อ้วนพี/หมึกสีนิล

ฝากติดตามกันด้วยนะคร้าบบบบบบ *0* สามารถทราบความเลื่อนไหวได้ที่เพจเน้อออ เพจ: อ้วนพี/หมึกสีนิล

ตอนที่ 2. จอมโจร?

ชื่อตอน : ตอนที่ 2. จอมโจร?

คำค้น : ชีค, ทะเลทราย, โรแมนติกคอมมาดี้,อ้วนพี

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 817

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 18 ก.ค. 2561 17:05 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 2. จอมโจร?
แบบอักษร

ตอนที่ 2. จอมโจร?

รถแทนไทเคลื่อนตัวออกจากพระราชวังอีกครั้งโดยมีผู้โดยสารเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งคนนั้นคือผู้ช่วยราชเลขาส่วนพระองค์อย่างลีออน จุดหมายปลายทางคือชายแดนรัฐทาบิลที่อยู่ทางตอนใต้ของประเทศ สถานที่ที่บุคคลที่เจ๊ใหญ่จอมโหดอยากเจอที่สุดกำลังทำงานอยู่ที่นั่น โดยไม่สนใจว่าการเดินทางจะนานเท่าใดและต้องผ่านที่ไหนบ้าง จนเข้ามาในเขตทางที่เป็นทะเลทรายกว้างใหญ่ ขับมาได้สักระยะแทนไทก็เหยียบเบรคกระทันหัน จนคนที่นอนหลับมาตลอดทางเพราะเหนื่อยจากการเกินทางนั้นตื่นขึ้นแล้วมองไปที่แทนไทด้วยอาการงุนงงปนไม่พอใจ

“เกิดอะไรขึ้น”

“แทนคาดว่า ตอนนี้เราน่าจะเจอปัญหาใหญ่แล้วล่ะเจ๊” แทนไทบอกขณะที่สายตาของเขายังไม่ละไปจากหน้ารถ ลีออนที่นั่งข้างแทนไทเพราะต้องคอยบอกทางก็สำทับสิ่งที่แทนไทพูดไว้

“ใช่ครับ ปัญหาใหญ่มากๆ อาจจะเรียกได้ว่าซวยบรรลัยก็ได้”

“แล้วมันเรื่องอะไรล่ะ อธิบายมาให้ชัดๆ หน่อยได้มั้ย” โรสรินพูดอย่างหงุดหงิด ไม่เข้าใจสิ่งที่สองคนนี้พูดออกมา

“เราเจอโจรทะเลทรายครับ!” ลีออนหันมาตอบด้วยใบหน้าซีดยิ่งกว่ากระดาษเปียกน้ำ โรสรินตาโต ลุกขึ้นนั่ง และเมื่อมองออกไปนอกรถก็เห็นกลุ่มคนโผกหน้าขี่อูฐห้าหกคนบังคับอูฐให้เข้ามาใกล้กับรถของเธอ

“ขับรถหนีสิแทน จะรอให้มันมาปล้นก่อนหรือไง!” โรสรินโวยวายหน้าตาตื่นลั่นรถ ตบเบาะคนขับเป็นการเร่ง ถ้ามันมาปล้นเอาแค่เงินทองเธอไม่ว่าหรอก จะปล้นไปหมดเลยก็ได้ แต่เธอกลัวว่าโจรพวกนี้มันได้มาปล้นอย่างเดียวแต่มันจะฆ่าด้วย แบบนี้เธอไม่อยู่รอให้พวกมันทำแบบนี้แน่นอน เธอยังไม่อยากตายเป็นอาหารนกแร้งอยู่ที่นี่หรอกนะ!

“โทษทีเจ๊ ตกใจอยู่!” แทนไทถอยรถออกทันทีแล้วต้องเบรคหัวทิ่มอีกครั้งเมื่อโจรพวกนั้นเอาปืนยิงขึ้นฟ้าขู่แล้วขี่อูฐมาล้อมรถเขาไว้ ทุกอย่างมันรวดเร็วมากจนเขาเองยังมองปากค้าง ไม่คิดด้วยซ้ำว่าสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าอูฐมันจะเคลื่อนตัวได้เร็วขนาดนี้

“บ้าจริง! โดนมันล้อมไว้จนได้!” โรสรินสบถอย่างหัวเสีย ถ้ารู้ว่าเธอมาแล้วต้องมาเจอแบบนี่เธอพกปืนมาด้วยก็ดี แม่จะยิงทิ้งไอ้โจรถ่อยพวกนี้ให้เป็นปุ๋ยทะเลทรายให้หมดเลย ส่วนมากเห็นเธอจับแต่ปากกาใช่มั้ย แต่ขอบอกไว้ก่อนว่าเธออดีตนังยิงปืนทีมชาตินะจ๊ะ

“ลงมาจากรถ” เสียงโจรสักคนพูดขึ้น โรสรินมองแล้วต้องเม้มปากแน่นเมื่อพวกมันแต่ละคนใช้ผ้าโพกปิดบังใบหน้าที่แท้จริงไว้หมดทุกคน แบบนี้เธอก็ให้ปากคำกับตำรวจได้ไม่มากสิ ถ้าเธอรอดไปได้น่ะนะ

“เขาสั่งให้พวกเราลงจากรถครับ” ลีออนทำหน้าที่เป็นล่ามชั่วคราวด้วยใบหน้าตื่นตระหนก เพราะโจรพวกนี้พูดภาษาอัลบาฮา

“ฉันฟังออก แถมพูดได้ด้วย จะฟังมั้ยละ” หญิงสาวว่าเข้าให้น้ำเสียงขุ่น แล้วต้องมาสบทอุบที่คลื่นสัญญานโทรศัพท์ไม่มีซักขีด แล้วแบบนี้เธอจะโทรแจ้งตำรวจได้ยังไง! เฮอะ! ไหนบอกว่าประเทศนี้เจริญทัดเทียมกับฝั่งยุโรบแล้วไง ทำไมอยู่กลางทะเลทรายยังไม่มีคลื่นเลย! เจริญแบบแหกตาประชาชนน่ะสิไม่ว่า

“เจ๊น่ะเขาพูดได้เจ็ดภาษา ถ้าไม่นับภาษาอิสานบ้านเกิดนะ”

“นายแทนไท! นี่มันใช่เวลามาตลกหรือไงหา!” โรสรินแว้ดขึ้นอย่างหัวเสีย แทนไทหน้าจ๋อยไปนิดลืมจริงๆ ว่าตอนนี้พวกเขาตกอยู่ในสถานการณ์แบบไหน หญิงสาวเม้มปากด้วยความเครียดจัดอีกครั้ง ในหัวกำลังคิดหาทางหนี ส่วนไอ้พวกโจรที่อยู่ข้างนอกก็เร่งให้ลงมา “โอ๊ย! จะเร่งอะไรกันนักกันหนา รู้แล้วแหละน่าว่าให้ลง!!” โรสรินบ่นแล้วตัดสินใจเปิดประตูลงไป สองหนุ่มในรถมองหน้ากันก่อนจะตัดสินใจลงตามเจ้าแม่เช่นกัน ทันทีที่หญิงสาวลงจากรถเสียงผิวปากของพวกโจรก็ดังขึ้นทันที โรสริจมองพวกมันทุกคน แต่ไม่ใช่กับผู้ชายที่ขี่อูฐใส่ผ้าปิดหน้าสีน้ำเงินเข้ม โจรคนนี้มองเธอด้วยสายตานิ่งเฉย ไม่แสดงอาการสนใจเธอเหมือนพวกที่เหลือแต่อย่างใด เธอคิดว่าน่าจะเป็นหัวหน้าโจร แต่มันทำให้เธอแอบเสียเซลฟ์นิดๆ ผู้ชายทุกคนมองเธอน้ำลายหกแต่กับผู้ชายคนนี้ไม่แสดงออกอะไรเลย! ความรู้สึกจะตายด้านเกินไปหรือเปล่ายะ!

“วิ่ดวิ่ว มีผู้หญิงด้วยว่ะ สวยซะด้วย”

“งานนี้บันเทิงเริงใจแน่นอนครับนายท่าน” โจรคนหนึ่งหันไปพูดกับคนที่เธอคิดว่าน่าจะเป็นหัวหน้าโจรแล้วก็เป็นอย่างที่คิดจริงๆ

“คะ… คือ ท่านโจรทั้งหลาย ปล่อยพวกเราไปเถอะครับ พวกเราสามคนไม่มีทรัพย์สินให้พวกท่านปล้นหรอก” ลีออนเป็นคนพูด น้ำเสียงออกสั่นไม่ใช่น้อย จะให้เขาสู้รบปรบมือกับพวกนี้เขาก็ไม่กล้าขนาดนั้น เขาสมัครทำงานเป็นผู้ช่วยท่านราชเลขาในพระองค์ หาใช่บอดี้การ์ดที่ต้องออกมาสู้บู้ระห่ำ แถมตอนนี้หน้าเขาก็ซีดยิ่งกว่าเก่าเมื่อมองไปยังชายโพกผ้าปิดหน้าที่อยู่หน้าสุด สายตานั้นที่คุ้นเคยนั้นทำเอาเขาอยากจะเป่าปี่

“ให้พวกเราเชื่อว่าไม่มีได้ยังไง ดูจากแม่หญิงคนนี้ท่าทางเป็นนักท่องเที่ยวที่ดูรวยเอาการ” โจรคนเดิมพูดอีกครั้ง สายตานั้นออกจะแทะโลมหญิงสาว จนโรสรินถึงกับขบเขี้ยวคับแค้นในใจ อยากจะเอาส้นสูงสองนิ้วที่เธอใส่จิ้มลูกตาให้บอด! ทั้งในหัวก็กำลังหาทางหนี แต่ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็เจอแต่ทะเลทราย บ้าที่สุด!

“อย่ามาชักช้าร่ำไร ส่งของมีค่ามาให้หมด รวมทั้งผู้หญิงคนนี้ด้วย” โจรอีกคนพูดขึ้น น้ำเสียงคล้ายรำคาญอยู่ในที คนฟังเบิกตากว้างโดยเฉพาะผู้หญิงที่ถูกบังคับส่งให้โจร

“อะไรนะ!!”

“ไม่ได้นะครับ ผู้หญิงคนนี้เป็น…”

“ลีออน!!!” โรสรินร้องห้ามพร้อมกับส่งสายตาปรามเขียวปั๊ด ลีออนต้องบอกพวกนี้แน่ว่าเธอเป็รพระคู่หมั้นคิงบ้านั่น คงหวังว่าพวกมันจะกลัวแล้วปล่อยพวกเธอไป เฮอะ! คงทำได้หรอก มีหวังโดนมันเรียกเงินสูงขึ้นอีก ดูท่าทางโจรพวกนี้กลัวทางการที่ไหน ถ้ากลัวจริงคงไม่ออกมาทำแบบนี้หรอก

“ผู้หญิงคนนี้เป็นใคร เจ้าจงพูดออกมา” หัวหน้าโจรพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจ สายตานั่นมองที่ลีออนอย่างคาดคั้นและต้องการคำตอบที่พอใจ ผู้ช่วยราชเลขาหนุ่มถึงกับเหงื่อตก หน้าซีด หัวใจเต้นรัวด้วยความบ้าคลั่ง พอหันไปหาโรสรินก็โดนสายตาพิฆาตนารีไม่ให้เขาบอก โฮ ลีออนไม่เคยรู้สึกอยากจะตายเท่ากับในเวลานี้เลย

“อย่าพูดนะลีออน” แทนไทกระซิบปรามเสียงเครียดอีกคน เขารู้ความคิดเจ๊ใหญ่ แน่นอนว่าเจ๊เขาไม่ใช่คนโลกสวย เพราะฉะนั้นเลิกคิดไปได้เลยว่าเจ๊เขาจะคิดว่าถ้าบอกฐานะไปว่าเป็นใครแล้วมันจะปล่อยหรืออาจจะปล่อยจริง ก็อาจจะปล่อยแบบตายให้ทรายกลบหลังจากได้เงินเรียกค่าไถ่แล้วก็ได้

“ตะ… แต่”

“ว่าอย่างไร เราไม่มีเวลารอเจ้าตอบนานนัก หากเจ้าช้าข้าจะไปเค้นเอาจากแม่หญิงเอง แต่ไม่อาจจะรับประกันว่าเธอจะอยู่ในสภาพดี” น้ำเสียงนั้นเป็นต่ออย่างเด่นชัด โรสรินถึงกับฉุนกึกกับหมั่นไส้กับท่าทางมาดมากนั่น เธอละอยากจะถีบให้ตกจากหลังอูฐจริงๆ เป็นแค่โจรทำมาเป็นแอ็คอาร์ต แล้วถึงจะมาคาดคั้นกับเธอเองก็อย่าหวังว่าเธอจะเป็นหมูในอวยให้เชือดง่ายๆ รู้จักโรสรินน้อยไปซะแล้ว

“เธอเป็น…”

“ต่ำ!” โรสรินโพล่งขึ้นทันที เธอไม่ยอมให้ลีออนบอกฐานะเธอเด็ดขาด ลีออนถึงกับตาเหลือกกับคำที่หญิงสาวพูด ส่วนแทนไทลากลีออนให้ไปยืนอยู่ข้างกันแล้วกระซิบเบาๆ ว่าอย่าเข้าไปยุ่ง

“ปล่อยให้เจ๊เค้าจัดการ”

“แต่ว่าคนคนนั้น…” ลีออนทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ แทนไทถึงกับคิ้วมุ่นขึ้นเล็กน้อยกับคำพูดของลีออน ผู้ช่วยคนนี้เหมือนรู้ว่าโจรพวกนี้เป็นใคร เขามองตามแต่นึกไม่ออก รู้สึกแค่ดวงตาเข้มคู่นั้นมันให้ความรู้สึกคุ้นๆ เท่านั้นเอง

“นายรู้จักโจรพวกนี้ใช่มั้ย” แทนไทกระซิบถาม ลีออนตาโตรีบหุบปากฉับเมื่อรู้ว่าตัวเองเผลอพูดในสิ่งที่ไม่ควรพูดเข้า “ว่าไง” ลีออนส่ายหน้าอย่างหนัก แทนไทจะเค้นถามต่อแต่ศึกเปิดใหม่ระหว่างเจ๊ใหญ่กับหัวหน้าโจรเพิ่งเริ่มต้นขึ้น

“เจ้าว่าข้าว่าต่ำอย่างนั้นหรือ” น้ำเสียงทรงอำนาจที่ทำให้ผู้หญิงไม่กลัวใครอย่างโรสรินถึงกับหนาวเยือก แต่ทว่าศักดิ์ศรีมันค้ำคอทำให้เธอต้องเชิดหน้าขึ้นราวกับท้าทายและประกาศชัดว่าเธอไม่ยอมใครง่ายๆ

“ใช่ คิดจะใช้วิธีทารุณกับผู้หญิงเพื่อจะเอาคำตอบที่ต้องการ ถ้าเขาไม่เรียกว่าต่ำแล้วจะให้เรียกว่าอะไร” เธอกอดอก เชิดหน้าขึ้นราวกับนางพญา

“หึ! เจ้ายังไม่ได้สัมผัสกับมันเลย รู้ได้ยังไงว่าวิธีเค้นเอาคำตอบของข้ามันต่ำอย่างที่เจ้าว่า”

“คนเป็นโจร มันก็ต้องใช้วิธีของโจรอยู่แล้ว” โรสรินพูดอย่างถือดีต่อไป คนฟังถึงกับกระตุกยิ้มหยันที่มุมปากแล้วลงจากหลังอูฐ เดินมาหาหญิงสาวด้วยท่วงท่าที่สะกดทุกสายตาโดยเฉพาะกับแทนไท เขาเพิ่งคิดได้ว่าผู้ชายคนนี้แท้จริงแล้วคือใคร! เดินท่าทางมาดมากแบบนี้มีคนเดียวในอัลบาฮา งานนี้รับรองคอนเฟิร์ม เจ๊ต้องกรี๊ดจนทะเลทรายสะเทือนแน่ถ้ารู้เหมือนอย่างที่เขารู้! “แล้วจะเดินมาทำไม” โรสรินเดินถอยหลังหน้าตาตื่นเมื่อเห็นว่าหัวหน้าโจรเดินเข้ามาหาเธอด้วยสายตาแพรวระยับ

“ก็เจ้าอยากรู้มิใช่หรือ ว่าข้าจะจัดการเอาคำตอบด้วยวิธีใด”

“บอกตอนไหนว่าอยากรู้กันฮะ!!” โรสรินเดินถอยหลังกรูดก่อนจะกรี๊ดลั่นทะเลทรายเมื่อเธอสะดุดล้มก้นจ้ำเบ้าอยู่บนพื้น “กรี๊ด!!!” แทนไทถลาจะวิ่งเข้าไปดูเจ๊ใหญ่แต่คนของหัวหน้าโจรลงมาดักเข้าไว้ไม่ให้เข้าไปยุ่ง ส่วนคนที่ล้มไปกองอยู่พื้นทรายถึงกับใบหน้าบิดเบี้ยวแล้วเงยหน้ามามองหัวหน้าโจรที่ยืนค้ำหัวเธอและไม่มีการแสดงน้ำใจยื่นมือมาช่วยเธอสักนิด ก่อนจะร้องเฮอะกับความคิดบ้าๆ ของตัวเอง เธอจะหวังความดีอะไรจากโจร ดังนั้นเธอจึงต้องช่วยเหลือตัวเองด้วยการถอดรองเท้าส้นสูงของเธอออก แล้วสบถกับตัวเองในใจว่าถ้ารู้ว่าต้องมาเจอเรื่องบ้าๆ พวกนี้กลางทะเลทรายเธอจะไม่ใส่ส้นสูงแสนรักคู่นี้มาเลย แต่เมื่อเธอถอดรองเท้าออกแล้วหยิบมันขึ้นมาถือเท่านั้น ดวงตาสวยก็พลันเบิกกว้างก่อนจะกรี๊ดลั่นทะเลทรายอีกครั้ง ทั้งกลุ่มโจรทั้งลีออนและแทนไทต่างมองว่าเกิดอะไร “กรี๊ด!!!! รองเท้าของฉัน!!!” โรสรินถึงกับช็อคเมื่อเห็นสภาพรองเท้าคู่โปรด ส้นของมันหักห้อยต่องแต่งก่อนจะหลุดปักพื้นทราย น้ำตาโรสรินแทบร่วงกราวตามไปด้วย รองเท้าคู่โปรดของช้าน

“สวยแต่โง่” หัวหน้าโจรพูดด้วยน้ำเสียงดูแคลนเธอเด่นชัด โรสรินมองควับ ตาเขียว แล้วลุกขึ้นยืนด้วยความโมโห กำส้นรองเท้าแสนรักแน่น แทนไทอยากจะเดินเข้าไปห้ามเมื่อรู้ว่าตอนนี้เจ๊ใหญ่คงลืมตัวว่ากำลังเข้าไปหาเรื่องโจรเพราะรองเท้าคู่เดียว

“ฉันไม่ได้โง่!” โรสรินปรี่เข้าไปหาอย่างลืมตัวพร้อมทั้งโชว์รองเท้าของเธอที่เพิ่งพังไปต่อหน้าต่อตาให้หัวหน้าโจรได้รู้ ว่าที่รองเท้าเธอเป็นแบบนี้ต้นเหตุเป็นเพราะใคร “ถ้ารู้ว่าต้องมาเจอโจรชั้นต่ำ ไร้อารายธรรมอย่างพวกนายกลางทะเลทรายแบบนี้ ฉันก็ไม่ใส่มันมาหรอก!” เธอล่ะคันปากหยิกๆ อยากจะพูดต่อเหลือเกินว่าราคารองเท้าคู่นี้มันสูงอย่างที่โจรพวกนี้ไม่สามารถหามาคืนเธอได้ แต่นั่นแหละ ถ้าพูดไปมันต้องรู้ว่าบ้านเธอรวย แล้วเรื่องมันจะยุ่งยากมากขึ้น

“โง่จริงๆ นั่นแหละ” โรสรินตาโตด้วยความโมโห ง้างหมัดเตรียมต่อยคนตรงหน้าแล้วต้องกรี๊ดร้องเสียงหลงแทนเมื่อจู่ๆ เธอก็ถูกคนตัวโตอุ้มขึ้นโดยไม่ทันตั้งตัว

“กรี๊ด!! ปล่อยฉันนะ! มาอุ้มฉันทำไม!!” โรสรินโวยวายใบหน้าแดงก่ำเพราะความโมโห และดิ้นสุดแรงเกิดเพื่อจะให้โจรบ้านี่ปล่อยเธอ เกิดมาจนอายุจะปาเข้าเลขสามแล้วเพิ่งเคยถูกผู้ชายอุ้ม! ถ้าเป็นสามีในอนาคตมาอุ้ม เธอจะไม่แหกปากร้องสักแอะ แต่นี่ดันเป็นโจร!!

“โง่แล้วความรู้สึกยังช้าอีกนะ ไม่ร้อนเท้าบ้างหรือไง นี่มันทะเลทรายไม่ใช่แคดวอค์ก” โรสรินหยุดดิ้น กระพริบตาปริบๆ ก่อนจะรู้สึกร้อนฉ่าๆ ที่ใต้ฝ่าเท้า …เออใช่ เธอเพิ่งจะมารู้สึกเอาตอนนี้ว่าร้อนเท้า เธอนี่ถึกจริงๆ แฮะ ยืนวีนอยู่ตั้งนานสองนานไม่รู้สึก “แล้วนี่นายจะพาฉันไปไหน ปล่อย!” โรสรินเริ่มดิ้นอีกครั้งเมื่อเห็นหัวหน้าโจรอุ้มเธอมาที่อูฐของเขา จัดแจงให้เธอขึ้นไปพร้อมกับเขาที่ขึ้นมาด้วยเช่นกัน “ฉันถามไม่ได้ยินหรือไง!” โรสรินยังแว้ดใส่ไม่เลิกเมื่อยังไม่ได้คำตอบที่เธออยากรู้ ชายหนุ่มแค่ปรายตามองนิ่งๆ ไม่ยอมพูดพลางหยิบผ้าคลุมมาคลุมตัวให้ โรสรินอ้าปากจะพูดแต่ถูกขัดเมื่อชายหนุ่มหันไปสั่งลูกน้องของตน

“กลับ” เหล่าลูกน้องรับคำสั่งพร้อมกับให้แทนไทและลีออนนั่งอูฐไปกับพวกเขา ทั้งสองทำตามอย่างไม่อิดออด เพราะทำเรื่องมากไปก็เท่านั้น ส่วนโรสรินตาโตหันไปหาหัวหน้าโจรที่นั่งประกบเธอบนหลังอูฐ

“เดี๋ยวๆ!! นี่จะพาฉันไปไหน!! ฉันไม่ไปไหนทั้งนั้นนะ! ถ้าอยากได้เงินก็เอาไปสิ แล้วปล่อยพวกเราไป ฉันมีธุระสำคัญต้องไปทำอีกนะ!!”

“ทั้งโง่ ทั้งความรู้สึกช้า แล้วยังขี้ลืมอีก”

“ฉันลืมอะไร! ไม่ได้ลืมอะไรทั้งนั้น!!” เธอเถียงหน้าแดง ควันออกหู ไม่เข้าใจในคำพูดหัวหน้าโจรนี่สักนิดแล้วยังต้องมาประสาทตรึงเปรี๊ยะกับคำด่าของโจรอีก คำก็โง่ สองคำก็โง่ เธอไม่ได้โง่ว้อย!

“ลืม ที่ข้าบอกเจ้าว่าจะแสดงวิธีเค้นเอาคำตอบว่าเจ้าเป็นใครยังไงล่ะ” โรสรินอ้าปากค้าง

“ไม่ๆๆๆๆ! ฉันไม่อยากรู้ แล้วอีกอย่างนะ ฉันบอกเลยก็ได้ว่าฉันเป็นใคร” ขายหนุ่มจ้องหน้าเธอนิ่งราวกับรอฟังคำตอบ โรสรินสูดลมหายใจเข้าลึกๆ รู้สึกใจชื้นที่หัวหน้าโจรยอมรับฟังเธอแต่โดยดี “ฉันเป็นนักท่องเที่ยว โอเค้? ฉันมาท่องเที่ยวกับน้องชายพร้อมกับคนนำทางเที่ยว” หัวหน้าโจรยังคงนิ่ง สายตานั้นมันเรียบเฉยจนเธอแอบกลืนน้ำลายด้วยความยากลำบาก มองดูไม่ออกจริงๆ ว่าคนตรงหน้าคิดอะไรอยู่

“เดินทางต่อ” เขาหันกลับไปสั่งลูกน้องแล้วบังคับอูฐให้เดินไปยังที่หมาย โรสรินโวยวายอีกครั้ง

“นี่นาย! ฉันพูดความจริงนะ!! อีกอย่างการกระทำของพวกนายมันทำให้ภาพลักษณ์ของประเทศดูแย่ลงนะรู้มั้ย? องค์รามินของพวกนายต้องเหนื่อยสายตัวแทบขาด ที่จะประกาศให้ประชาคมโลกเข้ามาท่องเที่ยว มาลงทุน หาเงินเข้าประเทศ แต่พวกนากำลังทำมันพังนะ และถ้านายปล่อยฉันไป ฉันจะปิดปากเงียบเหมือนฉันไม่เคยมาผจญเรื่องนี้มาก่อน” เธอพยายามโน้มน้าว แต่ในใจติดแล้วว่าถ้าเธอหลุดออกไปได้เธอจะประกาศลงหนังสือพิมพ์ทุกฉบับเลย ว่าประเทศนี้มันมีแต่เปลือก! โจรก็เยอะ! ไร้ความปลอดภัยขั้นสูงสุด!!

“จริงไม่จริง เดี๋ยวข้าพิสูจน์เอง แล้วเลิกโวยวายเสียที ถ้าไม่อยากเป็นอาหารแร้งทะเลทราย” เขาพูดด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจที่หญิงแกร่งและไม่ยอมใครอย่างเธอถึงกับหุบปากฉับแล้วหันกลับไปนั่งดีๆ แต่ไม่วายทำปากขมุบขมิบ สาปแช่งคนที่นั่งอยู่ด้านหลังเธอไปตลอดทาง

“หมดกันเจ๊ใหญ่” แทนไทที่ดูเหตุการณ์มาตั้งแต่ต้นถึงกับถอนหายใจเฮือกใหญ่ เขาไม่รู้หรอกนะว่าคิงอัลบาฮาจะปราบพยศพี่สาวเขายังไง แต่ที่แน่ๆ เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นมันไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่นอน และคนที่เขาเค้นถามได้คือผู้ช่วยราชเลขาที่นั่งหน้าซีดอยู่บนอูฐอีกตัว


โรสรินตื่นขึ้นหลังจากที่ท้องเธอเริ่มร้องประท้วงด้วยความหิว แปลกใจตัวเองไม่หายว่าหลับลึกขนาดไม่รู้ตัวเลยเหรอว่าถูกพามานอนอยู่ในนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ และแทบกลิ้งตกจากเตียงขนาดใหญ่เมื่อมองไปรอบตัวแล้วเห็นว่าเธอมาอยู่ที่ไหน... รังโจร! ที่นี่ต้องเป็นรังโจร แล้วกระโจมนี่ก็ต้องเป็นของหัวหน้าโจรชัวร์! เพราะของตกแต่งมันดูดีเกินไปที่จะเป็นกระโจมของลูกน้อง แต่ว่ามันดูดีเกินฐานะโจรไปหรือเปล่า เอ๊ะ! ใช่สิ ลืมไปได้ไงว่าพวกนี้เป็นโจร ปล้นมาแล้วจะเอาเงินทองไปซื้อของพวกนี้มาก็ไม่แปลก แต่เธอไม่ยักเห็นหัวหน้าโจร สงสัยอยู่ข้างนอก หัวหน้าโจรคงไม่ใจดีทิ้งเธอไว้ในนี้โดยไม่มีคนเฝ้าหรอก โรสรินคิดตามตรรกะตามสมองคิดออกในตอนนี้ สิ่งที่เธอคิดตามมาคือต้องไปหาข้าวกินก่อนแล้วค่อยไปหาแทนไทและลีออนเพื่อวางแผนหลบหนี หลังจากเออออห่อหมกกับความคิดตัวเองเรียบร้อยโรสรินก็ลุกขึ้นจากเตียงใหญ่ พอเท้าสัมผัสพื้นก็นึกขึ้นได้ว่ารองเท้าคู่เก่งเจ๊งไปเรียบร้อย โรสรินถึงกับสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อไม่ให้เธอปรี๊ดแตกกับเรื่องรองเท้าอีก ทำใจอยู่เกือบนาทีถึงตัดสินใจเดินเท้าเปล่าไปที่ทางเข้ากระโจม

“มันก็ไม่ได้แย่เท่าไหร่” โรสรินพูดด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มราวกับได้ของเล่นใหม่พลางเปิดผ้าออกก็เห็นแสงไฟของคบเพลิงปักอยู่ทุกจุดของกระโจม และที่สำคัญคือมีผู้ชายร่างยักษ์สองคนยืนเฝ้าอยู่หน้ากระโจม

“ซิค นายไปรายงานนาย ว่าผู้หญิงที่พามาตื่นแล้ว” โรสรินถึงกับกลอกตาขึ้นฟ้า ว่าแล้ว ว่าเขาต้องให้คนมาเฝ้าเธอ

“ไม่ต้องหรอก พาฉันไปเลยดีกว่า” เธอว่า ตอนนี้เธอหิวข้าวมาก คงไม่ทนรอให้หัวหน้าโจรมาพร้อมกับอาหารมื้อเย็นของเธอหรอก แต่สองคนดันทำท่าทางอึกอักกลับมา

“เอ่อ...” โรสรินหรี่ตามองจับผิด คิดในใจว่าแค่พาเธอไปเลยมันจะมีปัญหามากมายอะไรนักหนา “อ้าว พาไปสักทีสิ ชักช้าอยู่ได้” สองหนุ่มที่โดนให้มาเฝ้าถึงกับทำสีหน้าไม่ถูก ต่างมองหน้ากันแล้วตัดสินใจพาหญิงสาวไป โรสรินลอบมองดูปฎิกิริยาสองคนนี้ตลอด แล้วมาสะดุดกับธงที่ปลิวไสวอยู่ไกลๆ ถึงจะมองเห็นไม่ชัดเพราะความมืดและแสงจากคบเพลิงที่มีไม่มาก แต่เธอก็รู้สึกว่าคุ้นตากับสัญลักษณ์บนธงผืนนั้นเหมือนว่าเธอเคยเห็นที่ไหน “พวกนายสองคนหยุดก่อน” จู่ๆ โรสรินก็เรียก คิ้วสวยยังไม่คลายปมออก สองหนุ่มสะดุ้งโหยงทั้งที่ไม่ควรเป็น ก่อนจะหันหน้ามาหาหญิงสาวที่เดินตามอยู่ด้านหลัง

“มีอะไรครับคุณผู้หญิง” คาไซเอ่ยถาม

“ฉันอยากไปดูธงนั่นหน่อย พวกนายรออยู่ตรงนี้หรือจะไปกับฉันก็ได้นะ เผื่อฉันวิ่งหนีไง” โรสรินพูดแล้วเดินไปทันทีโดยไม่รอให้ใครคนใดคนหนึ่งตอบคำถามเธอ สองหนุ่มถึงกับมองหน้ากันโดยมิได้นัดหมาย ดวงตาทั้งคู่เบิกกว้างแล้ววิ่งโร่เข้าไปดักหน้าโรสรินก่อนที่หญิงสาวเดินไปถึงธง

“เดี๋ยวครับคุณผู้หญิง” ทั้งซิคและคาไซเอ่ยพร้อมกัน โรสรินมองทั้งคู่ด้วยความสงสัย และยิ่งสงสัยนักเมื่อเห็นท่าทางตื่นๆ ของสองคนนี้ เธอว่าที่นี่มันต้องมีอะไรชัวร์ คงไม่ใช่รังโจรธรรมดาอย่างที่เธอคิดเอาไว้เสียแล้ว

“มีอะไร”

“ผมว่ามันคงไม่ดีแน่ถ้าเจ้านายผมไม่เห็นคุณอยู่ในกระโจม” ซิคเอ่ย ก่อนจะผายมือไปด้านหน้าของตน “เชิญคุณผู้หญิงกลับเถอะครับ” โรสรินหรี่ตามอง สองหนุ่มถึงกับลืมหายใจตัวเองไม่รู้ว่าหญิงสาวมองเขาสองคนแล้วคิดอะไรอยู่ แล้วพอโรสรินไหวไหล่สองหนุ่มถึงกับหายใจด้วยความโล่งอก ยอมเดินกลับไปแต่โดยดี สองหนุ่มเดินตาม แต่เพียงแปบเดียวโรสรินก็ใช้ความไววิ่งไปที่ธงโดยที่สองหนุ่มคว้าตัวไว้ไม่ทัน และเมื่อโรสรินจับธงผืนนั้นมาดู พลันดวงตาเธอก็เบิกกว้าง มือทั้งสองกำผืนธงแน่นจนขึ้นข้อขาว ขบกรามกรอดด้วยความเจ็บใจ ไม่ต้องมีคำอธิบายใดให้มากความเพราะสัญลักษณ์และตัวหนังสือที่ถูกปักอย่างปราณีตก็เพียงพอแล้วที่จะบอกทุกอย่าง

“คิงรามิน!!!” สองหนุ่มถึงกับขนลุกเกรียว


“นายครับ คุณผู้หญิงต้องการพบครับ” ซิคเป็นคนเอ่ยบอกอยู่หน้ากระโจมพลางเหลือบมามองหญิงสาวที่ยืนด้วยใบหน้าเรียบเฉยแต่ดวงตาเอาเรื่องจนเขานึกหวาด หลังจากพวกเขาถูกจับได้ว่าเป็นใคร พระคู่หมั้นก็เค้นถามพวกเขาจนต้องคาย (เกือบ) หมดเปลือก ที่บอกว่าเกือบหมดเพราะบอกแค่ว่าพระองค์ออกมาตรวจที่ชายแดนตามที่ผู้ช่วยราชเลขาบอก ส่วนที่มาพบกับหญิงสาวได้เพราะตรวจผ่านแถวนั้นพอดี อีกทั้งการออกตรวจเป็นการส่วนพระองค์เป็นเรื่องธรรมดาที่จะปกปิดฐานะ และใช้ฐานะโจรเหมือนที่ผ่านๆ มา ถ้าอยากรู้แบบหมดเปลือกต้องรอให้องค์รามินเป็นคนเฉลยเอง หลังจากที่โรสรินรู้เรื่องก็บอกให้เขาสองคนไม่ต้องบอกองค์รามิน เพราะเธอจะจัดการเรื่องนี้เอง

“เข้ามาได้” ซิคเปิดกระโจมให้หญิงสาว โรสรินเดินเข้ามา ดวงตาเจ้าหล่อนเป็นประกายวาววาบเมื่อเห็นโจทย์นั่งหน้านิ่งเหมือนเคย ใบหน้าคมนั้นยังเต็มไปด้วยหนวดเคราที่เธอคิดว่ามันคงเป็นหนวดปลอมล้วนๆ คงจะใช้ฐานะโจรซะเคยถึงได้เตรียมพร้อมขนาดนี้ แถมในนี้ยังมีแทนไทลูกพี่ลูกน้องของเธอและลีออนนั่งอยู่ด้วย (ด้วยท่าทีสงบเสงี่ยมเกินไป) พอเธอมองไปปุ๊บสองคนนี้ก็หลบสายตาปั๊บ โดยเฉพาะแทนไท ไอ้น้องเวรนี่ต้องรู้แล้วแน่ๆ ว่าคนตรงหน้าตัวเองเป็นใคร เผลอๆ คิงบ้านั่นเป็นคนบอกเองด้วย หึ! แต่เอาเถอะ ไหนๆ เธอมาที่นี่ก็เพื่อจะพบเขาอยู่แล้ว ก็ทำเนียนต่อไปแล้วกัน เธอจะป่วนแบบไม่ให้ลืมลงเลยที่กล้ามาบังอาจถอนหมั้นเธอก่อน “ข้ากำลังให้คนไปตามเจ้ามาพอดี ข้าคิดว่าเจ้าคงหิวแล้ว”

“ก็ใช่น่ะสิ ไม่งั้นฉันก็ไม่มาหรอก” องค์รามินกระตุกยิ้มที่มุมโอษฐ์เล็กน้อย ปรายพระเนตรคมมองไปยังเท้าของโรสริน

“เดินบนทรายเท้าเปล่า ไม่เจ็บบางหรือ” โรสรินก้มมองดูเท้าตัวเองแล้วมองกลับคนที่ฐานันดรสูงกว่าด้วยใบหน้าไม่ยี่หระ

“ไม่เจ็บหรอก เพราะหิวมากกว่า สำรับตรงหน้านายมีของฉันด้วยใช่มั้ย งั้นไม่เกรงใจล่ะนะ” โรสรินเดินไปนั่งที่เดียวกับที่องค์รามินทรงประทับ ไม่สนด้วยว่าสายตาคนรอบข้างจะมองเธอว่าอย่างไร อีกอย่างที่นี่มันอัลบาฮาเธอไม่จำเป็นต้องรักษามาดนางพญาที่ใครๆ ต่างต้องเกรง และที่สำคัญเธอมาก็เพื่อมาสั่งสอนคนอย่างองค์รามินว่าอย่ามาหักหน้าเธอก่อน “แล้วพวกนายสองคนไม่กินเหรอ หรือว่ากินแล้ว” พอนั่งปุ๊บยังใจดีนึกถึงสองหน่อที่มากับเธอด้วย

“ผมสองคนกินแล้วครับเจ๊” แทนไทว่า ชำเลืองมองคนที่มีอำนาจที่สุดในอัลบาฮาที่ยังคงมีพระพักตร์นิ่งเฉยแล้วอมยิ้ม อยากจะรู้จริงๆ ว่าองค์รามินจะรับมือกับเจ๊ใหญ่ของบ้านยังไงเมื่อรู้ว่าตัวเองกำลังจะโดนเอาคืน แล้วเจ๊ใหญ่เองล่ะจะทำยังไงถ้ารู้ความจริง อย่างหนึ่งที่เขาคิดได้ก็คือเจ๊ใหญ่ต้องอาละวาดชนิดว่าพายุทะเลทรายก็เอาไม่อยู่แน่นอน

“งั้นเหรอ” โรสรินหันมาสนใจกับอาหารตรงหน้าแทน เมนูแต่ละอย่างทำเอาเธอน้ำลายสอ ก่อนที่จะลงมือรับประทานเธอก็เหลือบมองคนตัวโตที่นั่งอยู่ตรงหน้าเธอ สายตาคมนั่นทำเอาเธอนึกหมั่นไส้อยากจะจิ้มให้ตาบอด ทำไมนะ! เธอถึงนึกไม่ออกตั้งแต่แรกทั้งๆ ที่สายตานี้เธอจำได้ไม่มีวันลืม “นายคงกินแล้วใช่มั้ย” องค์รามินจะพยักพระพักตร์ แต่ต้องทำค้างในประโยคต่อมาของหญิงสาว “จริงๆ ฉันก็ไม่อยากรู้หรอก ถามเป็นมารยาทเฉยๆ” พระพักตร์องค์รามินนิ่งไปในบรรดล เหล่าองครักษ์ที่ยังอยู่ในคราบโจร (ที่ยังไม่ใช่คาไซกับซิค) ถึงกับเบนหน้าไปคนละทางแล้วอมยิ้ม ไม่เคยมีใครพูดแบบนี้กับพระองค์มาก่อนนอกจากพระคู่หมั้นคนนี้ แต่ถ้ารู้ความจริงว่าคนตรงหน้าเป็นใครแล้วยังจะกล้าพูดแบบนี้มั้ยหนอ ต่างจากสององครักษ์คาไซกับซิคที่คิดเหมือนกัน ว่าต่อให้โรสรินรู้ว่าคนตรงหน้าเป็นใครเจ้าหล่อนก็คงทำแบบนี้เช่นเดิม ดูจากเหตุการณ์เมื่อกี้ก็ได้

โรสรินถึงกับยิ้มในใจ อย่างน้อยเธอก็ปั่นประสาทคิงบ้านี่ให้น็อตหลุดได้ และเธอจะเพิ่มเลเวลอัพขึ้นเรื่อยๆ ให้ทนเธอไม่ได้เลยคอยดู

“ทุกคนออกไปให้หมด รวมทั้งเจ้าสองคนด้วย” องค์รามินว่าพลางหันมาพูดกับแทนไทและลีออน องครักษ์ทั้งหลายต่างทยอยกันออกไป โรสรินรีบกินอีกสองคำใหญ่ หันมาค้อนหน้าหักใส่คนสั่งเล็กน้อยที่จู่ๆ ก็มาสั่งให้ทุกคนออกไปทั้งๆ ที่เธอเพิ่งกินข้าวไปไม่กี่คำ “ยกเว้นเจ้า โรส” โรสรินที่กำลังลุกตามสองคนนั้นไปถึงกับหยุดกึก หันมามองคนสั่งด้วยใบหน้าเป็นคำถามแกมไม่ชอบใจที่องค์รามินเรียกชื่อเธอแบบสนิทสนม ญาติก็ไม่ใช่ ฐานะสามีก็ไม่เฉียด อย่ามาเรียกเธอแบบนี้ ต้องเรียกชื่อจริงเธอเท่านั้น

“มีอะไรอีก อ้อแล้วอีกอย่าง ฉันกับนายเราไม่ใช่ญาติ อย่ามาเรียกฉันแบบสนิทสนมอย่างนั้นคุณหัวหน้าโจร กรุณาเรียกฉันว่าโรสริน” เธอกอดอกพูด เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยอย่างเคยตัว รามินถึงกับกระตุกยิ้มเหยียด

“ถือดี”

“ว่าอะไรนะ” น้ำเสียงโรสรินฟังดูเอาเรื่อง เธอได้ยินที่คิงหนุ่มพูด รู้เลยว่าต้องว่าเธอแน่ๆ แต่เขาดันพูดเบาซะได้ ไม่แน่จริงนี่หว่า

“ได้เวลาที่ข้าต้องแสดงให้ดูแล้ว ว่าข้าจะเค้นเอาความจริงจากเจ้าอย่างไร” โรสรินถึงกับถลึงตาใส่ที่ชายหนุ่มพูดเปลี่ยนเรื่องหน้าตาเฉย แล้วต้องมาสะดุ้งโหยงแทนกับสายตากรุ่มกริ่มทำเอาเธอหนาวๆ ร้อนๆ นั่น

“ไม่ต้องเลย!” โรสรินแว้ดเสียงหลงแล้วเตรียมวิ่งหนี แต่เหมือนว่าคนตัวโตจะรู้ทันถลาเข้าหาแล้วคว้าคนตัวเล็กเอาไว้ในอ้อมแขน

“จะหนีงั้นรึ ไม่ง่ายหรอกนะ” หญิงสาวเบิกตากว้างแทบถลนเมื่อเห็นว่าใบหน้าคิงหนุ่มใกล้เธอมากขนาดไหน ก่อนจะพยายามดันตัวออกห่าง แต่ทว่ายิ่งดิ้นวงแขนแกร่งก็ยิ่งกอดเธอแน่นขึ้น อ๊าก! พ่อก็ไม่ใช่ยังมากอดเขาอีก

“นี่! อย่ามารัดฉันอย่างนี้นะ! อีกอย่างนายจะแสดงสาธิตยังไง ฉันก็ยืนยันคำเดิม ว่าฉันเป็นแค่นักท่องเที่ยว!”

“แน่ใจ?”

“แน่สิ!! ปล่อยเดี๋ยวนี้นะ!” โรสรินพยายามบิดตัวให้ออกจากอ้อมกอดปลาหมึกนี่ ก่อนจะยิ้มเหี้ยมที่ทำเอาคนมองหรี่ตาอย่างระวัง “ไม่ปล่อยใช่มั้ย ได้! งั้นเจอท่านี้หน่อยเป็นไง!” โรสรินก้มไปงับแขนองค์รามินอย่างแรง พระองค์ถึงกับสะดุ้งโหยงด้วยความเจ็บจี๊ด ท่อนพระหัตย์แกร่งคลายออกอัตโนมัติ แล้วก้มมองจุดที่โดนกัด มันขึ้นเป็นรอยฟันแดงเถือก

“เจ้า!”

“ฉันเตือนแล้วไม่ฟังเอง สมน้ำหน้า!” โรสรินมองด้วยความสะใจ ก่อนจะแลบลิ้นใส่ตบท้ายแล้วออกมาจากกระโจม องค์รามินมองตามด้วยพระอารมณ์กรุ่นๆ ที่โดนหญิงสาวเอาคืนแบบนี้ แต่เพียงไม่นานก็แปรเป็นเป็นคลี่ยิ้มบางที่มุมโอษฐ์แทน พระองค์มีเวลาสะสางและทำโทษโรสรินอีกนาน และอยากรู้นักว่าจะพยศไปได้อีกนานแค่ไหน ถ้ารู้ว่าต่อไปนี้จะหนีพระองค์ไม่พ้นอีกแล้ว

“เธอกลายเป็นหนูวิ่งวนอยู่กำมือของพี่แล้วนะโรส”


โรสรินเดินหน้าตึงออกมาจากกระโจมของโจรกำมะลอ ใจก็อยากจะไปหาแทนไทแต่ไม่รู้ว่าสองคนนั้นอยู่ในกระโจมไหน แถมคาไซกับซิคก็ไม่อยู่ให้เธอถาม หายไปกันหมดยังกับไม่กลัวว่าเธอจะหนี ครั้นจะเดินเข้าไปดูทุกกระโจมก็ดูจะเป็นการเสียมารยาทเกินไป ถึงเธอจะเอาแต่ใจ ทุกอย่างที่เธอสั่งต้องเป็นไปได้ทั้งหมดก็เถอะ แต่เธอก็มีมารยาทและรู้จักมันดีพอ ดังนั้นเธอจึงเก็บคำถามแล้วเอาไว้ถามสองคนนั่นในวันพรุ่งนี้ อีกอย่างตอนนี้เธอก็อยากนอนแล้ว เหนื่อยมาทั้งวันแถมเท้าก็เริ่มเจ็บ ทรายที่นี่มันเหมือนทรายแถวบางแสนเล้ย

“คนพวกนั้นทำอะไรกันน่ะ” จังหวะที่เธอกำลังจะเดินกลับสายตาก็ดันดีเกินเหตุ เห็นผู้ชายกลุ่มหนึ่งวิ่งเข้ามาที่หลังกระโจมหลังหนึ่งไม่ไกลจากที่เธอยืนอยู่มากนัก ลักษณะการแต่งตัวที่มิดจนเกินเหตุทำให้เธอสงสัยและตามไปดูเพื่อให้รู้แน่ชัดว่าพวกนี้เป็นใครกันแน่ “หรือว่าจะเป็นโจรตัวจริง!” ตกใจกับความคิดของตัวเองแต่ก็ไม่มีเวลาจะไปเรียกคนมาช่วย เธอจึงตัดสินใจตามกลุ่มคนพวกนั้นไปห่างๆ แม้จะเจ็บเท้าแต่มันก็ช่วยให้เธอตามพวกนั้นไปได้อย่างเงียบเชียบ ระหว่างทางเธอก็หาอาวุธไปด้วย จนไปเจอด้ามไม้ยาวด้ามหนึ่งที่ถูกวางทิ้งไว้ เธอรีบหยิบขึ้นมาไว้ในมือ ก่อนจะรีบหลบอยู่ข้างกระโจมที่ใกล้ที่สุดเมื่อเห็นว่ากลุ่มคนพวกนั้นหยุดตรงหลังกระโจมที่เธอออกมาเมื่อช่วงหัวค่ำ

“ใช่กระโจมหลังนี้แน่ใช่มั้ย” คาอิคถามลูกน้องที่เขาให้ไปแฝงตัวอยู่ในคณะเดินทางตรวจชายแดนขององค์กษัตริย์พลางสั่งให้ลูกน้องอีกสามสี่คนดูต้นทางไปด้วย

“แน่ กระโจมหลังนี้เป็นกระโจมขององค์รามิน ตอนนี้พระองค์ทรงประทับอยู่ที่กระโจมทรงงานกับพวกองครักษ์และก็ผู้หญิงสวยๆ อีกคน คงจะเป็นผู้หญิงที่งครักษ์หามาให้พระองค์ในคืนนี้ อีกนานกว่าจะกลับ” โรสรินที่ได้ยินกลุ่มโจรตัวจริงคุยกันถึงกับขบกรามกรอด อยากจะตะโกนบอกเหลือเกินว่าเธอไม่ใช่ผู้หญิงอย่างว่า ถึงเสนอเงินมาเป็นล้านเธอก็ไม่สนอง! โดยเฉพาะกับผู้ชายแบบนั้น!

“ดี! แบบนี้เราจะได้มีเวลาขนของ ท่าทางจะได้อื้อ” คาอิคถูมือไปมาอย่างได้ใจ แล้วหันมาสั่งลูกน้องอีกครั้ง “พวกแกสองคนดูต้นทาง ส่วนพวกแกตามฉันเข้ามา” หลังจากสั่งเสร็จสรรพก็เดินหายกันเข้าในกระโจม โรสรินถึงกับขบคิดหนักว่าจะเข้าไปจัดการดีหรือปล่อยให้คิงบ้านั่นมาจัดการ แต่ดูท่าแล้วคงอีกนาน เพราะตอนนี้เธอยังไม่เห็นวี่แววว่าคิงแห่งอัลบาฮาจะกลับเข้ามา ถ้าอย่างนั้นเธอจัดการโจรพวกนี้เองก็ได้ คนพวกนี้ไม่คณามือเธอหรอก แหม ไม่อยากจะอวดว่าเธอเป็นเลิศกีฬาอะไรบ้างนอกจากยิงปืน

“เฮ้ สวัสดีสุดหล่อ” โรสรินเดินเข้าไปทักด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส สองโจรก็ทักกลับแบบมึนๆ เช่นกัน

“สวัสดีจ้า” เมื่อความเงียบกินพื้นที่จนน่าสงสัย สองโจรที่ถูกสั่งให้ดูต้นทางก็มองหน้ากัน นึกคุ้นๆ หน้าผู้หญิงคนนี้รำไร แต่พอนึกขึ้นได้เท่านั้น ไม่ทันจะร้องหรือจัดการใดๆ โรสรินก็จัดการถวายหมัดลุ่นๆ เข้าใบหน้าสองคนนั้นแบบเต็มเหนี่ยว สองโจรถึงกับสลบเหมือดนอนกองอยู่บนพื้นทราย

พลั่วะ! พลั่วะ!

“โอ๊ย! เจ็บมือจริงเว้ย หน้าหนาแบบนี้ไปเสริมเหล็กมาหรือไงยะ!” โรสรินบ่นอุบ สบัดมือตัวเองเร่าๆ แต่ก็ทำหน้าสะใจแทนเมื่อเห็นว่าโจรสองคนนี้สลบไปแล้ว แหม มือเธอยังหนักคงเส้นคงวาเหมือนเดิมเลย ต่อไปก็อีกสามคนที่อยู่ด้านใน โรสรินค่อยๆ แง้มผ้าออกแล้วเห็นว่าพวกโจรสามคนนั้นกำลังโกยของที่ดูมีค่าเข้าไปในถุงผ้าใบใหญ่ เธอกำด้ามไม้ไว้แน่นก่อนจะเดินเข้าไปทักด้วยท่าทางนักเลงหัวไม้ “สวัสดีจ้ะ”

“เออ!” หัวหน้าโจรขานรับทันควันเหมือนลืมตัว ก่อนที่ทั้งหมดจะหยุดกึกแล้วมองมาที่หญิงสาวเป็นตาเดียว พวกมันเบิกตากว้างด้วยความตกใจไม่คิดว่าจะมีคนเข้ามา และที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือถ้าผู้หญิงคนนี้ไม่ได้เข้ามาทางด้านหน้า แสดงว่าเข้ามาทางด้านหลัง แล้วลูกน้องที่เขาให้ดูต้นทางปล่อยให้เข้ามาได้ยังไง! “แกเข้ามาได้ยังไง!!”

“ลองไปปลุกลูกน้องสองตัวของแก ที่นอนดูดาวบนท้องฟ้าขึ้นมาถามดูสิ” โรสรินตอบหน้าตายพลางเอาไม้ด้ามยาวที่ถือมาพาดบ่าแล้วเดินเข้าไปหาสามโจรอย่างไม่กลัว แต่พวกโจรกลับถอยห่างและต่างมองกันจ้าระหวั่น ไม่คิดว่าผู้หญิงสวยๆ ร่างบางดูไม่น่าอันตรายกลับสามารถจัดการลูกน้องของเขาได้ “ฉันจะไม่เอาเรื่องและไม่บอกเรื่องที่เกิดขึ้นกับองค์รามิน ถ้าพวกนายสามคนคืนของทั้งหมดแล้วออกไปแต่โดยดี อ้อ เอาสองคนที่นอนอยู่ข้างหลังไปด้วยนะ”

“แล้วถ้าพวกเราไม่คืนล่ะแม่สาวน้อย” ไอ้หัวหน้าโจรพูดด้วยน้ำเสียงท้าทายพลางมองหญิงสาวด้วยแววตาหื่น เพราะคิดว่ายังไงซะพวกเขาสามคนก็มีฝีมือดีกว่าลูกน้องสองคนที่อยู่ข้างนอก แล้วอีกอย่างนะ ผู้หญิงคนเดียวจะสู้ผู้ชายสามคนได้ยังไง

“อ้อ อยากมีเรื่อง” โรสรินเอาลิ้นดันกระพุงแก้ม แล้วยิ้มเหี้ยม “ฉันจัดให้ได้” หญิงสาวเดินเข้าไปหาทันที พวกสามโจรยืนล้อมกรอบเธอและมองเธอด้วยสายตาดูแคลนก่อนจะพุ่งเข้าหาเธอพร้อมกัน โรสรินควงไม้ที่ตัวเองถือมาก่อนจะจัดการฟาดโจรคนหนึ่งที่ปรี่เข้ามาใกล้เธอก่อน เอาไม้ฟาเสยปลายคางจนล้มหน้าทิ่มโอดครวญด้วยความเจ็บ ก่อนจะย่อต่ำแล้วใช้ไม้ท่อนเดิมกวาดไปที่พื้นเพื่อนสกัดขาอีกสองคนที่เข้ามาจนล้มบนพื้น แล้วดีดตัวเองให้ลุกขึ้นอย่าวรวดเร็ว ค้ำไม้ที่พื้นเพื่อเป็นหลักยึดก่อนจะใช้ปลายเท้าเตะเสยปลายคางโจรคนแรกที่ลุกขึ้นมาจนเลือดกบปากและสลบไปในที่สุด พอสองโจรจะวิ่งเข้ามาเธอก็เอาไม้ชี้ไปที่หน้าพวกมัน สองคนนั้นถึงกับตาเหลือกหยุดอยู่กับที่ “ยังอยากจะมีเรื่องอีกมั้ย” สองโจรส่ายหน้าดิก คิดผิดมหันต์ที่กล้าลองดีกับผู้หญิงคนนี้ ก่อนจะทรุดลงกับพื้นหมอบกราบหน้าติดผืนทรายเมื่อเห็นว่าใครเข้ามาในกระโจม

“องค์รามิน!!”

--------------------------------------------------------------------------------------

เม้นๆ จึกๆ กดโน่นนี่นั่นให้กำลังใจบ้างเน้ออออออ *0* ฮักหลายๆ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}