นิมมานรดี อรรวี

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

7. ผู้หญิงอเนกประสงค์ /1 *ฟรี

ชื่อตอน : 7. ผู้หญิงอเนกประสงค์ /1 *ฟรี

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 581

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 19 ก.ค. 2561 16:38 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
7. ผู้หญิงอเนกประสงค์ /1 *ฟรี
แบบอักษร

​ไม่ว่างอัพ 2 วันนะคะ พบกันอีกครั้งวันอาทิตย์ค่ะ

7

ผู้หญิงอเนกประสงค์

ชีวิตของคนสองคนแบบ ‘ข้าวใหม่ปลามัน’ ดำเนินต่อไปในวันรุ่งขึ้นอาหารเช้าที่ตะวันได้แต่เหลือกตาไปกินไป ข้าวต้มกุ้ง ไข่ลวก น้ำส้มคั้น ขนมปังโฮลวีตทาเนยสด กระนั้นเขาก็ยังถามหากาแฟเพราะมันชินปาก ศิราภรณ์ก็ไม่เคยขัดใจ และอีกอย่างที่ยังเหมือนเดิมก็คือเธอไม่กล้านั่งร่วมโต๊ะ... ศิราภรณ์ ไม่กล้าตีเสมอตะวัน

เสียงกริ่งหน้าประตูรั้วดังขึ้นในเวลาสิบโมงครึ่ง ตะวันผงกศีรษะขึ้นจากหน้าจอโน้ตบุ๊คทันที

“ผมเปิดเอง” เขารีบลุกขึ้นเมื่อเห็นศิราภรณ์เดินออกมาจากหลังบ้าน “กลับไปทำงานต่อเถอะ ถ้าไม่เรียกไม่ต้องออกมา”

“ค่ะ” รับคำอย่างว่าง่าย คิดได้ว่าตะวันคงไม่สะดวกที่จะให้แขกของเขาเห็นเธอ

แค่เห็นคนที่เดินออกมา พรหมสวัสดิ์ก็ถึงกับสะบัดศีรษะแรงๆ แล้วยืนทำตาโตเท่าไข่ห่าน อ้าปากกว้างขึ้นเรื่อยๆ จนค่อยหุบลงถอนใจอมยิ้ม

“สวัสดีครับ” ตะวันเดินล้วงกระเป๋าออกมาทักด้วยรอยยิ้มกวนประสาท 

“คุณเล่นตลกกับผมอยู่แน่ๆ” ชายหนุ่มยกนิ้วเคาะประตูรั้วแก้เซ็ง

“เข้ามาก่อนสิ” ประตูรั้วเลื่อนออกแค่ช่องคนก้าวผ่าน “คุณเป็นวิศวกรประสาอะไร รถผมจอดอยู่ทนโท่ไม่รู้จักสังเกต” พอเดินมาใกล้ท้ายรถ เจ้าบ้านก็ได้ฤกษ์กัดแขก

“ก็ตอนนั้นมันกำลังหน้ามืดตามัวนี่ครับเจ้านาย เฮ้ออ... แนะนำหน่อยสิว่าผมควรซื้อแห้วสักกี่ลังดี”

“อยู่ที่ว่าอยากกินนานแค่ไหน แต่ถ้าให้ดีกระป๋องเดียวก็พอ แล้วเลิกคิดซะ” เจ้าบ้านเดินนำผ่านห้องรับแขกเข้ามานั่งในห้องนั่งเล่นแล้วเปิดทีวีเรียกบรรยากาศแบบคนกันเอง

“แหง่อยู่แล้ว ยังไงงานก็หายากกว่าสาว” ถึงจะว่าอย่างนั้นแต่ก็ยังหันมองรอบตัว “แล้วจะไม่เรียกมาแนะนำหน่อยหรือครับ” เสี่ยงถามหน้าตาย

“แน่ใจน่ะว่าคุณจะไม่ละลายอีก” เลิกคิ้วท้าหน่อยๆ

“จะพยายาม”

ตะวันหึดังๆ ก่อนเหลียวไปทางประตูห้องครัว เอ่ยเรียกเสียงนุ่ม

“ศิครับ”

“ขา” เสียงขานรับก็หวานจับจิต เล่นเอาคนฟังนึกถึงแห้วกระป๋องที่สอง

ศิราภรณ์ก้าวออกมาอย่างรวดเร็วแต่ชะงักไปนิดเมื่อเห็นคนที่นั่งอยู่ตรงหน้าตะวัน เธอรีบปลดผ้ากันเปื้อนวางไว้ที่ชั้นหน้าห้องครัวแล้วเดินเข้าไปใกล้ พอได้ระยะตะวันก็รีบผุดลุกขึ้นไปโอบไหล่ให้เธอไปนั่งลงข้างกายเขา แน่ แหล่ะว่าถ้าไม่ทำแบบนั้น ศิราภรณ์ก็ต้องย่อเข่าลงนั่งพื้นก่อนแน่ๆ

“นี่คุณพรหมสวัสดิ์ วิศวกรคุมโรงงานของผม” เขาแนะนำแขกทั้งที่มือยังโอบอยู่บนหัวไหล่แสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของอย่างเปิดเผย

“คุณต้อมครับ นี่ศิราภรณ์...ของผม”

โอ...ช่างเป็นตำแหน่งที่อธิบายยากเหลือเกิน ‘ของผม’ มันคืออะไรนะ...ผู้หญิงอเนกประสงค์ของผมหรือเปล่า ศิราภรณ์ไม่แน่ใจ

คนฟังคำแนะนำเลิกคิ้วก่อนยิ้มรับทักทายกันเป็นพิธี ตะวันก็ชวนแขกอยู่ทานมื้อกลางวัน ก่อนบอกอนุญาตให้ศิราภรณ์กลับเข้าไปเตรียมอาหารเพิ่มสำหรับรับรองแขก หญิงสาวก็รับคำและยิ้มลาไปอย่างว่าง่าย

“น่าอิจฉาจังเลยนะครับ ครบสามสูตรเลยหรือเปล่าครับเจ้านาย” เอ่ยถามแบบเสี่ยงตกงาน หลังละสายตาจากร่างสมส่วนที่หายลับไปหลังประตู

ตะวันถึงกับกลอกตา ไม่นึกว่าจะเจอคำถามหามๆ แบบนี้... เอาวะ เรื่องแบบนี้ผู้ชายไม่โม้ก็โง่แล้ว

“ครับ แต่คุณคงมีโอกาสได้พิสูจน์แค่หนึ่ง หรืออาจจะสอง”

“โอ้ นั่นก็บุญโขแล้วครับ” พรหมสวัสดิ์อิจฉาเจ้านายจริงๆ สมัยนี้จะหาผู้หญิงมาเป็นภรรยาให้ครบสามสูตรสมดั่งใจหมายของชายนั้นยากนัก สามสูตรอะไรนะหรือ... ก็หนึ่งเป็นสาวใช้ในบ้าน สองเป็นนักการทูตนอกบ้าน และสามเป็นคุณโสฯบนเตียง อะไรทำนองนั้น

และพรหมสวัสดิ์ก็ต้องจองแห้วเพิ่มอีกกระป๋อง เมื่อศิราภรณ์รับบทสาวใช้ในบ้านได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง อาหารหลากชนิดแสนอร่อย กิริยา มารยาทเรียบร้อย พูดจาไพเราะและไม่บ่นพร่ามหรือซักถามในเรื่องไม่เป็นเรื่อง เธอยังปฏิเสธการร่วมโต๊ะอย่างนุ่มนวล โดยอ้างว่ายังมีของหวานและผลไม้ที่ยังจัดไม่เรียบร้อยรออยู่

“เมื่อเช้าผมไปนั่งร้านน้ำชา” พรหมสวัสดิ์เปรยก่อนจิบเบียร์เย็นๆ ที่เทอเรสหน้าบ้านซึ่งกว้างขวางพอสำหรับโต๊ะอาหารไม้หนาหนักชุดใหญ่ขนาดหกที่นั่ง

ตะวันสนใจขึ้นมาทันที คนแถวนี้ใครๆ ก็รู้ว่า ‘วงน้ำชา’ มีบทบาทไม่ต่างจากหอกระจายข่าวหรือหนังสือพิมพ์ชุมชน เขายังเคยไปร่วมวงและได้รับฟังเรื่องราวมากมายเกี่ยวกับคนในพื้นที่แบบหลายมุมหลากมิติ

“ซันทอยส์ขึ้นหน้าหนึ่ง” พรหมสวัสดิ์ลดเสียงลงนิดเมื่อชะโงกหน้าเข้ามาใกล้ “เขาปิดกันให้แซดว่าเป็นคนของนายหัวบวร”               

“อืม” ตะวันครางรับเบาๆ นึกอยู่แล้วไม่ผิด “ไม่รู้จะเล่นแบบนี้อีกนานแค่ไหนนะ ผมไม่ค่อยสบายใจเท่าไหร่ที่ทำให้พ่อลูกมีปัญหากัน”

“โอ้ยคุณตะวัน เชื่อผมสิ ถึงคุณจะไม่ซื้อที่ตรงนั้น กำนันก็ต้องขายให้คนอื่นเอาไปทำประโยชน์มากกว่าจะยกให้ลูกชายเอาไปทำบ่อนทำซ่อง”

ตะวันเถียงไม่ออก มีไม่น้อยหรอกที่สิ่งผิดกฎหมายจำพวกนี้มักจะอยู่ภายใต้การดูแลของผู้มีอิทธิพลท้องถิ่น หรือนักการเมืองทั้งระดับบนและล่าง สำหรับที่นี้ก็ไม่เว้น นายหัวบวรอาศัยบารมีของบิดาผลักดันตัวเองขึ้นไปนั่งในตำแหน่งสำคัญระดับจังหวัด ไม่ใช่ตำแหน่งใหญ่โตแต่ดังคับบ้านคับเมือง และใครๆ ก็ ‘เกรงใจ’

เขาสงสารกำนันบัญชา ชายชราวัยเกษียณแทนที่จะได้มีความสุขกับลูกหลานกลับต้องมานั่งปรับทุกข์กับคนอื่นอย่างเขา แม้จะเข้าใจและเห็นใจแต่เขาก็ไม่สามารถทำอะไรได้มากไปกว่ารับฟังและให้กำลังใจ คนดีมีความคิดอบรมสั่งสอนคนอื่นได้แต่ลูกตัวเองกลับเอาไม่อยู่ ไม่รู้ว่าคนเป็นลูกจะคิดบ้างไหม... คงไม่ เพราะถ้าคิดได้ก็คงคิดไปนานแล้ว ไม่ทำอะไรที่ท้าทายกฎหมายบ้านเมืองแบบนี้หรอก... ก็คนมัน ‘แน่’ ไง


‘ชีวิตคู่’ ดำเนินต่อไปตามวันเวลาในรูปแบบที่เรียกว่า ‘ปกติสุข’

ทุกวัน ตะวันมีอาหารเช้าที่หนักท้องกว่าเดิมทานก่อนออกไปทำงาน มื้อเที่ยงฝากท้องที่ร้านป้าดากับพรรคพวก เย็นกลับมาทานฝีมือศิราภรณ์อย่างเอร็ดอร่อย พักผ่อนดูทีวีก่อนจะอาบน้ำอุ่นบ้างเย็นบ้างและเข้านอนโดยมีคนนวดหลังนวดเท้าให้ประจำ และพอเขาสบายตัวแล้วก็ได้นวดเฟ้นคลึงเคล้นคนบริการถูกใจทั้งเนื้อทั้งตัวทุกคืนเช่นกัน

แต่กระนั้นศิราภรณ์ก็ไม่เคยอยู่ค้างคืนที่ห้องของตะวัน เพราะเธอไม่กล้า และตะวันก็ไม่เคยชวน เพราะเขาไม่คุ้นเคยกับการมีคนนอนคู่กายข้ามคืนรู้สึกว่ามันเป็นอะไรที่จริงจังเกินไป ผู้หญิงที่ถูกเรียกตัวมาเพื่อการนั้นจะต้องกลับไปเมื่อเสร็จกิจ… ศิราภรณ์ก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น

บ้านหลังไม่ใหญ่มาก ถ้าเทียบกับบ้านหลังเล็กในรั้วสุริยาที่ยังไม่มีเจ้าของจับจองก็ยังต่างกันสามเท่า แต่ศิราภรณ์ก็ยังมีงานล้นมือทำเกือบทุกวัน จะว่าเธอหางานใส่มือเพื่อให้ตัวเองไม่ได้อยู่ว่างก็คงใช่ เพราะเมื่อไหร่ที่ว่างเธอมักจะคิดมากและเผลอถามตัวเองบ่อยๆ ถึงเรื่องของอนาคต

แม้จะมีเครื่องซักผ้า แต่ศิราภรณ์ก็เต็มใจที่จะใช้มือกับเสื้อผ้าบางชิ้นของตะวัน เพราะรู้ถึงเกรดของมัน จะให้เอาไปหมุนซ้ายหมุนขวาอยู่ในถังกลมๆก็ใช่ที่ ตอนอยู่บ้านสุริยาเธอได้วิชาติดตัวมาไม่น้อย

ห้องนอนเล็กชั้นบนที่ว่างอยู่ ถูกใช้เป็นห้องเสื้อผ้าระหว่างรอรีดเก็บ หญิงสาวพยายามมีความสุขกับสิ่งเล็กๆน้อยๆที่ได้ทำให้เขา ว่างจากเสื้อผ้าเธอก็นั่งประดิดประดอยอาหารเย็นทั้งคาวหวาน ไม่ก็ทำความสะอาดบ้านเสียจน  ขี้ฝุ่นต้องยอมแพ้ พอมองสนามหญ้าโล่งๆหน้าบ้านก็วางแปลนสวนหย่อมไว้   ในใจ เธอเห็นร้านขายต้นไม้ตอนนั่งรถสองแถว ตั้งใจว่าถ้าได้ออกไปซื้อของสดอีกครั้งก็อาจจะแวะซื้อติดมือกลับมาที่ละต้นสองต้น แล้วก็ได้แต่นั่งหัวเราะอยู่คนเดียวเมื่อนึกถึงของที่ต้องเดินหิ้วเข้ามาในหมู่บ้านด้วยสองมือ

ศิราภรณ์เข้าใจ ตะวันไม่มีเวลาเช่นนั้นสำหรับเธอหรอก แต่เธอจะทำทุกอย่างเพื่อเขา

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น