กนกรส มาศอุไร กัมพู

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

รีไรท์ : ขออ้างของคนพาล 1/5จบบท (วางจำหน่ายEbook แล้ว)

ชื่อตอน : รีไรท์ : ขออ้างของคนพาล 1/5จบบท (วางจำหน่ายEbook แล้ว)

คำค้น : อานนท์ มุขธิดา

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 584

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 20 ก.ค. 2561 11:12 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
รีไรท์ : ขออ้างของคนพาล 1/5จบบท (วางจำหน่ายEbook แล้ว)
แบบอักษร

สามารถโหลดซื้อได้แล้ววันนี้​

ต่อจากตอนที่แล้ว...

“แล้วทำไมถึงไม่ขึ้นไปนอนบนเตียงเธอด้วยกันล่ะ” อานนท์เสนอความคิดแบบหน้าด้านๆ เอ่ยปากชวนเจ้าของห้องตัวจริงขึ้นไปนอนบนเตียงเดียวกันมันเสียเลย

มุขธิดาแทบลมออกหู กัดฟันดังกรอดๆ ขึงตาดุใส่คนเสนอความคิด

“คุณจะบ้าหรือเปล่า จะให้ขึ้นไปนอนบนเตียงเดียวกันกับคุณนี่นะ ไม่มีทางหรอกยะ ถ้าจะให้ฉันขึ้นไปนอนบนเตียงเดียวกับคุณ สู้ฉันไล่คุณกลับบ้านจะง่ายกว่าละมั้ง” มุขธิดาแหวขึ้นเสียงเข้ม ขว้างค้อนใส่คนต้นคิดตาหลับตาเหลือก

นี่เขากำลังคิดไม่ซื่อกับเธออยู่หรือเปล่า มุขธิดาเริ่มระแวงขึ้นมา เธอจึงขยับร่างถอยห่างแล้วมองหาอุปกรณ์ช่วย อานนท์เลิกคิ้วเข้มพร้อมส่ายหน้าอย่างระอา

“คิดว่าฉันมีแรงจะลุกขึ้นมาปล้ำเธอได้อีกหรือไง แหกตาดูสภาพของฉันตอนนี้หน่อยสิ แรงจะเดินยังไม่มีเลยด้วยซ้ำ แล้วจะเอาแรงที่ไหนลุกขึ้นมาปล้ำเธอได้ล่ะ” พูดจบเขายกมือขึ้นกุมท้องนิ่วหน้า มุขธิดาเห็นเป็นจริงตามที่เขาพูด เธอจึงอ่อนเสียงลง

“ก็เอ่อ...คุณเคยทำไม่ดีกับฉันไว้นี่ ฉันก็ต้องระวังตัวไว้ก่อนสิ”

“คิดแต่เรื่องอกุศล” คนป่วยกุมท้องแล้วเงยหน้าขึ้นมาต่อว่า

พอเห็นชายหนุ่มยกมือกุมท้อง มุขธิดาเลยรีบนั่งลงเคียงข้างเขาเพื่อดูอาการ

“ยังปวดอยู่อีกหรือคุณ...”

“ปวดแต่ไม่มากเหมือนตอนแรก มันปวดเหมือนไส้ถูกบิดนะ” เขาบอกถึงอาการตนเองแล้วสูดปาก

“อยากเข้าห้องน้ำอีกไหม เดี๋ยวฉันช่วยพยุงคุณไปเอง” อานนท์สายหน้า เขาไม่มีอาการอยากเข้าห้องน้ำ เมื่อมันไม่มีอะไรหลงเหลือพอจะให้ออกมาได้อีก อาการของเขาตอนนี้มันมีแค่เจ็บแบบจี๊ดๆเท่านั้น

“ฉันอยากนอนมากกว่า” เขาหลับตาส่งเสียงอ่อนระโหยร้องขอ และนั่นเลยทำให้เจ้าของบ้านสาวตัดสินใจลุกขึ้นยืน ชั่งใจอยู่สักครู่สรุปจะเอาอย่างไรกับเขาและกับตัวเองดี และเมื่อตัดสินใจได้ มุขธิดาจึงแตะบ่าชายหนุ่มถามไถ่

“คุณยังเดินไหวนะคะ” เขาส่ายหัวพร้อมส่งเสียงอ้อนๆ ส่งสายตาละห้อยซึ่งมันดูเหมือนไม่ใช่นายอานนท์คนเดิมสักเท่าไหร่ หญิงสาวถึงกับกะพริบตาถี่เพื่อมองให้แน่ใจ ผู้ชายคนนี้ใช่นายอานนท์คนที่เธอเคยรู้จักหรือไม่ ตัวจริงหรือตัวปลอม

“ช่วยพยุงฉันหน่อยนะ ฉันเดินไม่ไหวจริงๆ” เสียงอ่อนระโหยย้ำมาอีกครั้งทำให้มุขธิดาเริ่มอยู่ไม่สุข ละล้าละลัง ก่อนตัดสินใจโน้มกายแล้วยกแขนที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามขึ้นโอบรอบลำคอตนเอง อานนท์เบ้หน้าพร้อมยันร่างสูงใหญ่ลุกขึ้นยืน เขาพยายามไม่ผ่อนน้ำหนักลงไปหาร่างเล็กบอบบาง กลัวหญิงสาวจะทานน้ำหนักเขาไม่ไหว เดี๋ยวพานจะล้มกลิ้งลงกับพื้นเหมือนเมื่อสักครู่นี้อีก

และพอมาถึงด้านบนชั้นสองของตัวบ้าน บนนี้มีด้วยกันทั้งหมดสามห้อง ห้องของมุขธิดาอยู่ริมซ้ายมือสุด ด้านในมีขนาดไม่กว้างแต่ทว่าดูสะอาดสะอ้านตา เฟอร์นิเจอร์นั้นมีนับชิ้นได้ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นของใช้ที่จำเป็น ภายในห้องจึงดูทั้งโล่งเป็นระเบียบ แถมดูไม่น่าอึดอัดอีกด้วย

 “หวังว่าคุณคงนอนได้นะคะ แต่เตียงมันแคบไปสักหน่อย” เมื่อพาเขามาถึงเตียงนอน มุขธิดาจึงเอ่ยถามเพื่อดักทางเขา คราวนี้หวังว่าเขาคงหมดปัญหาแล้วนอนพักได้เสียที

มุขธิดาเดินไปเปิดหน้าต่างเพื่อให้ลมจากภายนอกพัดเข้ามา แล้วเตรียมผละเดินลงยังชั้นล่างเพื่อลงไปหยิบเครื่องนอนขึ้นมาปูนอนในห้องตัวเองแทน

“อ้าวแล้วนั่นเธอจะไปไหน” อานนท์รีบเอ่ยท้วงเสียงหลง เมื่อเขาเห็นหญิงสาวทำท่าเหมือนจะเดินออกจากห้องทิ้งเขาไว้คนเดียว

“ฉันจะลงไปเอาที่นอนขึ้นมาปูนอนบนนี้” หญิงสาวเอี้ยวตัวมาบอก

“แล้วทำไมถึงไม่ขึ้นมานอนบนเตียงนี้ด้วยกัน ไม่เอา ฉันไม่อยากนอนบนเตียงคนเดียว” คนเรื่องมากเริ่มก่ออาการเอาแต่ใจ น้ำเสียงอ้อนๆเริ่มเปลี่ยนเป็นหงุดหงิด ใบหน้าขาวเริ่มแดงก่ำ

“ฉันไม่ยอมนอนเตียงเดียวกับคุณเด็ดขาด”

เจ้าของบ้านสาวยืนยันเสียงแข็ง ตีหน้ายักษ์ใส่คนเอาแต่ใจ แค่ยอมอ่อนข้อแล้วพาเขาขึ้นมานอนภายในห้องของตนเอง แค่นี้ก็ถือว่าเธอยอมเขาแบบสุดๆแล้วนะ เพราะเธอจะถือว่าเขาคือคนป่วย แล้วเธอต้องมาคอยเฝ้าอาการของเขาเหมือนตอนเธอรับงานพิเศษนอกโรงพยาบาล

หากทว่าคนป่วยนั้นยังดึงดันไม่ยอมปล่อยให้เจ้าของบ้านสาวเดินออกจากห้องง่ายๆ อานนท์กัดฟันข่มอาการอ่อนเพลียเพราะการสูญเสียน้ำในร่างายมากกว่าปกติจากการขับถ่ายหลายครั้ง ชายหนุ่มฮึดลุกขึ้นยืนแล้วเดินหน้างอหงิก คว้าเอาร่างบางเข้ามากอดไว้ในอ้อมแขน

“คุณ!นนท์ จะทำอะไร ปล่อยนะ”

 หญิงสาวถึงกับใจหาย พยายามดิ้นรนออกจากอ้อมแขนรัดรึง อานนท์พ่นลมหายใจหนักด้วยอาการอ่อนเพลีย เขารวบเอาร่างเล็กพากันล้มตัวลงนอนบนเตียงด้วยกัน จากนั้นก็จัดการล๊อคแขนล๊อคขาของคนพยศ กักกันเจ้าหล่อนไว้กับร่างแกร่งของตนเอง กดปลายค้างลงกับศีรษะทุยพร้อมหลับตาลง สูดเอาความหอมที่เขาชอบไว้เต็มปอด

“ปล่อยนะคนเลว ไหนคุณบอกจะไม่ปล้ำฉันไง” หญิงสาวพยายามดิ้นรนแล้วดันร่างของตนเองออกห่าง พร้อมกับส่งเสียงแหวใส่ นึกเสียใจที่ยอมใจอ่อนให้เขาขึ้นมาบนห้องนอนของตนเอง

ถ้ารู้ล่วงหน้าว่าเขาจะคิดไม่ซื่อ เธอจะไม่ยอมโง่ใจอ่อนพาเขาขึ้นมานอนบนนี้เลยจริงๆ นี่เธอต้องเสียค่าโง่ของตัวเองให้กับผู้ชายนิสัยเลวอีกแล้วใช่ไหม มุขธิดาเริ่มน้ำตาไหลคิดเป็นตุเป็นตะไปก่อนล่วงหน้า

 คนเลวต่อให้ดีกับเขาแค่ไหน เขาก็ยังเป็นคนเลวอยู่วันยังค่ำอยู่ดี

“ชูว์!ฉันไม่ทำอะไรเธอเสียหน่อย อย่ากลัวฉันเลย นอนเถอะ ฉันเพลียจนทนไม่ไหวแล้วตอนนี้”

อานนท์กระซิบเสียงเบาโหวงโดยไม่ลืมตา เมื่อเขาต้องใช้แรงพลังไปไม่น้อยเมื่อสักครู่กับการจัดการคนดื้อ เขาสัมผัสได้ถึงความเปียกชื้น เจ้าหล่อนคงร้องไห้เพราะเขาเป็นต้นเหตุอีกแล้วสินะ

อานนท์ปวดแปลบในหัวใจ เขาไม่ได้ตั้งใจอยากทำให้มุขธิดาร้องไห้สักหน่อย

“ฉันสัญญา นอนหลับซะคนดี...”  

อานนท์ให้สัญญาพร้อมกระชับอ้อมแขนรัดร่างหอมละมุนไว้อย่างหวงแหน มุขธิดารู้สึกสับสนกับความรู้สึกตนเอง ใจเธอสั่นไหวแปลกๆไปกับความอ่อนโยนที่เธอรู้สึกได้ เธอไม่กล้าหลับตามที่เขาบอก ให้ถึงอย่างไรเธอยังคงระแวงเขาอยู่ดี ทว่าผ่านไปได้ไม่นาน เมื่อเธอได้ยินเสียงกรนเบาๆพร้อมกับลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอของเจ้าของอ้อมแขนแข็งแรงนี้ เธอจึงเริ่มรู้สึกคลายกังวล แล้วหลับตาพล่อยหลับตามชายหนุ่มไปในที่สุด...


โปรดติดตามตอนต่อไป...

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น