู้แล้วครับว่าชีวิตผมไม่มีอะไรจะเสียอีกแล้ว แต่ผมไม่อยากสูญเสียมากไปกว่านี้ ทั้งเสียครอบครัวแถมยังต้องเสียอาชาไปเพราะเอาแต่ใจตนเอง 

“หมอจะจัดยาบำรุงให้นะครับ” 

“ขอบคุณครับ” 

สะ เสียงนี้! นี่มันเสียงของอาชา!? ผมหลับตาแน่นไม่กล้าลืมตาขึ้นเลยแม้แต่น้อย ผมกำลังฝันไปใช่ไหม? ใช่แล้ว มันไม่ใช่ความจริงหรอก ผมคงคิดถึงผู้ชายคนนี้มากเกินไปต่างหากเลยคิดไปเองว่าเขาอยู่ที่นี้ ผมยังคงนอนหลับตานิ่งได้ยินเพียงเสียงประตูห้องและการขยับตัวของใครบางคน เตียงด้านข้างยุบลงเล็กน้อย หากผมตะโกนร้องขอความช่วยเหลือจะมีใครเข้ามาช่วยผมหรือเปล่า? ในขณะที่ผมกำลังคิดหาทางออกอยู่ บริเวณหน้าผากกลับรู้สึกถึงริมฝีปากร้อนอุ่น  

“ผมขอโทษต้าเหว่ย” 

“…” 

“ขอโทษที่ปล่อยคุณและลูกต้องลำบาก” 

“…” 

ละ ลูก!? เขาหมายถึงอะไร? ผมตัดสินใจอยู่นานจึงยอมลืมตาขึ้นช้าๆ ภาพตรงหน้าผมคือผู้ชายที่ผมเฝ้าคิดถึงมาตลอด ผู้ชายที่ผมคิดว่าชาตินี้คงไม่มีทางได้พบกันอีกแล้ว เขาจ้องมองผมนิ่งๆพร้อมดึงผมเข้าไปกอด กลิ่นน้ำหอมจางๆและอ้อมกอดอันอบอุ่นมันทำให้รู้ว่าผมไม่ได้กำลังฝัน ทั้งหมดมันคือความจริง อาชาอยู่ตรงหน้าแล้วในตอนนี้ ผมไม่อยากสูญเสียมากไปกว่านี้อีกแล้ว  

“ขอโทษนะที่ปล่อยให้ทนกับความเจ็บปวดคนเดียว” 

“อะ อาชา” 

“ต่อไปนี้ผมจะไม่ไปไหนอีกแล้ว” 

“อึก!” 

“เรามาเริ่มกันใหม่นะต้าเหว่ย” 

ผมจ้องมองไปในดวงตาของผู้ชายตรงหน้า แววตาของเขาไม่มีความลังเลเลยแม้แต่น้อย ผมไม่รู้ควรตอบคำถามยังไงรู้เพียงแค่อยากกอดเขาไว้ กอดเขาไว้แน่นๆไม่ปล่อยให้คาดสายตา หากปล่อยอาชาไปอีกครั้ง ผมกลัวว่าเราจะไม่ได้วนกลับมาพบกันอีก ที่ผ่านมาอาชาหายไปไหนมา เขาไม่รู้เลยหรือไงว่าผมรอเขาอยู่ รอเขาเพียงคนเดียวตั้งแต่วันที่เราแยกจากกัน ถ้าไม่ห่างกันผมคงไม่รู้หรอกว่าตนเองต้องการอะไร ในวันนี้ผมรู้แล้วว่าชีวิตผมไม่มีทางขาดอาชาไปได้ เราสองคนคงถูกกำหนดให้มาคู่กันตั้งแค่วินาทีแรกที่พบกัน อาชาจับผมเงยหน้าขึ้นพร้อมประกบริมฝีปากลงมาอย่างรวดเร็ว ผมจึงเปิดริมฝีปากให้เขามากขึ้น รสจูบของเขาอ่อนโยนเหมือนครั้งสุดท้ายที่เราจูบกัน อาชาเป็นฝ่ายถอนริมฝีปากออกแล้วจึงสบตาผมนิ่ง 

“สัญญาได้มั้ย ว่าต่อไปนี้เราจะไม่พรากจากกัน” 

“อื้อ” 

จบพาร์ทต้าเหว่ย 

พาร์ทอาชา  

ประโยคที่ว่า.. อยากสร้างครอบครัวเป็นของตนเองไม่เคยมีอยู่ในหัวสมองผมเลยสักนิด จนกระทั่งผมได้พบกับต้าเหว่ย แค่ได้พบมันคงไม่พอเพราะวันเวลามันกำหนดมาให้เรารักกัน รู้จักกัน เพราะความอยากเอาชนะของผมจึงทำให้ตนเองรักอีกฝ่ายได้อย่างไม่ยาก ไม่เคยรู้เหมือนกันว่าการได้รักใครสักคนไม่ว่าเรื่องอะไรผมก็ยอม ยอมให้เขาได้เพียงคนเดียว อีกอย่างผมยังมีลูกน้อยๆที่อยู่ในท้องต้าเหว่ย เขาคือของขวัญสุดแสนพิเศษ ผมตัดสินใจออกจากวงการนายแบบเพื่อออกมาใช้ชีวิตธรรมดา แน่นอนว่าผู้จัดการริเซียและคนอื่นๆที่เคยร่วมงานกันไม่อยากให้ผมออกจากวงการ รวมไปถึงต้าเหว่ยด้วยอีกคน ผมอยากมีเวลาดูแลต้าเหว่ยและลูกให้มากกว่านี้ ผู้จัดการจึงไม่เอ่ยปากขัดอะไร หลังจากที่ต้าเหว่ยคลอดจะต้องกลับมารับงานถ่ายแบบคู่กับอาเชอร์อีกครั้ง มันไม่ใช่ปัญหาใหญ่สำหรับผมหรอก เพราะต้าเหว่ยเองยังได้เป็นคู่ถ่ายแบบกับผมอีกด้วย 

ผมยืนมองตนเองในกระจกบานใหญ่ มันส่องสะท้อนให้เห็นรูปร่างตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า หลังจากวันนี้ผมต้องโตเป็นผู้ใหญ่เสียทีเพื่อลูกและเมียที่รัก แน่นอนว่าผมตัดสินใจลาออกจากโรงเรียนแม้ใกล้จะจบอยู่แล้วก็ตาม พ่อไม่ได้ต่อว่าในการตัดสินของผมเลยสักนิด ผมจึงเป็นคนเดียวในตระกูลแมดเดนที่เรียนไม่จบ ถ้าถามว่าเสียใจไหม? ไม่เลย ผมไม่เคยนึกเสียใจกับการตัดสินใจของตนเอง สิ่งที่ทำให้ผมเสียใจมากที่สุดคงเป็นการที่ไม่ได้ดูแลเมียและลูก แม่ไอดินช่วยผมดูแลต้าเหว่ยเพราะผมยังไม่มีประสบการณ์ในด้านนี้ ผมหันซ้ายหันขวาเพื่อมองความเรียบร้อยหน้ากระจก ทุกคนคงสงสัยแล้วสินะว่าผมกำลังจะไปไหน ไม่ได้ไปไหนหรอกครับแต่วันนี้เป็นวันแต่งงานของผมและต้าเหว่ย ความจริงแล้วผมอยากจัดงานให้ใหญ่กว่านี้เลยด้วยซ้ำ แต่ต้าเหว่ยน่ะสิเขาไม่ยอม แถมยังบอกอีกว่ามันเปลือง ไม่รู้จะประหยัดอะไรหนักหนา ดังนั้นงานแต่งของผมจึงเป็นแบบเรียบง่าย มีแขกเพียงไม่กี่คนและคนในครอบครัว อ้อ ยังมีครอบครังของลุงไลนอลด้วย 

“อาชาพร้อมหรือยังครับ” 

“พร้อมสิ” 

ผมส่งยิ้มน้อยๆให้คนข้างกายที่ตอนนี้ส่งยิ้มกว้าง เราจัดงานช่วงกลางคืนเพราะเป็นเวลาที่ทุกคนว่าง เสร็จจากงานและการเรียน มือของต้าเหว่ยเย็นเฉียบ เขาคงตื่นเต้นมากแน่ๆ ผมหัวเราะเล็กน้อยแล้วจึงเดินออกจากห้องแต่งตัวมายังด้านล่าง ทุกคนต่างยืนรอในส่วนกลางของคฤหาสน์ พ่อน่ะสิเลือกจัดงานใกล้ริมสระว่ายน้ำ และแน่นอนว่าพ่อลีอันเดอร์ดันเนรมิตมันออกมาสวยเสียด้วย อลินและอเล็กซ์เข้ามาแสดงความยินดีให้ผมและต้าเหว่ย น้องฟ้าตัวน้อยของบ้านต่างดีใจที่พี่ชายอย่างผมมีครอบครัวเสียที สายตาของผมเหลือบไปเห็นอาเธอร์ที่กำลังเดินตามเลนนี่ พวกนั้นคงมีเรื่องอะไรกันอีกแน่ๆ เว้นกันสักวันไม่ได้เลยหรือไง

พิธีทุกอย่างดำเนินมาเรื่อยๆ โดยที่เลนนี่ อาเชอร์ และอาเธอร์อยู่ในงานด้วย ผมต้องมีแต้มบุญเยอะขนาดไหนที่ทั้งสามไม่สร้างความวุ่นวายในงาน เมื่อทุกอย่างดำเนินมาถึงขั้นตอนสุดท้าย ทุกคนจึงแยกย้ายกันทานอาหาร พูดคุยกันตามปกติ ผมจึงฝากต้าเหว่ยไว้กับแม่แล้วตามพวกเขาออกมา เหมือนผมกำลังสอดรู้สอดเห็นใช่ไหมล่ะ? เมื่อก่อนผมยอมรับว่าหมั่นไส้อาเธอร์ที่ไม่ยอมรับหัวใจตนเองจนรู้สึกอยากตะบั้นหน้าน้องชายสักที ตอนนี้ผมรู้แล้วว่าไม่ควรเอาความรู้สึกและหัวใจของใครมาเล่น อาเธอร์คงทรมานน่าดูที่กลายเป็นของเล่นของอาเชอร์ ผมไม่เคยคิดเหมือนกันว่าตรรกะความคิดของแฝดผมมันจะเป็นไปได้มากขนาดนี้  

“พี่อาเชอร์” 

“จะตามมาทำไม?” 

ผมหันไปตามเสียงเรียกของเลนนี่แล้วจึงซ่อนตัวในมุมมืดทันที มุมที่ผมยืนอยู่มันเป็นมุมที่ไม่มีใครมองเห็นหากไม่สังเกต เลนนี่ก็ยังคงเป็นเลนนี่ ยังคงคอยวิ่งไล่ตามอาเชอร์เหมือนอย่างที่ผ่านมา ไม่รู้สึกเหนื่อยบ้างหรือไงวะเนี่ย อาเชอร์ยังคงปฏิเสธอย่างไม่ใยดีจนผมรู้สึกสงสาร ขาของผมกำลังจะก้าวออกไปแต่อาเธอร์ดันโผล่เข้ามา ผมจึงต้องดึงขากลับเข้าที่เดิม อาเธอร์ยังคงจ้องมองอาเชอร์อย่างเอาเรื่อง เว้ย!! แค่มึงบอกว่ารักเลนนี่มันก็จบแล้ว! น่าโมโหจริงๆ 

“กลับไปในงานกับผม” 

“ปล่อยสิอาเธอร์! ปล่อย!” 

“อาเชอร์มันไม่มีทางรักคนแบบ” 

เพี้ยะ!! 

ผมยืนมองตาปริบๆทันทีที่ฝ่ามือของเลนนี่ฟาดลงบนแก้มของอาเธอร์อย่างแรง อาเธอร์มันคงช็อคจนทำอะไรไม่ถูก อย่าว่าแต่มันเลยผมเองยังช็อค อาเชอร์ยกยิ้มมุมปากเล็กน้อยแล้วเดินหันหลังจากไป คือมึงไปทั้งที่งานยังไม่เลิกแบบนี้? เลนนี่ยังคงวิ่งตามอาเชอร์ปล่อยให้พระเอกละครน้ำเน่าอย่างอาเธอร์ยืนมองอย่างน่าสงสาร เอาตามตรงว่าผมไม่ได้รู้สึกสงสารเท่าไรเลยวะ อยากได้ก็ต้องแย่งกลับมาดิวะ! ผมก้าวขาจากที่มืดมายืนตรงหน้าน้องชาย อาเธอร์เบิกตาเล็กน้อยอย่างตกใจ คงไม่คิดล่ะมั่งว่าผมจะเห็นเรื่องที่เกิดขึ้น 

“มึงจะยอมปล่อยเลนนี่ไปจริงๆเหรอวะ?” 

“แล้วกูจะทำอะไรได้วะ!?” 

“มึงเลิกหัวร้อนแล้วตามไปสิ เลนนี่คงอยากให้มึงไปรับเขากลับบ้าน” 

“…” 

ถ้าผมเป็นผู้จัดละคร แน่นอนว่าผมไม่มีทางเลือกอาเธอร์เป็นพระเอกแน่ๆ โง่จนไม่รู้จะหาคำไหนมาพูด มันใช้เวลาคิดราวๆสิบนาทีก่อนใส่เกียร์หมาวิ่งตามออกไป เออ! ป่านนี้เขาไปไหนต่อไหนกันแล้ว กว่าสมองจะคิดได้ว่าต้องทำอะไรคงไม่ทันอาเชอร์แน่ๆ ผมเลิกสนใจคนทั้งสามแล้วเดินกลับมาหาเมียที่รัก ส่งตาอ้อนๆหน่อยอีกฝ่ายกลับหน้าแดงจนผมแทบอดใจไม่ไหว  

“อะ อ้อนอะไรครับ” 

“กลับขึ้นห้องกันเถอะ” 

“แต่ว่างานยัง” 

“ไม่มีคำว่าแต่ จะทนไม่ไหวอยู่แล้ว” 

คำพูดของผมทำเอาต้าเหว่ยใบหน้าแดงได้ไม่ยาก ไม่ต้องเดาให้ยากหรอกครับว่าผมจะทำยังไงต่อ แน่นอนว่าอาชาผู้นี้พาเมียกลับห้องได้สำเร็จ ส่วนเรื่องงานแต่งผมไม่สนใจแล้วล่ะ ผมสนใจคนตรงหน้าที่ตอนนี้กำลังส่งเสียงครางหวานเรียกร้องผมยังดีกว่า คอยดูเถอะผมไม่ปล่อยให้ได้นอนแน่คืนนี้ 

จบพาร์ทอาชา 


TBC.

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น