หอหมื่นอักษร
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

เมื่อสวรรค์ให้นางมีชีวิตใหม่อีกครั้ง นางจะขอทำทุกวิถีทางเพื่อปกป้องวงศ์ตระกูลไว้ให้จงได้!

ตอนที่ 37 บุญคุณสามแสนตำลึง (2)

ชื่อตอน : ตอนที่ 37 บุญคุณสามแสนตำลึง (2)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 290

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 27 ก.ย. 2562 12:08 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 37 บุญคุณสามแสนตำลึง (2)
แบบอักษร

 

“ท่านพี่ ข้าผิดไปแล้ว ข้าผิดไปแล้ว เป็นเพราะผีสิงข้า แต่กระทรวงการคลังต้องจัดจ่ายเงินสองล้านตำลึงให้เจียงหนานกับเหอเน่ยจัดการน้ำ ต้องไปเบิกเงินที่แผนกคลังแล้ว เงินนี้จะต้องเติมคืนไป...ท่านพี่จะด่าจะตีข้าอย่างไรก็ได้ แต่เงินสามแสนตำลึงจะต้องเติมคืนให้ได้ ไม่เช่นนั้นชีวิตข้าต้องจบสิ้นแน่นอน...” หลัวซื่อเฮิงสำนึกผิดแล้วจริงๆ ไม่สนใจที่ตัวเองถูกทำร้าย ดึงขากางเกงหลัวซื่อจิ้งพลางร้องไห้ฟูมฟาย เขาเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมจึงได้ใจกล้าเหิมเกริมยักยอกเงินกระทรวงการคลังถึงสามแสนตำลึง ทั้งที่ปกติเขาก็เป็นคนสมถะ แต่ทำไมครั้งนี้ถึงได้ใจกล้านัก ถ้าไม่ใช่เพราะฟังคำพูดของคนผู้นั้น ทำให้ใจกล้ามากขึ้นเรื่อยๆ จากสามหมื่น ห้าหมื่น จนสุดท้ายกลายเป็นสามแสน ตอนนี้เขาสำนึกผิดจริงๆ ...

.....

“จัดการคนผู้นั้นเรียบร้อยแล้วใช่หรือไม่” ซั่งกวนฉางจื้อถามหลี่เข่ออัน กำลังลิ้มรสชาหมิงเฉียนหลงจิ่งเดือนสาม รู้สึกหอมกรุ่นไม่มีใดเทียม

“ขอท่านวางใจ คนผู้นั้นได้ไปจากเมืองหลวงแล้ว ทุกอย่างลบล้างหมดเรียบร้อย หลัวซื่อเฮิงไม่มีโอกาสรู้ว่าพวกเราเป็นคนจัดการให้คนนั้นไปอยู่กับเขา” ได้ยินหลี่เข่ออันตอบ ซั่งกวนฉางจื้อคลี่ยิ้มอ่อนโยน สูดกลิ่นหอมชาหลงจิ่ง รู้สึกปลอดโปร่งอย่างยิ่ง วางหมากมาแล้วสองปี เพื่อส่งคนนี้ไปอยู่ข้างกายหลัวซื่อเฮิงอย่างไร้ร่องรอย ฉางกวนฉางจื้อก็ต้องใช้วิธีการมากมาย ไม่นึกว่าจะจบเรื่องได้อย่างรวดเร็ว ถ้าไม่ใช่เพราะกระทรวงโยธาทูลขอจัดการน้ำ เรื่องของหลัวซื่อเฮิงก็คงไม่ถูกเปิดโปงเร็วขนาดนี้

หลัวซื่อจิ้ง หากไม่ใช่เพราะในมือเจ้ามีทหารรักษาเมืองหลวงอยู่สองหมื่นคน อีกทั้งคุยโวว่าเป็นขุนนางสายตรงใจซื่อมือสะอาด ข้าก็คงไม่คิดหาวิธีลงมือที่น้องชายเจ้าหรอก เพราะเจ้าสอนน้องไม่ดี โลภโมโทสัน แต่ถ้าไม่ได้ทำเช่นนี้ ข้าจะหาโอกาสทำดีต่อเจ้าได้อย่างไรกัน เพื่อจะได้ให้เจ้าติดค้างบุญคุณข้า ส่วนเจ้าหลัวซื่อเฮิง ก็ต้องโทษเจ้าที่มีพี่ชายเป็นผู้ว่าเมืองหลวง ทั้งต้องโทษที่พี่ชายเจ้าทั้งรักทั้งห่วงเจ้าจนเกินขนาด 

ซั่งกวนฉางจื้อคิดเช่นนี้ หรี่ตาลง สีหน้าฉายแววชั่วร้ายอย่างสังเกตเห็นได้ยาก

“เตรียมเงินสามแสนตำลึงไว้ รอให้ตระกูลหลัวตกใจอีกสองวัน ให้เขารู้สึกมืดแปดด้านหาที่พึ่งอะไรไม่ได้ก่อน จนถึงที่สุดแล้วค่อยพบความหวัง เขาจะได้ยิ่งรู้สึกซาบซึ้งน้ำใจข้า รู้ว่าที่รอดตัวมาได้เพราะความช่วยเหลือจากข้า จึงจะหันเหมาทางข้าได้ ทหารรักษาเมืองหลวงสองหมื่นคนจึงจะเป็นของข้า” ซั่งกวนฉางจื้อสั่งหลี่เข่ออันว่า ให้รอดูอีกสองวันค่อยดำเนินการต่อ เพื่อจะได้มีผลดีมากยิ่งขึ้น

จนเสิ่นเจ๋อจิ้งกลับจากกรมการสอบ เขาก็รับรู้ทันทีถึงเรื่องหรูหลิวชู่ หรูหลิวชู่ก่อตั้งขึ้นจากข้อเสนอของเขา น้ำหนักที่เขาใส่ใจย่อมผิดกับเรื่องอื่น ดังนั้นเมื่อฟังรายงานจากเสิ่นอวี๋หงกับเสิ่นอวี๋อี้แล้ว เขาไม่ได้คิดมากมายเหมือนเสิ่นหวาซั่น แต่ตัดสินใจในทันทีว่าเชื่อในข่าวนี้ แล้วรวบรวมเงินสามแสนตำลึงส่งไปจวนผู้ว่าเมืองหลวง

ส่วนเรื่องอื่นนั้น รอให้ผ่านเรื่องจวนผู้ว่าเมืองหลวงก่อนค่อยปรึกษาหารือกัน

ในจุดนี้ ทั้งเสิ่นเจ๋อจิ้งกับเสิ่นหนิงพ่อลูกนิสัยเดียวกัน จะต้องซื้อใจผู้ว่าเมืองหลวงก่อน เงินทองหาใหม่ได้ โอกาสนั้นสิหายาก

ตอนได้ยินเสิ่นหวาซั่นบอกว่าต้องการเงินสามแสนตำลึงด่วน ถามเสิ่นเจ๋อหย่วนว่าจะได้เมื่อไรนั้น เสิ่นเจ๋อหย่วนตกใจมาก แม้ไม่ได้ตื่นตระหนก แต่ไม่เข้าใจแม้แต่นิด ทำไมจึงต้องการเงินจำนวนมากขนาดนั้น สามแสนสำหรับตระกูลเสิ่นถึงแม้จะไม่สะเทือนถึงรากแก้ว แต่ในเวลาสั้นขนาดนั้นก็ไม่ใช่จะรวบรวมได้ง่ายนัก อีกทั้งเสิ่นหวาซั่นก็ไม่ได้บอกว่าใช้ทำอะไร แค่ว่าต้องการใช้ด่วน เร่งจนพาลให้เสิ่นเจ๋อหย่วนร้อนรนตามไปด้วย

“ต้องใช้เวลาอีกสองวัน” เสิ่นเจ๋อหย่วนคำนวณอย่างรวดเร็ว การเตรียมเงินสามแสนตำลึงต้องการเวลาไม่น้อย ปีใหม่อาเสิ่นเต๋อซั่นส่งมาสามหมื่นตำลึงยังไม่ได้ใช้ หลงจิ่งไจกับโรงเหล้า “หวนไหลจุย (กลับมาเมา) ” ที่ตระกูลเสิ่นดำเนินการมีเงินทุนหมุนเวียนหนึ่งแสนตำลึง เงินคงคลังตระกูลเสิ่นกับบ้านสวนชานเมืองหลวงก็ได้อีกแสนสองหมื่นตำลึง ที่ขาดอีกห้าหมื่นตำลึงต้องรบกวนหูซื่ออันเหอถังสาขาเมืองหลวงช่วยสมทบ

เหยียนซางได้ยินที่เสิ่นเจ๋อหย่วนสั่งก็รู้สึกประหลาดใจมาก แต่ส่วนดีของเขาคือเรื่องที่ไม่ควรถามก็จะไม่ถาม รีบไปรวบรวมเงินจากจุดต่างๆ แล้วไปบ้านสวนนำตั๋วเงินมา ด้านเสิ่นเจ๋อหย่วนกับเสิ่นหูซื่อก็ไปหาหูจ่างกุ้ยหรือผู้จัดการสาขาแซ่หูของอันเหอถัง ผู้จัดการหูก็ปฏิบัติอย่างดีต่ออดีตคุณหนูหู อีกทั้งเงินจำนวนห้าหมื่นตำลึงสำหรับอันเหอถังก็ไม่ได้มากมายนัก จึงไปเบิกตั๋วเงินที่ร้านเงินให้เสิ่นเจ๋อหย่วนด้วยตนเอง ดังนั้น จนถึงคืนวันที่สอง เสิ่นเจ๋อหย่วนก็นำตั๋วเงินสามแสนตำลึงให้เสิ่นหวาซั่นที่ห้องหนังสือได้

เวลาเช้า ป้าเหอคนส่งผักให้จวนผู้ว่าเมืองหลวงล้มป่วย หลานชายนางจึงมาส่งผักผลไม้สดแทน คนเฝ้าประตูเห็นหนุ่มคนนี้ท่าทางเรียบร้อย หน้าดำคล้ำแถมมือหยาบกร้าน คงเป็นลูกหลานคนยากจน เกิดความเห็นอกเห็นใจ ก็ไม่ได้สงสัย แค่ตรวจเข่งผักดูคร่าวๆ ก็ปล่อยเข้าไป

ตอนหลานชายป้าเหอส่งผักผลไม้ไปที่ครัวหลังบ้านหลัว ไม่รู้เป็นอย่างไร เกิดปวดเบาขึ้นมา บอกหลัวฟางคนดูแลห้องครัวขอใช้ห้องส้วม หลัวฟางชี้ทางให้ หลานเหอรีบขอบคุณ แล้ววิ่งไปตามทางที่ชี้ให้ จนเสร็จธุระเรียบร้อย กลับรู้สึกทางทุกจุดเหมือนกันหมด เดินจนหลง เลี้ยวผิดเลี้ยวถูก พอดีเจอพ่อบ้านหลัวกำลังจะไปปรนนิบัติหลัวซื่อจิ้ง หลานเหอพูดกับพ่อบ้านหลัวไม่กี่คำ เห็นสีหน้าพ่อบ้านหลัวเปลี่ยนไปเล็กน้อย บอกเด็กรับใช้สองคนที่ตามมาว่า “วันก่อนนายท่านว่าผักผลไม้พักนี้สดมาก อยากให้รางวัล พอดีหลานนางมา ข้าจะนำไปพบท่าน เพื่อรับเงินรางวัล พวกเจ้าไม่ต้องตามมาด้วย” เด็กรับใช้สองคนผงกศีรษะแล้วถอยไป

“นี่หมายความว่าอย่างไร” หลัวซื่อจิ้งหน้าตาเงียบขรึมมองดูหลานเหอ ใช้ราศีความเป็นผู้ว่าเมืองหลวงสะกดฝ่ายตรงข้าม หนุ่มคนนี้กลับไม่ตื่นตกใจ ตอบด้วยความเคารพว่า ” นายข้ารู้ว่าท่านประสบปัญหา เงินสามแสนตำลึงนี้ไว้สำหรับคลี่คลายเหตุด่วน ถือว่าเป็นผูกไมตรีกับท่าน”

“นายเจ้าเป็นใคร” ถึงแม้ภายในจิตใจหลัวซื่อจิ้งหวั่นไหวรุนแรง หน้าตายังคงปกติ ใครทำเรื่องนี้รั่วออกไป เขารู้ว่าขุนนางเมืองหลวงมีไม่กี่คนที่ไม่พยายามเอาคนเข้ามาไว้ในจวนผู้ว่า แต่หลายปีที่จัดการกันมา เขาเชื่อว่าแม้จวนผู้ว่าจะไม่แน่นหนาจนแมลงวันยังบินเข้าไม่ได้ แต่ก็ไม่ต่างกันมากนัก หรือหลัวซื่อเฮิงทำข่าวรั่ว หรือกระทรวงการคลังรู้ข่าวแล้ว ไม่ใช่ ไม่ใช่กระทรวงการคลัง ถ้าเช่นนั้นคนนี้เป็นมิตรหรือศัตรู เขาส่งตั๋วเงินมาเพื่อจุดประสงค์อะไร คนผู้นี้ต้องการอะไรจากข้า ประสบการณ์หลายปีบอกเขาว่า ไม่มีขนมชิ้นโตร่วงลงมาจากฟ้าง่ายๆ

“นายข้าแค่ต้องการรู้จักท่านไว้ ต่อไปถ้ามีเรื่องขอร้องอะไร ให้ท่านช่วยเหลือด้วย กระนั้นสิ่งที่ขอให้ช่วยย่อมต้องถูกกฎหมายทั้งอยู่ในทำนองคลองธรรมอยู่แล้ว” หลานเหอบอกผ่านความหมายของการใช้เงินสามแสนตำลึง นายท่านพูดไว้ชัดเจนมากว่า ถ้าพูดเช่นนี้ หลัวซื่อจิ้งจะต้องตกลงแน่นอน

เป็นเช่นนั้นจริง หลัวซื่อจิ้งนิ่งเฉยไปพักใหญ่ ให้พ่อบ้านหลัวรับเงินสามแสนตำลึงไว้ แล้วใช้พู่กัน เขียนตัวหนังสือ “เฮ่าเฮ่า” สองตัวอันแปลว่าจิตวิญญาณอันซื่อตรงยิ่งใหญ่ระบือไกลบนแผ่นกระดาษสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาดหนึ่งนิ้ว นัดแนะให้ใช้กระดาษแผ่นนี้มาทวงสัญญาในวันหน้า เขาจำเป็นต้องใช้เงินสามแสนตำลึงนี้มาแลกชีวิตน้องชาย หลัวซื่อเฮิงเป็นน้องชายที่เขาเลี้ยงดูมาแต่เล็ก แม้จะรู้ว่าการรับเงินสามแสนตำลึงนี้ก็เหมือนกับเอามีดมาจ่อคอหอยไว้ แต่เขาก็ไม่ทำไม่ได้

หลานเหอรับกระดาษด้วยความเคารพเช่นเดิม ทำความเคารพหลัวซื่อจิ้ง แล้วจึงตามพ่อบ้านหลัวถอยออกไป

“อะไรกัน ตามไม่ทัน ป้าเหอไม่มีหลานชายมาส่งผักผลไม้” หลัวซื่อจิ้งฟังรายงานพ่อบ้านหลัว เขาให้พ่อบ้านติดตามหลานเหอ ไม่นึกว่าแค่เดี๋ยวเดียวก็ตามไม่ทัน ไปตามป้าเหอมาถาม นางก็บอกไม่มีหลานชาย ยังประหลาดใจว่าทำไมวันนี้นางตื่นสาย หลัวซื่อจิ้งถอนใจยาว ฝีมือเราแพ้เขา เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกเหมือนเดินอยู่บนขอบเหว และก็เป็นครั้งแรกที่เขาอยากลาออกจากราชการ วงการขุนนางเมืองหลวง เป็นกันได้ลำบากยากเย็นจริงๆ

“หลัวซื่อจิ้งโปร่งใสทั้งแปดทิศ จุดอ่อนจุดเดียวก็คือน้องชาย ดีที่คนนี้มีชื่อเสียงด้านไว้ใจได้ เมื่อให้กระดาษมา ก็ใช้ประโยชน์ได้ เก็บไว้ใช้วันหลังเถอะ” เสิ่นหวาซั่นมองดูตัวหนังสือ “เฮ่าเฮ่า” สองตัวในกระดาษ บอกเสิ่นอวี๋หงกับเสิ่นอวี๋อี้ว่า เรื่องจวนผู้ว่าเมืองหลวงก็ถือว่าจบชั่วคราว ต้องพิจารณาเรื่องอื่นแล้ว

“เจ้าว่าอะไรนะ เจ้าพูดอีกครั้งซิ หลัวซื่อเฮิงเอาเงินสามแสนตำลึงไปคืนแล้วรึ จวนผู้ว่าเมืองหลวงเอาเงินมาจากไหนมากมาย เป็นไปไม่ได้ จะเป็นไปได้อย่างไร ผู้ว่าเมืองหลวงอย่างมากก็รวบรวมเงินได้แค่หนึ่งแสนตำลึง พวกเราได้คำนวณหลายรอบแล้ว...นี่มันเป็นไปได้อย่างไรกัน...” หลี่เข่ออันฟังรายงานลูกน้อง แล้วเหงื่อตก เป็นไปได้อย่างไร เขากับองค์ชายกำลังจะไปจวนผู้ว่าเมืองหลวง จะทำอย่างไรดี เขานึกถึงความร้ายกาจของซั่งกวนฉางจื้อ หมากที่วางไว้ถึงสองปีพังไปแล้ว เขาไม่กล้าคิดถึงปฏิกิริยาของซั่งกวนฉางจื้อตอนได้ยินข่าวนี้ ทหารรักษาเมืองหลวงสองหมื่นคน...

หลี่เข่ออันรู้สึกถึงเหงื่อกาฬที่ท่วมหลังตัวเอง แต่เหงื่อก็ยังไหลไม่หยุด แล้วรายงานข่าวนี้ให้ซั่งกวนฉางจื้อรู้ด้วยความอกสั่นขวัญแขวน

“ดูท่าจะมีคนชิงตัดหน้าเรา...” ผิดคาด ซั่งกวนฉางจื้อไม่ได้บันดาลโทสะ ไม่ได้โทษหลี่เข่ออัน กลับพูดคำนี้ออกมาอย่างสงบนิ่ง ทว่าความจริงแล้วเขารู้สึกเจ็บหนัก การวางหมากสองปี แพ้ชนะแค่นิดเดียว บอกไม่ถูกว่ารู้สึกอย่างไร เจ็บแค้น เสียดาย ท้อแท้ ถ้าไปก่อนสักสองวันก็ดี อยากวิ่งไปถามผู้ว่าเมืองหลวงให้รู้เรื่อง แต่ก็ยังต้องทำไม่รู้ไม่ชี้ปลอบหลี่เข่ออัน เก็บเขาไว้ยังใช้ประโยชน์ได้อยู่

“ไปสืบดูว่าสองวันนี้มีใครแปลกหน้าเข้าจวนผู้ว่าเมืองหลวง ไปสืบดูอีก ในเมืองหลวงสองวันนี้มีตระกูลไหนเคลื่อนย้ายเงินทอง เงินสามแสนตำลึงไม่ใช่น้อย น่าจะสืบค้นดูได้...” ซั่งกวนฉางจื้อสั่งการลงไป เรื่องครั้งนี้จะต้องมีใครเล่นลูกไม้เป็นแน่ ที่น่าแค้นใจคือ เขายังไม่รู้ว่าเป็นใคร คนคนนั้นเหตุใดจึงรู้เรื่องหลัวซื่อจิ้ง

ความจริงตระกูลเสิ่นไม่รู้เรื่องหลัวซื่อเฮิงเลยแม้แต่น้อย ซั่งกวนฉางจื้อ เจ้าคิดมากเกินไปแล้ว 

หลี่เข่ออันรีบรับคำ ถึงแม้เชื่อว่าสืบค้นไม่ได้แน่นอน ร้านเงินต้าหย่งมีระเบียบที่เคร่งครัด ต้องรักษาความลับ แม้แต่รัชทายาทก็ไม่กล้าสืบค้นเรื่องของร้านเงินง่ายๆ เพราะซั่งกวนฝูปฐมกษัตริย์ราชวงศ์ต้าหย่งเคยทำธุรกิจร้านเงิน ร้านเงินไม่เหมือนธุรกิจทั่วไป ไม่สามารถสืบค้นได้อย่างเปิดเผย ได้แค่สืบค้นลับๆ แทบไม่ต่างกับงมเข็มในมหาสมุทรเลย

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น