หอหมื่นอักษร
facebook-icon Instagram-icon

มาค่ะ! มาตามติดชีวิตแมวไปด้วยกัน~ ;P

ตอนที่ 51 โจรขโมยแมว

ชื่อตอน : ตอนที่ 51 โจรขโมยแมว

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 2k

ความคิดเห็น : 12

ปรับปรุงล่าสุด : 19 ก.ค. 2561 15:18 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 51 โจรขโมยแมว
แบบอักษร



“เกิดอะไรขึ้น?”

เจียวหย่วนหยุดทำการบ้าน เขาทำไปได้แค่ครึ่งเดียวก็ได้ยินเสียงดังมาจากข้างนอก เขานึกถึงเรื่องที่ขโมยขึ้นเช่นเดียวกันกับคนอื่นๆ เจียวหย่วนวางปากกาลงแล้วมองไปรอบๆ ก็พบว่าแมวของตัวเองยังไม่กลับมา

พ่อเจียวหย่วนวางหนังสือวิชาภาษาจีนของเด็กป.หกลง แล้วเดินไปดูเหตุการณ์ด้านนอกที่หน้าต่าง ตึกที่อยู่รอบๆ มีคนหนุ่มคนสาวทยอยกันเดินออกมา เด็กๆ ที่เต็มไปด้วยความสงสัยต่างก็โผล่หน้ามาดูที่หน้าต่างหรือไม่ก็ออกมาที่ระเบียง แต่ก็ถูกผู้ใหญ่ลากเข้าบ้านไปอย่างรวดเร็ว

“นั่งลง!” พ่อเจียวหย่วนลากเจียวหย่วนกลับมา แล้วควักโทรศัพท์โทรไปถามคนอื่น แล้วก็โทรไปหาคุณยายที่อยู่ชั้นหนึ่งด้วย เพราะคนที่อยู่ชั้นหนึ่งข่าวสารย่อมไวกว่า

หลังจากวางสายแล้ว พ่อเจียวหย่วนก็นั่งคิดสักพัก แล้วเดินออกจากห้องเจียวหย่วนไปเปิดประตูบ้านก็พบกับเสี่ยวชิวหยางที่เปิดประตูออกมาดูเหตุการณ์ด้านนอกเช่นกัน

“พี่ก็ได้ยิน......”

“เสี่ยวชิว มาได้เวลาพอดี กำลังจะไปหาเลย!”

หลังจากนั้นหนึ่งนาที

ชิวเซี่ยงหยางก็มานั่งอยู่บนโซฟาในบ้านของครอบครัวเจียว รองศาสตราจารย์เจียวได้ฝากเด็กๆ ให้เขาดูแล ส่วนตัวรองศาสตราจารย์เจียวนั้นได้ลงตึกไปอย่างรวดเร็ว

เสียงเอะอะโวยวายดังไปทั่วเขตที่พักบุคคลากรฝั่งตะวันออก ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว คนที่มาจับแมวคนนั้นก็ไม่คิดว่าเหตุการณ์จะเป็นแบบนี้ เพราะตอนที่พวกเขาไปจับแมวที่หมู่บ้านอื่นก็ไม่เคยเจอแบบนี้มาก่อน

หลังจากที่ได้ยินเสียงแมวร้องอยู่ตรงต้นกุ้ยฮัว คนๆ นั้นก็รีบปีนข้ามรั้วมาทันที แล้ววิ่งไปยังกรงโดยไม่ลังเล เพราะได้ยินเสียงสุนัขกำลังวิ่งมาทางนี้

ตัวหนึ่งกระโดดข้ามแนวดอกตู้จวนมาอย่างสวยงาม ส่วนคนก็ไม่ได้ลดความเร็วลง รีบพุ่งเข้าไปยังใต้ต้นกุ้ยฮัว แต่ยังไม่ทันที่จะมองหากรงเจอ ขาทั้งสี่ของแมวก็พุ่งเข้าไปข่วนเสียก่อน

ยามปกติเจ้าอ้วนดูนิ่งๆ แต่พอได้ออกโรงแล้วล่ะก็โหดพอตัว ถึงแม้ว่ามันจะแรงไม่เยอะเท่าเจิ้งทั่น แต่ก็ทำให้เจ็บจนลืมไม่ลง อีกทั้งตำแหน่งที่ข่วนยังใกล้ดวงตาอีกด้วย หากมันออกแรงเยอะกว่านี้หรือกรงเล็บยาวกว่านี้ คาดว่าคนๆ นั้นอาจจะตาบอดได้

ถึงจะไม่ถึงกับตาบอด แต่เลือดก็ไหลลงมาเป็นทางยาวตั้งแต่หางตาลงมาถึงจมูกหลายทาง เลือดแทบจะทะลักออกมาทันทีที่ถูกข่วน

เจ้าอ้วนคงไม่มานั่งนึกว่าทำคนตาบอดหรือไม่ หรือหากลงมือทำรุนแรงไปจะต้องมารับผิดชอบภายหลังหรือเปล่า มันถูกฝึกมาให้เข้าจู่โจมหากมีภัยมาถึงตัว ส่วนเรื่องยุ่งๆ หลังจากนั้นมีคนคอยเคลียร์ให้อยู่เสมอ

ทางด้านเจิ้งทั่นเองก็เช่นกัน เขาข่วนในตำแหน่งที่ใกล้เคียงกับเจ้าอ้วน เนื่องจากเขาคุมแรงตัวเองได้ จึงเอาแค่ให้เป็นแผลและส่งผลต่อการมองเห็นเล็กน้อยเท่านั้น แต่ก็ใช่ว่าจะลงแรงไปไม่เยอะ เจิ้งทั่นข่วนเป็นทางยาวกว่าเจ้าอ้วนจนแทบจะถึงคอ ขณะที่เขาพุ่งเข้าไปนั้น ยังได้สกัดขาของคนๆ นั้นให้ล้มลงด้วย โดยใช้แรงที่เยอะกว่าปกติเล็กน้อย ไม่ได้ทุ่มสุดตัว เขายังไม่อยากแสดงฝีมือเต็มขั้น

“อ๊า------“

มีเสียงร้องออกมาไม่ดังมาก แต่เห็นได้ชัดว่ากำลังพยามยามอดทนกับความเจ็บปวด

คนๆ นั้นเอามือจับหน้า แต่ก็ยุ่งพุ่งตัวไปข้างหน้าต่อ จึงไปชนเข้ากับต้นกุ้ยฮัว

หลังจากที่จัดการไปอย่างเต็มแรงแล้ว เจ้าอ้วนก็ถอยห่างอย่างรวดเร็วออกไปประมาณสิบเมตร คอยเฝ้าดูเหตุการณ์จากตรงนั้น

เจิ้งทั่นไม่ได้หลบไปไหน พอเห็นว่าคนๆ นั้นไม่สนใจกรงอีกต่อไปก็พลางรีบลุกขึ้นเตรียมจะปีนกำแพงหนี เขาไม่มีทางปล่อยคนร้ายให้หนีไปได้แน่ ถึงจะไปกดตัวคนๆ นั้นให้หมอบลงไม่ได้ แต่ก็ยังมีวิธีอื่นอีก

ดูเหมือนว่าคนๆ นั้นตาจะมองไม่ค่อยเห็นแล้ว บวกกับความมืดทำให้มองไม่เห็นรอบๆ จึงไปชนเข้ากับต้นไม้ไปไหนไม่ได้เสียที

พอเห็นคนๆ นั้นหันหลังให้เจิ้งทั่นจึงพุ่งเข้าไปเกี่ยวกางเกงเอาไว้

ฟึ่บ!

น่าเสียดายที่คนๆ นั้นใส่กางเกงยีนส์ อีกทั้งยังคาดเข็มขัดด้วย ทำให้เจิ้งทั่นดึงกางเกงของเขาลงมาไม่สำเร็จ

คนๆ นั้นรู้สึกว่าตรงต้นขาเหมือนโดนข่วน แต่ก็ไม่ได้สนใจอะไรมาก เขาพยายามสะบัดขาแล้วหันไปต่อ แต่ก็สะดุดเข้ากับกิ่งไม้จนล้มลง

คนจับแมวนึกไม่ถึงว่าครั้งนี้จะกลายเป็นแบบนี้ นอกจากแมวจะไม่เข้าไปในกรงแล้ว ยังกล้าพุ่งเข้ามาข่วนอีก ไหนบอกว่าแมวบ้านเชื่องไม่ใช่เหรอไง? เมื่อก่อนเวลาที่เขาไปจับแมวที่หมู่บ้านอื่น ส่วนใหญ่ก็ไม่เคยเจอแมวที่นิสัยโหดขนาดนี้ แมวที่เขาเจอวันนี้ข่วนครั้งเดียวไม่พอ ยังมีเข้ามาข่วนซ้ำอีก นี่ถ้าเขาสวมกางเกงกีฬามาคงขาดรุ่งริ่งไปแล้ว


แต่สถานการณ์ตอนนี้ไม่ใช่เวลาจะมานั่งคิด เขาต้องรีบหนีให้ไวที่สุด


แต่ยังไม่ทันที่จะลุกขึ้นยืน เขาก็รู้สึกเจ็บหนักที่ก้น

เจิ้งทั่นกับเจ้าอ้วนที่นั่งอยู่ด้านข้างเชิ่ดใบหูขึ้นพร้อมกัน

จ้วงจ้วง สุดยอดไปเลยพวก!

จ้วงจ้วงเคยกัดคนจนเลือดอาบมาก่อน ครั้งนี้ก็เช่นกัน มันพุ่งเข้าไปแบบไม่คิดถึงอันตรายใดๆ แล้วก็งับเข้าเต็มๆ คำ

ครั้งนี้จ้วงจ้วงไม่ได้กัดไปที่ขา ไม่รู้ว่ามันรู้สึกว่าปากตัวเองใหญ่ขึ้นหรือว่าเพราะเหตุอันใด ครั้งนี้มันงับเข้าไปที่ก้น

จ้วงจ้วงมาถึงแล้ว เสี่ยวฮวากับซาฮาร่ากำลังตามมาติดๆ

เสี่ยวฮวาไม่กัดคน แต่กัดอย่างอื่น พอเห็นเพื่อนกัดคนไปแล้ว มันจึงมองหาอย่างอื่นกัด

คนจับแมวสวมเสื้อที่มีหมวกฮู้ด เสี่ยวฮวาจึงงับไปที่หมวกเสื้อแล้วเริ่มลาก เสี่ยวฮวาออกแรงลากพลางส่งเสียงขู่ไปด้วย

เดิมทีเสี่ยวฮวาก็แค่งับเล่นสนุกๆ เท่านั้น เพราะปกติก็เล่นแบบนี้ แต่คนจับแมวพอเห็นเสื้อของตัวเองถูกลาก จึงยกมือไปตีหมา

แต่การตีครั้งนี้เหมือนเป็นการไปกระตุ้นอารมณ์เสี่ยวฮวา การที่มันนิสัยดีไม่ได้แสดงว่ามันโกรธไม่เป็น บวกกับด้านข้างมีเพื่อนอีกสองตัวกำลังสร้างบรรยากาศอย่างเมามันส์ ทำให้มันเริ่มที่จะฮึกเหิมตาม จึงออกแรงลากหนักกว่าเดิม

คนจับแมวถูกลากไปตามแรงของเสี่ยวฮวา จากที่ศีรษะมึนๆ อยู่เล็กน้อย ตอนนี้ยิ่งมึนมากกว่าเดิม

เจิ้งทั่นนึกถึงหนังเรื่องหนึ่งเมื่อนานมาแล้ว เรื่อง ‘cujo’ หนังเรื่องนั้นทำให้สุนัขพันธุ์เซ้นต์เบอนาร์ดมีภาพลักษณ์ที่น่ากลัว

พอได้สติกลับบมา เจิ้งทั่นก็หันกลับไปมองภาพเหตุการณ์ตรงหน้าอีกครั้ง ที่น่าขำก็คือเสี่ยวฮวางับหมวกเสื้อลากไปทาง ซาฮาร่างับกางเกงแล้วลากไปอีกทาง ส่วนจ้วงจ้วงกัดอยู่ตรงกลาง สภาพของคนจับแมวตอนนี้น่าเวทนามาก

คนจับแมวรู้สึกว่าตัวเองซวยมาก ใบหน้าปวดแสบปวดร้อน ก้นก็ถูกหมากัด หัวกับเท้าก็ถูกหมาลากไปมา ศีรษะก็เริ่มมึนมากขึ้นเรื่อยๆ หลังจากที่รู้สึกเหนื่อยมากแล้ว เขาจึงเลิกรบกับหมาตัวใหญ่ แล้วเอามือล้วงเข้าไปในกางเกง

พอล้วงเข้าไป  ไม่มี

ล้วงอีก ก็ไม่มี

เปลี่ยนไปล้วงอีกข้าง หายไปไหนวะ!

มีดล่ะ!

เจิ้งทั่นพอเห็นท่าทางแบบนั้นก็รู้ได้ทันทีว่าคนจับแมวกำลังหาอะไร แต่เมื่อครู่ตอนเขาล้มลงแล้วจ้วงจ้วงพุ่งเข้าไปกัด เจิ้งทั่นได้ฉวยโอกาสในตอนนั้นล้วงเอามีดออกมาแล้วสะบัดทิ้งไปอีกทาง เพื่อไม่ให้หมาทั้งสามตัวถูกทำอันตรายได้

ผู้คนที่อาศัยอยู่ในเขตที่พักพากันแห่มาอย่างรวดเร็ว คนที่มาถึงก่อนก็คือลุงยามที่เฝ้าหน้าประตูใหญ่ ส่วนคนที่ดูแลด้านความปลอดภัยคนอื่นๆ ก็ค่อยๆ ทยอยกันตามมา

ลุงยามหลังจากที่ได้รับโทรศัพท์จากคุณยายก็รีบออกมาทันที เขาเป็นทหารที่ปลดประจำการแล้วมาเป็นยามเฝ้าประตู ถึงแม้ว่างานนี้จะได้ญาติพี่น้องช่วยออกหน้า แต่หลักๆ เลยก็คือคุณยาย ลูกชายคุณยายได้เป็นธุระจัดการเรื่องนี้ให้ ดังนั้นเขาจึงค่อนข้างเกรงใจคุณยายเป็นพิเศษ

พอคุณยายโทรมาเล่าเหตุการณ์ให้ฟัง เขาก็รีบแจ้งไปยังหน่วยรักษาความปลอดภัยของมหาวิทยาลัย จากนั้นตัวเขาเองได้หยิบเอาไฟฉายและอุปกรณ์ที่ถนัดมือออกมา เขาจะให้บรรดาบุคลากรที่อยู่ที่นี่ออกไปเผชิญอันตรายไม่ได้

แต่พอไปถึงจุดเกิดเหตุลุงยามก็ทำอะไรไม่ได้ หมาทั้งสามตัวกำลังคลุ้มคลั่ง อีกทั้งดูอารมณ์กำลังขึ้นถึงขีดสุด หากผลีผลามเข้าไปมีหวังได้โดนลูกหลง

ลุงยามเกาหัว จากนั้นก็หันไปมองแมวสองตัวที่อยู่ด้านข้าง “เกิดอะไรขึ้น?”

เจิ้งทั่นเหล่มองเขา จากนั้นก็เดินไปที่กรง

ลุงยามเอาไปฉายส่องไปยังจุดที่เจิ้งทั่นยืนอยู่ แล้วก็เข้าใจว่ากรงอันนั้นถูกเอามาใช้ทำอะไร เขาเดินไปหยิบมันออกมาแล้วมองนกกระจอกที่อยู่ในนั้น จากนั้นก็สำรวจรอบๆ กรง เห็นได้ชัดว่ากรงอันนี้ใช้จับแมวมาแล้วหลายครั้ง

“ฮ่าๆ กล้ามากนะเอ็งที่มาวางกรงดักถึงในเขตนี้!” ลุงยามพูดพลางหันหน้าไปมองเจ้าอ้วนที่นั่งนิ่งเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แล้วก็หันไปมองหมาทั้งสามที่กำลังจัดการกับคนร้ายอยู่ จากนั้นลุงยามก็เบ้ปาก

มาจับแมวที่นี่ ไม่เท่ากับมารนหาที่ตายเหรอ?

ต่อให้เรื่องนี้กฎหมายในประเทศเรายังไม่เข้มงวด แต่ในเมื่อจับตัวการได้แล้วก็คงไม่ปล่อยไปง่ายๆแน่ ยิ่งไปกว่านั้นเรื่องนี้ยังเกี่ยวข้องกับแมวลายเสือตัวนี้อีกด้วย

มีคนในเขตที่พักหลายคนวิ่งมาแล้วใช้ไฟฉายส่องดูเหตุการณ์ตรงนั้นพลางฟังลุงยามพูดถึงกรงที่เก็บได้ ทุกคนต่างก็ยืนดูอยู่เฉยๆไม่มีใครเข้าไปช่วยคนจับแมว พลางพูดคุยกับลุงยามไปเรื่อยๆ พวกเขาเพิ่งเคยเห็นกรงจับแมวเป็นครั้งแรก จึงรู้สึกสงสัย

“พวกคนจับแมวพวกนี้กลางวันเป็นเวลานอน พอดึกดื่นเที่ยงคืนก็ออกมาจับแมวจนถึงเช้า จะได้ประมาณสิบยี่สิบตัว ก่อนหน้านี้มีข่าวว่าแมวหายไปหลายตัวไม่ใช่เหรอ? คนพวกนี้นี่แหละทำ แต่ก็น่าแปลกนะ คนๆ นี้ดูก็น่าจะเป็นพวกจับแมวมืออาชีพ แต่ก็ยังกล้ามาจับแมวที่นี่ อีกทั้งยังเป็นเวลานี้ด้วย” ลุงยามพูดพลางส่ายหัว

เจิ้งทั่นนั่งฟังอยู่ไม่ไกล เขาเองก็อยากรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้ อย่างไรเสียก่อนที่เขาจะมาเกิดเป็นแมวก็ไม่เคยสนใจเรื่องพวกนี้มาก่อน แต่ตอนนี้ไม่เหมือนกัน เพราะมันเกี่ยวข้องกับชีวิตน้อยๆ ของเขา

“ขโมยแต่แมวบ้านเหรอครับ ต่อให้เอาไปกิน แต่พวกร้านค้าก็เลี้ยงเองได้ไม่ใช่เหรอครับ อย่างพวกหมู ไก่ ต่างก็มีโรงเลี้ยงโดยเฉพาะทั้งนั้น ทำไมต้องมาขโมยแมวบ้านด้วย?” เด็กหนุ่มคนหนึ่งถามขึ้น

ลุงยามหัวเราะ “เลี้ยงเหรอ? จะเป็นไปได้ยังไง ไม่สู้ขโมยแมวที่เขาเลี้ยงไว้แล้วหรอก ทั้งประหยัดเวลาประหยัดเงิน แมวไม่เหมือนหมา พวกมันติดกับได้ง่าย อีกทั้งโจรพวกนี้มันยังมีเทคนิคจับแมวโดยเฉพาะ ลูกแมวมันยังไม่จับ รอปีต่อไปค่อยมาจับ ไม่ต้องเปลืองเงินเลี้ยงเอง”

“โอ้โห แบบนี้คนที่เขาเลี้ยงแมวมาจนโตไม่เท่ากับเลี้ยงเพื่อให้คนพวกนี้มาจับหรอกเหรอครับ?อีกอย่างแมวเร่ร่อนก็มีทำไมไม่ไปจับ มาขโมยแมวบ้านมีเจ้าของทำไม?” เด็กหนุ่มระบายอารมณ์ออกมา

“แมวเร่ร่อนมีไม่เท่าไหร่ ความต้องการของตลาดมันมากเกินไป คนพวกนี้ถึงได้พุ่งเป้าไปที่แมวบ้าน อีกทั้งพวกคนเลี้ยงแมวน่ะเลี้ยงดูอย่างดี ไม่มีโรค ขายได้ราคาดีกว่า แต่ก็น่าสงสารคนที่ต้องถูกขโมยแมวไป”

อาจารย์วัยกลางคนที่อยู่ข้างๆ พูดแทรกขึ้น “นั่นสิครับ เลี้ยงมาตั้งนาน ใครๆ ก็ผูกพันกันทั้งนั้น คนที่แมวหายต้องนั่งเสียใจไปนาน ก่อนหน้านี้ก็ใครไม่รู้ที่พอแมวหายก็กินไม่ได้นอนไม่หลับ”

คนที่อาจารย์คนนี้พูดถึงเจิ้งทั่นรู้ว่าเป็นใคร เพราะเขาก็อาศัยอยู่ในเขตที่พักนี้เหมือนกัน แต่แมวของเขานั้นไม่ได้มาเล่นกับพวกเจิ้งทั่น มีครั้งหนึ่งแมวตัวนั้นเคยแอบเข้าไปในตึก B แล้วไปขโมยอาหารของเจ้าอ้วนจนถูกเจ้าอ้วนสั่งสอน แต่นับตั้งแต่เลยช่วงปีใหม่มาก็ได้ยินว่าแมวตัวนั้นหายไป ตอนนั้นเจิ้งทั่นไม่ได้คิดอะไรมาก แต่ตอนนี้พอมานึกๆ ดูแล้วก็แอบใจหาย

“แมวตัวหนึ่งขายได้เท่าไรครับ?” เด็กหนุ่มสงสัย

“ไม่เท่าไรหรอก ได้ไม่กี่สิบ จะพันธุ์ไหนก็ตาม ราคาไม่ต่าง หลังจากที่จับแมวไปแล้วบางคนจะถลกหนังออกแล้วส่งไปขายที่ตลาดค้าหนังสัตว์ ส่วนเนื้อแมวก็ขายให้กับร้านอาหาร พวกร้านปิ้งย่างข้างทางบางทีก็อาจมีเนื้อแมวผสมอยู่ด้วย แล้วก็บรรดาพวกร้านขายของกินเล่นก็อาจมีปะปน หลายคนกินเข้าไปไม่รู้หรอก แมวบางตัวถูกโยนลงในหม้อต้มทั้งเป็น ได้ยินมาว่าพอตัดหัวตัดขาทิ้งผ่านกรรมวิธีอีกหน่อยก็เอาไปขายว่าเป็นเนื้อกระต่ายหรือเนื้อของสัตว์อื่นได้ นี่เป็นวิธีของพวกค้าเนื้อค้าหนังแมว แล้วยังมีพวกขบวนการที่ค้าแมวเป็นๆ ด้วย พอจับได้ก็ส่งไปทางใต้ ขนกันเป็นคันรถ......แมวที่ถูกขนจากในเมืองไปก็เป็นแมวบ้านที่มีเจ้าของทั้งนั้น”

“มิน่าพี่หลิงถึงได้ขังแมวเอาไว้ในบ้าน หมู่นี้ไม่เห็นอาหวงเลย จริงสิ แล้วพวกแก๊งค์จับแมวนี่มีเยอะไหมครับ?” เด็กหนุ่มถาม

“เยอะสิ”

“แล้วทำไมไม่มีใครจับคนพวกนี้?”

ลุงยามนิ่งไปสักพัก แล้วพูดขึ้น “พวกแก๊งค์ลักแมวมีเยอะกว่าที่คิด ไม่ว่าจะที่ไหนในประเทศก็มีหมด เรื่องนี้มันซับซ้อนน่ะ เกี่ยวพันกับหลายสิ่งหลายอย่าง บางคนขนส่งไปทางใต้เป็นคันรถ ต่อให้ถูกจับได้กลางทางก็ยังหาข้ออ้างหลบไปได้ จับไม่ได้หรอก”

เจิ้งทั่นพอได้ยินแบบนั้นแล้วอยู่ๆ ก็รู้สึกตัวเย็นขึ้นมาทันที เพราะตอนนี้เขาเป็นแมว จึงรู้สึกว่านี่เป็นเรื่องใกล้ตัวมาก

และจากการฟังบทสนทนาของลุงยามกับคนอื่นๆ ทำให้เจิ้งทั่นรู้ว่า แมวที่ขโมยอาหารของอาหวงตัวนั้น คงไม่กลับมาอีกแล้ว

คนอื่นๆ ในเขตที่พักทยอยกันมาเยอะขึ้นเรื่อยๆ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยต่างก็มาถึงกันแล้ว

สุนัขทั้งสามตัวถูกเจ้าของเรียกกลับไป ส่วนคนขโมยแมวตอนนี้ก็จนตรอก ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยแมวข่วน กางเกงขาดรุ่งริ่ง ก้นเลือดอาบ เสื้อก็ขาดเป็นรู

แต่ไม่มีใครในที่นี้สงสารเขาเลยสักคน

หญิงสาวคนที่เมื่อครู่พูดถึงเรื่องแมวหายอามรมณ์กำลังเดือด ยกมือขึ้นเตรียมจะพุ่งเข้าไป แต่ก็ถูกสามีห้ามไว้

คนขโมยแมวเอามืดปิดใบหน้านอนอยู่ใต้ต้นกุ้ยฮัว มีเลือดไหลออกมาตามซอกมือ เขาถูกจับตัวไปอย่างรวดเร็ว แต่เสียงวิพากษ์วิจารณ์ของคนในที่พักยังคงดังอย่างต่อเนื่อง

เจิ้งทั่นพอเห็นพ่อเจียวหย่วนจึงวิ่งเข้าไปหา อยู่กับคนในครอบครัวดูจะปลอดภัยกว่าเยอะ

เจ้าอ้วนพอเห็นคุณยายก็ตื่นเต้น รีบวิ่งเข้าไปกระโดดหาคุณยาย

คุณยายเห็นแบบนั้นก็รับมันเข้ามาไว้ในอ้อมกอด ดูจากท่าทางแล้วเรื่องแบบนี้คงไม่ใช่ครั้งแรก

เจิ้งทั่นมองอยู่ข้างๆ ก็รู้สึกอึ้งไปทีเดียว

เรื่องเมื่อกี้ยังไม่ทำให้ตกใจได้เท่าเรื่องนี้ เจ้าอ้วน! นี่แกไม่เห็นใจคุณยายที่อายุเยอะหน่อยเหรอ?

พอรู้สึกได้ถึงสายตาของเจิ้งทั่น เจ้าอ้วนจึงเงยหน้าขึ้น หรี่ตาลง พลางขยับใบหู แล้วเอาหัวซุกเข้าไปในอ้อมกอดของคุณยายถวิลหาความอบอุ่น ทุกครั้งหลังจากที่ออดอ้อนคุณยายแบบนี้มันจะได้อาหารเพิ่มขึ้นตลอด

พ่อเจียวหย่วนพาเจิ้งทั่นเดินกลับตึกพร้อมกับคุณยาย ระหว่างที่เดินคุณยายก็ได้เล่าเรื่องที่เจ้าอ้วนรู้ว่ามีกรงจับแมว

“เจ้าอ้วนเคยถูกฝึกมา ลูกยายบอกว่าศัตรูตัวฉกาจของแมวก็คือสิ่งนั้นนั่นแหละ เพราะฉะนั้นทุกครั้งเวลาที่ยายไปอยู่กับลูกชาย เขาก็จะฝึกให้เจ้าอ้วนรู้จักหนีกรงดักแมว รวมถึงกับดักอื่นๆ เฮ้อ พวกคนขโมยแมวนี่มันไร้คุณธรรมจริงๆ......”

ขณะที่คนขโมยแมวถูกพาตัวไป ผู้คนในเขตที่พักพากันแยกย้ายกลับบ้าน ตรงบริเวณทางเข้าเขตที่พักก็ได้มีคนๆ หนึ่งเดินออกจากตรงนั้นเช่นกัน




แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น