วไลกร/ชาล็อต
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับดาว+กุญแจ+เหรียญ ที่สนับสนุนวไลกรนะคะ : )

ชื่อตอน : ยอมหมดตัว-1

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 518

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 20 ก.ค. 2561 20:09 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ยอมหมดตัว-1
แบบอักษร

ยอมหมดตัว

วันต่อมา

อณิษฐาเดินลงมาชั้นล่างในเวลาเกือบเที่ยง บ้านเทวาพงศ์ถ้าไม่มีณัฐนรีเทียวไปเทียวมาคงจะเงียบเหงา เสียงเรียกจากเพื่อนสนิท ทำให้ร่างเพรียวสวยที่กำลังจะเดินผ่านห้องอาหารต้องเลี้ยวเข้าไปข้างใน

“นึกว่าเอิร์ธกลับไปแล้วซะอีก” เจ้าของบ้านถามพลางฝืนยิ้มเนือยให้เพื่อน

“วันนี้เอิร์ธว่าง กินโจ๊กเจ้านี้สิอร่อย ออกไปซื้อตั้งแต่เช้าแล้ว” ณัฐนรีพยักหน้าชวน ขณะที่เธอกำลังดื่มน้ำผลไม้

“เดี๋ยวป้าไปอุ่นให้ค่ะ” แม่นมนวลปรางค์ ซึ่งคอยรับใช้เพื่อนของคุณหนูรีบจัดการยกชามโจ๊กเข้าครัว

“ดีนะเอิร์ธมา ไม่งั้นเหรอ โจ๊กคัพ” อณิษฐาพูดจบก็หัวเราะกับเพื่อน

“ไม่เห็นต้องประหยัดขนาดนั้น เอิร์ธซื้อของมาไว้ให้ดีกว่า” สาวร่างเล็กอยากจะช่วยทุกอย่าง แต่เกรงใจตัวตนของเพื่อนคนสวยซึ่งมีความมั่นใจในตัวเองสูงและหยิ่งในศักดิ์ศรี

“ไม่ใช่อย่างนั้น ความจริงนิด กินอะไรไม่ลง” คนพูดมองเหม่อที่รูปถ่ายคู่ระหว่างชาติพงศ์กับสุกาญดา ภาพหวานชื่นที่มองครั้งใดก็ต้องยิ้มออกมา แต่ครั้งนี้ไม่มีรอยยิ้ม มีแต่ความหม่นหมอง

ณัฐนรีเห็นแววตาเศร้าของเพื่อน ถึงกับพูดอะไรไม่ออก สองสาวต่างรับประทานอาหารของตนไปเงียบๆ เสร็จเรียบร้อย ณัฐนรีก็อาสาขับรถพาอณิษฐาไปจัดการขายเครื่องเพชรที่ยังพอมีเหลืออยู่ไม่มาก เธอนำเงินไม่กี่ล้านกลับไปที่ร้านจิวเวลรี่

“กลับมาที่นี่ทำไมน่ะ นิด” ณัฐนรีเอ่ยถามทันทีที่เพื่อนเปิดประตูเข้ามาภายใน

“ฉันนัดเจ้าสัวชาตรีมาที่นี่ เอิร์ธมาด้วยก็ดีแล้ว จะได้ช่วยกันดูเอกสารหน่อย” ร่างเพรียวสวยบอกพลางเดินไปหยิบไม้ขนไก่ปัดโต๊ะเตรียมรับรองเจ้าสัวชาตรี

“ดูเอกสารรึ นิดจะทำอะไร!” คนถามเบิกตาขึ้นอย่างตื่นเต้น อณิษฐาเป็นคนตัดสินใจเร็วแบบนี้เสมอ แต่เธอก็ไม่รู้ว่าเพื่อนกำลังจะทำอะไร

“นิดจะขายกิจการทั้งหมด จิวเวลรี่ที่เป็นของแท้ยังมีค้างอยู่ในสต็อก จะได้ปลดหนี้สองร้อยล้าน” เจ้าของร้านจิวเวลรี่เก็บซ่อนความรู้สึก ไม่ยอมเอ่ยถึงเจ้าหนี้ที่อ้างดอกเบี้ยเพื่อเอาเปรียบบนเรือนร่างของเธอ

“แปลกๆ นะ ก็ของมีอยู่ทำไมไม่ส่งสินค้าไปชดเชย” ณัฐนรีเหมือนบ่นกับตัวเองมากกว่า

“เขาไม่รับน่ะสิ นายนีโอคงอยากจะเป็นเจ้าหนี้ฉันเพื่อ... อืม อีกอย่างจิวเวลรี่อย่างเดียวไม่ถึงสองร้อยล้านหรอก รวมร้านและเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งหลายๆ อย่างรวมกันน่ะ” เจ้าของดวงตาเรียวลอบมองเพื่อนแล้วก็ปล่อยลมพรูออกจากปาก ด้วยความโล่งอก เกือบหลุดปากต่อว่าเจ้าหนี้บ้ากามไปแล้ว โชคดีที่ณัฐนรีไม่ได้สนใจฟังประโยคแรก

เสียงเปิดประตูทำให้สองสาวหันไปมองพร้อมกัน แต่คนที่เดินเข้ามากลับกลายเป็นแขกไม่ได้รับเชิญ ร่างบึกบึนเดินเข้ามาราวกับเป็นเจ้าของร้าน ใบหน้าเข้มดุเต็มไปด้วยเคราเขียวครึ้ม หน้าหล่อเข้มหันไปทางสองสาวก้มศีรษะให้นิดหนึ่ง

“นายมาที่นี่ทำไม!” ณัฐนรีจำหน้าอัมริโกได้แม่นยำว่าเขาเป็นลูกน้องของคนที่มาอุ้มเพื่อนเธอไปจากบ้าน จึงตวาดถามอย่างเอาเรื่อง

“ผมมาดูแลลูกหนี้ให้บอส ไม่เกี่ยวกับคุณ” อัมริโกตอบด้วยสีหน้าเรียบสนิท

“ปล่อยเขาเถอะ อยากจะเฝ้า อยากจะทำอะไรก็เชิญ” เจ้าของธุรกิจเอ่ยประชด อยากให้เจ้านายของหนุ่มอิตาลีหน้าดุคนนี้ได้ยินด้วยซ้ำไป

รอไม่นานเจ้าสัวชาตรีก็มาตามนัดหมาย ผู้สูงวัยเคยทำธุรกิจกับบิดาของอณิษฐา การเจรจาตกลงขายกิจการทั้งหมด จึงเป็นไปด้วยดี หลังจากนี้ก็แค่รอการตีราคาจากทีมงานของเจ้าสัว หญิงสาวภาวนาขอให้ได้จำนวนเงินสองร้อยล้านมาใช้คืนนีโอโดยเร็ว เธอไม่อยากเข้าใกล้เขาอีก

ครั้นเจ้าสัวชาตรีกลับออกไปอณิษฐาก็ชวนณัฐนรีกลับบ้านของเธอ อัมริโกยังคงขับรถตามห่างๆ ทำให้สาวร่างเล็กรู้สึกหงุดหงิดรำคาญ

“นิด คอยดูนะ ฉันจะสลัดนายคนนี้ให้ได้เลย” ริมฝีปากเล็กบางของคนที่กำลังขับรถ พูดจบก็เหยียดยิ้ม แล้วเหยียบคันเร่งทันที

ณัฐนรีขับเข้าเส้นทางลัดซึ่งถนนชานเมืองฝั่งตะวันตกค่อนข้างเปลี่ยว รถที่ขับตามมาอาศัยจังหวะที่หญิงสาวหยุดรถเพื่อออกจากเส้นทางลัดออกสู่ทางหลัก ขับเข้าไปจอดขวางหน้าเอาไว้ สาวร่างเล็กเปิดประตูลงไปด้วยความโมโห

“นี่! นายจะเอายังไงกับฉันกันแน่” เธอเดินไปเคาะกระจกตรงคนขับ พอกระจกลดลง ดวงตาสีดำเบิกโต ใบหน้ารูปหัวใจผงะถอยห่าง หน้าตาน่ากลัวของจริงคนขับผิวเข้มผมดำหยิก กับคนที่นั่งคู่กันผมเกรียนสีทองมีรอยสักเต็มตัว

“เอ่อ...ขอโทษค่ะ” ร่างเล็กย่อตัวเล็กน้อยแล้วรีบวิ่งไปขึ้นรถ

แต่ทั้งคนขับและชายร่างบึกบึนกล้ามโตต่างลงจากรถเดินมาตรงฝั่งผู้โดยสารที่มากับณัฐนรี แม้ความหวาดหวั่นจะเกาะกุมหัวใจจนไม่เหลือพื้นที่ให้ต่อสู้ อณิษฐาก็ลดกระจกลงเผชิญหน้า เธอจำคนพวกนี้ได้ พวกเขามาหาเธอวันที่นีโอมาอุ้มตัวเธอไป

“ได้ข่าวว่ามิสเทวาพงศ์ขายกิจการ คิดจะหนีเรอะ!” วาจาข่มขู่มากกว่าจะเป็นการถาม หลุดออกมาจากปากของหนุ่มผิวสี แต่คนฟังไม่เข้าใจ

“ภาษารัสเซียฉันฟังไม่ออก กรุณาพูดภาษาอังกฤษ” อณิษฐาโต้ภาษาอังกฤษกลับไปเสียงแข็ง เพราะน้ำเสียงที่ได้ยินฟังดูไม่เป็นมิตรสักนิด เธอหงุดหงิดไร้หนทางเรื่องเจ้าหนี้ที่ชื่อนีโอพอแล้ว จะไม่ยอมให้ใครมาข่มขู่อีก

“มิสเทวาพงศ์คิดจะขายกิจการหนีเจ้านายของเรางั้นรึ” หนุ่มผมเกรียนสีทองมีรอยสักเต็มตัวเป็นผู้พูดภาษาอังกฤษกับหญิงสาว


ความคิดเห็น