only_offgun

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

Ending อยากได้ยินว่ารักกัน : High quality lover

ชื่อตอน : Ending อยากได้ยินว่ารักกัน : High quality lover

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนฟิค

คนเข้าชมทั้งหมด : 13.3k

ความคิดเห็น : 19

ปรับปรุงล่าสุด : 16 เม.ย. 2562 23:51 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Ending อยากได้ยินว่ารักกัน : High quality lover
แบบอักษร

Paloyh : สรุปคืนนี้ไปไหน


GunAtthaphan : ร้านเดิม


Paloyh : กี่โมง


GunAtthaphan : สามทุ่มต้องถึงร้าน


Paloyh : ดีล



.



.



.




เบียร์รสเฝื่อนไหลลงคอเป็นแก้วที่ห้าของคืนนี้ เสียงดนตรีสดช่างเข้ากันดีกับสายลมเย็นๆในช่วงค่ำคืนของช่วงต้นฤดูฝน ในคราแรกพวกเขาตั้งใจจะให้คืนนี้เริ่มต้นและจบลงที่สถานบันเทิงย่านเดิมอย่างที่คุยกันไว้ แต่ด้วยบรรยากาศที่เป็นใจเช่นนี้จึงทำให้ทุกคนตกลงกันใหม่ว่าถ้าได้นั่งจิบเบียร์รับลมเย็นๆฟังเพลงชิวๆกันคงจะดีกว่า



“สั่งเหล้ามั้ยมึง”



ตะวันเอ่ยถามเพื่อนสนิทที่นั่งอยู่ข้างๆ ใบหน้าหล่อดูชั่งใจอยู่พักใหญ่ สายตาจับจ้องไปยังแฟนตัวเล็กที่หัวเราะคิกคักอยู่กับเพื่อนสาวของตน ก่อนจะหันมาพยักหน้าให้เป็นเชิงอนุญาต ออฟจึงหันไปเรียกพนักงานทันที


“น้องครับ gold ขวดนึง โซดาหก โค้กสาม น้ำแข็งถังนึง”



“กะเมาเลยป่ะอ้วน”



“แค่นี้ไม่เมาหรอกหน่า ห่วงตัวเองเหอะมึงอ่ะ”



กันส่ายหน้าน้อยๆให้คนรัก แต่ความจริงก็ไม่ได้คิดจะห้ามอะไรอยู่แล้ว รู้ดีว่าคนตัวสูงคอแข็งแค่ไหน เผลอๆเป็นตัวเขาเองนี่แหละที่จะเมาจนอีกคนต้องแบกกลับคอนโดเหมือนทุกครั้ง



ไม่นาน Gold label ขวดใหญ่ก็มาวางอยู่ตรงหน้า ตกลงกันว่าจะเปิดวงด้วยการยกเพียวคนละช็อต ออฟจึงสั่งมะนาวฝานซีกมาเป็นออฟชั่นเสริม แก้วช็อคสี่แก้วถูกยกมาชนกันตรงกลางโต๊ะ ก่อนจะยกแก้วรับเอาของเหลวสีทองลงคอจนหมดแล้วบีบมะนาวตามเพื่อตัดรสฝาดของเหล้าอีกที ถือว่าFriday nightของพวกเขาในคืนนี้ เริ่มต้นขึ้นอย่างสมบูรณ์



ยิ่งดึกบรรยากาศก็ยิ่งครึกครื้น ปริมาณแอลกอฮอล์ในแก้วยิ่งเข้มข้นขึ้นบวกกับวงดนตรีที่เลือกเล่นเพลงสนุกๆมากขึ้นเพื่อบิ้วให้ทุกคนในร้านเริ่มโยกตัวเต้นตามด้วยสติที่ไม่เต็มร้อยสักเท่าไหร่ แน่นอนว่าหนึ่งในนั้นคืออรรถพันธ์ ตากลมหวานเชื่อม ใบหน้าแดงก่ำ บวกกับรอยยิ้มกว้างๆที่ส่งให้คนนั้นคนนี้พร่ำเพรื่อราวกับกำลังโปรยเสน่ห์ไปทั่วทั้งร้าน กายเล็กที่เริ่มขยับโยกอย่างสนุกสนานไปพร้อมๆกับเพื่อนสนิทข้างกาย โดยไม่รู้เลยว่ามันดูยั่วยวนสายตาคนมองมากขนาดไหน และนั่นก็ทำให้คนหวงน้องอย่างตะวันนั่งไม่ติดที่



“เชี่ยเผิง เก็บเมียมึงดิ้ มีแต่คนจ้องจะแดกน้องแล้วเนี่ย”



“ปล่อยให้มันสนุกไปเหอะ คนอื่นก็ได้แค่มองป่ะวะ”



“ไม่หวงเมียหน่อยหรอวะ”



“หวง แต่จะให้มานั่งห้ามนั่นห้ามนี่กันอยู่ มันก็หมดสนุกป่ะ ไม่อยากงี่เง่าว่ะ”



“เชี่ย เผิงเปลี่ยนไป”



ออฟยกยิ้มมุมปากรับคำพูดนั้นของเพื่อน ก่อนจะยกทั้งแก้วขึ้นกระดกจนหมดอีกครั้งด้วยท่าทีสบายๆ แต่มันกลับเท่ห์ชิบหายในสายตาของกัน



“มึง”



“ว่า”



“ป่าปี๊หล่อ”



“เอ้า ชมผัว มึงบ้าป้ะเนี่ย”



“มึงดู ฮืออออ กูจะเอาาา”



แขนยาวๆที่วางพาดพนักพิงของโซฟายิ่งทำให้อกแกร่งดูกว้างน่าซบ ไหนยังกระดุมเสื้อเชิ้ตที่ถูกปลดลงมาโชว์แผ่นอกขาวๆนั่นอีก ท่านั่งไขวห้างพร้อมกับมือข้างหนึ่งที่ยกแก้วเหล้าขึ้นจรดริมฝีปาก บวกกับดวงตาเรียวรีที่เอาแต่จ้องมองตนอยู่อย่างนั้น ทั้งหมดรวมกันยิ่งทำให้คนตรงหน้าดูน่าหลงไหลมากขึ้นไปอีกในความคิดของอรรถพันธ์ ใบหน้าหวานแดงซ่านเมื่ออีกคนยกยิ้มมุมปาก ออฟรู้ว่าคนตัวเล็กกำลังคิดอะไร อยู่กันมาตั้งนานทำไมจะไม่รู้ว่าไอ้เตี้ยนี่หลงเขาแค่ไหน



“มานี่มา”



เพียงเท่านั้น กายขาวแทบจะถลาเข้าหาอกกว้างๆของคนรัก ออฟวางแก้วเหล้าลงบนโต๊ะก่อนจะใช้สองมือโอบรอบเอวบางเพื่อกันไม่ให้คนบนตักตกลงไปเสียก่อน



“เมารึยัง หื้ม”



“เมาแล้ววว”



เสียงอ้อแอ้ตอบกลับมาพร้อมพยักหน้าหงึกหงักอยู่กับอก ออฟหัวเราะให้กับท่าทีน่ารักๆนั่น พลางก้มลงคลอเคลียพวงแก้มใสของคนขี้เมาที่ค่อยๆเงยหน้าขึ้นจากอกแล้วยืดตัวขึ้นจุ๊บปากคนรักอย่างออดอ้อน



“อยากกลับรึยัง”



“ฮื่ออ”



ใบหน้าหวานส่ายไปมาจนผมกระจายพร้อมกับคิ้วเรียวขมวดมุ่นขัดใจเมื่อได้ยินว่าอีกคนจะพากลับ ออฟพยักหน้าก่อนจะส่งแก้วให้เพื่อนเป็นเชิงบอกว่าให้ชงมาเพิ่ม และปล่อยให้คนอีกคนโยกตัวเบาๆบนตักตนอยู่อย่างนั้น และแน่นอนว่ามันก็เป็นโอกาสดีที่เขาจะได้หาเศษหาเลยกับลำคอขาวๆของคนรักได้อย่างเต็มที่



“กลับไปเอากันเลยมั้ยล่ะ ถึงขั้นนี้แล้ว”



เสียงพูดเหน็บแนมของพลอยไม่ได้ทำให้เพื่อนตัวเล็กสะทกสะท้านแต่อย่างใด ซ้ำยังยืดตัวขึ้นหอมแก้มสากของเจ้าของตัก ก่อนจะหันมายักคิ้วหลิ่วตาใส่เพื่อนรักอย่างน่าหมันไส้ พลอยเบ้ปากใส่เพื่อนก่อนจะยกเอาแก้วของตนขึ้นจิบแล้วเลือกที่จะหันไปสนใจหนุ่มหล่อโต๊ะข้างๆที่ส่งยิ้มมาให้ และกันรู้ทันที ว่ายังไงคืนนี้เพื่อนรักของตนคงไม่ได้กลับคอนโดมือเปล่าแน่นอน



“มองอะไรหื้ม”



“ป่าปี๊ดูดิ พลอยมันอ่อยผู้ชาย”



“มึงก็ขี้อ่อย”



“อะไร กันไม่เคยยย”



ตอบพลางหันไปแลบลิ้นใส่พี่เตที่นั่งทำหน้าล้อเลียนอยู่ข้างๆ มือเล็กจะเอื้อมไปตีพี่ชายคนสนิทแต่อีกคนดันหลบได้ก่อน สงครามปาถั่วจึงเริ่มต้นขึ้น



“กันอย่าเล่นของกิน”



“ป่าปี๊ดุพี่เตด้วยดิ”



“ว๊ายยยยย เด็กโดนว่า”



“สัตว์เลี้ยง!!!”



ออฟถอนหายใจแล้วตบหัวเพื่อนรักไปทีโทษฐานชวนน้องทะเลาะ ก่อนจะหันมาตีหน้าดุใส่จอมซนบนตัก แต่ก็โดนอีกคนคว้าคอก่อนที่ปลายจมูกเล็กจะกดฝังลงบนลำคอของตนอย่างที่ชอบทำ



“อย่าดุกันนะ”



หลุดยิ้มให้เด็กขี้อ้อนก่อนจะทำโทษด้วยการกดจูบแรงๆลงบนเหม่งหนึ่งที แล้วปล่อยให้เพื่อนสนิทกับคนรักฟาดฟันกันทางสายตาอยู่อย่างนั้น



“ปวดฉี่”



เงยหน้าบอกพี่ก่อนจะลุกขึ้นจากตัก แต่ก็ไม่วายเซล้มลงบนตักกว้างอีกครั้ง



“ไหวป่ะเนี่ย กูไปเป็นเพื่อนมั้ย”



“กันไหวว เดี๋ยวมานะ”



ลองยืนอีกครั้งโดยมีแขนแกร่งประคองไว้ ใบหน้าแดงๆยิ้มตาหยีมาให้เพื่อบอกว่าตนไม่เป็นไร ก่อนจะโน้มตัวลงหอมแก้มพี่อีกครั้ง แล้วเดินเซๆเข้าห้องน้ำไป



“เมาหนักแล้วนะนั่น”



“เออ กูก็ว่างั้น จะเอามันกลับละ”



“เออ กลับเหอะ กูก็มีนัดดูบอลกับพวกไอ้หน่องต่อเหมือนกัน”



“งั้นพวกพี่กลับกันก่อนได้เลยนะคะ พลอยดีลโต๊ะนู้นไว้แล้วอ่ะ”



“ฮ่าๆๆ ครับ ระวังตัวหน่อยนะเรา มีอะไรโทรหาพวกพี่ได้นะ”



“โอเคค่ะ”



เมื่อตกลงกันได้ก็เรียกพนักงานมาคิดเงิน ไม่นานคนตัวเล็กก็เดินกลับมา แต่กลับมาในเวอร์ชั่นที่อ้อนมากขึ้นผิดปกติ



“เป็นอะไร”



“เมื่อกี๊มีคนมาจีบกันด้วย”



“แล้วมึงทำไง”



“กันไม่ให้จีบหรอก กันรักป่าปี๊”



ออฟยกยิ้มพลางลูบหัวเด็กน้อยบนตัก เขารับรู้ถึงสายตาหลายคู่ที่จ้องมายังพวกเขาทั้งคู่ตั้งแต่ก้าวเข้ามาในร้าน แน่ล่ะ ส่วนนึงคงเพราะพวกเขาเป็นที่รู้จักอยู่แล้ว แต่อีกส่วนนึงคงเป็นเพราะความน่ารักของคนบนตักของเขาเสียมากกว่า



“กูไปห้องน้ำแปป”



“เออๆ”



ตอบรับเพื่อนไปส่งๆแล้วจึงหันกลับมาสนใจแก้วเหล้าในมือต่อ ตัดสินใจจะยกให้หมดแก้วจะได้พาตัวเล็กกลับห้องเสียที แต่ข้อมือกลับโดนอีกคนจับไว้จนต้องก้มลงไปมอง



“ป้อนหน่อย”



“หื้ม”



“อยากกิน ป้อนหน่อย”



สายตายั่วยวนที่ส่งมาให้ทำให้ออฟตัดสินใจกระดกเหล้าเข้าปากอีกครั้ง แต่แทนที่จะกลืนลงไปกลับเลือกที่จะประกบริมฝีปากลงบนปากสีแดงฉ่ำที่เผยอรออยู่ก่อนแล้ว ของเหลวรสร้อนถูกส่งเข้าสู่โพรงปากของอีกคน บางส่วนไหลล้นออกมาตรงมุมปากยิ่งทำให้ออฟรู้สึกเหมือนกำลังมัวเมาคนตรงหน้ามากกว่าเหล้าทุกแก้วในคืนนี้



แขนเล็กยกขึ้นเกี่ยวลำคอหนาเมื่ออีกคนรุกจูบไม่หยุดจนต้องแหงนหน้ารับจูบร้อนแรงที่พี่มอบให้ ริมฝีปากถูกดูดดึงจนเกิดเสียงน่าอายแต่โชคยังดีที่เสีนงดนตรีในร้านดังมากพอที่จะทำให้ไม่มีใครได้ยินนอกจากเขาทั้งคู่ จมูกโด่งคลอเคลียปลายจมูกเล็กขณะที่คนบนตักได้แต่หลับตาหอบหนัก มือเล็กกำเสื้ออีกคนแน่นเมื่อปากหนากดลงมาขโมยลมหายใจของตนอีกครั้งและอีกครั้งก่อนจะ



“แฮ่ม!”



“...แฮ่ก...อื้อ...พอก่อนป่าปี๊”



ผลักอกพี่เบาๆเมื่อบุคคลที่สามกลับมาถึงโต๊ะ กันซุกหน้าลงหอบแรงๆอยู่กับอกพี่ ส่วนนึงคือกำลังหลบสายตาล้อเลียนจากพี่เตที่เอาแต่ยิ้มล้อตนไม่หยุด



“แหมมมมม ถ้าจะขนาดนี้ก็กลับไปเอากันเลยเถอะพ่อคุณ”



“พี่เต!”



“เออ เป็นความคิดที่ดี งั้นกูกลับละ”



“ป่าปี๊!”



“ฮ่าๆๆ ขับให้ถึงคอนโดก่อนล่ะมึง อย่าถึงขั้นตอนแวะโรงแรมแถวนี้นะ”



“ไม่แวะโรงแรมหรอก”



“...”



“แต่ในรถ...ก็ไม่แน่”



“ไม่ยอมหรอกโว้ยยย”



.




.





.





“อ๊ะ...อ๊า...ระ...เร็วอีก...ป่าปี๊...แรงๆ”



ที่นั่งฝั่งคนขับกลายเป็นสนามรักชั่วคราวของเขาทั้งคู่ มือเล็กปัดป่ายจิกปลายเล็บลงบนเบาะหนังเมื่อคนด้านล่างกระแทกสวนขึ้นมารัวเร็วตามคำขอ แขนแกร่งโอบรัดรอบเอวบางพลางควบคุมจังหวะขึ้นลงให้คนด้านบน ขณะที่ริมฝีปากกับปลายลิ้นกำลังทำงานสอดประสานหยอกเย้ายอดอกสีแดงก่ำที่แข็งตัวสู้ลิ้นขัดกับเสียงหอบครวญครางปานจะขาดใจของเจ้าของร่าง



เครื่องปรับอากาศในรถไม่ได้ช่วยให้อุณหภูมิร่างกายของคนทั้งคู่ลดลงแต่อย่างใด เหงื่อกาฬไหลหยดปะปนจนแยกไม่ออกว่าของใครเป็นของใคร ออฟสูดปากครางเมื่อโพรงผนังอุ่นนุ่มตอดรัดร่างกายตนถี่ยิบ บอกให้รู้ว่าอีกคนใกล้ถึงปลายทางเต็มที จอมยั่วของเขาดูเหมือนจะร้อนแรงเป็นพิเศษในค่ำคืนนี้ ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะสถานที่ ซึ่งไม่บ่อยนักทึ่พวกเขาจะบรรเลงบทรักในรถ และที่สำคัญคือตรงนี้คือทางกลับคอนโดซึ่งก็มีรถคันอื่นขับผ่านไปมาเป็นระยะ



“อะ...แฮ่ก...ไม่ไหว...กันไม่ไหวแล้ว”



ออฟปล่อยให้กายเล็กขยับโยกอยู่บนตัวตามจังหวะที่อีกคนต้องการ มือหนาทำเพียงกอบกุมก้นกลมกลึงพลางขยับแยกเนินเนื้อนั้นออกจากกันเพื่อขยายช่องทางให้ร่างกายของเขากดกระแทกเข้าสู่ทางรักของอีกคนได้ลึกยิ่งขึ้น เสียงเนื้อกระทบกันสลับกับเสียงหอบครางของคนทั้งคู่ดังไปทั่วทั้งรถ รับรู้ได้เลยว่าพาหนะทั้งคันกำลังขยับโยกตามจังหวะการกระแทกของเขาทั้งสองคน ร่างสูงหยัดตัวสวนแท่งร้อนเข้าออกถี่ยิบจนอีกคนร้องครางไม่เป็นภาษาก่อนร่างกายจะกระตุกเกร็งแล้วปลดปล่อยออกมาเต็มหน้าท้องพี่ในที่สุด แต่ก็ยังต้องแอ่นกายรับแรงกระแทกสวนรุนแรงจากคนใต้ร่างที่ใกล้จะถึงปลายทางเต็มที ใบหน้าหวานแหงนขึ้นกัดปากจนห้อเลือดเมื่ออีกคนถอดถอนแก่นกายจนเกือบหลุดแล้วกระแทกเข้ามาใหม่หลายต่อหลายครั้ง ความจุกและความเสียวตีรวนในท้องน้อยจนร้องไม่ออก น้ำตาร่วงเผลาะไหลรินจากหางตา มันทั้งทั้งสมสุขและทรมานในคราเดียว



“อึก..อะ...ฮึก...ปี๊...มันจุก...อ๊า”



“เกือบแล้วครับ อีกนิด...อืมม...กัน...อ่าา”



สองร่างปลดปล่อยออกมาพร้อมกันอีกครั้ง ทำเอาคนตัวเล็กทิ้งตัวลงหอบหายใจซบอกชื้นเหงื่อของอีกคนที่กระเพื่อมขึ้นลงไม่ต่างกัน มันเหนื่อย แต่ก็อดยอมรับไม่ได้ว่าตัวเองรู้สึกดีกับเซ็กส์ครั้งนี้แค่ไหน



“ลุกไหวมั้ย”



ไม่มีเสียงตอบรับ มีเพียงใบหน้าหวานที่ส่ายไปมาอยู่กับอก



“แต่ถ้าอยู่ท่านี้มันจะไม่ถึงคอนโดเนี่ยสิ”



มือเล็กตีแรงๆลงบนอกพี่ ก่อนจะค่อยๆขยับยกตัวขึ้นช้าๆโดยมีแขนแกร่งพยุงไว้อีกที หลับตาปี๋เมื่อรับรู้ถึงของเหลวบางส่วนที่ไหลย้อนออกมาจนเสียวท้องน้อย ซุกหน้าลงกับลำคอหนาเมื่ออีกคนคว้าทิชชู่มาเช็ดคราบคาวบริเวณต้นขาและช่องทางรักให้ ความเขินอายตีรวนเมื่อรู้ว่าส่วนล่างของตนยังคงตอดรัดนิ้วพี่ไม่หยุด



“รอถึงห้องก่อนนะ จะยอมให้รัดทั้งคืนเลย”



.



.



.



ปั้ง!



“อ๊ะ..ใจเย็น...ป่าปี๊...อื้มมม”



ลมหายใจถูกช่วงชิงทันทีที่ประตูห้องปิดลง ลิ้นร้อนเข้าโรมรันโดนที่อีกคนไม่ทันตั้งตัวด้วยซ้ำ สกินนี่ตัวบางโดนอีกคนรูดรั้งออกไปพร้อมกับชั้นในซึ่งเป็นอาภรณ์ชิ้นสุดท้ายของร่างกายส่วนล่าง กายเล็กถูกดันให้แนบชิดประตูห้อง สองขาถูกยกขึ้นให้เกี่ยวเอวสอบ แขนเรียวจึงต้องโอบรัดรอบลำคอแกร่งตามสันชาตญาณ ออฟใช้สองมือประคองสะโพกอวบตึงพลางใช้ปลายนิ้วนวดคลึงช่องทางที่ยังปิดไม่สนิทของคนตรงหน้า จีบพับบีบคลายตอดรัดราวกับกำลังเชื้อเชิญให้เขาล่วงล้ำเข้าไปอย่างไรอย่างนั้น และแน่นนอนว่ามันไม่มีเหตุผลอะไรที่เขาจะต้องลังเลใจเลยแม้แต่น้อย



“อะ...อึก...มะ..ไม่เอา..อ๊ะ”



“หื้ม ไม่เอาอะไรครับ”



“ไม่เอา...อึก...นิ้ว...อื้ออ”



ความวูบโหวงเข้าเล่นงานทันทีที่อีกคนถอนนิ้วออก ความต้องการฉายชัดในดวงตากลมใสที่เอ่อคลอไปด้วยน้ำตาของคนสวยตรงหน้า กันตีอกคนขี้แกล้งที่ยังไม่ยอมทำอะไรต่อนอกจากโอบอุ้มตนไว้อย่างนั้น



“ปี๊อย่าแกล้ง”



“แกล้งอะไร ยังไม่ได้ทำอะไรเลย”



“กะ...ก็ทำต่อสิ”



“มือไม่ว่างอ่ะครับ ทำเองสิ”



ก้มลงกระซิบชิดใบหูแดงๆของคนตรงหน้า ลอยหน้าลอยตารับสายตาขุ่นๆที่น้องส่งมาให้อย่างไม่รู้สึกรู้สา ก่อนที่คนขี้อายจะยอมแพ้ต่อความต้องการของตนเมื่อมือเล็กข้างหนึ่งถูกส่งลงไปคว้าเอาแท่งร้อนของพี่มาบดเบียดถูไถร่องสะโพกของตนจนเจ้าของร่างต้องสูดปากยาวๆด้วยความเสียวกระสัน ก่อนที่ความแข็งขืนนั้นจะถูกกลืนกินด้วยช่องทางอุ่นร้อนด้วยน้ำมือของคนที่ยังคงส่งเสียงร้องครวญครางอยู่ตรงหน้า



“อื้อออ...อ๊ะ...อาาา...ป่าปี๊...ขยับ...อื้อ”



สะโพกสอบทำงานทันทีเมื่อตัวเล็กออกคำสั่ง รับรู้ถึงปลายเล็บที่จิกลงบนไหล่ แต่กลับไม่รู้สึกเจ็บปวดเลยแม้แต่น้อย กลับกัน มันยิ่งเร้าอารมให้จุมพลบีบขย้ำสะโพกอวบเต็มฝ่ามือ พร้อมกับเร่งจังหวะเสยกระแทกสอดคล้องกับคนบนร่างที่สวนกายกลับมาเป็นจังหวะเดียวกัน



อรรถพันธ์รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังลอยได้ ไม่รู้เลยว่าอีกคนกำลังพาไปที่ส่วนไหนของห้อง เสียงร้องครวญครางของตนก็ฟังดูเหมือนไม่ใช่เสียงของตนเอง สิ่งเดียวที่ชัดเจนตอนนี้คือความเสียวในท้องน้อยจากแรงกระแทกเข้าออกของคนตรงหน้า นิ้วเรียวสอดเข้าขยุ้มกลุ่มผมหนาของพี่ กับมืออีกข้างที่ทั้งจิกทั้งข่วนแผ่นหลังกว้างของคนรักซึ่งเป็นทางเดียวที่สามารถช่วยระบายความเสียวซ่านภายในกายที่กำลังจะแตกเป็นเสี่ยงๆนี้ ความมึนเมาที่ไม่รู้ว่าเกิดจากแอลกอฮอล์หรือกามอารมณ์ผลักดันให้ปากแดงอิ่มเอาแต่ครวญครางร้องขอบทรักเร่าร้อนจากคนตรงหน้าซ้ำแล้วซ้ำอีก



“แรงๆ...ฮึก...ป่าปี๊...แรงๆ”



“กัน...อืมมม...น้องกัน...ซี๊ดดด…”



ตากลมเบิกลืมเมื่อรู้ตัวว่าปลายเท้าสัมผัสกับพื้น สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาคือภาพของตัวเองที่ยืนโน้มตัวเข้าหากระจกบานโต ก่อนจะสบเข้ากับสายตาร้อนแรงของคนที่หยัดสะโพกเข้าออกครั้งแล้วครั้งเล่า ภาพแท่งร้อนสีเข้มที่ตัดกับก้นกลมขาวผ่องของคนรักยามที่มันขยับเข้าออกอยู่นี้สามารถปลุกอารมของจุมพลได้เป็นอย่างดี กายสูงโน้มลงบดจูบปากแดงฉ่ำของคนที่เอียงหน้ารอรับจูบของตนอยู่แล้ว มือหนาโน้มไปด้านหน้าเพื่อขยับรูดรั้งความต้องการให้คนตัวเล็ก นั่นยิ่งทำให้กันได้แต่หวีดครางอยู่ในลำคอ แอ่นสะโพกรับแรงกระแทกขณะที่โพรงปากก็ถูกรุกล้ำจากปลายลิ้นร้อนซึ่งตนก็ตอบสนองกลับไปอย่างเต็มใจ



“ไม่ไหว...ไม่ไหวแล้ว อ๊าาา”



กายเล็กกระตุกปลดปล่อยออกมาเป็นครั้งที่เท่าไหร่ไม่อาจนับ ความชื้นแฉะเหนอะหนะที่ช่องทางด้านหลังก็บ่งบอกว่าอีกคนเองก็ฉีดพ่นความต้องการเข้ามาในกายหลายต่อหลายครั้งแล้วเช่นกัน ออฟฝังกายเข้าลึกก่อนจะปลดปล่อยความต้องการเข้าสู่ร่างกายอีกคนเป็นครั้งที่สี่บนโซฟากลางห้อง มองดูลูกๆนับล้านของตนไหลย้อนลงมาเปรอะเปื้อนโคนขาขาวเมื่อคนตัวเล็กพยายามลุกออกจากตัวเขา และนั่น ทำให้ออฟยึดสะโพกอวบเอาไว้ ดึงให้เรียวขายาวกลับมาคร่อมร่างตนเอาไว้อีกครั้ง แล้วอุ้มอีกคนไปที่เตียง



“กันไม่ไหวแล้วนะ”



“ขออีกรอบ...นะ...นะครับ”



“เอาแต่ใจ”



“เอาแต่ใจที่ไหน...กูเอาแต่มึง”



กระซิบหยอกเย้าคนที่นอนเปลือยกายอยู่ใต้ร่าง กันเอียงหลบปลายจมูกซุกซนของคนเอาแต่ใจ รู้ว่าหนีไปไหนไม่ได้ สุดท้ายเขาก็ต้องตามใจคนรักอยู่ดี



“อีกรอบนะ”



“คะ...แค่รอบเดียวนะ”



“ครับ”



พวงแก้มใสถูกอีกหอมไปฟอดใหญ่เป็นรางวัล ก่อนที่ใบหน้าหล่อจะไล่ลงซุกไซร้ขบกัดตามลำคอขาวอย่างที่ชอบทำ นิ้วมือสะกิดเขี่ยยอดอกที่สดให้แข็งเป็นไตอีกครั้ง ก่อนจะละเลงปลายลิ้นตามจนคนถูกเล้าโลมได้แต่ส่ายหน้าครวญครางอยู่กับหมอนใบโต ผ้าปูที่นอนถูกจิกทึ้งจนยับย่น เมื่อลิ้นชื้นไล้วนอยู่ตรงแอ่งสะดือ ขาเรียวหนีบติดกันตามสันชาตญาณแต่กลับโดนมือใหญ่จับแยกออกกว้างแล้วพาดไว้บนบ่าแกร่งอย่างน่าอาย หน้าท้องบางหดเกร็งเมื่อลมหายใจอีกคนเป่ารดโคนขา ริมฝีปากอวบตึงถูกฟันขาวขบกัดเพื่อกลั้นเสียงครางของตนยิ่งทำให้ภาพของคนตรงหน้าดูเซ็กซี่ จุมพลไม่รู้เลยว่าเขาจะหยุดตัวเองไม่ให้เสพย์สมเรือนร่างเย้ายวนตรงหน้านี้ได้อย่างไร



“ปี๊อย่ามอง”



“เมียสวย หยุดมองไม่ได้ ทำไงดี”



“ป่าปี๊...ไม่เอา...กันเขินเว้ย”



“ฮ่าๆๆ มึงมันโคตรน่ารัก”



อดไม่ได้ที่จะโน้มตัวขึ้นไปพรมจูบทั่วใบหน้าหวานที่กำลังมองเขาด้วยสายตาสั่นระริก ความเขินอาย ความสุข ความต้องการ ถูกถ่ายทอดออกมาผ่านดวงตากลมโตคู่นั้น มือนิ่มยกขึ้นประคองใบหน้าหล่อเหลาของคนรัก ขณะที่ออฟเองก็เอียงหน้าลงจูบฝ่ามือเล็กพลางส่งสายตาแววหวานให้รู้ว่าเขารักคนตรงหน้ามากแค่ไหน นิ้วโป้งไล้เบาๆลงบนแก้มสากแผ่วเบา ก่อนจะตัดสินใจถามคำถามเดิมที่ตนเฝ้าถามคนตรงหน้ามาตลอด



“ป่าปี๊…”



“ครับ”



“รักกันมั้ย”



เอ่ยถามพลางจ้องเข้ามานัยตาเรียวรีที่ตนชอบมอง รับรู้ถึงระยะห่างระหว่างใบหน้าที่ค่อยๆลดลง กันหลับตารับสัมผัสแผ่วเบาบนริมฝีปาก มือหนาสอดประสานเข้ากับฝ่ามือเล็กก่อนจะจุมพิศเบาๆลงบนหลังมือ ความอ่อนโยนที่ทำให้หัวใจเต้นแรงครั้งแล้วครั้งเล่า ยังไม่เท่ากับตอนที่อีกคนโน้มลงมากระซิบถ้อยคำหวานล้ำให้ได้ฟัง



“รักสิ...กูรักมึง...กูรักมึงมากนะกัน”



“ฮึก…”



“ชู่วว ร้องทำไม หื้ม”



“กัน...กันก็รักป่าปี๊...รักที่สุดเลย”



สองแขนยกขึ้นโอบรอบลำคอหนา ซุกใบหน้าลงบนบ่ากว้างของอีกคนที่ทิ้งตัวลงมาโอบกอดตนเช่นกัน ไหล่บางสั่นระริกสะอึกสะอื้นกอดพี่อยู่อย่างนั้น ก่อนที่ร่างสูงจะผละออกมาเพื่อมองหน้าเด็กขี้แยของเขาอีกครั้ง



“กันรอตั้งนาน”



“ขอโทษนะ”



เอ่ยพลางเกลี่ยน้ำตาออกจากใบหน้าหวานที่กำลังยกยิ้มออกมาทั้งน้ำตา กันส่ายหน้าไปมาเมื่ออีกคนเอ่ยคำขอโทษ อยากจะบอกว่าไม่เป็นไรแต่ทุกคำพูดเหมือนรวมกันเป็นก้อนแข็งๆจุกอยู่ในอก หยาดน้ำในตาไหลออกมาอย่างควบคุมไม่ได้แต่ก็ไม่สามารถหยุดยิ้มได้เช่นกัน



“หน้ากัน..ฮึก...ตลกมั้ย...อึก...ทำไงดี”



มือน้อยๆพยายามยกขึ้นมาเช็ดน้ำตาตัวเองอย่างน่าเอ็นดู ออฟหลุดหัวเราะออกมาให้กับท่าทีน่ารักๆนั่น แต่กลับโดนคนงอแงตีรัวๆลงมาบนอก



“เพราะป่าปี๊นั่นแหละ มาบอกอะไรเอาตอนนี้ ดูสภาพกันดิ...ฮึก...ป่าปี๊แม่ง”



“เอ้า กูผิดอะไรวะเนี่ย”



“ก็ดูดิ เสื้อผ้าก็ไม่ได้ใส่ แถมคราบนู่นคราบนี่เต็มตัวไปหมด”



“ทำไมอ่ะ เซ็กซี่ดีออก...โอ๊ย อย่าตีๆ เจ็บแล้วครับ”



มือใหญ่รวบสองมือของน้องที่กำลังประทุษร้ายตนขึ้นมากดจูบเบาๆ พลางส่งสายตาหวานเชื่อมพอให้คนใต้ร่างหน้าแดงเล่น ความอบอุ่นแผ่ซ่านไปทั่วทั้งใจ อดไม่ได้ที่จะรั้งคอคนตรงหน้าลงมารับจูบหวานๆแล้วปล่อยให้อีกคนวนจูบวนหอม คลอเคลียพวงแก้มของตนอยู่อย่างนั้น



“ป่าปี๊”



“หื้ม”



“รักกันนานๆนะ”



“ครับ...จะรักกันนานๆเลย”



.




.




.




“อึก...อ๊ะ..อ๊า..พอแล้ว...พี่ออฟ...ไม่ไหว...อื้ออ”







จบเถอะเนาะ 5555555555555555









แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น