Amada อมันด้า🎈

สามารถติชมผลงานของไรท์ได้ตลอดนะคะ น้อมรับทุกคำติชมค่ะ😚

ตอนที่2:แต่งงาน

ชื่อตอน : ตอนที่2:แต่งงาน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ตลก,คอมเมดี้

คนเข้าชมทั้งหมด : 151

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 18 ก.ค. 2561 21:28 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่2:แต่งงาน
แบบอักษร



"ทำหน้าให้มันดีๆ อั๊วให้ลื้อมาแต่งงานนะ ไม่ได้ให้ลื้อไปตายเสียหน่อย"อาม่าบอกผมที่ทำหน้ายุ่ง

"บังคับให้ผมแต่งงาน ก็เหมือนให้ผมไปตายนั้นแหล่ะครับ"ผมว่าเสียงเบา

“อย่ามายอกย้อน”อาม่าว่าพร้อมทำตาเขียวส่งมาให้ผมทันที

"จะมีเมียทั้งที สดชื่นหน่อยดิ"เสียงทุ้มของใครบางคนบอกกับผม

"เฮียก็ลองมาแต่งเองดิ"ผมสวนกลับคุณแอรีส พี่ชายคนโตของบ้านอย่างทันควัน

สิ่งที่พี่ใหญ่ของผมตอบกลับมาคือการส่ายหน้าเป็นพัลวัน ผมละอยากถามจริงๆครับว่าคอยังอยู่ดีมั้ยนั้น สั่นแรงเป็นเจ้าเข้าเชียวหัวแทบหลุด

อันตัวผมเองนั้นเป็นคนรักสนุกที่สุดในบรรดาพี่น้องทั้ง4คน เอาง่ายๆก็คือถ้าเลื้อยได้แบบงูก็คงทำไปนานแล้วแหล่ะครับ แต่ตอนนี้ผมต้องมาแต่งงานและแต่งคนแรกของบ้านเนี่ย งอแงได้มั้ยครับ มันโคตรจะไม่ธุติธรรมกับผมหนุ่มเจ้าเสน่ห์อย่างผมเลย

“เฮียน้องหมวยของเฮียอย่างแจ่มอ่ะ เอลลี่พึ่งแอบไปส่องมา”เอลลี่น้องสาวคนเล็กกระซิบบอกผมเสียงเบา พร้อมยกนิ้วโป้งรัวๆมาให้ผม

“เบบี๋ไปแจ่มไกลๆค่ะ”ผมบอกเสียงเข้ม

“แหน่ะ ดูทำเสียงเข้มกลบเกลื่อน”เธอว่าจบพร้อมกับยู่หน้าใส่ผมแล้วสบัดก้นหนีทันที

“แกเจอเจ้าสาวของแกบ้างยัง”เฮียออสตินถามผมแต่สายตาสอดส่องไปยังตรงนู้นทีตรงนี้ที ไม่รู้ว่าอยากรู้อยากเห็นหรืออยากหาเรื่องคนในงานกันแน่ อันนี้ผมก็ไม่แน่ใจ

“...”ผมไม่ได้ตอบเพียงแต่ส่ายหัวเพียงเท่านั้น

“น่าจะเจอกันก่อนเข้าพิธีหน่อยนะ จะได้ทำความคุ้นเคยกันหน่อย จะได้ไม่เคอะเขินกัน”เฮียแอรีสออกความเห็น เป็นทางเลือกที่ดีอยู่ครับ เพราะผมก็อยากเจอเจ้าสาวของผมอยู่เหมือนกัน ว่าจะยังอ้วนกลมแบบเดิมมั้ย

“จะได้ทำความคุ้นเคยหรือจะได้พังงานกันแน่อ่ะเฮีย เฮียจำครั้งล่าสุดนู้นนนนนนได้มั้ยกัดกันเป็นหมาแย่งกระดูกเลย ขืนเจอกันก่อนเข้าพิธีได้ตีกันตายพอดี”เฮียออสตินละความสนใจจากคนในงานแล้วหันไปออกความคิดเห็นกับเฮียรีส และเปรียบเทียบผมกับโบตั๋นเป็นหมาเลย จึงทำให้ผมคิดตามและล้มเลิกความคิดที่จะเจอโบตั๋นก่อนเริ่มพิธีแต่งงาน เพื่อให้งานดำเนินไปอย่างสงบ


งานแต่งของผมค่อยๆเป็นไปอย่างเชื่องช้า พิธีกรก็ดำเนินการช้าเสียจนผมเหนื่อยแทน ชั่งแตกต่างกับงานคนอื่นที่ผมเคยไป ทุกอย่างมันดูง่ายดายไม่ซับซ้อนแถมงานเสร็จเร็วหรือผมรีบกลับอันนั้นก็อีกเรื่อง แต่นี่อะไรมันงานของผม เป็นงานที่ผมต้องอยู่จนจบงาน แถมต้องทำหน้าที่รับแขกเข้างาน แล้วยังต้องคอยส่งแขกกลับบ้านอีกมาเองกลับเองไม่ได้รึไงวะ อีกอย่างผมล่ะไม่เข้าใจไอ้พวกพิธีการต่างๆพวกนี้เลยครับ ทำไมต้องทำให้มันยุ่งยากขนาดนี้ด้วย ไหนจะเคารพผู้ใหญ่เอย อวดอ้างสินสอดที่ขนออกมาเอย และอื่นๆอีกมากมาย บลาๆๆๆๆ ผมเห็นมาหลายคู่แล้ว ไอ้พวกที่จัดงานใหญ่โตอลังการงานสร้างน่ะ สุดท้ายก็ไปกันไม่รอดตั้งหลายราย ฟ้องหย่ากันบ้าง ฟ้องร้องทรัพย์สินแย่งสมบัติกันบ้าง อย่างกรณีคู่ผมกับยัยลูกหมู ผมว่าไม่น่าจะอยู่กันได้นาน ให้ไม่เกิน3วันเลยครับ

(อมันด้า:เลิกกันแน่ๆ?)

(โอดิน:เปล่าตีกันตายก่อน)



สุดท้ายพิธีการก็เดินทางมาถึงช่วงสุดท้าย คือการส่งตัวเข้าหอของบ่าวสาว หลังจากที่ยืนส่งแขกจนขาแข็ง ผมก็ยังต้องหอบสังขารที่เหนื่อยล้าจากการยืนยิ้มปั้นหน้าให้แขกในงานทั้งวัน ขึ้นมายังห้องนอนของผม ซึ่งตอนนี้ถูกเปลี่ยนเป็นห้องหอเป็นที่เรียบร้อย ผมเดินขึ้นมาพร้อมกับเจ้าสาวตัวน้อยของผมที่ตอนนี้หน้าบูดเป็นตูดไก่ย่าง ดีที่วันนี้งานแต่งงานจัดขึ้นที่ชั้น1ของตัวบ้านที่ผมอยู่บ้างไม่อยู่บ้าง ผมเลยไม่ต้องเดินไกลเท่าไหร่ จะว่าไปแล้ววันนี้ทั้งวันรู้สึกว่าผมกับยัยเจ้าสาวตัวน้อยยังไม่ได้คุยกันแม้แต่คำเดียว ก็ไม่รู้จะเริ่มคุยยังไงนี่นา อาจเพราะไม่ได้เจอกันหลายปีด้วย แถมพอมาเจอกันอีกที ดันต้องมาเข้าพิธีแต่งงานเลยสะงั้น แต่ดีอย่างที่ไม่ได้ตีกันจนทำให้งานวันนี้พัง


“อาม่าขอให้ลื้อสองคนรักกัน ดูและกันให้ดีๆนะ”อาม่ากล่าวอวยพรเป็นคนแรก รักมันก็รักอยู่หรอกครับอาม่า แต่จะรักแบบไหนนั้นอีกเรื่อง ผมได้แต่บอกอาม่าในใจ

“หากน้องดื้อก็ช่วยเข้าใจน้องด้วยนะโอดิน น้องยังเด็ก”ตามมาด้วยคุณปู่ของโบตั๋น เด็กครับเด็กมาด้วยห่างกับผมตั้งเกือบ10ปี บ้าไปแล้ว และผมก็บอกคุณปู่ของโบตั๋นในใจอีกเช่นกัน

“หนักนิดเบาหน่อยก็อดทน ให้อภัยซึ้งกันและกันนะลูก”พ่อกับแม่ของผมอวยพรเป็นคนถัดมาและบรรดาผู้หลักผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือ ก็ทยอยอวยพรกันจนครบ

“เบาๆกับน้องหน่อยนะ น้องยังเด็กอยู่😉”เฮียตินกระซิบบอก ผมได้แต่ส่ายหัวให้กับความคิดของเฮียแก เพราะเฮียรู้กมลสันดานของผมดี

“ถ้าเฮียดินทำอะไม่ดีกับโบตั๋น ไม่สิต้องเรียกว่าซ้อเล็กสิ ถึงเป็นน้องแต่เป็นพี่สะใภ้นี่นา เอาใหม่ ถ้าเฮียทำอะไรไม่ดีกับซ้อเล็กล่ะก็ รีบมาบอกพี่เลยนะ”เอลลี่บอกกับโบตั๋น

“ขอบคุณค่ะพี่เอลลี่😊”ยัยลูกหมูยิ้มให้เอลลี่ หึยยย ยิ้มจนยาหยีแบบนี้ทำไมไม่เคยมีให้ผมบ้าง อิจฉาเว้ย อิจฉาที่ทุกคนได้รับรอยยิ้มของยัยลูกหมู ยกเว้นผม


หลังจากที่ทุกคนอวยพรและตรวจสอบความเรียบร้อยให้กับคู่ข้าวใหม่ปลามันของผมเสร็จก็ออกไปจากห้องหอ เหลือไว้เพียงผมและยัยลูกหมูที่เงียบและตึงใส่กันเช่นเดิมเหมือนตลอดทั้งวันที่ผ่านมา ผมล่ะอดสงสัยไม่ได้ว่าทำไมเธอถึงตึงใส่ผมขนาดนี้ทั้งๆที่เธอควรด่าหรือว่าอะไรผมแบบแต่ก่อนบ้างก็ยังดี เพราะยิ่งเงียบยิ่งตึงแบบนี้มันทำให้ผมอึดอัดอย่างไรก็ไม่รู้


จะว่าไปแล้ว ผมกับเธอไม่ได้เจอกันมากี่ปีแล้วนะ ทำไมเธอดูโตขึ้นขนาดนี้กันเนี่ย แค่ไม่ได้เจอกันไม่กี่ปีทำให้ยัยลูกหมูโตขึ้นเป็นกองขนาดนี้เลยเหรอ ทั้งความขาว แก้มน่าฟัด ปากน่าจูบนั้น ถึงจะยังเหมือนเดิม แต่ที่ต่างไปจากเดิมก็คือหุ่นและน้ำหนักของเธอเนี่ยสิ เธอดูผอมลงอย่างเห็นได้ชัด ทำให้เห็นส่วนเว้าส่วนโค้งของเธอได้ชัดมากขึ้น จากที่ตอนเด็กเป็นเด็กอ้วนกลมน่ากอดน่าฟัด พอโตเริ่มแตกเนื้อสาวยิ่งดูน่าฟัดน่ากอดกว่าเดิม ฮือออ บางกว่ากระดาษทิชชู่ก็ใจโอดินนี่แหล่ะครับ


“พี่จะมองหน้าฉันอีกนานป่ะ?”คำแรกที่เธอเอ่ยกับผมชั่งอ่อนหวานเสียงจริง น้ำเสียงนี่รู้เลยว่าอยากคุยกับผมขนาดไหน -_-‘

“มองหน้าเมียตัวเองไม่ได้ไง๊”ผมว่าเสียงกวน

“เมีย ใครเมีย มโนอยู่เหรอ”ดูสิครับยัยลูกหมูเริ่มออกฤทธิ์แล้วครับ ประโยคแรกที่พูดกับผมก็เริ่มหาเรื่องกัน แล้วประโยคที่สองเธอเล่นย้อนถามมาแบบนี้อีกผมถึงกับไปไม่เป็นเลย

“ไปอาบน้ำไปจะได้รีบนอน เป็นเด็กนอนดึกมันไม่ดีต่อสุขภาพ”ผมรีบเปลี่ยนเรื่องทันที เพราะไม่อยากจะทะเลาะกันตั้งแต่วันแรกที่แต่งงาน

“ฉันขึ้นมอปลายแล้วนะ ฉันไม่เด็กแล้วแถมแต่งงานแล้วด้วยเด็กตรงไหน”ยัยลูกหมูถามกวนไม่เลิก เออรู้ว่าไม่เด็กตั้งแต่เห็นว่าผอมลงแถมหน้าอกฟูขึ้นมากขนาดนี้แล้วจ้ะที่รัก แต่ต้องมองให้เป็นเด็กเพราะยังไม่อยากโดนข้อหาพรากผู้เยาว์ตั้งแต่วันเข้าห้องหอวันแรก

“ตามใจ เราไม่อาบงั้นพี่ไปอาบเอง”ผมสลัดความคิดบ้ากรามของผมออกจากสมอง แล้วรีบเดินเข้าไปอาบน้ำโดยไว ก่อนที่จะห้ามใจไม่อยู่แล้วกระโจนใส่เมียในนาม เกิดมาคั่วสาวมาตั้งเยอะแต่ก็ไม่เคยรู้สึกว่าห้ามใจตัวเองได้ยากขนาดนี้มาก่อน เห้อ ทำไมต้องโตมาน่าฟัดด้วยวะ ยัยเด็กนี่ เดี๋ยวพ่อกับจับทำเมียจริงๆไม่ใช่ให้เป็นแค่เมียในนามสะหรอก



06:30 น.


“นี่ นี่ เห้ ตื่นได้แล้วยัยลูกหมู เช้าแล้ว ตื่น ตื่น ตื่น”ผมใช้นิ้วจิ้มที่แก้มป่องๆของโบตั๋น เพื่อปลุกให้เธอตื่นจากการหลับไหล เด็กอะไรขี้เซาชะมัด ปลุกมาตั้งนานก็ยังไม่ตื่นสักที (จะตื่นให้แกอยู่หรอกนังโอดินก็เล่นจิ้มน้องเป็นขี้เนี่ย)

“อืออออ ขออีก10นาที”แหน่ะไม่ตื่นแล้วยังมา อือๆ ต่อรองกันอีก ผมก็รู้อยู่หรอกนะว่าเมื่อวานกว่าจะจบพิธีแต่งงาน เธอคงเหนื่อและอยากพักผ่อน เพราะเธอยังเด็กอาจจะเหนื่อยกว่าผมได้ แต่ยังไงซะวันนี้ก็มันดันเป็นวันจันทร์ไงครับ ซึ่งเด็กก็ควรต้องไปโรงเรียนถูกมั้ยล่ะ

ในเมื่อใช้ไม้อ่อนปลุกแล้วไม่ยอมตื่น งี้มันต้องใช้ไม่แข็งแล้วล่ะ

“ถ้าไม่ตื่น พี่จะปล้ำทำเมียจริงๆแล้วนะ!!!”ผมตัดสินใจลั่นวาจาเสียงดังลั่น ไม่ตื่นให้มันรู้ไปครับ ถ้าไม่ยอมตื่นก็แสดงว่ายัยลูกหมูอยากเป็นเมียจริงๆของผมเหมือนกัน


โป๊กกกก

“โอ็ยยยยย/โอ็ยยยยย”ผมกับโบตั๋นร้องประสานเสียงด้วยความเจ็บ ก็เธอดันลุกพรวดพราดขึ้นมา หัวของเราทั้งสองเลยประสานงานกันเข้าเต็มๆ

“ชนมาได้ เจ็บนะ”ผมโอดโอยพร้อมทั้งยกมือคลำหัวตัวเองว่ายังอยู่ดีมั้ยหรือแตกไปแล้วกันแน่

“แล้วใครใช้ให้พี่มานั่งตรงนี้เนี่ย”เมื่อลุกขึ้นมาได้โบตั๋นเธอก็โวยวายเสียงดัง พร้อมยกมือขึ้นลูบหัวตัวเองป้อยๆ

“ก็ปลุกเธอไง ยัยหมูขี้เซา”ผมบอกพร้อมกับจิ้มไปที่หน้าผากเธอเบาๆด้วยความหมั่นไส้ ตื่นมาก็โวยวายทั้งๆที่ตัวเองลุกมาชนคนอื่นเขาเอง

“ไปอาบน้ำแต่งตัวจะได้ไปโรงเรียน”ผมบอกทิ้งท้ายก่อนจะเดินออกจากห้องนอน

“รู้แล้วน่า บ่นเป็นคนแก่ไปได้ จะนอนก็ไล่อาบน้ำตื่นมาก็ไล่อาบน้ำ”โบตั๋นบุนอุบอิบไล่หลังเมื่อเห็นว่าผมเดินออกมาแล้ว ทำให้ผมได้แต่อมยิ้มกับคนตัวเล็กอย่างอารมณ์ดี


“อ้าวดิน ตื่นแล้วเหรอลูก มาลูกมา มาทานข้าว ม๊าเตรียมข้าวเช้าเสร็จพอดีเลย”คุณนายมาเดลินโผล่หน้ามาจากห้องอาหารเพื่อเรียกผม

“ครับ”ผมตอบรับแม่แล้วเดินไปหาแม่ยังห้องอาหาร

“แล้วน้องล่ะลูก ตื่นหรือยัง ทำไมไม่พาน้องลงมาทานข้าวพร้อมกันล่ะ”เมื่อผมเดินมานั่งที่โต๊ะอาหาร คุณนายก็เอาแต่ถามหาลูกสะใภ้ไม่ยอมสนใจผมเลยด้วยซ้ำ

“ตื่นแล้วครับ น้องกำลังอาบน้ำแต่งตัวอยู่ เดี๋ยวคงตามลงมาเองแหล่ะครับ”ผมตอบพร้อมซดข้าวต้มฝีมือผู้เป็นแม่ ที่น้อยครั้งจะมีโอกาสได้กิน ก็เธอมัวแต่ไปเที่ยวรอบโลกกับพ่อ แล้วทิ้งให้ลูกๆลอยแพอยู่กันเองมาตั้งแต่พ่อวางมือจากงานแล้วให้เฮียแอรีสเข้ามาดูแลงานแทน นี่ถ้าไม่มีงานแต่งผมนะ จึงให้แม่ก็ไม่ยอมกลับมาเจอลูกแน่ๆ

“วันนี้ตื่นเช้าเชียวไอ้เสือ สงสัยฝนจะตกนะเนี่ย”เสียงทุ้มหยอกเย้าลูกชายดังขึ้น แต่ในน้ำเสียงนั้นฟังกี่ทีก็ดูมีอิทธิพลและน่าเกรงขามอยู่เป็นนัยๆ

“ผมตื่นเช้าเป็นปกติอยู่แล้วน่าแด๊ด”ผมบอกพ่อเสียงเบา

“ก็ปกตินอนเช้าไม่ใช่เหรอ/ปกติกลับบ้านเช้านี่”เสียงของสองพี่น้องดังขึ้นแดกดันผม ทำให้ผมหันไปตามเสียง ก็เจอชายหน้าโหดกับสาวหน้าสวยมองผมอยู่ก่อนแล้ว พร้อมกับส่งท่าทางกวนๆมาให้ผม

“ม๊าครับหาอะไรให้สองคนนี้กินหน่อยสิ พูดมากกันแต่เช้าเลย”ผมมองค้อนสองพี่น้องที่ก่อกวนผมด้วยท่าทางและน้ำเสียง แล้วหันไปบอกแม่ เรื่องง่ายๆคือหาพวกนั้นแหล่ะครับ ก็คนหน้าโหดเนี่ยคือพ่อหนุ่มวิศวกรรม หนุ่มหัวร้อนที่สุดของบ้านที่ไม่ควรมีเรื่องด้วย อีกคนถึงจะเป็นเรียนหมอแต่ก็ไม่วายกวนเก่งไม่ต่างจากวิศวเถื่อนคนพี่เลยครับ

“หาเรื่องเหรอ ตัวๆเลยป่าว!!!”เฮียออสตินถามผมกวนๆ

“ใช่ๆหาเรื่องเหรอต่อยกับเฮียตินป่าว”เอลลี่เสริมทัพเป็นลูกคู่ของเฮียออสตินทันที

“พอกันทั้งหมดนี่แหล่ะ เล่นกันเป็นเด็กๆไปได้ สองคนนี้ก็นั่งลงทานข้าวกันได้แล้ว ไหนบอกจะรีบออกไปเดี๋ยวสายรถติดเอานะลูก”เป็นคุณนายมาเดลินที่ห้ามทัพสงบศึก เพื่อไม่ให้ลูกตีกันไปมากกว่านี้

“เช้านี้ผมขอบายนะครับ ผมต้องรีบไปดูไซต์งานที่ภูเก็ต ผมไปก่อนนะครับแด๊ด รักม๊านะครับ จุ๊บ”เฮียออสตินที่อยู่ใกล้แม่ หันไปบอกพ่อ ท่านก็พยักหน้าเออออไปกับเฮีย ก่อนจะหันมากอดและหอมแก้มแม่แล้วรีบออกไป โดยไม่สนใจเสียงเรียกของแม่เลยสักนิด

“อ้าวแล้วข้าวเช้าม๊าอ่ะ”แม่ได้แต่ถามไล่หลังลูกชายคนรองของเธอ แต่ก็ไร้การตอบโต้ใดๆเพียงโบกมือย้อยๆแล้วจากไป

“อย่าบอกนะว่าจะเท ข้าวเช้าม๊าอีกคน ไม่ได้นะ!!”แม่หันไปแว้ดใส่ลูกสาวคนเล็กของเธอ เมื่อเห็นว่าเอลลี่ตั้งท่าจะย่องหนีออกไปอีกคน

“วันนี้มีตรวจวอร์ดคนไข้แต่เช้าค่ะม๊า อาจารย์หมอคนนี้โหดมากๆ เอลลี่ต้องรีบไปแล้ว บายค่ะม๊า รักแด๊ดนะจุ๊บ”คราวนี้เอลลี่ที่อยู่ใกล้พ่อหันมามาบอกคุณนายมาเดลินจบก็หันไปกอดพ่อพร้อมกับหอมแก้ม เสร็จก็รีบวิ่งออกไปทันที


“ดูลูกแต่ล่ะคนสิคะคุณ ตาแอรีสก็หนีไปอิตาลีตั้งแต่เมื่อคืน ส่วนตาออสตินก็รีบไปดูไซต์งาน ลูกสาวคนเดียวอย่างยัยเอลลี่ก็รีบหนีไปขึ้นวอร์ด ไม่สนใจข้าวเช้าฉันสักคน”แม่บ่นลูกแต่ละคนกระปอดกระแปด ด้วยท่าทางน้อยใจ

“คุณมีลูกสาวคนเดียวที่ไหนกัน อีกคนมานู่นแล้ว”พ่อบอกภรรยาสุดสวยของเขาให้มองตามสายตาของพ่อที่ตอนนี้กำลังมองไปยังเด็กผู้หญิงในชุดนักเรียนมัธยมปลายกำลังเดินลงบันไดมาด้วยสายตาที่ความเอ็นดู และหลากหลาย

“จริงด้วย ได้ลูกสะใภ้ก็เหมือนได้ลูกสาวเพิ่ม เพราะลูกสาวของเราดันเป็นดื้อลิงทะโมนเชียว มีลูกสาวดูเรียบร้อยแบบนี้แม่ปลื้ม”แม่ผมว่าด้วยแววตาลุกวาว และมองคนตัวเล็กเดินลงบันไดช้าๆ

“แอ่กๆๆ”ผมสำลักข้าวต้มทันทีเมื่อได้ยินแม่ว่าอย่างงั้น ลูกสาวแม่เป็นลิงคนเดียวซะทีไหนกัน ยัยหมวยนี่ก็ลิงเหมือนลูกสาวแม่นั้นแหล่ะแต่ต่างกันที่ยังไม่ออกฤทธิ์ให้แม่เห็นเท่านั้น ผมได้แต่เถียงแม่อยู่ในใจ เพราะไม่กล้าพูดออกมา ปล่อยให้แม่ผมได้ชื่นชมลูกสะใภ้ของตัวเองไปก่อนเถอะครับ สร้างฝันให้แม่ไปก่อนแล้วกันอีกเดี๋ยวคงรู้เองแหล่ะครับ ว่าลูกสะใภ้ตัวดีของแม่ก็ลิงดีๆตัวนึงนี่เอง


“มาลูกมาโบตั๋นมาทานข้าวกันลูก”แม่เดินเข้าไปหาโบตั๋นแล้วโอบโอ๋เด็กน้อยให้เดินมายังโต๊ะกินข้าว แถมยังเลื่อนเก้าอี้ให้เธอนั่งอีกด้วย เซอร์วิสยิ่งกว่าลูกในไส้สะอีก

“ขอบคุณค่ะคุณป้า”โบตั๋นยกมือขึ้นขอบคุณแม่ผมด้วยท่าทางนอบน้อม

“ป้าเป้ออะไรกันลูก หนูมาเป็นสะใภ้เล็กของแม่แล้ว ควรเรียกแม่สิลูก แม่น่ะ แม่”คุณนายมาเดลินคะยั้นคะยอยัยลูกหมู ทีงี้คุยป๋อเลย ก่อนหน้านี้ยังหน่าหงิกบ่นลูกไม่สนใจอยู่เลย

“ค่ะ คุณแม่”โบตั๋นว่าตามที่แม่ต้องการ อย่างขัดไม่ได้

“ถูกใจแม่”เมื่อได้ยินโบตั๋นเรียกว่าตัวเองว่าแม่ คุณนายแกก็ดีอกดีใจปรบมือด้วยความภูมิใจเหมือนได้รับรางวัลใหญ่ ดูแม่ผมเป็นสิครับ


“ขับรถดีๆนะดิน”แม่บอกผม หลังผมและโบตั๋นทานข้าวเช้ากันเสร็จเรียบร้อย และกำลังจะออกไปเรียน

“ครับ”

“ตั้งใจเรียนนะลูก”แล้วแม่ก็หันไปบอกกับลูกสะใภ้ตัวน้อยของเธอ

“ค่ะ คุณป้า”

“ป้าอีกแล้ว บอกให้เรียกแม่ ดูปากแม่นะลูก แม่”แม่ผมเอ็ดเธอเสียงดัง พร้อมบอกให้เธอพูด

“หึ”ผมยกยิ้มมุมปาก และอดที่จะหัวเระออกมาไม่ได้ นานๆทีจะมีคนยอมแม่ผมขนาดนี้ ทำให้ยัยลูกหมูหันมาทำตาเขียวใส่ผมทันที

ยัยลูกหมูยิ้มแหย่ๆแล้วก็หันไปพูดกับแม่ผมต่อ

“ค่ะ คุณแม่”

“ดีมาก ลูกแม่”แม่ว่าพร้อมทั้งลูบหัวโบตั๋นด้วยความเอ็นดู ทั้งกอดทั้งหอมจนหนำใจ ส่วนทางโบตั๋นก็ยิ้มรับการกระทำของแม่ผมอย่างว่าง่าย

“ไปนะครับ”ผมรีบบอกลาแม่ก่อนที่ยัยลูกหมูจะช้ำไปมากกว่านี้ โบตั๋นรีบไหว้ลาแม่ผม แล้วจึงเดินตามผมมาขึ้นรถ




“ปกติเลิกเรียนกี่โมง”ผมถามโบตั๋นขึ้นเพื่อทำลายความเงียบบนรถ

“4 โมง”ปากโบตั๋นตอบผม แต่ตามองไปยังถนนข้างนอกที่เต็มไปด้วยรถ ไม่ได้มีอะไรน่ามองเสียด้วยซ้ำ

“มีเรียนพิเศษ หรือติวเพิ่มหรือป่าว”ผมถามอีกรอบ

“มีเรียนพิเศษเสาร์-อาทิตย์”โบตั๋นตอบแค่สั้นๆ

“แล้วปกติกลับยังไง”ผมหาเรื่องคุยกับเธอเพื่อให้บรรยากาศระหว่างทางไปส่งเธอมันไม่เงียบจนเกินไป

“กลับเอง”เธอตอบสั้นๆ

“ต่อไปเดี๋ยวพี่มารับ”ผมบอกเธอ เพราะโรงเรียนของเธอเป็นทางผ่านไปมหาวิทยาลัยของผมอยู่แล้ว ไม่ว่าไปหรือกลับก็ต้องผ่าน

“พี่ไม่ต้องมารับไม่ต้องหรอก ฉันกลับเองได้”โบตั๋นปฏิเสธ


“ขอบคุณที่มาส่งนะ สวัสดีค่ะ”ไม่รู้ว่าเธอกวนหรือเธอทำเป็นปกติเวลาบอกลาผู้ใหญ่ เธอยกมือไหว้ผมครับอ่านไม่ผิดครับ เมียยกมือไหว้ผมก่อนลงรถ


มาแล้วตอนที่2อาจจะอัพไม่บ่อยนะคะ แต่จะพยายามเขียนตอนยาวๆหลายๆหน้าให้อ่าน เพราะใช้เวลาในการแต่งพอสมควร ติชมได้เด้อ เรื่องนี้รักใสๆวัยรุ่นนะคะ เพราะนางเองพึ่งขึ้นม.ปลาย รุนแรงไม่ได้เดี๋ยวโดนสแปม

กดไลท์ คอมเมนท์ เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ

รัก.อมันด้า🎈😘 ที่แปลว่าเป็นที่รัก❤️

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น