วไลกร/ชาล็อต
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับดาว+กุญแจ+เหรียญ ที่สนับสนุนวไลกรนะคะ : )

อดีตที่หยิ่งยโส-2

ชื่อตอน : อดีตที่หยิ่งยโส-2

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 533

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 18 ก.ค. 2561 20:00 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
อดีตที่หยิ่งยโส-2
แบบอักษร

เธอถูกดันไปจนชิดผนังหน้าห้องน้ำ สองมือถูกรวบไว้ด้วยมือของเขาข้างเดียวพร้อมจับยกขึ้นเหนือศีรษะวางทาบกับผนัง สะโพกสอบเบียดดันหน้าท้องให้เธออยู่นิ่งๆ

“ปล่อย” เธอบอกเสียงต่ำ ดวงตาสีเทาเข้มวาวโรจน์

“ผมจะเอาตัวคุณไปอยู่ด้วยสนใจรึเปล่า” นีโอยังคงแกล้ง และโน้มใบหน้า จนจมูกของทั้งสองแตะกัน

“ต่ำ” เจ้าของร่างเย้ายวน กระแทกเสียงดูแคลน จิกตาใส่ พร้อมกับพยายามขยับยกหัวเข่า แต่เขาก็โถมแรงกดไว้แน่น

“ไม่มีผู้หญิงคนไหนสูงส่งเกินกว่าความต้องการของผม และขอบอกว่าไม่มีใครต้านเสน่ห์ผมได้หรอก” เขาเค้นเสียงโน้มใบหน้าลงมาพูดใส่ติ่งหู ลมหายใจอุ่นที่พ่นวาจาเยาะเย้ยใส่ผิวเนียน ทำให้ขนอ่อนบนกายสาวลุกซู่ เธอหลับตากดความรู้สึกทุกอย่างให้เหลือไว้เพียงความโมโห

“อย่างน้อยก็มีฉันคนนึง ไม่มีวันหลงเสน่ห์ผู้ชายไร้มารยาทอย่างคุณ” พูดจบก็กระชากแขนพยายามจะให้หลุดจากมือแข็งราวกับคีมเหล็ก แต่เขาก็ไม่สะดุ้งสะเทือน

“หึ...ผู้หญิง ลืมง่ายจริง ผมจำได้ว่าคุณเคยหลงเสน่ห์พนักงานขายกระจอกๆ คนนึงที่ร้านนาฬิกาในโรม คุณทำให้เขาหลงรัก แล้วก็เขี่ยเขาทิ้งด้วยเหตุผลงี่เง่าว่าเขายากจนไม่คู่ควรกับไฮโซสูงส่งอย่างคุณ นั่นยังไม่สาแก่ใจคุณ ปากสวยๆ ของคุณยังพ่นวาจาร้ายดูถูกเหยียดหยามเขาต่างๆ นานา” เขาเค้นเสียงชิดปากนุ่ม เต็มไปด้วยอารมณ์ขุ่นแค้น

“คุณรู้ได้ยังไง!” เจ้าของร่างเพรียวอุทานอย่างตระหนก เธอมองสำรวจทั่วใบหน้าของเขา

“มองหน้าผมให้ดีๆ สิครับคุณผู้หญิง ใช่ของเล่นของคุณเมื่อสี่ปีก่อนรึเปล่า” ใบหน้าเพรียวแกร่งผละออกเล็กน้อยให้เธอมองหน้าเขาชัดๆ

อณิษฐามองสำรวจแล้วก็ต้องเบิกตาโต สี่ปีก่อนเธอไปซัมเมอร์ที่กรุงโรม ก่อนวันกลับหนึ่งสัปดาห์ เธอไปซื้อนาฬิกาแบรนด์ดังเพื่อฝากมารดา และได้พบหนุ่มหล่อร่างสูงโปร่ง เขาไม่ได้มีร่างกายใหญ่ล่ำหล่อสมาร์ทขนาดนี้ แต่เขาก็หล่อจนเธอไม่สามารถละสายตาได้ หนุ่มหล่อคนนั้นเข้ามาบริการแนะนำสินค้า

ตอนนั้นเธอเพิ่งจบปีสาม และเขาก็สนใจตามจีบ เธอเองก็หลงเสน่ห์ใบหน้าหล่ออัธยาศัยดี เวลาเจ็ดวันที่ออกเดททำให้หญิงสาวมีความสุขมาก แต่พอได้รับโทรศัพท์จากประเทศไทย ความหยิ่งยโสในชาติกำเนิดและความร่ำรวยที่มารดาหล่อหลอมให้เป็นตัวเธอ เป็นเหตุให้ตัดสินใจบอกเลิกชายหนุ่ม ด้วยเหตุผลที่ว่าฐานะของเขาต่ำต้อยเกินไปไม่เหมาะสมกัน

“อย่าบอกนะว่าเป็นคุณ เป็นไปไม่ได้ นายนั่น กระจอกจะตาย เป็นแค่พนักงานขายนาฬิกา คุณไปเอาเรื่องนี้มาจากไหน” ใบหน้ารูปไข่ส่ายเร็วๆ ไม่เชื่อสายตาตัวเองว่าหนุ่มหล่อร่างโปร่งจะกลายเป็นหนุ่มหล่อล่ำได้ภายในสี่ปี

“ใช่ผมเอง ผู้ชายคนที่คุณเคยดูถูก คุณเชื่อแต่ความคิดตัวเอง รู้ได้ยังไงว่าผู้ชายคนนี้เป็นแค่พนักงานขาย คุณใจร้ายมากที่ไม่ฟังคำอธิบาย หลอกให้รักแล้วก็สลัดทิ้งอย่างไม่ไยดี เป็นแค่เหตุผลที่ผมจน หรือความจริงแล้วคุณสนุกที่ทำให้ผู้ชายหัวปั่น แล้วใช้คำพูดดูถูกเขาให้เจ็บปวด ซ้ำๆ เพื่อความสะใจ” หนุ่มลูกครึ่งย้อนกลับเสียงหยัน

“ฮึ! ฉันไม่เชื่อเสื้อสูทที่คุณสวมหรอก โชคดีมากนะที่ได้ติดตามเจ้านายมาดูงานที่เมืองไทย นี่คุณยังจำความรักงี่เง่านั่นได้อีกหรือ มันเป็นแค่ความรักฉาบฉวย ฉันลืมไปหมดแล้ว เอามือจนๆ ของคุณออกไปจากผิวบอบบางของฉันดีกว่า” หญิงสาวตัดใจเชื่อฟังคำสอนของมารดาส่งวาจาเหยียดหยาม และท่าทางรังเกียจตอกย้ำให้เขาเจ็บใจมากขึ้น

นีโอกันฟันกรอด แล้วเขาก็โน้มใบหน้าลงแตะริมฝีปากหยักบางบนปากกระจับ จู่โจมโดยที่เธอไม่ทันตั้งตัวปากนุ่มที่โดนกดทำได้อย่างเดียวคือเม้มปากไว้แน่น มือข้างที่ว่างของหนุ่มอิตาลีจึงนำมาบีบจมูกเธอ ในที่สุดอณิษฐาก็ต้องเปิดปากเพื่อรับออกซิเจนเข้าไป เท่ากับเปิดทางให้ลิ้นร้ายลุกล้ำจาบจ้วง

ลิ้นนุ่มถูกเขาเม้มดูดดึงให้ความรู้สึกเหมือนก้อนแห่งความซาบซ่าแตกกระจายทั่วร่าง ความร้อนรุมพุ่งตรงที่ส่วนลึกของท้องน้อย เย้ายวน รัญจวน ชวนเคลิบเคลิ้ม จนไม่รู้ว่าเขาปล่อยมือจากจมูกเธอตั้งแต่เมื่อไหร่ ดวงตาเรียวสวยพริ้มหลับ รับจุมพิตวาบหวามเร่าร้อน หมดแรงต้านที่จะปฏิเสธ สะโพกโค้งมนเบียดสู้กายหนุ่มโดยที่บังคับไม่ได้

นักธุรกิจหนุ่มยิ้มมุมปากทั้งที่เรียวลิ้นยังโรมรันกันอยู่ แล้วเขาก็ผละออกอย่างรวดเร็ว หญิงสาวเจ้าของจิวเวลรี่ดังถึงกับผวา ดวงตาเรียวสีเทาเข้มค่อยปรือขึ้น เขาปล่อยมือของเธอตกลงข้างกาย แล้วส่งยิ้มเหยียดไปให้ อณิษฐาได้สติทันทีที่เห็นรอยยิ้มหยันดูแคลน เธอรีบทรงตัวยืนตรงเชิดหน้าขึ้นราวกับหงส์

“ผมบอกคุณแล้วว่าไม่มีใครต้านเสน่ห์ของผมได้ สัญญาเลยสาวน้อยว่าคุณจะต้องมาร้องครวญครางอยู่บนเตียงของผม” พูดจบก็แตะจุมพิตแผ่วเบารวดเร็ว ราวขนนกปัดผ่าน แล้วเขาก็ยิ้มมุมปากอีกครั้งก่อนจะหันหลังเดินออกไป

“บ้า! ไอ้บ้า...อ๊าย...” หญิงสาวตะโกนด่า และกรี๊ดเสียงยาวแหลม

พอเขาเดินพ้นจากหน้าห้องน้ำไปแล้ว สิ่งที่น่าตกตะลึงคือความรู้สึกเดิมที่เคยหลงเสน่ห์เมื่อสี่ปีก่อนมันย้อนกลับมาอีกครั้ง เธอรู้สึกอับอายและเสียหน้าที่รู้สึกเคลิบเคลิ้มล่องลอยไปกับจุมพิตจาบจ้วง

“น่ารังเกียจที่สุด” เสียงใสพึมพำพร้อมกับยกมือเรียวขึ้นมาถูริมฝีปาก อยากจะเช็ดความรู้สึกที่เกิดขึ้นในร่างกายของตน และรู้สึกรังเกียจตัวเองขึ้นมาทันที...

ความคิดเห็น