วไลกร/ชาล็อต
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับดาว+กุญแจ+เหรียญ ที่สนับสนุนวไลกรนะคะ : )

อดีตที่หยิ่งยโส-3

ชื่อตอน : อดีตที่หยิ่งยโส-3

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 500

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 19 ก.ค. 2561 20:09 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
อดีตที่หยิ่งยโส-3
แบบอักษร

ทว่า...ภาพนั้นผ่านมาแล้ว และในที่สุด วันนี้เธอก็ไปนอนครวญครางบนเตียงของเขา อย่างที่ถูกสบประมาทเอาไว้จนได้ เวลาที่ผ่านไปหนึ่งปี อณิษฐาไม่เคยลืมจูบแรกจากเขาได้เลย ทั้งที่พยายามกดเก็บมันเอาไว้ ความจริงแล้วเธอรักเขาตั้งแต่ไปซัมเมอร์ที่กรุงโรม แต่คำสอนของมารดาทำให้เธอต้องปฏิเสธหัวใจตัวเอง หนึ่งปีก่อนที่ได้กลับมาพบกันอีกครั้งเธอเองก็ซ่อนความยินดี แต่ชื่อเสียงในวงสังคมทำให้ปฏิเสธอีกครั้ง เพราะเชื่อว่าเขาเป็นแค่พนักงานจนๆ

ร่างเพรียวสวยทอดกายบนเตียงหรูของตน ปล่อยน้ำตาไหลซึมลงหมอนนุ่ม อณิษฐานึกสมเพชตัวเอง ไฮโซสาวที่ใครๆ ว่าสูงเกินจะเอื้อมถึง ไม่เหลืออะไรให้เชิดหน้าหยิ่งยโสอีกต่อไป เขากระชากศักดิ์ศรีออกไปหมด ใช้ความแข็งแรงแห่งเพศที่มีมากกว่า ย่ำยีเหยียดหยามความเป็นคน เรือนร่างนี้เป็นของเธอ แต่เขากลับใช้ข้ออ้างเก็บดอกเบี้ยตามอำเภอใจ

“ฉันเกลียดคุณ นีโอ” เสียงปนสะอื้นเค้นออกมา ดวงตาช้ำแดงเหม่อมองไปที่หน้าต่างมืดมิดอย่างไร้จุดหมาย สิ่งเดียวที่ผุดขึ้นในความคิดคือความเสียใจที่เธอปฏิเสธและเหยียดหยามเขาเอาไว้ กำลังย้อนกลับมาทำร้ายเธอ

ถึงกระนั้น หญิงสาวก็นึกขอบคุณความเข้มแข็งของตนเองที่เคลือบไว้แน่นหนา หลังจากเขาปล้นความสาวไปแล้ว เธอไม่ร้องไห้ตีโพยตีพาย ทั้งที่อยากจะกรีดร้องปล่อยน้ำตาออกมาให้สาสมกับความสูญเสีย ณ เวลานี้เธอรู้สึกเหมือนอยู่เพียงลำพังบนโลกที่มีแต่อสูรร้ายจ้องจะจับมนุษย์ไปบำเรอความต้องการอย่างโหดเหี้ยมป่าเถื่อน

“พ่ออย่าโกรธนิดนะคะ” อณิษฐาพูดเสียงเครือ

ดวงตาจ้องนิ่งอยู่ที่รูปของบิดาซึ่งเธอแขวนติดผนังห้องนอนเอาไว้ การตัดสินใจบางอย่างคงจะทำให้เทวาจิวเวลรี่สิ้นชื่อในมือของเธอ ธุรกิจของบิดาผู้ล่วงลับใช้เวลาหลายสิบปีกว่าจะก้าวมายืนในจุดนี้ ต้องมาปิดกิจการเพราะลูกสาวเพียงคนเดียว

“ถ้าพ่อยังอยู่ พ่อคงจะแก้ปัญหาได้ดีกว่า นิด” รำพึงพร้อมน้ำตาไหลไม่ขาดสาย ภาพบิดาที่เห็นพล่าเบลอมีภาพของนีโอซ้อนทับ ดวงตาเรียวสีเทาเข้มหลับตาหนีภาพนั้น

นึกเสียดายเวลาหกเดือนก่อนที่ได้รับการติดต่อซื้อขายกับเขา พอได้รู้ว่าผู้ชายที่เธอมีใจให้เขาและไม่เคยลืม เป็นผู้ชายที่มีฐานะดีกว่าหลายเท่า และมารดาคงจะพอใจ หัวใจของเธอพองโตที่จะสมหวังในความรัก

ครั้งนั้นนีโอมีแต่ความสุภาพ ทำให้อณิษฐาลืมวาจาโอ้อวดของเขาเมื่อพบกันครั้งแรก ศักดิ์ศรีที่เท่าเทียมกัน ทำให้ความรักครั้งก่อนถูกสานต่อได้ไม่ยาก ไม่คิดว่าอัญมณีมูลค่าสองร้อยล้านจะกลายเป็นของปลอม เขาเปลี่ยนความสุภาพเป็นความโกรธแค้นและไม่เชื่อคำพูดเธออีกเลย

“ไม่! ความสุภาพของคุณมันเป็นแค่ภาพลวงตา” เธอสั่งสมองตัวเองด้วยเสียงดุ

ร่างเพรียวสวยลุกขึ้นถอนสะอื้น แล้วเดินไปล้างหน้าในห้องน้ำ กลับมาล้มตัวลงนอนเพื่อเพิ่มความเข้มแข็งให้กับตัวเอง ดวงตาแดงช้ำปิดลงไม่นานเธอก็หลับลึกด้วยความอ่อนล้า

นีโอขับรถกลับเพนต์เฮาส์ของเขาด้วยความเร็วสูง ใช้เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ร่างใหญ่ล่ำก็เดินเข้าเพนต์เฮาส์หรูราคาเกือบ 300 ล้านบาท เขาเดินตรงไปที่บาร์เครื่องดื่มหยิบขวดวอดก้าจากตู้เย็นรินใส่แก้ว แล้วจรดริมฝีปากหยักบางบนขอบแก้วเจียระไน วอดก้าเย็นไหลผ่านลำคอให้ความรู้สึกสดชื่นและร้อนในเวลาเดียวกัน เขากระดกแก้วเทวอดก้าที่เหลือลงคอรวดเดียวหมด

ร่างใหญ่ล่ำลุกจากเก้าอี้สูง เดินเข้าห้องนอน สมองของเขาครุ่นคิดแต่จะจัดการกับผู้หญิงหลอกลวง นักต้มตุ๋นระดับไฮโซ นีโอนั่งลงบนเตียงยกยิ้มหยันที่สามารถครอบครองร่างเพรียวสวยอวบอิ่มได้ดังใจ ตามที่เขาได้วางแผนเอาไว้ เวลาสี่ปีที่ต้องเจ็บปวดและอีกหนึ่งปีที่รอแก้แค้นเป็นการรอคอยที่คุ้มค่า สายตาสะดุดที่รอยเปื้อนสีแดงบนผ้าปูที่นอน

มุมปากที่กำลังยกยิ้มค่อยๆ ลดลง เขายอมรับว่าอยากได้อณิษฐาอีก หลังจากถูกเธอสลัดรัก ก็รับผู้หญิงผ่านเข้ามาในชีวิตนับไม่ถ้วน แต่เขาไม่เคยคิดจะมีเซ็กส์กับสาวบริสุทธิ์ เธอเป็นคนแรกที่ทำให้คนอย่างนีโอยอมแหกกฎของตัวเอง และเป็นเรื่องที่น่าตระหนกเมื่อรู้ได้ด้วยตัวเองว่าผู้หญิงที่ทิ้งเขาไปยังเป็นสาวพรมจรรย์

“แล้วถ้าเธอหาเงินสองร้อยล้านมาคืนได้หมด เราจะหาข้ออ้างอะไรไปเก็บดอกเบี้ยบนร่างสวยชวนตะลึงนั่นอีก” คำพูดแผ่วเบาราวกับกล่อมประสาทตัวเอง เขารีบสะบัดศีรษะล้มตัวลงนอนยกแขนขึ้นวางบนหน้าผากลาด

หนุ่มลูกครึ่งอิตาลีจะไม่ยอมให้เรือนร่างสวยงามนั่นมามีอิทธิพลกับเขาอีก ชายหนุ่มครุ่นคิดเสมอว่า จะไม่เป็นเหมือนพ่อบังเกิดเกล้าแน่นอน ไม่ใช่เพราะรักและไว้ใจสุชาดาแม่ของเขาหรอกหรือพ่อถึงได้ล้มละลาย และคนที่ช่วยไม่ให้กิลโดล้มละลาย ก็คือพ่อเลี้ยงของเขา นีโอจะไม่ให้ผู้หญิงไทยคนนี้ คนที่ทำให้เขาเจ็บช้ำมามีอิทธิพลเหนือจิตใจเขาแน่นอน

นีโอใช้ชีวิตแบบเดียวกับมานเฟรโด เลวิโก ชายวัย 55 ปีผู้ไว้หนวดดกหนา แม้ว่าพ่อเลี้ยงจะรักแม่ของเขามาก แต่มานเฟรโดมักจะรับสาวๆ มาเชยชมแทนเงินเพื่อชดใช้หนี้ บางครั้งพวกหล่อนก็เป็นเพียงแค่ดอกเบี้ยไม่กี่เดือน เหมือนที่เขาทำกับอณิษฐา แต่เขาอยากจะเก็บดอกเบี้ยจากเรือนร่างเธออีก

“คิดออกแล้ว! หึ...แผนขั้นต่อไป เธอไม่มีทางรอดมือฉันแน่นอน” เจ้าของดวงตาคมสีดำลึกล้ำอุทานออกมาพร้อมกับดีดนิ้ว ริมฝีปากหยักบางระบายยิ้มพอใจกับแผนการของตนเอง เขาจึงหลับตาลงได้เสียที...

เด็กชายนีโอวัยเก้าปีกอดคอกิลโดผู้เป็นพ่อแน่น อ้อมแขนของพ่อกอดรัดลูกชายด้วยความรัก และดวงตาคมเข้มของกิลโดก็จ้องมองสุชาดาภรรยาคนสวยที่เขามักจะเรียกเธอว่าแซนดร้า เธอยืนรออยู่ไม่ไกลจากเก้าอี้บุหนังที่เขานั่งกับเด็กชาย

“ทำไมพ่อไม่ไปอยู่กับพวกเราล่ะครับ แม่ครับพาพ่อไปอยู่กับเรานะครับ” นีโอถามอย่างไม่เข้าใจ ใบหน้าที่เต็มไปด้วยน้ำตาหันไปอ้อนวอนมารดาซึ่งยืนทำหน้าอึดอัดใจพูดอะไรไม่ถูก

“นีโอ เราต้องไปแล้วลูก ลุงเฟรโดรอนานแล้ว” ในที่สุดสุชาดาก็ต้องเอ่ยออกมา

“ไปอยู่กับแม่ดีกว่านีโอ พ่อไม่อยากให้ลูกต้องมาลำบากกับพ่อ มานเฟรโดจะให้ชีวิตที่ดีกับลูก” กิลโดพยายามเกลี้ยกล่อมลูกชายด้วยเสียงสั่นเครือ

ถ้าเหตุการณ์ไม่บีบคั้นเขาจะไม่มีวันปล่อยภรรยาและลูกชายไปอยู่กับคนอื่น หัวใจของพ่อเจ็บปวดเหลือแสนที่จะต้องผลักภาระให้คนอื่น เขาจับร่างลูกชายออกห่างและหมุนให้หันหน้าไปหาสุชาดา พร้อมดันให้นีโอเดินไปจนสุดแขน ลูกชายก็ยังยืนสะอื้นไม่ยอมก้าวเดิน น้ำตาของพ่อไหลออกมาเขาก้มหน้าซ่อนน้ำตาไม่อยากให้ใครเห็น

“แล้วพ่อจะไปเยี่ยมนีโอบ่อยๆ นะลูก” กิลโดใช้มือผลักเป็นครั้งสุดท้าย ร่างลูกชายเซถลาไปข้างหน้า คนเป็นแม่รีบวิ่งเข้ามารับลูกชาย แล้วจูงมือเดินจากไปโดยไม่หันมามองสามีที่กำลังจะกลายเป็นอดีตอีกเลย

สุชาดาบังคับน้ำตาไม่ให้ไหล นีโอเงยหน้ามองมารดาไม่เห็นความเสียใจปรากฏบนใบหน้า เขาหันกลับไปมองบิดา แววตาของคนเป็นพ่อมองตามมาด้วยความเจ็บช้ำแสนสาหัส

“พ่อ!” เด็กชายร้องตะโกนเรียก พอเห็นพ่อร้องไห้ เขาก็พยายามสะบัดมือออกจากแม่ แต่เธอก็จับเขาไว้จนแน่น บังคับเดินออกไปนอกบ้านจนได้ นีโอร้องไห้ดิ้นทุรนทุรายจะไปหาพ่อ จนมานเฟรโดต้องเข้ามาอุ้มพาไปขึ้นรถ...

นีโอนอนดิ้นไปมาอยู่บนเตียงในเพนต์เฮาส์ของเขาซึ่งอยู่ชั้นบนสุดของคอนโดมิเนียมริมแม่น้ำเจ้าพระยา หางตาชายหนุ่มมีหยดน้ำซึมออกมา

“พ่อ!” เขาอุทานเรียกบิดาเสียงดัง ปลุกตัวเองตื่นจากฝันร้ายที่ตามมาหลอกหลอนตลอดหลายปีที่เขาเติบโตขึ้นมาในบ้านหลังใหญ่ของมานเฟรโด

“ฝันอีกแล้ว” หนุ่มลูกครึ่งอิตาลี-ไทยบ่นพึมพำกับตัวเอง

เขาลุกจากเตียงเปิดประตูเดินออกจากห้อง แล้วลงบันได้ไปชั้นล่าง รินวอดก้าดื่ม ร่างใหญ่ล่ำ นั่งดื่มอยู่บนสตูลเพียงลำพัง หลังจากดื่มวอดก้าเย็นๆ หมดไปสามแก้ว เขาจึงเดินขึ้นห้องนอน ล้มตัวลงนอนบนเตียง เพียงไม่กี่นาทีเขาก็หลับสนิทลงได้

ความคิดเห็น