หอหมื่นอักษร

มาค่ะ! มาตามติดชีวิตแมวไปด้วยกัน~ ;P

ตอนที่ 52 ชาร์โคลถูกจับตัวไปแล้วจริงๆ

ชื่อตอน : ตอนที่ 52 ชาร์โคลถูกจับตัวไปแล้วจริงๆ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.1k

ความคิดเห็น : 21

ปรับปรุงล่าสุด : 21 ก.ค. 2561 16:20 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 52 ชาร์โคลถูกจับตัวไปแล้วจริงๆ
แบบอักษร



ข่าวเรื่องที่พักบุคลากรฝั่งตะวันออกมีคนเข้ามาขโมยแมวได้แพร่สะพัดออกไป

ใครก็นึกไม่ถึงว่าจะมีคนกล้าเข้ามาขโมยแมวถึงในเขตมหาวิทยาลัย อีกทั้งยังเป็นเวลาค่ำ ไม่ใช่ดึกดื่นเที่ยงคืนอีกด้วย

ต้องพูดเลยว่าคนที่ทำนั้นใจกล้าจริงๆ

ด้วยเหตุนี้ทำให้ภายในเขตมหาวิทยาลัยฉู่หัว รวมถึงคนที่เลี้ยงแมวในเขตที่พักบุคลกรฝั่งตะวันตก พอถึงตอนเย็นก็ไม่ให้แมวของตัวเองออกจากบ้าน ต่อให้ร้องจนคอแตกก็ไม่ให้ออก หากรำคาญมากๆ ก็พาไปทำหมันที่ศูนย์กลางสัตว์เลี้ยงของเสี่ยวกัว เพราะได้ยินมาว่าหากทำหมันแล้วแมวจะไม่ดื้อ ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม มันย่อมดีกว่าปล่อยให้ไปวิ่งเพ่นพ่านแล้วถูกจับตัวไปเป็นมื้ออาหารของคนอื่น

ดังนั้นช่วงหลายวันมานี้กิจการของเสี่ยวกัวจึงดีเป็นพิเศษ ถึงบางคนจะไม่ได้พาแมวไปทำหมัน แต่ก็มีเข้าไปสอบถามว่าพอจะมีวิธีไหนบ้างที่จะทำให้แมวสงบๆ อยู่ในบ้าน

ส่วนหัวขโมยแมวคนนั้น เจ้าหน้าที่หน่วยรักษาความปลอดภัยได้พบมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งที่ข้างกำแพงที่พักบุคลากรฝั่งตะวันออก บนนั้นมีกระสอบถักใบใหญ่หลายใบ มีกระสอบใบหนึ่งบรรจุนกกระจอกที่ยังมีชีวิตอยู่ นอกจากนี้ยังมีอาหารที่เอาไว้ล่อแมวด้วย ดูจากของพวกนี้ก็รู้แล้วว่าคนๆ นี้ทำมาหลายครั้งแล้ว

ผู้ต้องหาให้การว่าตนเองนั้นได้ยินเสียงร้องของแมวแถวนั้นถึงได้เข้าไปวางกรงดักแมว เดิมทีจะไปอีกหมู่บ้านหนึ่งที่อยู่ใกล้ๆกัน ที่นั่นคือเป้าหมายที่แท้จริง

เรื่องพวกนี้เจิ้งทั่นได้ยินตอนที่พ่อแม่เจียวหย่วนพูดคุยกัน แต่เขากลับไม่เชื่อสิ่งที่หัวขโมยสารภาพออกมา เพราะเขารู้สึกว่าโจรพุ่งเป้ามาที่เขาอย่างเดียว

มันบังเอิญเกินไป ก่อนหน้านี้มีคนมาสะกดรอยแมวตัวหนึ่ง จากนั้นก็มีคนมาขโมยแมว อีกทั้งยังมาลงมือในเขตที่พักฝั่งตะวันออกด้วย หากจะเทียบกันแล้ว ที่นี่มีแมวไม่เยอะ น้อยกว่าในเขตที่พักข้างนอกมาก แล้วทำไมคนๆ นั้นถึงได้ยอมเสี่ยงภัยมาขโมยแมวถึงที่นี่? แถมเวลาที่เข้ามายังเป็นเวลาเดียวกับที่ปกติเขาออกไปเดินเล่นด้วย

ภายในห้องนอน พ่อเจียวหย่วนกำลังถือหนังสือที่ใช้ในการสอนเล่มหนึ่งอยู่ แต่กลับไม่ได้สนใจเนื้อหาที่อยู่ในนั้น เขารู้สึกว่าเรื่องราวมันแปลกๆ เหมือนมีอะไรยังค้างคาใจอยู่ ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม ห้ามแมวของตัวเองออกไปข้างนอกจะดีกว่า

เจิ้งทั่นคิดเหมือนพ่อเจียวหย่วน ในเมื่อเรื่องทุกอย่างยังไม่ชัดเจน ยังเต็มไปด้วยข้อสงสัย อย่างนั้นก็ควรเก็บตัวอยู่แต่ในบ้านก่อน อีกทั้งช่วงนี้อย่าว่าแต่เจิ้งทั่นเลย แม้แต่เจ้าอ้วนก็ยังถูกขังให้อยู่แต่ในบ้าน ระเบียงก็ไม่ให้ออก คุณยายกลัวว่าเจ้าอ้วนแมวที่ทั้งรักทั้งผูกพันจะหายตัวไป


อยู่แต่ในบ้านได้หนึ่งสัปดาห์ เจิ้งทั่นก็เริ่มรู้สึกอึดอัด ครั้นแล้วมีอยู่วันหนึ่งตอนเช้าตรู่ ขณะที่แม่เจียวหย่วนออกจากบ้านไปส่งเด็กๆ ไปโรงเรียน เจิ้งทั่นจึงตามออกมาด้วย

เพื่อความปลอดภัย แม่ของเจียวหย่วนให้เจิ้งทั่นคอยเดินตาม หลังจากที่ส่งเด็กทั้งสองแล้ว แม่เจียวหย่วนไปตลาด เจิ้งทั่นไม่ได้ตามไป แต่แม่เจียวหย่วนก็ยังไม่วางใจให้เจิ้งทั่นไปวิ่งเล่นไกลๆ จึงได้กำชับเจิ้งทั่นว่าให้เล่นอยู่แต่ในสนามหญ้าหน้าโรงเรียนประถม

ดวงอาทิตย์เพิ่งจะออกมาได้ไม่นาน ช่วงนี้อุณหภูมิเริ่มสูงขึ้น บรรดาดอกไม้นานาชนิดในมหาวิทยาลัยต่างก็ทยอยกันเบ่งบาน เหล่าวิหคก็พากันออกมาขี้เรี่ยราดไปทั่ว

สัญญาณเข้าเรียนดังขึ้น ไม่ว่าจะนักศึกษามหาวิทายาลัยหรือเด็กประถมต่างก็พากันเข้าห้องเรียน ทำให้ถนนเส้นนี้เงียบลงทันตา

เจิ้งทั่นหมอบอยู่บนหินก้อนใหญ่ เขาหาวออกมา การได้ออกมาสูดอากาศข้างนอกบ้างนี่มันดีจริงๆ

ยังไม่ทันที่จะหาวเสร็จ เจิ้งทั่นก็รู้สึกได้ถึงภัยบางอย่าง มันคล้ายๆ กับคราวก่อนที่ถูกสะกดรอยตาม แต่ครั้งนี้รู้สึกว่าอันตรายมากกว่าครั้งก่อน นี่เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกแบบนี้นับตั้งแต่กลายเป็นแมว

เขามองไปรอบๆ อย่างระมัดระวัง แล้วสายตาก็ไปตกอยู่ที่เด็กหนุ่มที่สวมชุดกีฬาสีเทา สะพายกระเป๋าเป้ ใส่หน้ากากอนามัย มือทั้งสองสอดเข้าไปในกระเป๋าเสื้อ ดูผิวเผินเหมือนนักศึกษาทั่วไป

เนื่องจากปีที่แล้วมีโรคติดต่อทำให้หลายคนหันมาใส่หน้ากากอนามัย จนถึงตอนนี้ก็ยังมีบางคนใส่อยู่ ถึงแม้จะไม่มากเหมือนแต่ก่อนก็ตาม รวมถึงคนที่ต้องขี่มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าเข้าไปทำงานในเมืองบางคนก็ใส่ สภาพอากาศของเมืองฉู่หัวไม่ค่อยดีเท่าไร มีการก่อสร้างอยู่หลายที่ ฝุ่นเยอะ ดังนั้นการใส่หน้ากากอนามัยจึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร

ถึงแม้ว่าคนๆ นี้จะใส่หน้ากากปิดบังใบหน้า แต่เจิ้งทั่นก็ยังจำเขาได้

เขาคือคนที่คอยสะกดรอยตามคนนั้น!

ในเมื่อรู้แล้วว่าเป็นใคร เจิ้งทั่นจึงเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น พอเห็นอีกฝ่ายเดินเข้ามาหา เจิ้งทั่นยังไม่เตรียมจะจู่โจม เวลานี้คนน้อย ไม่ดีต่อตัวเองเท่าไร

แต่ขณะที่เจิ้งทั่นเตรียมจะวิ่งหนี ก็รู้สึกเจ็บบริเวณหลังขึ้นมา

“ง้าวววว------“

ร้องออกมาได้แค่นิดเดียวก็ไม่มีแรงร้องต่อไปแล้ว

เขารู้สึกชาไปทั้งตัว สายตาเลือนราง เริ่มควบคุมตัวเองไม่ค่อยได้

เจิ้งทั่นกลิ้งตกลงจากหินก้อนนั้น ขณะที่หันหลังให้คนๆ นั้นเขาได้เอาป้ายห้อยคอสัตว์เลี้ยงออก ตอนนี้เขารู้สึกว่าโชคดีมากที่สายป้ายคล้องคอเป็นแบบยืดหยุ่นได้

ต่อให้โดนจับตัวไป เขาก็ต้องทำให้พ่อเจียวหย่วนรู้ให้ได้ ว่าตัวเองเกิดเรื่องจากจุดนี้!

เจิ้งทั่นเอาป้ายคล้องคอวางไว้ที่ใต้หินก้อนนั้น แล้วพยายามมุดตัวเข้าไปในพุ่มไม้ที่อยู่อีกด้าน ตัวของเขาชาไปหมด มือเท้าไร้เรี่ยวแรง วิ่งไปได้ไม่กี่ก้าวก็ล้มลง บนหลังยังมีเข็มฉีดยาปักอยู่

จับแมวแค่ตัวเดียวถึงกับต้องใช้ยาสลบเลยเหรอ!

ขณะที่เจิ้งทั่นกำลังสะลึมสะลืออยู่นั้นก็รู้สึกว่ามีคนกำลังใกล้เข้ามา จากนั้นก็จับขาของเขายัดเข้าไปในถุง แล้วทุกอย่างก็มืดมิด......

เด็กหนุ่มคนนั้นดูลนลานและรีบร้อน พอเห็นคนขี่จักรยานผ่านมา เขาก็รีบวิ่งเอาแมวยัดใส่กระเป๋าตัวเองอย่างรวดเร็วแล้วออกไปจากบริเวณนั้น จึงไม่สังเกตเห็นป้ายคล้องคอสัตว์เลี้ยงที่อยู่ใต้ก้อนหิน

แม่เจียวหย่วนที่กลับมาจากจ่ายตลาดในมือถือถุงขนาดใหญ่ วันนี้ซื้อซี่โครงหมูเตรียมทำอาหารมื้อใหญ่บำรุงทุกคนในครอบครัว แต่พอมาถึงสนามหญ้าก็ไม่พบแม้แต่เงาของแมวตัวเอง ก่อนออกไปยังเห็นนอนอยู่บนก้อนหินนี่อยู่เลย ออกไปเล่นที่อื่นแล้วเหรอ?

“ชาร์โคล......“

แม่เจียวหย่วนส่งเสียงเรียกพลางหารอบๆ สนามหญ้า จนไปถึงก้อนหินก้อนนั้นก็พบป้ายคล้องคอแมวตกอยู่ที่นั่น

แม่เจียวหย่วนถามคนที่อยู่รอบๆ ก็ไม่มีใครเห็นเหตุการณ์ทางนี้ แต่มีอาจารย์ประถมคนหนึ่งที่ตอนออกมาจากห้องทำงานได้เห็นคนใส่หน้ากากอนามัยอยู่ตรงสนามหญ้า แต่จากตรงจุดที่เขายืนมองเห็นเหตุการณ์ด้านนั้นไม่ถนัดนัก

แม่ของเจียวหย่วนรีบเอาโทรศัพท์ออกมาโทรหาพ่อเจียวหย่วนโดยไม่สนของที่เพิ่งซื้อมาอีกต่อไป ด้วยนิสัยของแมวตัวเองนั้น หากให้รออยู่ตรงไหนก็ไม่มีทางที่จะอยู่ๆ ไม่เชื่อฟัง ยิ่งไปกว่านั้นยังเอาป้ายคล้องคอทิ้งไว้ตรงนี้ด้วย แมวบ้านของเขานั้นฉลาดมาก......

พอนึกถึงเรื่องโจรขโมยแมวในตอนนั้น แม่เจียวหย่วนก็เริ่มกังวล หรือว่าจะโดนจับไปแล้วจริงๆ!

ขณะนี้พ่อเจียวหย่วนกำลังสอนหนังสืออยู่ พอรู้สึกว่าโทรศัพท์ที่อยู่ในกระเป๋าเสื้อสั่นจึงหยิบออกมาดูที่หน้าจอ เขาขมวดคิ้วพลางเดินออกไปด้านนอก

โดยปกติแล้วอาจารย์ไม่สามารถรับโทรศัพท์ได้หากกำลังอยู่ในช่วงสอน แต่ก็มีข้อยกเว้นถ้ามีเรื่องด่วน หลังจากที่พ่อเจียวหย่วนเห็นว่าผู้เป็นภรรยาโทรมา จึงแน่ใจว่าเป็นเรื่องฉุกเฉินแน่ๆ ไม่อย่างนั้นคงไม่โทรมาทั้งๆ ที่รู้ว่าเขามีสอนในช่วงเช้า

บรรดานักศึกษาที่อยู่ในห้องเห็นรองศาสตราจารย์เจียวออกไปคุยโทรศัพท์ สักพักก็เข้ามาปิดเครื่องฉายสไลด์ด้วยหน้าตาเคร่งเครียดพลางบอกให้ทุกคนทบทวนบทเรียนเอง จากนั้นก็รีบร้อนเดินออกไป

เด็กหนุ่มคนที่จับเจิ้งทั่นหลังจากรีบร้อนเดินออกนอกเขตมหาวิทยาลัยฉู่หัวแล้ว เดิมทีเตรียมจะไปหาที่เหมาะๆ จัดการแมว แต่ทันใดนั้นโทรศัพท์ที่อยู่ในกระเป๋าก็ดังขึ้น

“ว่าไงครับอา”

“อีกหนึ่งชั่วโมงฉันจะไปแล้ว ถ้าแกจะไปด้วยก็รีบมา!” อีกฝ่ายพูดด้วยน้ำเสียงที่รีบร้อน

“ทำไมต้องรีบขนาดนั้น? ไหนว่าจะไปตอนเย็นไงครับ?”

“ไม่ได้ สถานการณ์มันบีบบังคับ แกรีบมา!” พูดจบทางนั้นก็กดวางสายทันที

เด็กหนุ่มลังเลอยู่สักพัก เขากัดฟันพลางคิด ออกไปจากที่นี่ก่อนแล้วค่อยว่ากัน แมวน่ะจะจัดการเมื่อไหร่ก็ได้! แต่เรื่องไปเอาเงินอาจจะยุ่งยากหน่อย

หลังจากนั้นหนึ่งชั่วโมงเด็กหนุ่มก็ไปโผล่ที่โกดังใกล้ๆ ชานเมือง ด้านหน้ามีรถบรรทุกขนาดกลางจอดอยู่ ที่ข้างรถมีชายวัยสี่สิบห้าสิบกำลังยืนสูบบุหรี่

พอเห็นเด็กหนุ่มชายคนนั้นก็พูดใส่อารมณ์ “ทำไมเพิ่งจะมา!”

“เพิ่งเสร็จงานครับ” เด็กหนุ่มไม่พูดอะไรมาก เขาหยิบยื่นกระเป๋าส่งให้ชายคนนั้นดู

ชายคนนั้นหลังจากที่สูบบุหรี่เข้าไปเต็มปอดก็ทิ้งขี้บุหรี่ลง จากนั้นก็รับกระเป๋ามารูดซิปดูแมวดำที่อยู่ในนั้น เขาหิ้วขาแมวขึ้นมาแล้วมองรอบๆ “ใช้ได้ น่าจะขายได้ราคาดี ขนก็ไม่เลว เอาไปจัดการสักหน่อยต้องมีคนซื้อแน่ๆ”

“จัดการยังไงครับ? คนจ้างบอกให้เอาไปฆ่าทิ้ง ผมกำลังคิดจะเอาไปโยนทิ้งน้ำอยู่เลย แล้วลุงก็โทรมาพอดี”

“จะเอาไปโยนทิ้งทำไมเล่า!” ชายคนนั้นถลึงตาใส่เด็กหนุ่ม “แมวตัวนี้ถูกเลี้ยงมาดี ดวงมันดีนะเนี่ย เนื้อกับขนของมันน่าจะขายได้หลายร้อยอยู่ ขนดำทั้งตัวแบบนี้ไม่ได้หาได้ง่ายๆ”

“ก็ได้ครับ” เด็กหนุ่มเห็นด้วย ขายได้เงินใครล่ะจะไม่เอา?

ชายคนนั้นเอาแมวยัดใส่กรงขึ้นท้ายรถ

ที่ด้านหลังรถบรรทุกขนาดกลางนี้เต็มไปด้วยกรงที่บรรจุแมว โดยแมวแต่ละตัวถูกบรรจุอยู่ในกรงที่แตกต่างกันออกไป โดยดูที่ลักษณะและราคาที่น่าจะขายได้ ส่วนลังกระดาษใบใหญ่ที่อยู่ด้านนอก ภายในบรรจุของนานาชนิดพวกเขาแค่ช่วยรับฝากนำไปส่ง หวังจะได้เงินเพิ่มเล็กๆ น้อยๆ

หลังจากที่เอาแมวยัดใส่กรงแล้ว ชายคนนั้นก็ปิดท้ายรถ แล้วขึ้นไปประจำที่นั่งคนขับพลางออกรถ

เด็กหนุ่มนั่งอยู่ตรงที่นั่งด้านข้างคนขับ ก่อนหน้านี้มีคำถามที่อยากถามหลายข้อ แต่ก็อดทนไว้มาจนถึงตอนนี้

“อาครับ ทำไมเราต้องรีบร้อนขนาดนี้ด้วย?”

“ช่วงนี้ไม่รู้ว่ามันเรื่องอะไรกันมีคนมาตรวจสอบ ใบอนุญาตปลอมของพวกที่ค้าแมวถูกตรวจเจอ ถูกยึดไปทั้งคันรถ อากลัวว่าจะมีการตรวจเข้มกว่านี้ รีบหนีไปก่อนดีกว่า” ครั้งนี้จับแมวไม่ได้เยอะ ยังมีกรงว่างอีกหลายกรง หากไม่เจอสถานการณ์แบบนี้ เขาคงยังอยู่ที่นี่ต่ออีกหลายวัน ต่อให้ไม่จับแมวก็ยังมีหมาให้จับ เมื่อวานเขาเห็นสุนัขตัวใหญ่ๆ อ้วนๆ อยู่ตั้งหลายตัว

“ตรวจเข้มเหรอ? ไม่หรอกครับ ปีที่แล้วยังไม่มีแบบนี้เลย” เด็กหนุ่มตกใจ

“เอาเป็นว่าเราคงไม่มาเมืองฉู่หัวกันอีกหลายเดือน ที่นี่ไม่ปลอดภัย ซวยจริงๆ ไม่เคยเจออะไรแบบนี้มาก่อน ปกติคนพวกนั้นมันเอาหูไปนาเอาตาไปไร่นี่นา แล้วนี่อยู่ๆ ก็มาเอาจริงเอาจัง......” ชายคนนั้นพูดไปบ่นไป

เด็กหนุ่มไม่สนใจที่อาตัวเองบ่น เขาหยิบโทรศัพท์ออกมาโทร เขาไม่เคยเจอคนจ้างมาก่อน แต่แค่ได้งานได้เงินก็พอแล้ว เจอหรือไม่เจอก็ไม่เป็นไร

“เรียบร้อยแล้วครับ เงินที่เหลือจะโอนให้เมื่อไรครับ?”เด็กหนุ่มถาม

“แมวตายหรือยัง?” อีกฝ่ายถาม

“โดนปืนยาสลบเข้าไป น่าจะตายสนิทแล้วครับ แต่ถึงไม่ตายก็ไม่มีปัญหา เพราะผมกับอากำลังพามันไปขายทาง ใต้ มันได้ถูกเอาไปทำกับข้าวแน่ๆ คุณสบายใจได้ครับ”

คนที่อยู่ปลายสายนิ่งเงียบไม่พูดอะไร

เด็กหนุ่มคิดว่าอีกฝ่ายไม่อยากจ่ายเงิน จึงรีบร้อนพูดขึ้น “ช่วงนี้เมืองฉู่หัวเข้มงวดมาก คุณเองก็รีบร้อน ผมนี่เสี่ยงไปทำงานนี้ให้เลยนะครับ ปืนยิงยาสลบตั้งหลายพัน เงินที่คุณมัดจำมาก็หมดไปกับปืนนั่น อย่านิ่งไปสิครับ”

“......สบายใจได้ ตกลงกันแล้วที่สามพัน เดี๋ยวฉันจะโอนไปให้ แล้วก็ไม่ต้องติดต่อมาอีก”

พูดจบทางนั้นก็วางสาย

เด็กหนุ่มพอได้ยินเสียงโทรศัพท์ถูกตัดไปก็ด่าออกมา

“อะไร มันคิดจะเบี้ยวเหรอ?” ชายที่ขับรถถามขึ้น

“ใครจะไปรู้ล่ะครับ!”เด็กหนุ่มพูดใส่อารมณ์

“แค่จับแมวแกถึงกับซื้อปืนยิงยาสลบเลยเหรอ?” ชายที่ขับรถถาม

“ผมไปตามสืบแล้วรู้มาว่าแมวตัวนั้นเคยถูกฝึกมาก่อน คนจ้างเองก็บอกว่าแมวตัวนั้นมันฉลาด ตอนที่ผมไปสะกดรอยตามยังต้องคอยระวังเลย”เด็กหนุ่มพูดไปก็ค่อยๆ เปลี่ยนหัวข้อสนทนา โดยที่ไม่ได้บอกว่าคนจ้างให้เงินเท่าไหร่ อันที่จริงปืนยิงยาสลบนั่นเขาไปซื้อต่อมาจากเพื่อน แค่ไม่กี่ร้อย ต่อให้คนจ้างเบี้ยวเงินที่เหลือเขาก็กำไรอยู่ดี

คนที่ไปดักจับแมวที่ที่พักบุคลากรฝั่งตะวันออกก็เป็นคนที่เด็กหนุ่มไปติดต่อมา เขาใช้คนๆ นั้นไปลองจับดู หากจับได้ก็เป็นเรื่องดี ค่าจ้างแค่ไม่เท่าไร แต่ผลที่ได้ก็แสดงให้เห็นแล้วว่า แมวตัวนั้นไม่ได้จับได้ง่ายๆ ดีที่มีเพื่อนคนหนึ่งมีปืนยิงยาสลบ เด็กหนุ่มจึงขอซื้อต่อ แต่ต่อมาแมวตัวนั้นก็ไม่ออกจากบ้านหลายวัน เขาจึงไม่มีโอกาสได้ลงมือ จนเวลาผ่านไปนาน ไม่รู้ว่าแถวนั้นมีกล้องวงจรปิดหรือเปล่า ถ้ามีต่อไปเขาคงต้องหลบอยู่แต่ทางใต้แล้ว

จับแมวแค่ตัวเดียวถึงกับต้องใช้ปืนยิงยาสลบ เด็กหนุ่มไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะต้องใช้วิธีนี้

ส่วนทางด้านท้ายรถนั้น เจิ้งทั่นกำลังเบียดกับแมวตัวอื่นอยู่ในกรงที่อยู่ด้านบนสุด

แมวหลายตัวที่อยู่ในกรงถูกวางยาไว้ มีสภาพสะลึมสะลือ ไม่ส่งเสียงร้อง ต่อให้บางตัวที่ตื่นแล้วก็แค่ส่งเสียงร้องบ้างเป็นบางครั้ง คาดว่าคงไม่มีแรงเหลือเท่าไร

ส่วนเจิ้งทั่นที่สลบอยู่นั้นไม่รู้เลยว่า การที่เขานั้นหายตัวไปทำให้เมืองฉู่หัวนั้นเหมือนมีพายุเฮอริเคนเข้า แก๊งค์ค้าแมวจำนวนมากถูกจับ คืนนั้นรถที่บรรทุกแมวและสุนัขหลายคันได้ถูกควบคุมไว้

พ่อเจียวหย่วนอาศัยเส้นสายเข้าไปขอดูกล้องวงจรปิดของโรงเรียนประถม ถึงภาพในกล้องจะไม่ชัด แต่เขาก็แน่ใจว่าแมวของตัวเองถูกจับตัวไปจากตรงสนามหญ้าหน้าโรงเรียน

พ่อเจียวหย่วนได้รบกวนให้เพื่อนๆ รวมถึงเว่ยเหลิง เหอเทาช่วยเหลือ ไปตามหาแมวในทุกๆ ที่ ไม่ว่าจะเป็นแหล่งค้าแมวหรือรถบรรทุกที่ควบคุมไว้ พอเจอแมวดำก็ให้ส่งไปที่จุดๆ หนึ่งเพื่อให้พ่อเจียวหย่วนไปดูว่าใช่แมวตัวเองหรือไม่


แต่ที่น่าเสียดายก็คือ ในบรรดาแมวเหล่านั้นไม่มีเจิ้งทั่น


เย็นวันนั้นหลายคนนอนไม่หลับ

ในขณะเดียวกันก็มีการขัดแย้งกันเรื่องผลประโยชน์เพราะเรื่องนี้ มีการทะเลาะกันทั้งต่อหน้าและลับหลัง ซึ่งเจิ้งทั่นไม่อาจรู้เรื่องนี้ได้เลย

เด็กหนุ่มคนนั้นใช้ยาสลบค่อนข้างเยอะ หากเป็นแมวทั่วไปคงตายคาที่ ถึงรอดมาได้ก็คงเบลอไปหลายวัน แต่เจิ้งทั่นนั้นพิเศษกว่าแมวทั่วไป

หลังจากที่สลบไปหลายชั่วโมงเจิ้งทั่นก็ฟื้นขึ้น แต่ต่อให้ฟื้นแล้วเขาก็ไม่มีแรง

รอบๆ เต็มไปด้วยกลิ่นที่ไม่คุ้นเคย แมวแปลกหน้า เจิ้งทั่นรู้สึกได้ถึงความหวาดกลัวและงุนงงของพวกมัน จะหิว จะกระหายก็ต้องอดทน แมวหลายตัวได้ส่งเสียงร้องออกมาเบาๆ แต่มันเหมือนเสียงคร่ำครวญมากกว่า

เจิ้งทั่นมองไปรอบๆ ท่ามกลางความมืด กรงที่เขาอยู่นั้นอยู่ใกล้กับประตูท้ายรถ มีลมลอดเข้ามาระหว่างช่องว่างของประตู ทำให้เจิ้งทั่นรู้สึกตื่นตัวไปไม่น้อย


ด้านนอกมืดสนิทแล้ว


กลางคืนแล้ว ยังเหลือเวลาอีกเท่าไร?


เจิ้งทั่นนอนใช้ความคิดหาวิธีออกจากที่นี่ แต่คิดไปคิดมาก็ผล็อยหลับไปอีก

เจิ้งทั่นฝันเห็นเมืองที่ตัวเองใช้ชีวิตมาเกือบยี่สิบปี เขาเห็นตัวเองเมื่อก่อนนี้......




แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น