วไลกร/ชาล็อต
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับดาว+กุญแจ+เหรียญ ที่สนับสนุนวไลกรนะคะ : )

ชื่อตอน : ยอมหมดตัว-2

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 471

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 21 ก.ค. 2561 11:14 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ยอมหมดตัว-2
แบบอักษร

“ได้ข่าวว่ามิสเทวาพงศ์ขายกิจการ คิดจะหนีเรอะ!” วาจาข่มขู่มากกว่าจะเป็นการถาม หลุดออกมาจากปากของหนุ่มผิวสี แต่คนฟังไม่เข้าใจ

“ภาษารัสเซียฉันฟังไม่ออก กรุณาพูดภาษาอังกฤษ” อณิษฐาโต้ภาษาอังกฤษกลับไปเสียงแข็ง เพราะน้ำเสียงที่ได้ยินฟังดูไม่เป็นมิตรสักนิด เธอหงุดหงิดไร้หนทางเรื่องเจ้าหนี้ที่ชื่อนีโอพอแล้ว จะไม่ยอมให้ใครมาข่มขู่อีก

“มิสเทวาพงศ์คิดจะขายกิจการหนีเจ้านายของเรางั้นรึ” หนุ่มผมเกรียนสีทองมีรอยสักเต็มตัวเป็นผู้พูดภาษาอังกฤษกับหญิงสาว

“ฉันไม่ได้คิดหนี ฉันจะขายกิจการใช้หนี้พวกคุณน่ะแหละ” เวลานี้เธอต้องขายผ้าเอาหน้ารอดไปก่อน

“แต่เจ้านายของเรา อยากให้คุณจ่ายดอกเบี้ยบ้าง” แววตาคนพูดมองอย่างมีนัย ใบหน้ารูปไข่ร้อนวาบทั้งอับอายและโกรธเคืองคนที่เก็บดอกเบี้ยจากเรือนร่างของเธอ

“อีกสองสัปดาห์ค่อยมาคุยกัน ฉันขายธุรกิจทั้งหมดแล้ว ได้เงินเมื่อไหร่จะคืนทั้งต้นทั้งดอก” อณิษฐาพยายามต่อรองขณะที่ ณัฐนรีขึ้นมานั่งประจำที่คนขับ

“ไหวมั้ย นิด” เจ้าของใบหน้ารูปหัวใจถามอย่างหวาดหวั่นและห่วงใยในสวัสดิภาพของเพื่อน คนฟังพยักหน้าให้

“ความจริงผมก็ไม่อยากจะเร่งรัดอะไร แต่เงินสามร้อยล้านมันไม่ใช่น้อย วันนี้คุณควรจะจ่ายดอกเบี้ยให้ผม เหมือนที่จ่ายให้นีโอบ้าง” หนุ่มใหญ่ชาวรัสเซียเจ้านายของชายฉกรรจ์สามคน ซึ่งคนในวงการรู้ดีว่าเป็นมาเฟียที่โหดร้าย เขาเดินมาพูดกับสาวไทยพร้อมส่งแววตาฉ่ำเยิ้มมองหน้าอกของเธอ

อณิษฐาเม้มปากแน่น ดวงตาเรียวสีเทาเข้มมีหยาดน้ำเอ่อขึ้น พวกผู้ชายที่เห็นเธอเป็นเพียงที่ระบายกามารมณ์ กำลังจะรุมทึ้งเรือนร่างนี้ กายสาวตั้งตรงยืดอกสูดหายใจลึก เพื่อเพิ่มความเข้มแข็งในการต่อรอง รถของอัมริโกซึ่งณัฐนรีขับหนี ตามมาจอดต่อท้ายรถพอดี หนุ่มหน้าเข้มดุเปิดประตูลงจากรถอย่างรวดเร็ว

“ถ้าบอสของผมรู้เรื่องวันนี้คงไม่ดีแน่ กิจการในโรมของคุณกุตานอฟอาจมีปัญหานะครับ” อัมริโกส่งเสียงกร้าวเป็นภาษารัสเซียกับหนุ่มใหญ่ผมสีน้ำตาลทอง

มาเฟียหนุ่มใหญ่ชาวรัสเซียซึ่งคนในวงการจิวเวลรี่รัสเซียเกรงกลัวอิทธิพล แต่สุดท้ายก็ต้องพึ่งบารมีของนีโอ ไม่เช่นนั้นธุรกิจในกรุงโรมคงไม่เฟื่องฟูถึงเพียงนี้ แววตาอาฆาตของกุตานอฟจ้องสมุนมือขวาของหนุ่มอิตาลีผู้ทรงอิทธิพลในกรุงโรม โดยไม่สามารถทำอะไรได้

“เอารถของคุณไปให้พ้นทาง ผมจะคุยกับบอส ให้เร่งรัดเรื่องของคุณก่อน” เจ้าของร่างบึกบึนเดินมาประชิดกุตานอฟ เอ่ยภาษารัสเซียเสียงเหี้ยม

กลุ่มคนชาวรัสเซียจำต้องยอมทำตาม เพราะยังไม่อยากให้ธุรกิจมากมายมีปัญหา อิทธิพลของนีโอในโรม ไม่ได้มีเพียงกลุ่มธุรกิจนาฬิกาและจิวเวลรี่เท่านั้น เขาทำธุรกิจแทบทุกประเภท จับอะไรก็ร่ำรวยมีแต่คนเกรงบารมี

พอรถของมาเฟียชาวรัสเซียขับพ้นทาง อัมริโกก็หันมาก้มศีรษะ และพูดกับณัฐนรีผู้ขับ

“เชิญเลยครับ” เธอจึงกระชากรถออกอย่างแรง

จนใบหน้าเข้มดุเกือบถูกรถเฉี่ยว เขาส่งยิ้มมองตามท้ายรถยนต์ของสาวร่างเล็ก แล้วเดินกลับไปขึ้นรถยนต์ของตนเอง นึกขำที่เธอไม่ดูให้ดี รถของเขากับกุตานอฟไม่ได้เหมือนกันสักนิด

“ตัวเล็กแค่นี้ ใจใหญ่เหลือเกิน” อัมริโกรำพึงออกมาแล้วหัวเราะในลำคอ ระหว่างที่ขับรถตามรถของณัฐนรี

จนกระทั่งมาถึงบ้านของอณิษฐา มือของใบหน้าเข้มดุลูบเคราที่คางระหว่างที่จอดรถดูอยู่ฝั่งตรงข้าม ผู้หญิงของบอสเดินลงจากรถไปที่ประตู แล้วเธอก็หยุดยืนนิ่ง เขาเห็นว่าเธอจับกระดาษที่หน้าประตูรั้วขึ้นดู ขณะเดียวกันเจ้านายก็โทรเข้ามา หลังจากรับสายสักครู่เขาก็ขับรถออกจากตรงนั้น

“มีอะไรเหรอ นิด” ณัฐนรีรอให้เพื่อนเปิดประตู แต่เห็นว่าเพื่อนยืนอยู่หน้าประตูรั้วนานแล้วจึงตามลงมาดู

“หมายศาลน่ะ ฉันคงต้องเตรียมหาที่อยู่ใหม่” อณิษฐาซ่อนความเศร้าเอาไว้ ตอบเพื่อนด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

“ให้ฉันช่วยเรื่องบ้านเถอะนะ” เสียงของคนที่อยากจะช่วยอ้อนวอนพร้อมส่งแววตาขอร้อง

“ขอบใจนะ เอิร์ธ ขอฉันคิดดูก่อน บางทีถ้าได้เงินจากเจ้าสัวชาตรีฉันอาจจะมีโอกาส” ดวงตาเรียวสีเทาเข้มก้มหน้าเปิดประตู ไม่อยากให้เพื่อนเห็นความหวั่นไหว เพราะเธอเองก็ยังไม่รู้ว่าจะมีโอกาสอะไรได้

ณัฐนรีเดินกลับไปขึ้นรถขับเข้าไปภายในรั้ว และจอดรอให้อณิษฐาปิดประตูล็อกให้เรียบร้อย พอเจ้าของร่างเพรียววิ่งไปขึ้นรถ เพื่อนก็ขับเข้าไปจอดหน้าบ้านพากันเข้าไปคุยต่อด้านใน

“แม่โทรมา แป๊บนึงนะนิด” สาวร่างเล็กบอกเจ้าของบ้านพร้อมกับกดรับสายของมารดา

“ต้องเป็นตอนนี้ด้วยเหรอ แม่น่ะ ทำไมไม่บอกล่วงหน้า ก็ได้ๆ” ณัฐนรีทำเสียงกระเง้ากระงอดกับปลายสาย

“ถ้าเอิร์ธมีธุระก็กลับไปก่อนเถอะ แค่นี้ฉันก็ไม่รู้จะขอบคุณยังไงแล้ว” อณิษฐากล่าวพร้อมยิ้มกว้างให้เจ้าของใบหน้ารูปหัวใจ

“งั้นฉันรีบไปก่อน มีอะไรโทรหาได้ตลอด ไม่ต้องเกรงใจล่ะ” ริมฝีปากเล็กบางส่งยิ้มตอบ แล้วรีบเดินออกจากบ้าน

เจ้าของบ้านยืนมองลุงจอมเดินไปเปิดประตูรั้ว จนกระทั่งเพื่อนขับรถพ้นไป เธอจึงเดินขึ้นชั้นบนไม่คิดจะแตะต้องอาหารที่แม่นมนวลปรางค์เตรียมไว้ให้

ร่างเพรียวสวยเดินตรงไปที่ห้องนอนบิดามารดา ห้องที่สุกาญดาต้องนอนเพียงเดียวดาย หลังจากชาติพงศ์เสียชีวิตไปเมื่อแปดเดือนที่ผ่านมา

มือเรียวเล็กเปิดลิ้นชักโต๊ะหนังสือ หยิบกระดาษแผ่นหนึ่งขึ้นมา กระดาษซึ่งมีลายมือของสุกาญดาผู้เป็นแม่เขียนทิ้งไว้เมื่อสี่เดือนก่อน

‘นิดลูกรัก

แม่พยายามแล้ว แต่แม่ทนอยู่เพียงคนเดียวไม่ได้ ห้องที่เคยมีพ่ออยู่ด้วย ทำให้แม่ไม่อยากมีชีวิตอยู่ เวลา 4 เดือนสำหรับแม่มันยาวนานมากเมื่อไม่มีพ่อ ไม่ต้องเป็นห่วง ไม่ต้องออกตามหา แล้วแม่จะติดต่อกลับมาเอง รักลูกมาก...สุกาญดา เทวาพงศ์’


ความคิดเห็น