อ้วนพี/หมึกสีนิล

ฝากติดตามกันด้วยนะคร้าบบบบบบ *0* สามารถทราบความเลื่อนไหวได้ที่เพจเน้อออ เพจ: อ้วนพี/หมึกสีนิล

ชื่อตอน : ตอนที่ 4.หึง!

คำค้น : ชีค, ทะเลทราย, โรแมนติกคอมมาดี้,อ้วนพี

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 1k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 19 ก.ค. 2561 22:03 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 4.หึง!
แบบอักษร

ตอนที่ 4.หึง!

หลับจากอาบน้ำจนสบายตัว และแต่งกายเรียบร้อยแล้วล้มตัวนอนบนที่นอนกว้างเธอก็หลับเป็นตาย โดยไม่รู้เลยว่าตอนนี้แทนไทลูกพี่ลูกน้องของเธอและลีออนผู้ช่วยราชเลขาส่วนพระองค์กำลังถูกกษัตริย์แห่งอัลบาฮาสอบสวนเรื่องที่เธอคิดจะทำ องค์รามินถึงกับยิ้มเหี้ยมทันทีที่ฟังจบ ไม่มีใครออกความคิดเห็นหรือพูดอะไรออกมาสักคำ โดยเฉพาะสองหนุ่มที่ถูกเค้นความ พวกเขาถึงกับมองหน้ากันแล้วกลืนน้ำลายด้วยความหนืดคอ

“ถ้าอยากหนีนัก เดี๋ยวพี่จัดให้โรสเอง คราวนี้โรสจะได้รู้ ว่าการหนีพี่มันไม่ใช่ความคิดที่ดีสักนิดเดียว” แล้วสองหนุ่มก็สะดุ้งโหยงเมื่อพระเนตรคมกริบตวัดมองกลับมา แต่ทว่ามันแฝงไว้ด้วยความเจ้าเล่ห์และอันตราย!

โรสรินตื่นขึ้นเมื่อท้องน้อยๆ ของเธอเริ่มร้องประท้วงด้วยความหิว เจ้าตัวยันตัวลุกขึ้นนั่งแล้วบิดตัวไปมาเพื่อคลายความเมื่อยล้า ก่อนจะสะดุ้งโหยงเมื่อเห็นว่าใครนั่งอยู่ข้างๆ เธอบนที่นอน

“พี่ราม!” เธอเอามือทาบอกอย่างตกใจ ไม่ทันสังเกตสังนิดว่ากษัตริย์หนุ่มกึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียง แล้วเมื่อกี้ไม่รู้ว่าเธอทำเรื่องเปิ่นๆ น่าอายอะไรลงไปบ้าง แล้วเผลอนอนกรนไปหรือเปล่าก็ไม่รู้ (ร้อง)

“ตื่นแล้วหรือคะ” องค์รามินทรงแย้มรอยยิ้มพร้อมกับวางหนังสือที่ทรงเอามาอ่านรอคนขี้เซ้าตื่นไว้บนโต๊ะลิ้นชักข้างเตียงใหญ่ โรสรินยิ้มเจื่อนๆ

“ค่ะ”

“ก่อนไปทานข้าวพี่ขอดูเท้าโรสก่อนนะคะ ว่าเป็นยังไงบ้าง” รามินเอื้อมมือหนาเลิกผ้าห่มออกแล้วเคลื่อนตัวไปดูเท้าของคนตัวเล็ก นัยน์ตาคมกวาดมองทั่วเท้าเล็ก หญิงสาวเองก็โน้มตัวไปดูสภาพเท้าของตนเช่นกัน “ยังบวมอยู่เลยนะคะ แต่ไม่มากเท่าเมื่อเช้า” เขาว่าพลางเงยหน้าขึ้นมาหา โรสรินถึงกับผงะเพราะองค์กษัตริย์หนุ่มหันมาโดยเธอไม่ทันตั้งตัว ก่อนจะรีบปรับตัวให้เป็นปกติ “ตอนเดินยังรู้สึกเจ็บเท้าอยู่มั้ยคะ”

“นิดหน่อยน่ะค่ะ” โรสรินพูดตอบอ้อมแอ้มหลบสายตาคนตัวโตวูบ รามินคลี่ยิ้มที่มุมปากเล็กๆ ก่อนจะกวาดแขนแกร่งช้อนร่างบางขึ้น โรสรินร้องเสียงหลงเพราะโดนอุ้มไม่ทันตั้งตัวแล้วรีบโผเอาแขนคล้องคอคนตัวโตเพราะกลัวตก ก่อนจะถลึงตาใส่ โวยวาย เอามือทาบอกรู้สึกถึงหัวใจที่เต้นรัวไม่หาย “เล่นอะไรของพี่รามค่ะ ถ้าโรสตกลงไปจะทำยังไง”

“พี่ไม่ให้โรสตกลงไปหรอกค่ะ” ว่าแล้วก็เอาปลายจมูกถูกไปมาที่จมูกของคนตัวเล็กในอ้อมแขนคล้ายหยอกเย้า โรสรินหดคอวูบ ทำสีหน้าไม่ชอบใจอยู่ดีที่โดนแกล้งแบบนี้ แล้วพอเธอหันหน้าหนีคนตัวโตก็ฉวยโอกาศขโมยหอมเธอไปฟอดใหญ่

“พี่ราม!” โรสรินค้อนตาคว่ำ หน้าหักยิ่งกว่าปลาทูเข้งในตลาดสด เธอล่ะไม่เข้าใจว่าทำไมกษัตริย์พระองค์นี้ชอบตอดเล็กตอดน้อยเธออยู่เรื่อย ของขาดขนาดนั้นเลยหรือไงนะ ทั้งๆ ที่พระองค์ก็มีพระสนมตั้งหลายโหล!

“ชื่นใจจริงๆ เลยค่ะ” รามินยังไม่สะทกสะท้าน โรสรินยังไม่รู้นิสัยแท้จริงของเขาดีว่าเป็นคนหน้าด้านหน้าทนขนาดไหน ยิ่งกว่าคอนกรีตเสริมเหล็กเส้นอย่างหนาซะอีก แต่ก็เป็นกับหญิงสาวคนเดียว “อีกอย่างพี่จะบอกโรสว่า อยู่กับพี่แล้วโรสไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้นค่ะ เพราะไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น พี่จะปกป้องโรสเอง” นัยน์ตาคมเชื่อมปรอยยามมองหญิงสาวเพียงหนึ่งเดียวในใจ และเขาอยากให้คนตัวเล็กคนนี้ได้รับรู้ความรู้สึกของเขาด้วย แต่คงสื่อไปไม่ถึงใจ (ลึกๆ) ของโรสรินเท่าไหร่ เพราะหญิงสาวทำลายบรรยากาศโรแมนติกที่เขาเพียรสร้างขึ้นอย่างไม่มีชิ้นดี

“คิดว่าตัวเองเป็นพระเอกละครอยู่หรือไงคะ” โรสรินทำหน้าเคร่ง ถอนหายใจเฮือกใหญ่ “รู้มั้ย ว่าไอ้พระเอกที่พูดแบบนี้ตายก่อนทุกคนเลยค่ะ แล้วจากนั้นพระรองก็จะขึ้นมาเป็นพระเอกแทน ไม่ต้องพูดเลี่ยนๆ หลบกระสุนได้ตั้งแต่ยันจบ นางก็กรี๊ดสลบแล้วล่ะค่ะ” รามินอ้าปากเล็กๆ ถึงกับไปไม่เป็น “โรสว่า เราสองคนทานอาหารกันเถอะนะคะ โรสหิวแล้ว” โรสรินทำตาปริบๆ อย่างน่าสงสาร รามินถอนหายใจก่อนจะทำตามคนตัวเล็ก แต่หารู้ไม่ว่าได้เกิดรอยยิ้มขึ้นเล็กน้อยของคนที่ชอบทำลายบรรยากาศ…


“หนูโรส!” เจ้าของชื่อยืนตัวแข็งเป็นหินทันทีที่มีผู้หญิงสูงวัยคนหนึ่งลุกจากเก้าอี้แล้วปรี่เข้ามากอดเธอ รามินแย้มรอยยิ้มเอ็นดูเมื่อเห็นอาการตื่นๆ ของโรสริน ก่อนที่เขาจะค้อมศีรษะเล็กน้อยเป็นการทำความเคารพสองบุคคลตรงหน้า ชายหญิงที่ล่วงเลยวัยกลางคนไปสองสามปีคืออดีตพระราชินีไอรดา พระมารดาและอดีตพระราชาเรย์ดิส พระบิดาของเขานั่นเอง “ในที่สุดก็ได้เจอเสียที” ร่างท้วมของอดีตพระราชินีไอรดาผละออกจากร่างบางหลังจากกอดจนหนำใจ ทั่วทั้งใบหน้ายังเต็มไปด้วยความดีใจ โรสริสถึงกับทำตัวไม่ถูก สมองทำงานช้าอย่างน่าตบ

“ถะ… ถวายบังคมเพคะพระชนนี พระชนก” โรสรินถอนสายบัวด้วยความสวยงามเมื่อเธอเห็นว่าไม่ได้มีแค่อดีตราชินีพระองค์เดียวแต่มีอดีตองค์กษัตริย์เรย์ดิสอยู่ในห้องเสวยด้วย อดีตพระราชาทรงแย้มโอษฐ์เป็นรอยยิ้มเล็กๆ ให้ด้วยความเอ็นดู

“ไม่ต้องมากพิธีหรอกจ้ะ แล้วก็พูดกันธรรมดาเถอะ แม่ชอบแบบนั้นมากกว่า” อดีตพระราชินีไอรดาว่า ยิ้มน้อยๆ ด้วยอารมณ์สดใส โรสรินยิ้มอ่อน แต่ในใจกำลังกรีดร้องเต็มที่ ว่าทั้งสองพระองค์เสด็จมาในวันนี้ต้องไม่พ้นเรื่องของเธอและองค์รามินอย่างแน่นอน โอ๊ย! ให้ตายเถอะ ไม่คิดว่าอีตาคิงหื่นหลบในนี่จะให้พ่อแม่มาคุยเร็วขนาดนี้ สั่งเมื่อวานวันนี้ได้ เยี่ยมจริงๆ!

“ค่ะ”

“แล้วเท้าหายดีหรือยังจ๊ะ พี่เค้าเล่าให้แม่ฟังหมดแล้ว แม่ชอบนะกับสิ่งที่หนูทำ แต่หนูก็ควรระวังตัวไว้ด้วยนะลูก ยังไงซะเราก็เป็นผู้หญิง” ไอรดาพูดด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง พลางช่วยพยุงหญิงสาวมาที่เก้าอี้โดยมีพระโอรสของพระนางคอยช่วยพยุงอีกแรงหนึ่ง โรสรินแทบจะไม่ต้องใช้ไม้เท้าเลย นี่ถ้าอุ้มเธอได้คงทำกันไปแล้วสองแม่ลูกคู่นี้

“ขอบคุณค่ะคุณแม่ พี่ราม” เธอเอ่ยขอบคุณพลางยิ้มให้บางๆ ก่อนที่ทั้งสองจะไปนั่ง โดยที่ไอรดานั่งข้างกับพระสวามี รามินนั่งข้างหญิงสาว “และขอบคุณนะคะคุณแม่ที่เป็นห่วง”

“ไม่เป็นไรหรอกจ้ะ อีกหน่อยเราก็จะมาเป็นครอบครัวเดียวกันแล้วนี่”

“แค่กๆ” โรสรินถึงกับสำลักน้ำลายตัวเอง อดีตราชินีถึงกับตกใจกับอาการของว่าที่ลูกสะใภ้ แล้วรีบให้พระโอรสหยิบน้ำให้โรสรินดื่ม องค์รามินถึงกับกลั้นยิ้มกับท่าทางเป็นห่วงโรสรินของพระมารดาที่ดูเวอร์วังพร้อมกับดูแลคนตัวเล็กตามที่พระมารดาสั่ง

“ท่านแม่ พูดแบบนี้น้องก็ตกใจหมดสิครับ” โรสรินแอบส่งค้อนให้คนพูด ก็ไม่ใช่เพราะเขาหรือไงที่ให้พ่อแม่มาถึงนี่แล้วมาพูดเรื่องนี้กับเธอ!

“ก็เรื่องจริงนี่ลูก”

“น้องหญิงก็แซวหนูโรสเกินไป ดูสิตกใจจนหน้าแดงหมดแล้ว” อดีตกษัตริย์เรย์ดิสพูดสำทับเข้าไปอีก โรสรินล่ะอยากจะหายไปจากตรงนี้ ครอบครัวนี้รุมกันแกล้งเธอ! “อีกอย่างเราต้องรอให้เชนเดินทางมาถึงก่อน แล้วค่อยคุยเรื่องนี้กัน” ทรงว่า โรสรินถึงกับเหวอแรงอีกดอก นี่อย่าบอกนะว่าพ่อเธอกำลังมาที่นี่! องค์รามินจัดใหญ่จริงๆ ไม่ถามอะไรเธอบ้างหรือไง แต่ก็เอาเถอะ ยังไงซะเธอก็ไม่แต่งงานกับเขาอยู่ดี ตอนนี้อยากทำอะไรก็ตามใจกันไปก่อน “ตอนนี้พ่อว่า เรามาทานข้าวกันดีกว่านะ” แล้วทั้งหมดก็เริ่มทานอาหารเช้าโดยที่อดีตองค์ราชินีไม่วายพูดการจัดงานแต่งของลูกชายคนโตไปด้วย


“แทนไท!!” โรสรินหาจังหวะออกมาโทรหาแทนไททันทีด้วยความร้อนใจสุดขีด โดยเดินออกมาไกลจากครอบครัวนั้นให้มากที่สุดถึงแม้ว่าจะใช้ไม้เท้าลากสังขารตัวเองออกมาด้วยความยากลำบากก็ตาม วันนี้เธอต้องการรู้แผนการที่เธอให้แทนไทและลีออนไปคิดมาทั้งหมดก่อนที่เธอจะบ้าตาย จะถามลีออนก่อนก็ไม่ได้เพราะหมอนี่ไม่อยู่ให้ถาม ได้ข่าวจากพวกนางกำนัลว่าลีออนถูกส่งไปทำงานแทนพระองค์ต่างรัฐ อีกหลายวันกว่าจะกลับ

“ครับเจ๊” แทนไทพยายามทำน้ำเสียงให้เป็นปกติมากที่สุด ไม่ให้เจ๊เขาจับได้ว่าไปคายความลับอะไรมากับองค์รามินมาเมื่อวาน ไม่อย่างนั้นบริษัทเขาบึ้มแน่นอน

“ฉันต้องการรู้แผนการหนีงานแต่ง แกคิดไว้หรือยัง” ถึงแทนไทยังไม่คิดเธอก็มีแผนสำรองไว้กับตัวเอง แต่นั่นมันต้องฉุกเฉินจริงๆ มันเป็นแผนการสุดโต่งถ้าไม่บ้าระห่ำจริงๆ ก็ทำไมได้

“คิดไว้แล้วเจ๊ แต่น้ำเสียงเจ๊รนๆ แบบนี้ อย่าบอกนะว่าองค์รามินจะแต่งกับเจ๊พรุ่งนี้เลย”

“เปล่า! แต่ว่าเขาให้พ่อแม่ตัวเองมาคุยเรื่องนี้กับฉัน แถมยังให้คุณพ่อบินมาคุยถึงที่นี่อีก เขาทำใหญ่และปังมากจนฉันตั้งตัวไม่ทัน!” แทนไทถึงกับหัวเราะ ก่อนจะปิดปากฉับเมื่อเจ๊แว้ดใส่เข้ามา “มันน่าหัวเราะตรงไหนกันยะ!”

“โทษทีเจ๊ เอาเป็นว่าแผนการหนีว่าที่สามีเจ๊ผมคิดไว้อย่างดีแล้ว เจ๊ไม่ต้องห่วง” ไม่ต้องห่วงเลยล่ะเพราะว่า ว่าที่สามีเจ๊เป็นคนคิดแผนให้ทั้งหมดเลย

“เล่ามาสิ” แล้วแทนไทก็เล่าแผนการทั้งหมดให้ฟัง รอยยิ้มของโรสรินค่อยๆ แย้มขึ้นด้วยความชอบใจ ก่อนจะปิดท้ายด้วยการตบต้นขาตัวเองฉาดใหญ่พร้อมยิ้มกว้างราวกับคนบ้า “ขอบใจมากนะแทน แล้วฉันจะตอบแทนนายอย่างดีเลย”

“ไม่ต้องหรอกเจ๊ ผมอยากให้เจ๊มีความสุขนะ” แทนไทพูดความหมายเป็นนัย แต่โรสรินไม่เอะใจสักนิด ทั้งคู่คุยกันอีกนิดหน่อยก่อนที่จะวางสายไป โรสรินถึงกับยิ้มกริ่มเมื่อนึกถึงแผนการที่แทนไทวางเอาไว้ให้

“จ๊ะเอ๋!”

“ว๊าย!!” โรสรินที่กำลังอยู่ในจิตนาการแผนการหนีงานแต่งถึงกับสะดุ้งและร้องสุดตัวเมื่อมีคนมาเล่นพิเรนทร์ใส่ ด้วยความตกใจจะเอาไม้ค้ำฟาดแค่ทว่าน้ำเสียงขี้เล่นที่ดังขึ้นหยุดการหนองเลือดเอาไว้ได้เสียก่อน

“เจอหน้ากันไม่ทันไร จะทำร้ายกันแล้วเหรอโรส”

“รอมมี่!” โรสรินมีสีหน้าประหลาดใจเป็นอย่างมากที่เห็นเขาที่นี่ ผู้ชายคนนี้คือเจ้าชายรอมอิล ฮัดซา อัลบาฮา พระอนุชาในองค์กษัตริย์องค์ปัจจุบัน ผู้ชายที่เธอสนิทสมัยเด็กๆ และเรียกรอมมี่จนชินปาก ก่อนจะห่างหายกันไปเมื่อโตขึ้นและมีเส้นทางเป็นของตัวเอง ถึงแม้จะไม่ได้เจอกันนานหรือติดต่อกันเลยแต่เธอก็จำผู้ชายอารมณ์ดีคนนี้ได้

“คิดถึงเธอจัง” รอมอิลว่าก่อนจะเข้าไปกอดหลวมๆ ด้วยความคิดถึงผู้หญิงตรงหน้าจริงๆ ก่อนจะผละออกมาแล้วยิ้มกว้าง เพราะนอกจากที่เขาจะได้กอดหญิงสาวที่เป็นเพื่อนแล้ว ยังได้แกล้งใครบางคนได้อีกด้วย

“โรสก็คิดถึง” เธอว่า โดยไม่รู้เลยว่าน้ำเสียงและท่าทางของเธอกำลังทำให้ใครบางคนที่แอบดูอยู่ถึงจุดเดือด “ไหนอีตานั่น เอ่อ... ฉันหมายถึงพี่รามน่ะ บอกว่านายไปทำธุรกิจที่มิลาน อีกหลายเดือนกว่าจะกลับไม่ใช่เหรอ” เธอถามเรื่องน้องชายของเขาเมื่อคืน เพราะเห็นว่าไม่เจอเพื่อนเก่าอยู่ในวัง และถึงกับคิ้วขมวดคิ้วเล็กๆ เพราะได้ยินน้ำเสียงออกแข็งๆ คล้ายไม่พอใจจากคนถูกถาม แต่เธอก็ละไป คิดเอาเองว่าอาจจะคิดมาก

“ใช่ แต่พอดีได้ข่าวจากท่านพ่อท่านแม่มาว่าที่พี่สะใภ้มา เลยหนีงานมาหา ฮ่าๆ” เจ้าชายรอมอิลขยิบตาให้อย่างขี้เล่น โรสรินย่นจมูก ทำหน้าเฝื่อนๆ เมื่อได้ยินคำนี้ เธอล่ะอยากจะเขวี้ยงมันไปให้ไกล ให้หลุดวงโคจรโลกเลยยิ่งดี “แล้วนี่เท้าไปโดนอะไรมา” เจ้าชายหนุ่มแสร้งถามด้วยความสงสัย โรสรินหัวเราะแห้งๆ

“เรื่องมันยาว” เจ้าชายรอมอิลถึงกับกลั้นยิ้มมองหญิงสาวหน้าที่จะกลายมาเป็นพี่สะใภ้เขาในไม่ช้าด้วยแววตาระริกระคนขบขัน ไม่ใช่ว่าเขาไม่รู้เรื่องที่เกิดขึ้น รู้ทุกอย่างรวมไปถึงแผนการที่ท่านพี่เขาเป็นคนวางแผนพาว่าที่พี่สะใภ้ให้มาที่นี่ด้วย ถามว่ารู้ได้ยังไงน่ะเหรอก็… ลีออน ผู้ช่วยท่านราชเลขาส่วนพระองค์ สายสืบคนสำคัญของเขาไง “แล้วนี่เข้าไปหาพ่อแม่นายยัง”

“ยังเลย เพิ่งมาถึงเมื่อกี้เอง เห็นคนสวยยืนอยู่ตรงนี้เลยมาหาก่อน”

“โอ๊ย! ป้าตัวลอยแล้วหลานเอ๊ย ฮ่าๆๆๆ” โรสรินหัวเราะตาหยี “ไปหาท่านทั้งสองกัน ท่านอยู่ที่ห้องนั่งเล่นน่ะ ไปมั้ย ฉันพาไป” คำพูดที่พูดราวกับเป็นบ้านของตัวเองทำให้รอมอิลยิ้มขัน เหลือบไปมองใครบางคนที่ยังแอบอยู่หลังเสา แผ่รังสีอำมหิตแทบจะรัดตัวเขาตาย แต่คนที่เป็นต้นเหตุก็ยังไม่รู้ตัว

“อ้าวรอม นายเองเหรอ มาตั้งแต่เมื่อไหร่” น้ำเสียงเย็นเยียบยิ่งกว่าน้ำแข็งนั่นดังขึ้นทันทีพร้อมกับร่างหนาที่ก้าวพรวดๆ เข้ามาจับแขนโรสรินก่อนที่มือหนาของรอมอิลจะเข้ามาช่วยประคองคนเท้าเจ็บ นัยน์ตาเข้มตวัดมองน้องชายด้วยความไม่พอใจถึงแม้ว่าใบหน้านั้นจะเรียบเฉยก็ตาม รอมอิลหัวเราะน้อยๆ แล้วยกมือขึ้นเสมอหัวไหล่ ว่าเขาไม่แตะก็ได้ ก่อนจะเอามือล่วงกระเป๋ากางเกง แหม... พี่ชายเราขี้หึงไม่เบานะเนี่ย

“สวัสดีครับท่านพี่ ผมเพิ่งมาถึงน่ะ เห็นว่าที่พี่สะใภ้เลยเข้ามาทักทาย” รอมอิลว่าด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะเมื่อเห็นสายตาของพี่ชายถลึงใส่อย่างดุๆ

“ทักทายกันเสร็จแล้วใช่มั้ย งั้นก็เข้าไปหาท่านพ่อท่านแม่ได้แล้ว พวกท่านรอนายอยู่” รามินได้ทีก็รีบไล่ ก้าง ออกไปให้ห่างๆ แม่กุหลาบหอมของเขา เขาไม่ชอบให้ใครมาวุ่นวายกับโรสรินแม้ว่าคนคนนั้นจะเป็นน้องชายแท้ๆ เขาก็ตาม ถึงแม้จะรู้ว่ารอมอิลจะไม่ใช่คนตีท้ายครัวคนอื่นก็เถอะ แต่เขาหวงของเขา กันไว้ดีกว่าแก้ เดี๋ยวถ้ามันแย่ล่ะจะแก้ไม่ทัน อีกอย่างเขามีเรื่องต้องเคลียร์กับแม่กุหลาบหอม ทีกับคนอื่นพูดคุยเป็นตัวของตัวเอง แจกรอยยิ้มเรี่ยราด ทีกับเขาชอบพ่นไฟใส่

“ครับผม” รอมอิลยิ้มแซวตาหยีให้พี่ชาย “อ้อ แล้วเรื่องที่พี่ให้ผมไปทำ ได้เรื่องแล้วนะ” สองพี่น้องสบตากันที่รู้ความกันอยู่สองคน ปล่อยให้คนที่ไม่รู้เรื่องอะไรกับเขาอย่างโรสรินมองคิ้วขมวดระคนอยากรู้

“อืม เดี๋ยวหลังจากหาท่านพ่อท่านแม่แล้วค่อยคุยกัน”

“โอเค งั้นผมไปก่อนล่ะ” รามินพยักหน้าให้น้องชายเล็กน้อย

“รอมมี่ รอด้วย” โรสรินทำท่าจะเดินตามไปด้วย โยนความสงสัยที่สองพี่น้องคุยกันทิ้งเพราะยังไงก็ไม่เกี่ยวกับเธออยู่แล้ว แถมรู้ไปมันก็คงไม่ได้ช่วยให้หุ้นในบริษัทสูงขึ้น แต่ถูกแขนแกร่งที่จับเธอไว้แต่แรกรั้งไว้ไม่ยอมให้ไป เธอเลยหันมามองเป็นคำถาม ว่ามีอะไรกับเธอหรือเปล่า และจะหันไปบอกรอมอิลว่าให้รอเธอก่อน แต่ก็เห็นว่าเจ้าชายหนุ่มเดินเลี้ยวไปอีกทางแล้ว จะแหกปากไปก็เจ็บคอเปล่าๆ แถมเดี๋ยวคนแถวนี้จะหาว่าเธอไร้มารยาท “มีอะไรเหรอคะพี่ราม” เธอหันไปหา คนแถวนี้ พลางลดสายตาลงไปยังแขนที่ถูกคิงน้ำแข็งและหื่นหลบในจับ ส่งสายตาเป็นเชิงให้ปล่อยก็ไม่ยอมปล่อย จนเธอเหนื่อยที่จะจิกตาใส่ อยากจะจับก็จับให้ได้ตลอดแล้วกัน

“ทำไมต้องยิ้มให้รอม”

“หา?” น้ำเสียงทื่อๆ แต่แฝงไว้ด้วยความไม่พอใจนั่นทำเอาคนถูกถามทำหน้ามึนใส่ด้วยความไม่เข้าใจจริงๆ ว่าคิงหนุ่มต้องการอะไรจากเธอ “โรสยิ้มให้รอมมี่มันก็ไม่ผิดกฎหมายนี่คะ อีกอย่างเพื่อนไม่เจอกันตั้งหลายปี ได้เจอกัน ได้พูดคุยกันมันก็ต้องยิ้มด้วยความดีใจเป็นธรรมดา” คำตอบที่ทำเอาคนฟังนิ่วหน้าไม่พอใจ แล้วกระชากร่างบางเข้ามาปะทะกับอกกว้างโดยไม่สนใจว่าเท้าหญิงสาวนั้นเจ็บอยู่ บวกกับอาการหึงจนหน้ามืดเลยไม่ได้ยินเสียงร้องโอ๊ยเบาๆ ของโรสริน

“แต่พี่ไม่ชอบให้โรสยิ้มให้ใคร รอยยิ้มนี้เป็นของพี่ แต่พี่ไม่เคยได้จากโรสเลย” น้ำเสียงที่พูดดูแกว่งไม่น้อยและออกอาการน้อยใจหน่อยๆ ที่เขาไม่ได้รับสิ่งเหล่านี้จากโรสริน แต่คนอื่นกลับได้มันไป แม่กุหลาบหอมจะรู้บ้างมั้ยว่าเขาหึงจนแทบบ้าจะตายอยู่แล้ว

“แล้วพี่รามเคยทำอะไรให้โรสดีใจบ้างมั้ยล่ะคะ เอาแต่บังคับกับทำหน้าดุใส่” อยากจะด่าไอ้ที่กระชากตัวเธอเข้ามาไม่บอกไม่กล่าวจนเจ็บแผลที่เท้า แต่น้ำเสียงที่พูดเหมือนคนน้อยใจก็ทำให้ด่าไม่ออก โธ่ พ่อยอดสมองอิ่มของฉัน น้อยอกน้อยใจหรือนี่ ...หืม? เดี๋ยวนะ ของฉัน? ไม่ๆๆๆ อีตาคิงหื่นหลบในนี่ไม่ใช่ของเธอและไม่มีวันเป็นด้วย ถึงจะออกอาการหึง ออกอาการน้อยใจก็รอไปก่อนเถอะนะ เธอไม่ใจอ่อนหรอก เผ่นได้เป็นเผ่นจ้ะ

“พี่ทำหน้าอย่างอื่นไม่เป็นหรอกนะ” รามินก็เป็นรามินอยู่วันยังค่ำ ถึงแม้ตอนนี้จะออกอาการงอน เขาก็ยังทำหน้างอนแบบดุๆ ใส่แม่กุหลาบของตัวเองอยู่ดี

“แน่ใจ?” โรสรินทำหน้าทำเสียงเหมือนไม่เชื่อ จะให้เธอเชื่อได้ไงก็เวลาอยู่กับเธอสองต่อสองทีไรเขาก็ออกอาการหื่นใส่เธอทุกที “เอาเป็นว่า ถ้ายิ้มแบบไม่แสดงอาการหื่นใส่โรส โรสก็จะแจกยิ้มให้พี่รามจนเบื่อกันไปเลย” เธอว่า พลางดันตัวออกมาจากอ้อมกอดปลาหมึก แต่ก็ขื่นตัวออกมาได้ให้พอหนอนกระดืบผ่าน เพราะองค์รามินไม่ยอมปล่อยเธอง่ายๆ

“อันนี้ก็ต้องแล้วแต่สถานที่และสถานการณ์นะคะ ถ้าโรสทำตัวน่ากินพี่ก็คงต้องทำหน้าแบบนั้น” โรสรินกลอกตามองบน นั่นไง พูดไม่เท่าไหร่เขาก็ทำหน้ากับน้ำเสียงแบบนี้อีกแล้ว แล้วยังมีหน้ามาหวงรอยยิ้มเธอไม่อยากให้แจกให้ใครอีก “โรส พี่ขอนะ อย่ายิ้มแบบนี้ให้ใครอีก พี่หวง” นัยน์ตาเข้มตรึงนัยน์ตาหวานให้สบ ถ่ายทอดความรู้สึกจากใจให้หญิงสาวตรงหน้าได้รับรู้ ว่าเขาหวงเพราะรักเธอมากแค่ไหน และไม่เคยเป็นแบบนี้กับใคร โรสรินเป็นผู้หญิงเพียงคนเดียวที่สั่นคลอนความรู้สึกนึกคิดทุกอย่างของเขาได้ แม้ว่าเขายังไม่ได้ความรักนั้นตอบแต่เขาก็ไม่ให้เธอไปไหน หรือไปเจอใครที่ดีกว่า เขายอมทำทุกอย่าง ยอมเลวในสายตาเธอเพื่อกักขังเธอไว้เขาก็จะทำ

“มันห้ามกันได้ด้วยเหรอของแบบนี้” โรสรินกระพริบตาปริบๆ ยิ่งเจอสายตาสื่อความหมายแบบลึกซึ้งนั่นก็ทำเอาใจเธอแกว่ง แต่จิตด้านมืดทำให้เธอแข็งแกร่งยืนยัดในความคิดของตัวเอง ไม่หวั่นไหวไปกับสายตาหวานซึ้งที่เพียรยอดให้เธอทุกครั้งที่มีโอกาสนั่น

“ก็ลองดู เพราะถ้าพี่เห็น โรสโดนพี่ทำโทษแน่นอน หนึ่งยิ้มโดนหนึ่งจูบ” โรสรินหน้าเหวอ ขัดกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของคิงรามินที่สุด “เอาเป็นว่า ตอนนี้พี่อนุญาติให้โรสแจกยิ้มให้ใครก็ได้ แล้วพี่ค่อยมาจูบทำโทษแบบยาวๆ ทีหลัง ดีมั้ยคะ”

“ฝันอยู่เหรอ ตื่นค่ะตื่น” โรสรินทำหน้าหน้าดุ เสียงแข็งใส่ แล้วลากสังขารออกมาจากคิงจอมหื่นที่ดูท่าจะหื่นกับเธอคนเดียวมายืนในรัศมีที่เธอสามารถวาดไม้เท้าไปฟาดกระบาลเขาได้หากทำหน้าหื่นใส่เธออีก “โรสไปดีกว่า เดี๋ยวโรสได้เผลอเอาไม้เท้าฟาดหน้าเข้า”

“โหดจริงๆ” รามินพูดกลั้วหัวเราะ และทำท่าจะเดินเข้าไปหาแต่ก็สะดุดกึกเมื่อโรสรินเอาไม้พยุงข้างหนึ่งฟาดที่พื้นไม่ยอมให้เขาเข้าใกล้ แถมยังขู่ฟ่อเหมือนแมวอีกต่างหาก “พี่ไม่ทำอะไรจริงๆ ค่ะ จะช่วยพยุงเข้าไปด้านในเฉยๆ”

“โรสเดินออกมาเองได้ ก็เดินกลับเข้าไปได้เหมือนกันค่ะ แค่เท้าเจ็บ ไม่ได้พิการ” ว่าแล้วก็โชว์สกิลกระดืบเหมือนหนอนแมลงวันทันที ใบหน้าหวานออกเหยเกบ้างเพราะเดินไม่ค่อยถนัด เจ็บจี๊ดเล็กๆ บ้างตามจังหวะที่ต้องลงน้ำหนักเท้า รามินเองก็กอดอกมองเด็กดื้อที่พยายามลากสังขารของตัวเองกลับเข้าไปด้านในอย่างขำๆ แล้วเดินคู่ไปเป็นเพื่อน ไม่พูดอะไร โรสรินเหลือบมองเสี้ยวหน้าคนข้างตัวแล้วลอบถอนหายใจ เมื่อไหร่หนอที่เธอจะหลุดพ้นจากผู้ชายคนนี้ คนสวยอึดอัดโว๊ย!! (กรีดร้อง)


“ไอ้กาตาฟ มันจะใช้ชายแดนระหว่างประเทศเรากับประเทศอัลจามาลทางตอนเหนือ เป็นที่ส่งยากับอาวุธไปยังประเทศเพื่อนบ้านครับท่านพี่” เจ้าชายพระองค์เล็กแห่งอัลบาฮาวางหลักฐานให้ท่านพี่ของเขาดู หลังจากทานอาหารเย็นเสร็จ องค์รามินพร้อมด้วยเจ้าชายรอมอิลและเหล่าองครักษ์คนสนิททั้งสองก็ขอตัวขึ้นมาคุยเรื่องงานในห้องทางงานขององค์กษัตริย์หนุ่ม รอมอิลไม่รอช้าหยิบข้อมูลที่พี่ชายให้เขาไปทำยื่นให้ทันที “ทางสายรายงานมาว่ามันจะขนเข้าอีกสามวัน”

“ดูจากเส้นทางแล้ว อยู่ห่างจากค่ายธงดำของชีคเรนอสมาก และเส้นทางนั้นเป็นเส้นทางที่ไม่ค่อยมีคนผ่าน เพราะเป็นช่องแคบหุบเขา แถมเต็มไปด้วยอสรพิษ แสดงว่าต้องมีคนชำนาญทางพามันไป จะจัดการกับมันยังไงดีพะยะค่ะ” ซิคพูดหลังจากดูเส้นทางการขนส่งลักลอบยาเสพติดและอาวุธของกาตาฟ เบื้องหน้าของมันคือเจ้าพ่อบ่อนกาสิโน แต่เบื้องหลังคือเอเยนต์ค้ายารายใหญ่และค้าอาวุธสงคราม เป็นตัวปัญหาของทางการเพราะไม่เคยจับตัวมันได้สักครั้ง เอาตัวรอดแถมยังสร้างหลักฐานที่อยู่ได้ตลอด

“คราวนี้ต้องรัดกุม ไม่อย่างนั้นมันคงหลุดไปได้อย่างทุกทีนะพะยะค่ะ” คาไซเอ่ยเตือนด้วยสีหน้าเคร่งเครียดไม่แพ้เพื่อนร่วมอาชีพและเจ้าชายรอมอิลที่ขบคิดอย่างหนัก

“แล้วทางอัลจามาลรู้เรื่องหรือยัง” รามินหันไปถามน้องชาย เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องสำคัญของสองประเทศโดยเฉพาะประเทศที่นับถือเป็นพี่น้องกันมาอย่างยาวนานอย่างประเทศอัลจามาล โดยส่วนตัวเขาเป็นเพื่อนสนิทของชีคเรนอส อัลจามาล อัล ฮัดฟาพระโอรสองค์เล็กและองค์รัชทายาทลำดับที่สามในองค์กษัตริย์ผู้ปกครองประเทศอัลจามาลคนปัจจุบัน อีกทั้งเพื่อนของเขาคนนี้ยังเป็นหัวหน้าหน่วยนักรบทะเลทรายอีกด้วย แต่ช่วงนี้เขาไม่ค่อยได้ติดต่อกับทางนั้นเพราะมัวแต่ยุ่งๆ เรื่องการพัฒนาประเทศในด้านต่างๆ หลังจากขึ้นมาปกครองประเทศได้ไม่นานให้ทัดเทียมการนานาประเทศทั่วโลก ขนาดงานแต่งของเพื่อนสนิทเขายังไม่มีเวลาไปนอกจากส่งของขวัญไปให้แทน เจอกันครั้งล่าสุดก็ตอนที่ไปช่วยทางนั้นจับคนทรยศที่ลักลอบหนีเข้าประเทศเข้ามา

“พี่เรย์รู้เรื่องแล้วครับ ผมแจ้งไปเมื่อวันก่อน ก่อนที่จะเข้ามาหาท่านพี่ บอกว่าจะคุยเรื่องนี้กับท่านพี่เช่นกัน” เจ้าชายรอมอิลว่า  รามินพยักหน้ารับรู้

“อีกเดี๋ยวก็คงติดต่อกลับมา...” รามินไม่ทันจะพูดจบประโยค ประตูห้องทำงานก็เปิดพลั่วะอย่างไร้มารยาทที่สุดจากคนที่เพิ่งนินทาไปเมื่อกี้ รามินถึงกับส่ายหน้าน้อยๆ กับนิสัยของเพื่อนสนิทจอมกวนประสาท

“มองแบบนี้ คิดถึงฉันอยู่ล่ะสิ” เรนอสยิ้ม พลางยักคิ้วอย่างกวนๆ ไปให้เพื่อนสนิทที่นั่งหน้าเรียบอยู่ที่โต๊ะทำงานล้อมรอบไปด้วยองครักษ์ทั้งสองที่เขาเห็นจนเบื่อ และน้องชายเพื่อนที่หัวเราะน้อยๆ

“ฉันนึกว่านายจะพาเมียมาด้วยซะอีก” หลังจากวางแผนกันเสร็จ ทุกคนต่างแยกย้ายไปพักผ่อนก็เหลือแต่สองเพื่อนสนิทที่นั่งคุยกันต่อ องค์กษัตริย์หนุ่มถามยิ้มๆ ให้เพื่อนสนิทที่ออกอาการหวงเมียเสมอต้นเสมอปลาย ขนาดมันรู้ทั้งรู้ว่าเขาก็มีหวานใจเป็นตัวเป็นตนก็ยังไม่วายมองเขาด้วยสายตาเฉือดเชือนยามที่พูดถึงภรรยาคนสวยของมันเสียที แถมยังวางแก้วเหล้าอย่างดีเสียดังลั่น บ่งบอกถึงอาการไม่พอใจเป็นอย่างมากที่ไปเอ่ยถามถึงศรีภรรยา

“ถามทำไม” เรนอสหน้าบูดสนิท รามินหัวเราะน้อยๆ พลางเติมเหล้าให้เพื่อนอีกนิด ไม่ได้คิดจะมอม แต่เห็นว่าใกล้หมดแล้ว และเขาก็เป็นเจ้าบ้านก็ควรจะดูแลแขก

“ก็ถามเฉยๆ เห็นตัวติดกันตลอด ข่าวก็ประเคนลงโครมๆ ว่าอดีตเพลย์บอยอย่างนายทิ้งถุงยางหันมาติดเมียแจ”

“อยู่ที่วัง ไม่พามาด้วยหรอก ฉันมาทำงานไม่ได้มาเที่ยว อีกอย่างยัยปิรันย่ายิ่งท้องอ่อนๆ อยู่ด้วย ไม่อยากให้มาซนแถวนี้ แถมนายก็รู้ว่ายัยนั่นบ้าวังนายขนาดไหน บอกว่าสวยอย่างนั้นสวยอย่างนี้ ถึงขนาดบอกให้ฉันมาจิ๊กแปลนบ้านนายไปสร้างบ้านให้ ไม่ให้มาดีที่สุด เดี๋ยวติดใจไม่อยากกลับบ้านอีกเหมือนคราวที่แล้ว ฉันขี้เกียจแงะออกจากเสา”

“ฉันดีใจด้วยนะ ที่นายกำลังมีลูก” รามินยิ้ม แสดงความยินดีกับเพื่อนด้วยใจจริง เขาเองก็อยากมีวันนั้นเหมือนเพื่อนสนิทคนนี้บ้าง มันคงให้ความรู้สึกดีไม่น้อย

“ขอบใจ นายเองก็เร่งๆ ได้แล้ว แต่ได้ข่าวว่าคุณโรสไม่ใช่ย่อยๆ เลยนี่” เรนอสว่าพลางนึกไปถึงว่าที่คู่หมั้นของเพื่อนที่หมั้นกันเพราะความเห็นชอบจากผู้ใหญ่ตั้งแต่เด็ก เป็นผู้หญิงที่เขาได้ยินมาไม่น้อยทีเดียวเรื่องความสามารถด้านการบริหาร จะมีผู้หญิงสักกี่คนเชียวที่มายืนเป็นนักธุกิจแถวหน้าและได้รับการยอมรับจากนานาประเทศ นอกจากเรื่องความสามารถด้านการบริหารธุรกิจดีเยี่ยมแล้ว ยังพยศเก่งเสียด้วย จากที่รอมอิลเล่าให้เขาฟัง “ฉันล่ะอยากจะรู้จริงๆ ว่านายจะจับกุหลาบที่มีหนามรอบตัวดอกนี้ได้ยังไงไม่ให้หนามตำจนมือพรุน หรือบีบกุหลาบจนช้ำคามือเสียก่อน” ชีคหนุ่มจ้องมองตาเพื่อนไม่กระพริบ รามินไม่หลบสายตานั่นแถมยังแย้มรอยยิ้มที่ทำเอาชีคหนุ่มถึงกับพูดไม่ออก

“ก็แค่เด็ดหนามเหล่านั้นออก ฉันจะค่อยๆ เด็ด โดยที่กุหลาบไม่ทันจะรู้ตัวด้วยซ้ำ”


เช้าวันต่อมาเป็นวันที่โรสรินต้องปั้นหน้าให้ดูแจ่มใสมากที่สุด ไม่ให้หลุดสังเกตว่างานนี้เธอมีชิ่ง ไม่ยอมแต่ง เลยต้องหันหน้าพึ่งพระธรรม ท่องนะโม พุธโธ สังโฆ (แบบผิดๆ ถูกๆ) ตลอดสองสามชั่วโมงที่ผู้ใหญ่ทั้งฝ่ายคุยเรื่องงานแต่งงานระหว่างเธอกับองค์รามิน! ส่วนไอ้คนต้นเรื่องแล้วก็วางแผนให้เธอข้ามน้ำข้ามทะเลมาก็นั่งฟังหน้านิ่งแต่นัยน์ตานี่พราวระยับจนเธออยากจะเอานิ้วจกให้ตาบอด!

“ตกลงว่า เราจะจัดงานแต่งทั้งแบบไทยและแบบอัลบาฮานะคะ” อดีตราชินีแห่งอัลบาฮาเอ่ยสรุปหลังจากทั้งฝ่ายตกลงกันเรียบร้อยแล้ว ก่อนจะเหลือบมองว่าที่ลูกสะใภ้ป้ายแดงที่แอบหันไปพ่นลมออกจากปากอย่างขำๆ “โรส หนูไม่มีอะไรเพิ่มเติมมั้ยลูก” โรสริน (กัดฟัน) ยิ้ม อยากจะเอาหัวปักพื้นทรายให้ตายไปเลย เธอต้องเอ่ยขอบคุณมั้ยที่ตกลงกันเสร็จเรียบร้อยแล้วยังใจดีหันมาถามเธออีก

“ไม่มีค่ะ โรสยังไงก็ได้” เพราะเมื่อถึงเวลาเธอไม่ได้อยู่ชื่นชมสิ่งเหล่านี้อยู่ดี

“ถ้าอย่างนั้น จันทร์จะรีบหาฤกษ์ยามของไทยแล้วจะแจ้งให้คุณพี่ทั้งสองทราบนะคะ จะให้เร็วที่สุดตามที่หลานรามินต้องการ” ณจันทร์ แม่เลี้ยงแสนดีและภรรยาใหม่ของราเชนทร์เอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้มของความยินดี นางเองก็มาพร้อมกับสามีในฐานะแม่ของฝ่ายหญิง ก่อนจะทำหน้าดุใส่ลูกสาวจอมแสบที่ย่นหน้าไม่พอใจ ทำไมนางจะไม่รู้ว่าโรสรินค้านงานการแต่งงานในครั้งนี้จนต้องมาขอถอนหมั้นด้วยตัวเอง แต่นั่นแหละ เพราะว่าไม่รู้ว่านี่คือแผนของกษัตริย์หนุ่มเลยติดกับดักเข้าเต็มๆ

“ขอบคุณมากนะครับ” รามินเอ่ยขอบคุณพลางหันไปหาหญิงสาวที่ทำหน้าย่นใส่แม่เหมือนเด็กถูกขัดใจอย่างเอ็นดู เขาไม่คิดด้วยซ้ำว่าโรสรินจะทนฟังได้นานขนาดนี้ นึกว่าจะทนไม่ไหวแล้วอาละวาดจนเละเสียอีก แต่นั่นแหละยิ่งเจ้าหล่อนนิ่งเงียบ เป็นเด็กว่านอนสอนง่ายก็ยิ่งทำให้ตัวเองมีพิรุธ คิดจะหนีจากเขามันไม่ง่ายอย่างที่คิดหรอกนะ

“ทางนี้เองก็จะเร่งวันเหมือนกันนะคะ ดิฉันอยากให้หนูโรสมาเป็นลูกสะใภ้จะแย่แล้ว” อดีตราชินีไอรดามองว่าที่ลูกสะใภ้ด้วยความเอ็นดู โรสรินยิ้มค้างแล้วหัวเราะเหอๆ รู้สึกคันปากขึ้นมายิบๆ ว่าเธอไม่อยากแต่ง (โว๊ย!) แต่ก็ทำอย่างที่ใจคิดไม่ได้ ไม่งั้นสิ่งที่เธอพยายามมาตลอดหลายชั่วโมงนี้จะสูญเปล่าทันที ดังนั้นจะต้องทำตัวให้เข้ากับสุภาษิตไทยที่ว่า อดเปรี้ยวไว้กินหวาน (น่าจะใช่)

“ถ้าไม่มีอะไรแล้ว โรสขอตัวกลับไทยก่อนเลยแล้วกันนะคะ คุณพ่อกับน้าจันทร์จะอยู่พักผ่อนต่อก็ได้ โรสต้องรีบไปเตรียมงาน เพราะอีกสองวันโรสมีประชุมสำคัญกับผู้ถือหุ้นและนักลงทุนรายใหญ่” ถึงแม้จะทำให้ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายตกใจที่บอกกระทันหัน แต่นี่มันเป็นงานของเธอจริงๆ เลขาเพิ่งโทรมาบอกเธอเมื่อคืน (ซึ่งก็ตามเวลาทำงานในประเทศไทย เธอเลยด่าไม่ได้ที่โทรมาไม่ดูเวล่ำเวลา) และก็จองตั๋วให้เธอเลย ซึ่งก็ดึกพอสมควรเธอเลยไม่บอกใครแม้กระทั่งองค์รามิน ไม่แปลกที่ตอนนี้เขาจ้องเธอเขม็งและเหมือนไม่เชื่อว่าเธอมีงานจริงๆ ซึ่งเขาจะเชื่อหรือไม่มันก็ไม่เกี่ยวอะไรกับเธออยู่แล้ว

“แต่เท้าโรสยังไม่หายดีนะคะ พี่ว่าโรสวิดีโอคอนเฟอเรนต์ดีมั้ย ไม่ต้องเดินทางให้เหนื่อยด้วย” รามินเอ่ยท้วง จ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยราวกับต้องการคำตอบที่แท้จริง ไม่ใช่ว่าคิดจะหนีจากเขาเพื่อไปตั้งหลักหรอกนะ

“ขอบคุณนะคะที่เป็นห่วง” โรสรินพยายามไม่วีนแตก โมโหมากกว่าที่รู้ว่าเขาหยามเธอด้วยการมาบอกถอนหมั้นก่อนด้วยซ้ำ! เขาเจ้ากี้เจ้าการกับเธอทุกเรื่อง แม้กระทั่งงานที่เธอบริหารเองมาหลายปี! เธอคิดถูกแล้วที่จะหนีไปจากผู้ชายคนนี้ คนที่พยายมมาเป็นพ่อคนที่สอง “แต่นี่งานของโรส โรสต้องจัดการเองค่ะ” รามินใจหายเป็นครั้งแรก โรสรินไม่เคยมองเขาด้วยสายตาเย็นชามาก่อน เพราะความเป็นห่วงที่มีมากไปของเขาใช่มั้ยถึงได้เผลอล้ำเส้นของเธอไป

“โรส…”

“โรสขอตัวก่อนนะคะ สวัสดีค่ะคุณลุงคุณป้า ไปก่อนนะรอมมี่ แล้วเจอกัน” รอมมี่พยักหน้ารับพร้อมรอยยิ้ม คล้อยหลังหญิงสาวทุกคนที่นั่งอยู่ก็หันมามองกษัตริย์หนุ่มเป็นตาเดียว แต่หลากหลายความรู้สึก สองสามีภรรยาว่าที่พ่อตาแม่ยายมองด้วยความเห็นใจ อดีตกษัตริย์ก็อมยิ้มขำ น้องชายตัวแสบก็หัวเราะหึๆ ราวกับสมน้ำหน้า เด็ดสุดก็คงเป็นอดีตราชินีท่านแม่ของเขาเองก็จ้องดุ รามินถึงกับถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างยอมแพ้ ยอมรับว่างานนี้เขาผิดเองจริงๆ

“ราม! รีบไปง้อน้องเดี๋ยวนี้เลยนะ! รู้ตัวใช่มั้ยว่าล้ำเส้นน้องมากไป” อดีตราชินีไอรดาไม่ปล่อยเวลาให้เสียเปล่า ปล่อยกัณฑ์ที่หนึ่งใส่ลูกชายทันที โตจนปกครองคนทั้งประเทศแล้วยังทำอะไรไม่คิด ถ้านางไม่ได้โรสรินเป็นลูกสะใภ้ล่ะน่าดู!

“ท่านพี่น่าจะทำตัวเป็นว่าที่สามีนะ ไม่ใช่พ่อคนที่สอง” รามินแทบจะแยกเขี้ยวใส่น้องชายที่ได้ที่ก็รุมใส่เขายับ ดีที่ตั้งสติดึงมาดตัวเองกลับมาก่อน ไม่งั้นคงได้หลุดคาเร็กเตอร์ไปแล้ว

“จะให้พ่อพูดมั้ย” อดีตพระราชาเอ่ยเย้าลูกชายคนโตที่นานๆ จะได้ทับถมให้เดินเซ

“ไม่ต้องแล้วครับ แค่นี้ผมก็รู้สึกผิดไม่ทันแล้ว” แล้วเขาก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะหันไปหาสองบุพการีของว่าที่ภรรยาที่มองเขาด้วยใบหน้ายิ้มๆ ไม่ว่าอะไรเขาสักคำ แต่เขาก็พอจะมองออกว่าทั้งคู่จะพูดอะไร “ผมต้องรีบง้อเสียแล้ว”

“รู้ใช่มั้ยหลานชาย ว่าลูกสาวลุงชอบดอกกุหลาบสีอะไร” คำใบ้จากว่าที่พ่อตาเรียกรอยยิ้มจากกษัตริย์หนุ่มได้ไม่ยาก

*+*+*+*+**+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*

จะง้อยังไงหว่า 555+ 

ขอบคุณสำหรับการติดตามจ้า ฝากกดไลค์เพจด้วยเด้อ อ้วน/หมึกสีนิลนะจ๊ะ ทักมาทวงนิยายกันได้ ไม่กัดจ้าาาา

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}