นักดองนิยาย

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 19 ไม่อยากลืม

ชื่อตอน : ตอนที่ 19 ไม่อยากลืม

คำค้น : รีบอร์น สึนะ ฮิบาริ โกคุเดะระ ยามาโมโตะ โคลม เคียวโกะ ยูกิ วองโกเล่ เอ็นมะ ฮาเร็ม โอโตเมะ

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 989

ความคิดเห็น : 10

ปรับปรุงล่าสุด : 21 ก.ค. 2561 12:09 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 19 ไม่อยากลืม
แบบอักษร

ตอนที่ 19 ไม่อยากลืม

ตุบ! พลั่ก! ตุบ! อัก!

“อ..โอ๊ย” น้ำเสียงแห่งความเจ็บปวดหลุดร้องออกมาเป็นจังหวะต่อเนื่อง บริเวณมุมปากของพวกเขาชุ่มไปด้วยเลือด ทั้งร่างกายเต็มไปด้วยรอยช้ำ ทั้งจากรอยช้ำเดิมที่ได้ยามาโมโตะและโกคุเดระ ผนวกกับรอยช้ำใหม่ที่เพิ่งได้รับอย่างสดๆร้อนๆ ความเจ็บปวดในตอนนี้ไม่อาจสาธยายออกมาเป็นคำพูดได้

“หึ นี่คือโทษของคนที่คิดจะเบี้ยวไงล่ะ” เสียงจากชายสวมเสื้อสเวตเตอร์สีแดง หมวกไหมพรมสีแดง กางเกงวอร์มสีแดง และรองเท้าผ้าใบสีแดง เขาคือ เรดร๊อก ซึ่งฉายานี้ก็ได้มาจากการแต่งตัวอันเป็นเอกลักษณ์ ในวงการนักเลงใต้ดินไม่มีใครไม่รู้จักเขา ในฐานะรองหัวหน้าแก๊ง

“ฉันพอแค่นี้แหละ ที่เหลือยกให้พวกแกละกัน” เรดร๊อกกล่าวก่อนจะใช้ไม้เบสบอลอาวุธคู่กายพาดคอกลับ พลางผิวปากอย่างสบายใจ คำพูดของเขาทำให้นักเลงวัยรุ่นทั้งสามคนขนหัวลุกทันที เพราะการที่เรดร๊อกยกพวกเขาให้ลูกน้องจัดการนั่นแสดงว่า พวกเขาอาจไม่เหลือรอดชีวิตเลยก็เป็นได้ คนพวกนี้ขึ้นชื่อเรื่องความป่าเถื่อน ซาดิสม์ ดีไม่ดีพวกเขาอาจตายทั้งเป็น

“เดี๋ยวก่อน!” เสียงเรียกของนักเลงวัยรุ่นผู้ถูกเรียกว่าเป็นลูกพี่ดังขึ้นยั้งฝีเท้าของเรดร๊อกและพวกสมุนที่กำลังอยากกระหายไว้

“น..นี่ไม่ใช่ความผิดของเรา ยัยนั่นเป็นคนขโมยเงินของพวกเขาไป” เขากล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ความกลัวในตอนนี้ทำให้เขายอมที่จะโกหกอะไรก็ได้เพื่อให้รอดพ้นสถานการณ์

“ยัยนั่น?” เรดร๊อกเลิกคิ้วหันกลับมามองเด็กวัยรุ่นทั้งสามคน

“ฮะ ฮะ ฮ่าๆๆๆ นี่พวกแกจะบอกว่าโดนผู้หญิงขโมยเงินงั้นเหรอ? กระจอกไปถึงไหนเนี่ย? ฮ่าๆๆๆ”

“ฉันไม่สนว่าใครขโมยเงินของพวกแกไป ฉันสนแค่ว่าพวกแกมีเงินมาให้ฉันได้มั้ย you know?” ไม้เบสบอลที่เดิมพาดอยู่ที่ต้นคอ ตอนนี้เปลี่ยนกลับมาจ่อคางของหัวหน้านักเลงหัดขับ

“อย่าทำอะไรลูกพี่เลยนะครับ เป็นฝีมือของยัยนั่นจริงๆ ยัยนั่นใช้ให้ไอ้โกคุเดระมาขโมยเงินของพวกเราไป พวกเราพยายามแล้ว แต่โดนเจ้านั่นจัดการมาจนสะบักสะบอมแบบนี้” คำพูดของลูกน้องอีกคนที่กำลังพูดไปร้องไห้ไปทำให้เรดร๊อกชะงักไปครู่หนึ่ง เพราะได้ยินชื่อของโกคุเดระ คนที่จัดการกลุ่มลูกน้องของเขาเมื่อไม่นานมานี้ โจทก์เก่าที่ยังแค้นฝังหุ่น

“ใช่ครับๆ ยัยนั่นไม่ธรรมดาเลยนะ เธอเป็นคนบงการนักเรียนทั้งโรงเรียนให้ต่อต้านฮิบาริ แถมยังประกาศว่าจะเป็นคนคุมอำนาจของเมืองนามิโมริเอง ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มนักเลงใต้ดิน หรือผู้มีอำนาจที่ไหนก็ไม่สน” คำโกหกที่แสนโอเว่อร์จากลูกน้องอีกคนหนึ่ง ซึ่งมันได้ผล ยิ่งเรียกความสนใจจากเรดร๊อกขึ้นไปอีก เมื่อเขาได้ยินว่าเธอคนนี้เป็นคนยุยงนักเรียนให้ต่อต้านฮิบาริ เพราะฮิบาริก็เป็นอีกคนหนึ่งที่ขวางมือขวางเท้าพวกเขา ศัตรูหลักที่จัดการไม่ได้ง่ายๆ     

“เอ๋? ชักน่าสนใจขึ้นมาแล้วสิ หึ” รอยยิ้มชั่วร้ายปรากฏบนใบหน้าของเรดร๊อก บ่งบอกถึงภัยอันตรายที่กำลังเข้าใกล้ตัวเอมิในอีกไม่ช้า



[ณ ห้องกรรมการคุมกฎ]

ฮิบาริในชุดกรรมการคุมกฎ ยังคงนั่งที่โต๊ะของเขาเหมือนเช่นทุกวัน หากแต่วันนี้มีบางอย่างที่ต่างออกไป สายตาคมเหลือบมองนาฬิกาแขวนผนังเป็นระยะๆ บางเวลาก็ลุกขึ้นมาเดินไปมารอบห้อง บางเวลาก็เหลือบมองไปยังโต๊ะของสาวน้อยที่เขาเรียกว่า สัตว์กินพืชเพศเมีย

ติก ติก ติก ติก! เข็มวิของนาฬิกา เดินผ่านเข็มสั้นวิสุดท้าย มันคือช่วงเวลาที่เขารอคอย รีบเดินไปริมหน้าต่างที่ติดกับโต๊ะทำงานของเขา เขาหันหลังให้กับประตู มือข้างหนึ่งล้วงกระเป๋ากางเกง สายตามองออกไปนอกหน้าต่าง ราวกับกำลังชมวิวทิวทัศน์ของโรงเรียน เพื่อกลบเกลื่อนการรอคอยการมาของใครบางคน แต่จนแล้วจนเล่า ก็ยังไม่ปรากฏคนที่เขาต้องการพบ จนเขาเริ่มหงุดหงิดและหันไปมองนาฬิกาอีกครั้ง ซึ่งนี่มันก็ผ่านมาตั้ง 10 นาทีแล้ว

ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! ไม่ทันที่ฮิบาริจะหงุดหงิดไปมากกว่านี้ เสียงเคาะประตูก็ทำให้ใจเขากระตุก รีบเก๊กท่ายืนเหมือนเดิม

“เธอมาสาย” เขากล่าวเสียงเรียบลึก ซึ่งเป็นเสียงที่ใช้กดดันเอมิเหมือนทุกที ก่อนจะหันไปใช้สายตาคมแผ่รังสีอัมหิตกดดันอีกรอบ ทว่า...

“ขอโทษครับคุณเคียว ผมน่าจะมาให้เร็วกว่านี้” นั่นกลับไม่ใช่นัตสึเมะ ยูกิ แต่เป็นคุซาคาเบะ เท็ตสึยะ ที่เข้ามาพร้อมลูกน้องทรงผมรีเจนท์อีกสองคน

“เอ้า! เร็วสิ! รีบยกออกไปเดี๋ยวนี้” คุซาคาเบะรีบสั่งให้ลูกน้องยกโต๊ะของเอมิออกไป เขาคิดว่าฮิบาริคงรู้สึกอึดอัดที่ต้องนั่งกับโต๊ะเปล่ามาตั้งแต่ตอนเช้าแล้ว แต่การกระทำดังกล่าวกลับสร้างความสงสัยให้กับฮิบาริ

“ยกไปไหน” ฮิบาริถามเสียงเรียบ นั่นทำให้คุซาคาเบะนึกขึ้นได้ว่าเขายังไม่ได้บอกเรื่องยูกิให้ฮิบาริรู้

“อ..เอ่อ ขอโทษที่ผมลืมบอกครับ! คือว่าคุณยูกิทำงานทั้งหมดเสร็จแล้วครับ! ผมตรวจและเอาไปส่งหมดแล้ว เพราะงั้นเธอจึงไม่ต้องมาทำงานที่นี่แล้ว ผมเลยจะมายกโต๊ะนี้ออกไป...” เมื่อได้ยินดังนั้นก็สร้างความประหลาดใจให้กับฮิบาริเป็นอย่างมาก

“หึ ทำงานสามเดือน เสร็จในสามวันงั้นเหรอ” ฮิบาริพึมพำกับตัวเอง

“อ..เอ่อ คุณเคียวว่าอะไรนะครับ?”

“ไม่มีอะไร ไม่ต้องยกออกไป”

“ค..ครับ แล้วนั่นคุณเคียว...”

“จ..จะไปไหน...” ไม่ทันที่คุซาคาเบะจะถามต่อ ฮิบาริเคียวยะก็เดินสวนออกจากห้องกรรมการคุมกฎอย่างรวดเร็ว



การมาของหัวหน้ากรรมการคุมกฎทำให้เหล่านักเรียนที่เดินป้วนเปี้ยนอยู่ระหว่างทางต้องรีบหลบเข้ามุมอย่างรวดเร็ว เสียงที่ดังเซ็งแซ่เมื่อครู่กลับเงียบกริบเหมือนอยู่ในป่าช้า เหลือเพียงแค่เสียงรองเท้าของฮิบาริที่กำลังก้าวเท่านั้น ปกติแล้วฮิบาริจะไม่มาเดินสำรวจโรงเรียนในเวลาพักกลางวัน เพราะเป็นช่วงเวลาที่เสียงดังและมีแต่คนสุมหัวกัน เพราะฉะนั้นการพบฮิบาริในเวลานี้จึงถือเป็นเรื่องน่าประหลาดใจของนักเรียนนามิโมริเป็นอย่างมาก

ฝีเท้าของฮิบาริจอดลงที่หน้าห้อง 2-A จังหวะเดียวกับที่พวกสึนะกำลังจะออกจากห้องเพื่อไปหาที่รับประทานอาหารกลางวัน

“หึ้ย! ค..คุณฮิบาริ!” สึนะสะดุ้งโหยงตกใจเมื่อเห็นฮิบาริ ที่ตอนนี้สีหน้าดูเหมือนว่ากำลังหงุดหงิดอยู่

“หลบไป แกจะมาหาเรื่องอะไรรุ่นที่สิบฮะ?” โกคุเดระรีบเข้ามาขวางสึนะจากฮิบาริไว้

“นัตสึเมะ ยูกิ อยู่ไหน” ฮิบาริไม่ได้สนใจสิ่งมีชีวิตที่เขาเรียกว่าแมลง แต่กลับถามหาเป้าหมายของเขาด้วยน้ำเสียงเรียบแบบที่พูดประจำ

คำถามของฮิบาริทำให้ทั้งสึนะ โกคุเดระ และยามาโมโตะ สีหน้าเปลี่ยนไป แววตาตกใจของสึนะเมื่อครู่แปรเปลี่ยนมาเป็นแววตาที่เต็มไปด้วยความเป็นกังวล

“นัตสึเมะจังขาดเรียนน่ะ ไม่รู้เป็นอะไรรึเปล่า” ยามาโมโตะ

“นั่นสิ แล้ววันนี้ก็มีสอบด้วย ทั้งๆที่เป็นคนติวให้พวกเราแท้ๆ” สึนะพูดเสียงอ่อนลง ส่วนโกคุเดระก็ขมวดคิ้วสีหน้ากังวลไม่แพ้กัน

“หึ” ฮิบาริไม่ได้กล่าวอะไรต่อ หันหลังแล้วเดินกลับไป แต่ในใจกลับไม่สงบเอาเสียเลย



[คุซาคาเบะ says]

 วันนี้เป็นวันที่สามแล้วที่คุณยูกิไม่มาโรงเรียน  ผมเองก็กังวลเหมือนกันว่าคุณยูกิจะเป็นอะไรรึเปล่า ผมตามไปบ้านคุณยูกิเมื่อวันแรก ก็แอบเห็นคุณโกคุเดระไปกดกริ่งเรียกคุณยูกิ แต่ก็ไร้วี่แววเสียงตอบรับของเธอ ส่วนเมื่อวานก็เช่นกัน คุณโกคุเดระทั้งกดกริ่ง ทั้งไปตะโกนเรียก แต่ก็ไร้การตอบรับของเธอเหมือนเช่นเคย ดูเหมือนว่าวันนี้ทุกคนจะพากันยกโขยงไปที่บ้านของคุณยูกิอีกครั้ง พอเห็นแบบนี้มันเลยทำให้ผมนึกถึงคำพูดสุดท้ายที่เธอเคยบอกผมว่าเธอจะไม่อยู่ที่นี่แล้ว หวังว่าคุณยูกิคงจะไม่ได้ไปไหนจริงๆหรอกนะ อย่าเป็นอะไรไปเลยนะครับคุณยูกิ...

เพราะถ้าเป็นอย่างนั้นจริง คนที่ดูจะเป็นอะไรมากที่สุดตอนนี้คงไม่พ้นคุณเคียวของผมนี่แหละ

ในช่วงสองสามวันที่คุณยูกิไม่อยู่นี้ สภาพบรรยากาศในห้องกรรมการคุมกฎมันดูน่ากลัวขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก ต้นเหตุก็มาจากคุณเคียวนี่แหละ เขาอารมณ์ยุ่งอยู่ตลอดเวลา ในตอนเช้าผมแอบสังเกตเห็นเขายืนมองนักเรียนเดินเข้าโรงเรียนผ่านทางหน้าต่างจนกระทั่งประตูปิด ผมรับใช้ตระกูลฮิบาริมาตั้งแต่คุณเคียวยังเด็ก เพราะงั้นมีหรือที่ผมจะไม่รู้ว่าคุณเคียวคิดอะไร เพราะเขาไม่เห็นคุณยูกิมาโรงเรียน นั่นมันเลยทำให้หงุดหงิดอยู่แบบนี้ไงครับ

แต่มีเหรอที่คนอย่างคุณเคียวจะยอมอยู่เฉยๆ ดูจากออร่าความน่ากลัวแล้ว ผมคิดว่าคงไม่พ้นวันนี้หรอกครับ เฮ้อ...




[ณ บ้านนัตสึเมะ]

“ยัยเลือดกำเดา ฉันรู้นะว่าเธออยู่ข้างบนนั้นน่ะ ออกมาเดี๋ยวนี้นะยัยบ้า!” โกคุเดระ

“ยูกิจังคะ เป็นอะไรรึเปล่าคะ ฮารุ เคียวโกะจัง โคลมจัง แล้วก็พวกคุณสึนะ ทุกคนเป็นห่วงยูกิจังนะคะ ตอบพวกเราหน่อยเถอะค่ะ อย่าหายไปแบบนี้สิคะ”ฮารุ

“ยูกิจังเป็นแบบนี้ ในฐานะพี่ชายแล้ว เป็นห่วงสุดขั้วเลยล่ะ ถ้าเธอไม่ลงมาฉันจะขึ้นไปหาเอง” เรียวเฮพูดพร้อมก้าวเท้าเดินเข้าไปในบ้านยูกิ แต่ถูกสึนะดึงไว้ซะก่อน

“ด..เดี๋ยวสิครับคุณพี่! บุกเข้าบ้านคนอื่นแบบนี้ไม่ได้นะครับ!” สึนะ

“จริงด้วยค่ะพี่ชาย เสียมารยาทนะคะ” เคียวโกะ

“ถ้ารู้ตัวว่าเสียมารยาท ก็ควรไปได้ตั้งนานแล้ว ไม่ใช่มาตะโกนโหวกเหวกโวยวายหน้าบ้านคนอื่นแบบนี้” เสียงเปิดประตูพร้อมกับเสียงพูดดุเข้มตามออกมาจากหญิงสาวหุ่นเป๊ะหน้าสวยวัยสามสิบปี เธอคือเจ้าของบ้าน ฟุคุดะ ไอโกะ สีหน้าของเธอตอนนี้ดุอย่างกับยักษ์ บ่งบอกถึงความไม่พอใจที่พวกสึนะมาเกาะกลุ่มอยู่หน้าบ้านของเธอ รังสีของเธอกดดันทุกคนได้ดี จนพวกเขาคิดในใจพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย

‘ผู้หญิงคนนี้น่ากลัว ><’

“ขอโทษที่สร้างความวุ่นวายครับ ผมชื่อยามาโมโตะ ทาเคชิ ส่วนทุกคนที่นี่ก็เป็นเพื่อนของนัตสึเมะจังครับ พวกเราเห็นว่านัตสึเมะจังขาดเรียนมาสามวันแล้ว ก็เลยเป็นห่วงน่ะครับ” คำพูดของยามาโมโตะกู้สถานการณ์กลับคืนมาได้ หลังจากที่คนอื่นๆกำลังตกอยู่ในภาวะตึงเครียดไปชั่วขณะ

“เธอไม่สบายนิดหน่อย แต่พรุ่งนี้จะกลับไปเรียนแล้วล่ะ” ไอโกะพูดพร้อมกวาดสายตามองทุกคนอย่างเพ่งพินิจ ก่อนจะสะดุดใจเข้ากับแหวนวองโกเล่ที่ติดตัวทุกคนอยู่ รวมถึงสาวน้อยธาตุหมอกผู้ใช้มายาซึ่งไม่ได้ถือครองแหวนวองโกเล่อยู่ตอนนี้ด้วย

“คราวหน้าอย่าคิดย่างเท้าเข้ามาในเขตบ้านคนอื่นโดยไม่ขออนุญาตอีก” ประโยคนี้เธอจงใจมองไปที่โคลม จนร่างบางต้องหลบสายตาหนี แต่มันทำให้โกคุเดระก็อารมณ์ขึ้นอย่างกะทันหันจนสึนะยามาโมโตะเห็นท่าไม่ดีจึงรีบห้ามเอาไว้ และพากันขอตัวกลับโดยเร็ว

“เกือบไปแล้ว...” เสียงถอนหายใจตามหลังของหญิงเจ้าของบ้าน


‘ผู้ใช้สายหมอก กับ วองโกเล่ งั้นเหรอ ชักจะวุ่นวายแล้วสิ ทำไมถึงต้องเป็นที่นี่นะ ยูกิจัง’





[ด้านเอมิ]

ปึก! ดึ่ง!...ปึก! ดึ่ง!...ปึก! ดึ่ง!

นี่มันวันที่เท่าไหร่แล้วนะที่ฉันนั่งเขี่ยตุ๊กตาล้มลุกอยู่ในห้องนอนแบบนี้ น่าอิจฉาเจ้าตุ๊กตาลุ้มลุกตัวนี้จังนะ เพราะไม่ว่ามันล้มกี่ครั้งมันก็ลุกได้ ต่างจากฉันตอนนี้อย่างสิ้นเชิงเลย

ฉันน่ะ...ไม่ได้ไปเกิดจริงๆด้วย

ฉันไม่รู้จะทำอย่างไรต่อดี ฉันน่าจะคิดได้อยู่แล้วว่ามันเป็นแค่ตำนาน ฉันไม่ควรจะเชื่ออยู่แล้ว แต่ถึงอย่างนั้นฉันก็เชื่อสนิทใจ เพราะในใจลึกๆของฉันมันคงอยากให้เรื่องนี้เป็นแค่ความฝันอยู่ อย่างน้อยถ้าฉันได้ไปเกิด ฉันจะไม่ต้องทนคิดถึง พ่อ แม่ ทาโร่ อลิสเบต ฉันจะลืมทุกคน ไม่ต้องมาทนทุกข์ทรมานอยู่แบบนี้ ถึงที่นี่จะเป็นโลกรีบอร์นก็เถอะ แต่ฉันไม่ต้องการแบบนี้หนิ!

“ยัยเลือดกำเดา!”

“ยูกิจัง!”

“นัตสึเมะจัง!”

พอสักที! เลิกเรียกฉันสักที! >< ฉันไม่อยากได้ยินเสียงใครอีกแล้ว! ฮือออ...พอได้แล้ว...




แกร็ก! เสียงลูกบิดประตูดัง ตามมาด้วยแสงสว่างลอดเข้ามาในห้องนอนที่มืดมิด ขาเรียวก้าวมายืนใกล้สาวน้อยที่กำลังกอดเข่าร้องไห้อยู่ ตาคมก้มมองดูเธออย่างเวทนา

“จะอยู่สภาพนี้ไปจนถึงเมื่อไหร่” ไอโกะพูดกับสาวน้อย แต่ไร้คำตอบใดๆ มีแค่เสียงร่ำไห้ตอบกลับมาเท่านั้น เห็นสภาพนี้ไอโกะก็ได้แต่ถอนหายใจ

“พวกเพื่อนๆเธอมาหา เอาโน้ตกับการบ้านมาให้ แล้วพรุ่งนี้เธอก็ไปโรงเรียนได้แล้ว ฉันไม่อยากให้ใครมาบุกรุกบ้านไปมากกว่านี้” ไอโกะพูดพร้อมกับโยนโน้ตไว้บนเตียงก่อนหันหลังกลับ

“ฉันไม่ไป! ฉันไม่อยากทำอะไรทั้งนั้น! ฉันคิดถึงพ่อ แม่ ทาโร่ อลิสเบต ทำไมฉันถึงไม่ไปเกิด! ฉันไม่อยากอยู่โดยไม่มีทุกคนแบบนี้ อยากลืมๆมันไปให้หมด!”

เพี้ยะ!

“หยุดพูดว่าอยากจะลืมสักที!”

“เธอคิดว่าพ่อแม่ของเธอจะดีใจงั้นเหรอที่เธอพูดว่าอยากจะลืมพวกเขาไปให้หมด” ไอโกะจับใหล่เอมิประคองขึ้นมาให้สบตาเธอ น้ำตาของเอมิไหลริน ไม่ใช่ด้วยความเจ็บจากการโดนตบ แต่เจ็บเพราะคำพูดนั้น

“ตั้งสติและมองฉันให้ดี ฉันเข้าใจความรู้สึกของเธอ ชีวิตเราในบางครั้งมันก็เจอกับเรื่องเจ็บปวดจนอยากจะลืมทุกอย่างไป บางครั้งมันก็ทรมานจนไม่อยากอยู่บนโลกนี้แล้ว แต่ถึงจะเจ็บปวดแค่ไหน...แต่เธอน่ะ! อยากลืมจริงๆเหรอ! ช่วงเวลาที่มีความสุขกับทุกคนน่ะ!” สิ้นคำพูดของไอโกะ นั่นทำให้เอมิคิดได้ถึงเรื่องราวความสุขที่ได้มีครอบครัวอยู่ รอยยิ้มและเสียงหัวเราะของทุกคน ภาพเหตุการณ์ต่างๆ ความสุขหรือแม้แต่ความทุกข์ในวันวานเธอก็ไม่อยากลืมมันเลย

“ฮือ...ไม่ ฉันไม่อยากลืม ฮือ” ไอโกะประคองสาวน้อยมากอดเอาไว้

“ฉันคิดถึงทุกคน ฉันไม่เหลือใครอีกแล้ว ฮือ...”เด็กสาวในอ้อมกอดร้องไห้อย่างน่าสงสาร ไอโกะเข้าใจความรู้สึกของเอมิทุกอย่าง พลางนึกถึงเรื่องราวในอดีต เธอรู้ดีว่าตอนนี้เอมิคงรู้สึกไม่ต่างจากเธอในตอนนั้น ความโดดเดี่ยวและสิ้นหวัง ความรู้สึกเหมือนอยู่คนเดียวบนโลก

“ฉันก็ไม่เหลือใครเหมือนกัน...”


‘ไม่เป็นไรนะ ฉันจะดูแลเธอเอง’


แม้จะเป็นคำกล่าวในใจที่ไม่ได้พูดออกไป แต่เอมิก็สัมผัสทุกอย่างได้ผ่านอ้อมกอดนั้น นี่เป็นครั้งแรกในโลกรีบอร์นที่เธอรู้สึกได้รับความอบอุ่นจากครอบครัวกลับคืนมา...

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น