ชะโดตัวโต
facebook-icon

เชิญพบกับภาคต่อของ 'พี่คิณ - ณิริณ' 'พี่ภาคย์ - ไออุ่น' ในเรื่อง 'HATE ME: บงการรัก' เรื่องราวของภัทธิรา ลูกสาวคนเดียวของพี่คิณ - ณิริณ และเป็นน้องสาวฝาแฝดของพี่ภาคย์กับการที่จะต้องจำใจแต่งงานกับ 'คิริน' เพื่อแลกกับชีวิตของภิชญ์น้องชายของเธอ ***โหวต เม้น ให้กำลังใจกันด้วยนะคะ***

HATE LOVE 5: [ภาคย์ ❤ ไออุ่น] ความสับสน 100%

ชื่อตอน : HATE LOVE 5: [ภาคย์ ❤ ไออุ่น] ความสับสน 100%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 9.4k

ความคิดเห็น : 16

ปรับปรุงล่าสุด : 03 ส.ค. 2561 00:46 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
HATE LOVE 5: [ภาคย์ ❤ ไออุ่น] ความสับสน 100%
แบบอักษร


HATE LOVE 5: ความสับสน

สองแม่ลูกสนทนากันไปเรื่อยๆจนกระทั่งเวลาล่วงไปเป็นชั่วโมง ภาคย์มองแววตาของคนเป็นแม่แล้วพยายามครุ่นคิดไปตามคำพูดของเธอ เมื่อก่อนกับตอนนี้เป็นคนละคนกันเช่นนั้นหรือ? ทำไมเขาถึงไม่รู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงอะไรในตัวเองบ้างเลยล่ะ อาจจะเป็นเพราะเขามันด้านชาจนไม่รู้สึกอะไรกับสิ่งที่ผ่านเข้ามาเสียแล้ว


แต่เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อเช้ามันกลับเป็นไปคนละแบบ...


"ภาคย์! เป็นอะไรจ๊ะ นั่งเหม่อเชียวลูก" วาณิริณสะกิดเขาให้ตื่นจากความคิด "เมื่อกี้ได้ยินที่แม่พูดหรือเปล่า?"


"ปละ เปล่าครับ แม่ว่าอะไรนะครับ"


หญิงวัยกลางคนยิ้มบางๆ "แม่บอกว่าตอนนี้เครื่องสำอางค์แบรนด์เรากำลังจะออกคอลเลคชั่นใหม่ ภัทรกำลังวุ่นเรื่องหานางแบบเพราะนางเอกที่ชื่อลิลียาปฏิเสธงาน ภิชญ์เขาก็เลยเสนอหนูไออุ่นให้ลองมาแคสหน้ากล้อง ภาคย์ว่าดีหรือเปล่า?"


"ลองขออนุญาตอาอ้นแล้วหรอครับ?"


"คุณอัศนัยไม่มีปัญหาอะไร ภาคย์ลองไปคุยกับน้องให้ทีสิลูก คอลเลคชั่นสีส้ม สีพีชผลิตเสร็จมาตั้งนานแล้วจะได้โปรโมทขายสักที"


"ครับ ผมจะลองดู" ชายหนุ่มรวบช้อนแล้วยกแก้วน้ำขึ้นดื่มไม่กี่อึกก็วางลง "ดึกแล้วนะครับ แม่ควรนอนได้แล้ว...อีกสักพักผมก็ว่าจะเข้านอนแล้วเหมือนกัน"


"จ้ะ ภาคย์ก็อย่านอนดึกนะลูก ทำงานสองที่แม่รู้ว่าเหนื่อย กว่าภีมจะมาช่วยก็อีกหลายวันอยู่"


"ครับ รักแม่นะครับ" ภาคย์ยืดตัวหอมแก้มวาณิริณแล้วพาเดินประคองขึ้นบันไดไปส่งถึงหน้าห้องนอน หลังจากที่แม่ของเขาปิดประตูลงแล้วตัวเขาเองก็เดินตรงไปยังห้องนอนของตัวเอง ร่างสูงล้มตัวลงนอนบนเตียงแล้วยกมือก่ายหน้าผากพร้อมกับถอนหายใจหนักหน่อวงออกมา "แล้วจะพูดยังไงวะเนี่ย!!"


​INFINITE CONDO....

ในขณะที่ผู้กระทำกำลังกระสับกระส่ายและรู้สึกสับสนวุ่นวายอยู่กับตัวเอง อีกคนที่ถูกกระทำกลับนั่งกอดเข่าอยู่บนเตียงนอนเพราะไม่อาจที่จะข่มตาให้หลับลงได้เลย แววตาหวานเศร้ามอหน้าจอโทรศัพท์ที่พยายามกดโทรออกไปหาอัญชนาแต่ก็ถูกตัดสายทิ้งทุกครั้ง มีเรื่องบางเรื่องอยากจะถามให้เข้าใจและตอนนี้เธอแค่อยากจะพูดคุยกับใครสักคนที่พอจะทำให้รู้สึกดีขึ้นได้บ้าง


แบบนี้มันรู้สึกอึดอัดเป็นที่สุด...


เมื่อช่วงบ่ายภาคย์จ้างคนมาทำความสะอาดห้องนี้และตัวเขาก็หายไปหลังจากที่ทุกอย่างเสร็จสิ้น เหลือเธอเพียงคนเดียวในห้องกว้าง... อินทุกรมองเวลาแล้วทานยาคุมฉุกเฉินเม็ดที่สองตามที่เขากำชับเอาเป็นอันเรียบร้อย อีกไม่นานก็คงจะเช้า...แล้วเธอจะผ่านวันเวลาแบบนี้ไปได้แบบไหนกันนะ


ไม่อยากเจอเขาเลย...


ทำไมเขาถึงใจร้ายกับเธอแบบนี้...


คิดๆไปก็นึกน้อยใจแล้วน้ำตามันก็ไหลออกมาอีกครั้ง อินทุกรกำชับอ้อมแขนกอดเข่าให้แน่นขึ้นแล้วฟุบหน้าลงแนบเข่าของตัวเอง เธอปล่อยให้น้ำตามันไหลออกมาให้หมดๆไปเสียทีเดียวจนกระทั่งเผลอหลับไป


วันต่อมา...


ร่างบางขยับกายเล็กน้อยพร้อมกับเปลือกตาที่หนักอึ้ง มันค่อยๆขยับเปิดเปลือกตาในยามที่แสงแดดส่องเข้ามากระทบ แสงจ้าขนาดนี้คงเลยเวลาเช้ามานานแต่นั่นมันไม่ได้ทำให้เธอประหลาดใจกับใครบางคนที่นำเก้าอี้มานั่งข้างเตียงของเธอ เขาจ้องหน้าเธอในยามหลับตาไม่กระพริบ อินทุกรสะดุ้งเล็กน้อยพลันขยับตัวหนีให้ห่างในทันที


"พะ พี่ภาคย์"


"ก็ใช่ แล้วคิดว่าเป็นใคร?"


อินทุกรส่ายหัวเบาๆ "เปล่าค่ะ เข้ามาได้ยังไงคะ?"


เขาดึงคีย์การ์ที่ทำสำรองเอาไว้ออกมาจากกระเป๋าเสื้อให้เธอเห็น "อาการปวดดีขึ้นหรือยัง? แล้วยาได้กินตามเวลาหรือเปล่า?" จู่ๆก็มาถามไถ่ราวกับว่าเหมือนจะเป็นห่วงเธอเสียอย่างนั้น "กัดลิ้นตัวเองขาดไปแล้วหรือยังไง!! ถามแล้วทำไมถึงไม่ตอบ"


"พี่ภาคย์ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ อุ่นไม่เป็นไรแล้ว" อินทุกรโกยผ้าห่มเข้าหาตัวเอง เธอรวบรวมความกล้าและตัดสินใจถามอะไรบางอย่างออกไป "พี่ภาคย์กับพี่ชะเอม เคยคบกันหรอคะ?"


ภาคย์อึ้งไปคำถามนี้ สีหน้านิ่งเฉยของเขาค่อยๆผันแปรดูน่ากลัวขึ้นมา "ถ้ายังไม่อยากให้ฉันอารมณ์เสียก็อย่าพูดถึงผู้หญิงคนนั้น อีกอย่าง...ฉันมันคนไร้หัวใจ คบกับใครไม่ได้หรอก" ชายหนุ่มลุกขึ้นจากเก้าอีี้แต่อีกคนดันผวาจนหงายหลังตกเตียงเสียอย่างนั้น


ตุบ !!


ว้าย !! ภาคย์เบิกตากว้างพร้อมกับรีบเดินมาอีกฝั่งโดยทันที แต่เมื่อได้เห็นภาพนั้นกลับมีเสียงเล็ดลอดออกมาจากลำคอของเขา 


"หัวเราะอะไรคะ?" อินทุกรหยัดกายขึ้นแล้วใช้สองแขนช่วยพยุงตัวอีกแรง "ไม่มีใครตลกด้วยกับพี่ภาคย์หรอก"


ได้ยินดังนั้นภาคย์ก็รีบปรับเปลี่ยนสีหน้าของตัวเองทันที "อวดเก่งได้แบบนี้คงไม่เป็นอะไรจริงๆแล้วล่ะมั้ง อาบน้ำแต่งตัวได้แล้วจะไปส่งที่มหา'ลัย แล้วตอนบ่าย....."


"วันนี้วันเสาร์! ไม่มีเรียนค่ะ"


ภาคย์นิ่งไปสักพัก "แต่มีธุระต้องไปหลายที่ จะเข้าไปอาบน้ำดีๆหรือจะต้องมีคนอาบให้" ดวงตาคมจ้องมองไปยังหญิงสาวที่ทำทีเป็นเก่งอยู่ตรงหน้า ทันทีที่ขยับตัวเพียงเล็กน้อยอินทุกรก็รีบเดินไปหยิบผ้าขนหนูแล้วหายเข้าห้องน้ำไปในทันที


เวลาผ่านไปประมาณครึ่งชั่วโมง....


ภาคย์นั่งรออยู่ที่โซฟาด้านนอกด้วยความใจเย็น ไม่นานนักอินทุกรในชุดเสื้อยืดสีขาวทรงโอเวอร์ไซส์พร้อมกับกับกางเกงยีนส์ขาสั้นก็เดินออกมาจากห้องนอนของตัวเอง ใบหน้าสาวใสไร้สิ่งปรุงแต่งแต่ทั้งสองแก้มนั้นมีเลือดฝาดอมชมพู เพราะกลัวว่าถ้าหากใช้เวลาแต่งตัวนานกว่านี้เขาจะอารมณ์เสียและพาลมาลงกับเธอแบบครั้งนั้นอีก


เจ็บจนไม่รู้จะอธิบายออกมายังไงแล้ว...


"จะพาไปไหนคะ?" อินทุกรถามโดยที่ไม่เดินเข้าไปใกล้เขา


"เดี๋ยวก็รู้เองนั่นแหละ ไปได้แล้ว!!" ภาคย์ไม่อยากจะเสียเวลาไปมากกว่านี้ เมื่อเห็นเธอเอาแต่ยืนนิ่งอยู่ก็หงุดหงิดภายในใจ มือหนาคว้าข้อแขนเล็กแล้วพาเธอออกไปจากห้องนี้ อินทุกรที่ยังคงรู้สึกเจ็บขัดช่วงล่างเดินไม่ค่อยจะถนัดเสียเท่าไหร่ เขาไม่คิดที่จะถามความสมัครใจเธอสักนิดเลยหรือ?

​OXLOVER....ร้านสำหรับเช้าชุดแต่งงาน

อินทุกรที่ถูกพามาที่นี่มองบรรยากาศโดยรอบด้วยความฉงนใจ ทั้งอัศนัย ภาคิณ และวาณิริณทุกคนรวมตัวอยู่ที่นี่ทั้งหมด หญิงสาวยกมือไหว้ทุกคนพร้อมกับเดินเข้าไปสวมกอดอัศนัยทันทีที่ได้เจอ "คุณพ่อมารอนานแล้วหรอคะ?"


"ไม่นานหรอก แล้วไหนว่าจะมากันตอนบ่ายไงล่ะ! ไออุ่น...ทำไมทำหน้าตกใจแบบนั้นล่ะลูก" อัศนัยยกมือลูบผมลูกสาวด้วยความคิดถึง


"ก็จู่ๆพี่ภาคย์ก็ไปรับมาที่นี่ค่ะ อุ่นยังไม่ทันตั้งตัวเลย แล้วมีอะไรกันหรือเปล่าคะ?"


ผู้ใหญ่ทุกคนต่างหัวเราะออกมาเบาๆ ภาคิณเดินเข้ามาใกล้ๆแล้วแตะไหล่เพื่อนรักของเขาเอาไว้ "อย่าบอกนะว่าไออุ่นลืมงานหมั้นไปแล้ว ฮ่าๆ ไอ้อ้น...เราไปดูสถานเรื่องสถานที่จัดงานกันดีกว่า ตรงนี้ให้ณิริณกับเด็กๆเขาจัดการกันไป...พี่ฝากด้วยนะณิริณ"


"ค่ะ จะเลือกชุดให้หนูไออุ่นสวยที่สุดในงานเลยล่ะค่ะ" วาณิริณพูดด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจ สายตาพลันมองลูกชายที่เอาแต่เงียบอยู่ข้างๆไปด้วย


ในห้องลองเสื้อผ้า...


อินทุกรสวมชุดไทยจิตรลดาสีฟ้ายืนมองตัวเองอยู่ที่หน้ากระจก ชุดนี้สวยมาก...สวยเสียจนเธออยากจะถอดมันออก ยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองไม่เหมาะที่จะสวมมัน แต่ตอนนี้ก็ทำได้แค่ถอนหายใจเพียงเท่านั้น


"ไออุ่นจ๊ะ ที่ไปโดนอะไรมาเป็นจ้ำๆเลย" วาณิริณทักขึ้นพลางสำรวจดูที่ผิวของเธอในขณะที่กำลังรูดซิปด้านหลัง


อินทุกรนิ่งอึ้งไปสักพัก "คือ...อุ่น อุ่นแพ้ครีมทาผิวค่ะ เพิ่งไปหาหมอมาเมื่อ...วานนี้ค่ะ"


"ตายจริง! เลิกใช้ไปเลยนะจ๊ะ ใช้ของเดิมที่เหมาะกับสภาพผิวของเราดีกว่าไปลองอันใหม่ ผิวหนูสยมากเลยนะถ้าเสียขึ้นมาจะแก้ยาก" วาณิริณพูดพลันยิ้มเอ็นดูไปด้วย "ไหน...หมุนตัวให้น้าดูสิ! ผิวขาวนี่ดีอย่างหนึ่งนะใส่สีไหนก็เข้ากับทุกสี ชุดนี้ไออุ่นสวยมากนะจ๊ะ น้านึกถึงแม่ของหนูตอนก่อนแต่งงานเลยที่ชวนน้ามาช่วยเลือกชุด"


อินทุกรก้มหน้าสำรวจตัวเองอีกครั้ง "จริงหรอคะ? อุ่นรู้สึกแปลกๆยังไงก็ไม่รู้ค่ะ อีกอย่าง...มีแต่คนบอกว่าอุ่นหน้าไม่เหมือนแม่เลย"


วาณิริณนิ่งไปสักพักเหมือนกับว่ากำลังคิดอะไรบางอย่าง "ทำไมจะไม่เหมือนล่ะจ๊ะ ป่านนี้ภาคย์คงแต่งตัวเสร็จแล้วเราออกไปหาพี่เขาดีกว่า"


หญิงวัยกลางคนจับมือว่าที่คู่หมั้นของลูกชายออกมาจากห้องลองเสื้อผ้า แน่นอนว่าภาคย์สวมชุดราชประแตนยืนรออยู่นานแล้ว เขาหันมามองทางหญิงสาวที่เดินออกมาโดยที่ไม่มีการเคลื่อนไหวสิ่งใดอีก ใบหน้านิ่งเฉยของเขานั้นไม่แสดงความรู้สึกอะไร แต่ทำไม...เขาไม่ละสายตาไปทางไหน


"ภาคย์ เป็นอะไรไป ยืนเหม่อเชียวลูก" วาณิริณสะกิดภาคย์เบาๆ เธอเอื้อมมือจัดชุดให้ลูกชายจนดูเรียบร้อยขึ้นกว่าเดิม "ตาไม่กระพริบเลยนะ"


"ผมก็เป็นแบบนี้อยู่แล้วนี่ครับ" เขามองหน้าแม่ของตนแล้วถอนหายใจ "ชุดนี้คันมากเลยครับแม่"


"แรกๆก็แบบนี้แหละจ้ะ" หญิงวัยกลางคนหันไปทางหญิงสาวที่ยืนอยู่ด้านหลัง อินทุกรค่อยๆเดินมาใกล้ๆเธอโดยที่เอาแต่ก้มหน้าไม่ยอมมองภาคย์เลยสักนิด


คู่นี้มีอะไรแปลกๆ...


ร้าน DDM GEMS

หลังจากที่เลืกชุดและของที่ระลึกวันงานเสร็จเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อไปก็คือการเลือกแหวนหมั้นนี่แหละ ภาคิณรู้ดีหากว่าปล่อยให้ไปกันเองมีหวังคงได้คว้าน้ำเหลวกลับมา ดังนั้นจึงยกกันมาทั้งหมดนี่แหละเพื่อกดดันลูกชายตัวเอง เจ้าเสือยิ้มยากคนนี้ยิ่งเดาอารมณ์ไม่ค่อยได้เสียด้วย


และแน่นอนว่าภาคย์เองก็ไม่อยากจะมาเหยียบร้านนี้เสียเท่าไหร่...


"สวัสดีครับ ยินดีต้อนรับนะครับ" ปวันเดินออกมาต้อนรับพร้อมกับภรรยาของเขาด้วยรอยยิ้ม "ไม่เจอคุณพ่อเสียนานเลยแล้วก็ไออุ่นด้วย สบายดีนะครับ"


"ก็ตามอัตภาพนั่นแหละ....ไอ้คิณ คุณณิริณ นี่ปวันสามีของชะเอม" อัศนัยผายมือแนะนำเจ้าของร้านให้ทุกคนรู้จัก


ปวันยกมือไหว้ทักทาย "ผมได้ยินชื่อเสียงของคุณอาทั้งสองมานานแล้วล่ะครับ รวมถึงคุณภาคย์ด้วย ไม่คิดว่าวันนี้จะได้เจอทุกคน"


"ปวันยังไม่รู้อะไร ภาคย์น่ะเก่งมากในหลายๆเรื่องเลยนะ บางเรื่องเรียนรู้แค่วันเดียวก็ชำนาญงานไปเลยล่ะ" อัญชนาพูดด้วยน้ำเสียงกังวาน "แล้วแม่ไปไหนล่ะคะพ่อ ทำไมไม่มาด้วยกัน"


"แม่เขาบอกว่าจะไปบวชพรามห์สักอาทิตย์เลยไม่ได้มาด้วย ว่าแต่...เราก็กลับบ้านไปหาแม่เขาบ้างเถอะ เห็นบ่นคิดถึงอยู่" อัศนัยกล่าวเสียงนิ่ง 


"หึ ไปวัดอีกแล้วหรอคะเนี่ย" อัญชนากลอกตาทำทีเบื่อหน่าย "ความสุขของเขาก็ปล่อยเถอะค่ะ มาด้านนี้กันดีกว่า...เอมเลือกแหวนที่เหมือกับภาคย์และไออุ่นเอาไว้ให้แล้ว"


"ขอบใจ แต่ว่าไม่ต้อง" จู่ๆภาคย์ที่นิ่งอยู่นานก็พูดขึ้นมา "งานหมั้นของฉัน นิ้วของฉัน คู่หมั้นของฉัน ฉันจะเป็นคนเลือกเองไม่ต้องลำบากเธอหรอก" ร่างสูงเอื้อมมือไปจับข้อแขนของอินทุกรเอาไว้แล้วพากันเดินแทรกกลางระห่างสามีและภรรยาคู่นั้นไป อัญชนามองตามก็เข่นเขี้ยวที่เขาหักหน้าเธอต่อทุกคน


เดี๋ยวเหอะ...จะทำให้มาคุกเข่าอ้อนวอนเหมือนครั้งนั้นให้ได้เลย คอยดู!!!


"ขอไปตามไปดูก่อนนะคะ" วาณิริณถอนหายใจเบาๆก่อนที่จะตามไปไม่ห่าง​


ปวันทำหน้าฉงนกับอาการของภาคย์ "เขาเป็นแบบนี้อยู่แล้วใช่ไหมครับ?"


ภาคิณพยักหน้ารับ "อย่าไปถือสาเลยนะ ลูกอาก็แบบนี้แหละ" ชายวัยกลางคนยกมือแตะไหล่เพื่อนรัก "ร้านนี้จัดได้สวยดีนะ เครื่องประดับที่วางขายอยู่สวยสมราคามากเลย"


ปวันยกยิ้มเล็กน้อย "ขอบคุณครับ บางชิ้นผมก็ออกแบบเองแต่ก็ขายไม่ค่อยได้เหมือนกับดีไซน์เนอร์ตัวจริงหรอกครับ"


ทุกคนกำลังสนทนากันอย่างเป็นกันเอง มีเพียงแต่อัญชนาเท่านั้นแหละที่ไม่มีอารมณ์ร่วมในที่นี้ จิตใจของเธอมันไปอยู่ที่คนด้านหลังต่างหาก "เอมขอไปดูน้องก่อนนะคะ เชิญคุยกันตามสบาย" หญิงสาวไม่ได้สนใจอะไรต่อ เมื่อหันหลังให้แล้วก็เดินตรงไปหาอินทุกรในทันที น้องสาว สุดที่รัก....


ภาคย์ชำเลืองตาเห็นร่างของอัญชนาแล้วก็กระชากร่างของอินทุกรเบาๆจนเธอเซเข้าไปหาเขา "อากาศแถวนี้เหมือนจะมีแต่มลพิษนะ ว่าไหม?" สายตาคมก้มลงมองคนด้านหน้า 


"อุ่นไม่ได้กลิ่นอะไรเลยนี่คะ?" เธอไม่เข้าใจในสิ่งที่เขาต้องการจะสื่อ


"แม่ครับ ผมว่าเราไปดูร้านอื่นกันจะดีกว่านะครับ" ชายหนุ่มเริ่มออกแรงบีบที่แขนของอินทุกรเรื่อยๆ "ร้านนี้มีแต่ของมีตำหนิ"


"อุ่น เจ็บ..." อินทุกรเริ่มมีใบหน้าเหยเกด้วยความรู้สึกเจ็บตามแรงของเขา


"ภาคย์! ปล่อยน้อง" วาณิริณเห็นท่าทีของลูกชายก็เปลี่ยนน้ำเสียงทันที "แม่จะไม่ขอพูดซ้ำหลังจากนี้ ภาคย์ต้องแยกแยะให้ออกว่าใครเป็นใคร เพราะคนเราแม้ว่าจะเกิดในครอบครัวเดียวกันก็ไม่จำเป็นจะต้องมีอะไรคล้ายๆกัน"


ได้ยินดังนั้นภาคย์ก็นิ่งไปสักพักก่อนจะคลายมือออกจากแขนของอินทุกร อัญชนาเห็นดังนั้นก็ยกยิ้มมุมบอกเชิงบอกให้เขารู้ว่าตอนนี้เธอถือไพ่เหนือกว่า คำพูดประชดประชันของเขาทำอะไรเธอไม่ได้ทั้งนั้น "ได้วงที่ถูกใจหรือยังจ๊ะไออุ่น ให้พี่ช่วยดูให้อีกทีจะดีไหม เพราะภาคย์เขาเป็นผู้ชายคงเลือกได้ไม่ถูกใจผู้หญิงสักเท่าไหร่"


"ไม่เป็นไรค่ะ อุ่นเจอวงที่อุ่นชอบแล้ว" อินทุกรชี้ไปยังแหวนทองคำขาวที่ประดับไปด้วยเพชรเม็ดเล็กๆโดยรอบ แหวนวงนี้ราคาไม่ได้สูงค่าอะไรแต่เธอกลับถูกใจมันเป็นพิเศษ "ได้ไหมคะน้าณิริณ"


"ถ้าไออุ่นชอบน้าก็ไม่ขัดข้องจ้ะ แล้วภาคย์ล่ะ..."


"วงที่วางอยู่ข้างๆก็ได้ครับ" ภาคย์ชี้ไปยังแหวนวงใหญ่ที่มีดีไซน์คล้ายๆกัน อัญชนาเห็นดังนั้นก็ค่อยๆดึงอินทุกรออกมายืนข้างๆเธอ


เธอรู้ว่าภาคย์ยังตัดใจจากเธอไม่ได้หรอก...ทุกอย่างที่เขาทำเธอคิดว่ามันเป็นแค่การประชดประชันเฉยๆ..."ยังคงคอนเซ็ปมัธยัสถ์เหมือนเดิมนะภาคย์...ไออุ่นจ๊ะ เราไปนั่งกันตรงนั้นดีกว่านะเดี๋ยวพี่ให้คนเอาแหวนไปให้ลอง" 


"ค่ะ" อินทุกรรับคำก่อนจะเดินตามไปอย่างว่าง่าย เธอมองเขาสลับกับอัญชนาก็พอจะเข้าใจอะไรบางอย่าง


เพราะสำหรับเขาแล้วเธอคงเป็นได้แค่นั้นจริงๆ....


ภาคย์ยังคงยืนนิ่งอยู่กับตัวเองก่อนจะผ่อนลมหายใจออกมา "พ่อมีแผนอะไรหรือเปล่าครับ ถึงเจาะจงให้มาร้านนี้"


"ไม่มีหรอก แต่มาวันนี้ก็ดีเหมือนกัน...มันทำให้แม่รู้ว่าลูกชายแม่เป็นคนแบบไหน ตอนนี้แม่เองก็เริ่มคิดแล้วว่าเรื่องนี้คนที่น่าเห็นใจคงไม่ใช่ภาคย์ที่ถูกบังคับ แต่เป็นไออุ่นต่างหาก"

_______________________________________________________ 100% _______________________________________________


มาทีละนิด ทีละนิด แต่ไรท์จะพยายามไม่หายแบบทิ้งช่วงนานน๊าาา

ครบแล้วนะจ๊ะ

ไรท์อ่านทุกคอมเม้นท์นะคะ ไม่ได้ตอบบางคนก็อย่างอนกันนะ ^_^

เจอกันวันพรุ่งนี้ค่าาาา มาแน่นอน

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น