กนกรส มาศอุไร

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

รีไรท์ : ข้ออ้างคนพาล1/4 (วางจำหน่ายEbook แล้ว)

ชื่อตอน : รีไรท์ : ข้ออ้างคนพาล1/4 (วางจำหน่ายEbook แล้ว)

คำค้น : อานนท์ มุขธิดา

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 486

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 18 ก.ค. 2561 08:36 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
รีไรท์ : ข้ออ้างคนพาล1/4 (วางจำหน่ายEbook แล้ว)
แบบอักษร

สามารถโหลดซื้อได้แล้ววันนี้

ต่อจากตอนที่แล้ว...


มุขธิดายืนมองอุปกรณ์เครื่องนอนในมือด้วยสายตาลำบากใจ จะไล่ให้อานนท์กลับไปในสภาพที่ดูไม่จืดเธอเองก็ตัดใจทำไม่ลงเสียด้วย แต่ใช่ว่าเธอจะไม่นึกระวังภัยคุกคามจากเขา เพราะถึงอย่างไร เธอยังไม่อาจลืมวีรกรรมแสนเลว ที่เขาเคยทำไว้กับเธอตั้งมากมาย

ระวังตัวไว้หน่อยก็ดีเหมือนกัน ไม่อยากมานั่งโทษความโง่ของตัวเองภายหลัง หลงเชื่อและไว้ใจคนผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า ถึงวันนี้เขาดูต่างจากครั้งก่อนๆก็เถอะนะ มากไปกว่านั้นเขาอุตส่าห์ยอมเจ็บตัวกลายเป็นเบาะรองรับเธอตอนล้ม จะใจดำไม่ดูแลเขามันก็กระไรอยู่

“คุณ...ฉันเอาที่นอนปิกนิกมาให้ค่ะ แต่คุณยังโอเคอยู่ใช่ไหม” มุขธิดาหยั่งเชิงถามถึงอาการท้องเสียของชายหนุ่ม ลึกๆในใจนั้นอดเป็นห่วงเขาไม่ได้ ยิ่งได้มาเห็นหน้าตาเขาชัดๆตอนนี้ ยิ่งดูซีดเสียวไร้สีเลือด ดูแล้วอาการเขาคงหนักอยู่ไม่น้อย แต่เขาไม่ยอมไปโรงพยาบาลและเธอไม่กล้าบังคับเขาเหมือนกัน

“อืม...ก็ดีขึ้นมาหน่อย” อานนท์ตอบเสียงเบาหวิว แล้วค่อยๆลืมตาขึ้นมามองคนถาม จึงเห็นมุขธิดากำลังหอบเอาผ้าห่มพร้อมกับหมอนหนุนวางลงใกล้ร่างเขาซึ่งนอนงอตัวเอาไว้ ด้วยยังรู้สึกมีอาการมวลท้องตกค้างอยู่เล็กน้อย

“นั้นคุณก็นอนพักให้หายดีตรงนี้ก่อนแล้วกัน ถ้าหายสนิทเมื่อไหร่ จะได้มีแรงขับรถกลับบ้านไหว”

“พูดเหมือนอยากไล่ฉันกลับบ้านเหลือเกินนะ”

อานนท์พูดตัดพ้อเล็กน้อย พร้อมเหลือบหางตาลงมองอุปกรณ์ เขาเห็นหญิงสาวลากมันมาวางไว้หลายชิ้น เธอกองไว้ใกล้กับโซฟาพื้นที่สำหรับให้เขานอนคืนนี้ จัดแจงปัดฝุ่นแล้วปูลงกับพื้นอย่างชำนาญ เขามองตามด้วยความรู้สึกแขยงแผ่นหลังพิกล แต่ก็อย่างที่มุขธิดาพูด ในวินาทีนี้เขาไม่เหลือเรี่ยวแรงแม้แต่จะเหยียบคันเร่งเพื่อขับรถกลับบ้านด้วยตัวเองด้วยซ้ำ

 อีกอย่างมันก็ดึกจนป่านนี้ เขาเลยไม่อยากโทรรบกวนให้สันติมารับ ป่านนี้หมอนั้น คงกำลังใช้เวลาอยู่กับครอบครัวเล็กๆของตนเองนั่นแหละ เจ้านั้นมันติดเมียยิ่งกว่าอะไร  

มุขธิดาเลือกที่จะเงียบ แล้วตั้งหน้าตั้งตาปูที่นอนสำหรับให้คนป่วยนอนคืนนี้ เครื่องนอนทุกชิ้นสะอาดเอี่ยม เพราะเธอมีนิสัยเก็บรักษาของใช้ทุกชิ้นเป็นอย่างดีเสมอมา หญิงสาวตบมือลงบนหมอนใบโตเสียงดังตุบตับ เพื่อเกลี่ยนุ่นให้เท่ากัน เตรียมเอาไว้ให้ชายหนุ่มหนุนนอนสำหรับคืนนี้ ก่อนหันตัวจัดแจงกับฟูกนอนต่อ

“ทำไมมันดูแข็งจัง ไอ้ที่นอนของเธอน่ะ” คนป่วยแอบโวยเสียงแหบแห้ง บุ้ยปากไปยังผืนผ้าบางเฉียบ มองที่นอนปิกนิกอันเล็ก มันทั้งบางและแข็งไม่ต่างจากพื้นไม้กระดาน ยังนึกถึงรูปร่างของตัวเองทั้งสูงใหญ่มากกว่าไอ้ที่นอนขนาดเล็กของมุขธิดาหลายเท่า จะให้เขาขึ้นไปนอนบนนั้น แล้วคืนนี้เขาจะหลับลงได้ยังไงไหว

คนเรื่องมากยังโวยต่อ

“อีกอย่างฉันกลัวปวดหลังด้วย ดูแล้วไม่น่านอนสบาย” อานนท์พูดเสียงอ่อย เพราะไม่เคยนอนกับอุปกรณ์แบบนี้ในชีวิต ตามนิสัยของลูกคุณหนูที่ไม่เคยใช้ชีวิตลำบากมาก่อน

“นั้นคุณจะขึ้นไปนอนบนเตียงในห้องของฉันไหมล่ะ เดี๋ยวฉันนอนบนพื้นข้างล่างนี้เองก็ได้” มุขธิดาถอนหายใจแรง พร้อมพูดตัดความรำคาญ ผู้ชายอะไรเรื่องมากชะมัด

“แต่ฉันเป็นผู้ชาย ถ้าทำแบบนั้นมันก็เป็นการเอาเปรียบเธอแย่นะสิ” มุขธิดาอยากจะค้อนเขาให้ตากลับสักทีแต่ไม่กล้า เลยเปลี่ยนเป็นกลอกตาขึ้นมองฝ่าเพดานบ้านตนเองแทน ให้มันได้แบบนี้สิคุณผู้ชายขา

“ฉันไม่ใช่คนคิดมาก คุณก็ขึ้นไปนอนข้างบนเถอะ จะได้ไม่ปวดหลัง”

อานนท์ค่อยๆยันตัวเองลุกขึ้นมานั่ง แล้วย่นหัวคิ้วเมื่ออาการมวลท้องกลับมาโจมตี เขากัดฟันข่มอาการแล้วเงยหน้ามองร่างเล็ก เจ้าตัวกำลังขะมักเขม้นปูที่นอนปิกนิกลงบนพื้นบ้านต่อโดยไม่คิดสนใจเขาอีก

 “แล้วอีกอย่างให้ฉันขึ้นไปนอนบนบ้านของเธอคนเดียว ฉันคงนอนไม่หลับหรอก มันดูวังเวงยังไงไม่รู้” เขาบอกแล้วลูบแขนทำท่าขนลุกขนพอง

มุขธิดาถึงกับหันขวับ ตวัดสายตาขุ่นคลักมองพ่อเรื่องมาก จะมากลัวความวังเวงอะไรวันนี้

“คือบ้านเธอมันดูน่ากลัว ฉันไม่ค่อยชินกับบ้านไม้ เคยดูในหนังผีแล้วมันอดขนลุกไม่ได้”

ก็จะให้ชินได้ยังไงในเมื่อเขาเพิ่งเข้ามาเหยียบวันนี้นี่นา มุขธิดาอยากจะต่อว่า แต่เห็นว่าเขาเองก็ดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก เธอจึงพยายามข่มอารมณ์ อีกทั้งเธอนั้นก็เริ่มง่วงนอน ไม่อยากต่อความยาวทะเลาะกับเขาไม่จบไม่สิ้น

“มันเหมือนบ้านผีสิง” เขายังว่าให้อีก ความอดทนของเจ้าของบ้านจึงขาดผึง

“แล้วคุณจะเอายังไงก็ว่ามา ฉันง่วงอยากจะนอนพักเต็มที จะเอายังไงก็ว่ามาเลย จะได้ต่างคนต่างแยกย้ายกันไปนอนเสียที” คราวนี้หญิงสาวถึงกับลุกพรวดขึ้นยืนตัวตรง ยกมือขึ้นเท้าสะเอวด้วยอารมณ์ฉุนกึก พร้อมส่งสายตาขุ่นเขียวลงมองคนเรื่องมากด้วยความรู้สึกรำคาญเต็มแก่ ไอ้นั่นก็ไม่ดี ไอ้นี่ก็ไม่ได้ ไม่รู้เขาจะเอายังไงกันแน่ เธออุตส่าห์ไม่ไล่เขาขับรถกลับบ้าน เพราะนึกเห็นใจเขาที่เกิดอาการท้องเสียจริงๆไม่ได้แกล้งเป็น ถึงขั้นเสียสละให้ขึ้นไปนอนพักบนห้องส่วนตัวของเธอด้วยซ้ำ แค่นี้ก็นับว่าเธอนั้นใจกว้างยิ่งกว่าแม่น้ำ เขายังจะมาทำเรื่องมาก ทำตัวงี่เง่าราวกับเด็กสามขวบ

อานนท์ยักไหล่ ทำท่าครุ่นคิด ไม่ได้สนใจไอ้สายตาเขียวปั๊ดของเจ้าของบ้านเลยสักนิด เรื่องอะไรเขาจะยอมนอนเหงาเปล่าเปลี่ยว ทั้งที่โอกาสทองยื่นส่งมาให้ถึงมือเขาแบบนี้ ถ้าไม่รีบคว้าไว้ก็โง่เต็มแก่ อีกอย่างของก็เคยๆกันมาก่อน แต่ความจริงเขาก็ไม่ได้คิดอะไรไม่ดีกับเจ้าหล่อนเสียหน่อย ไม่เห็นต้องทำเสียงดังใส่เขาแบบนี้เลย เขาแค่ไม่อยากนอนคนเดียวเพราะรู้สึกแปลกที่แปลกทางก็เท่านั้นเอง

“ตกลงคุณจะเอายังไง”

“แล้วทำไมถึงไม่ขึ้นไปนอนบนเตียงเธอด้วยกันล่ะ” อานนท์เสนอความคิดแบบหน้าด้านๆ เอ่ยปากชวนเจ้าของห้องตัวจริงขึ้นไปนอนบนเตียงเดียวกันมันเสียเลย

มุขธิดาแทบลมออกหู กัดฟันดังกรอดๆ ขึงตาดุใส่คนเสนอความคิด

“คุณจะบ้าหรือเปล่า จะให้ขึ้นไปนอนบนเตียงเดียวกันกับคุณนี่นะ ไม่มีทางหรอกยะ ถ้าจะให้ฉันขึ้นไปนอนบนเตียงเดียวกับคุณ สู้ฉันไล่คุณกลับบ้านจะง่ายกว่าละมั้ง” มุขธิดาแหวขึ้นเสียงเข้ม ขว้างค้อนใส่คนต้นคิดตาหลับตาเหลือก

นี่เขากำลังคิดไม่ซื่อกับเธออยู่หรือเปล่า มุขธิดาเริ่มระแวงขึ้นมา เธอจึงขยับร่างถอยห่างแล้วมองหาอุปกรณ์ช่วย อานนท์เลิกคิ้วเข้มพร้อมส่ายหน้าอย่างระอา  


โปรดติดตามตอนต่อไป...

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น