ซอมพอ✿

ขอให้ทุกคนมีความสุขกับการอ่านนิยายเรื่องนี้มากๆนะคะ แอบอ่านทุกคอมเม้นท์อยู่นะยู รักทุกคนน้า กิ้กิ้

บทที่ 14 (2/?) สิ บ สี่

ชื่อตอน : บทที่ 14 (2/?) สิ บ สี่

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 12.9k

ความคิดเห็น : 21

ปรับปรุงล่าสุด : 17 ก.ค. 2561 22:44 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 14 (2/?) สิ บ สี่
แบบอักษร

14

                “...”

                นี่เธอไม่ได้คิดไปเองใช่ไหมว่าพี่ภัทรผิดประเด็นออกทะเลไปมากโข...

                ริสาไม่ได้ตอบอะไรบอสออกไป เธอแสร้งเปลี่ยนเรื่องและไม่พูดถึงมันอีกแม้ว่าคนรอบข้างจะเร่งเร้าให้ริสาตอบก็ตาม บรรยากาศในการทานอาหารกลางวันเงียบไปมากโขเพราะใบหน้าของบอสหนุ่มเรียบเฉยเสียจนไม่มีใครกล้าเสียงดัง ขนาดพ่อคนเมาที่ตอนแรกกล้าหาญยังเดินกลับที่ไปนั่งหงอคอตก ได้แต่นั่งทานข้าวกันเงียบๆ ริสาเองก็ถึงกับนิ่งไปเพราะเขาไม่คุยกับเธอ มีเพียงความห่วงใยจากกุ้งที่แกะแล้ว ก้ามปูอันใหญ่และหมึกไข่เค็มเต็มจาน เฮ้อ


                ใช้เวลาเกือบสองชั่วโมงกว่าจะกลับคืนสู่สภาพเดิมเมื่อทุกคนรับประทานอาหารเสียอิ่มหนำและกำลังเตรียมตัวไปดำน้ำดูปะการัง ริสากับพี่ตาแยกตัวไปเช็คอินให้ทุกคน กระเป๋าสัมภาระของแขกทุกท่านได้รับการบริการอย่างดีด้วยการยกไปไว้หน้าบ้านพักตามรายชื่อแต่ละห้องที่แจ้งเข้าพัก จำนวนคนมากขนาดนี้เพียงพอกับการปิดรีสอร์ทขนาดเล็กให้เป็นส่วนตัวได้ไม่ยาก


                แต่ดูท่าว่าหล่อนและพี่ตาจะจัดการธุระนานไปเสียหน่อยถึงได้เจอกับความว่างเปล่าเมื่อเดินมาถึงชายหาด


                “คนอื่นล่ะคะบอส?”

                พี่ตาถามขึ้นเมื่อเดินไปใกล้เขา มีจักภัทรกับครูฝึกใส่เสื้อแขนยาวสีเข้มกำลังยืนคุยกัน รอบด้านเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวอื่นที่ไม่ได้มาด้วยกันบ้างประปราย เพราะพวกเธอใส่เสื้อทีมคล้ายกันทั้งบริษัทจึงสังเกตได้ง่ายนัก


                “ขึ้นเรือไปแล้ว ครูฝึกบอกว่าห่างจากตรงนี้ไปไม่มากจะดำน้ำแบบสน็อกเกิลได้ก็เลยตกลงไปกัน”


                “สน็อกเกิล?”

                ริสาไม่เข้าใจกับคำนั้น ไม่คุ้นชินเสียเท่าไหร่เลย


                “เป็นการดำน้ำตื่นน่ะ ใช้หน้ากากซึ่งมีท่อด้านบน แล้วก็ใส่ชูชีพเอา เหยียดตัวให้ตรงเวลาว่ายน้ำ ที่นี่มีปะการังน้ำตื้นเยอะ แถมพวกนั้นก็เมากันเต็มที่ตอนอยู่บนบัส ขืนให้ไปดำน้ำจริงจังคงจมแน่ๆ”


                “อ่า...นั่นสิคะ”


                “...”

                แล้วคนร่างสูงก็เบือนหน้าหนี ริสารับรู้ได้เลยว่าระหว่างพวกเรากำลังมีสถานการณ์ไม่ปกติ คือเธอเองก็ไม่กล้าพูดอะไรมากนัก


                เพราะเรื่องนั้นแท้ๆ...


                “เดี๋ยวพวกคุณไปพร้อมผมเลยแล้วกัน ใส่ชูชีพแล้วก็ถืออุปกรณ์นั่งเรือไปรวมกับทุกคน ว่ายน้ำกันได้ทุกคนใช่ไหมครับ?”


                “ค่ะ”


                “โอเค ถ้าอย่างนั้นผมจะได้ให้ทุกคนเป็นแบบนี้”

                ครูฝึกส่งเสื้อชูชีพที่คนเรียกชินปากมาให้พวกเธอ แต่ที่จริงแล้วมันคือเสื้อพยุงตัวที่ทำให้ไม่จมน้ำ แตกต่างกับเสื้อชูชีพที่จะดันขึ้นมาถึงลำคอช่วยประคองตัวได้ดีกว่ามาก และเสื้อพยุงตัวมักจะทำให้หน้าคว่ำลงน้ำเหมาะสำหรับคนที่พอว่ายน้ำแข็งบ้างเพราะจะดำสน็อกเกิลสนุกกว่า เนื่องจากไม่ได้ดันขึ้นมาเหนือผิวน้ำมากอย่างเสื้อชูชีพ


                “ต้องรัดที่ด้านล่างด้วยอย่าให้หลุด ไม่แน่นไปใช่ไหม?”


                “อ๊ะ”หล่อนเผลอขยับหนีเมื่อจู่ๆบอสหนุ่มก็ก้มหน้าลงไปรัดสายเสื้อพยุงตัวให้ เสียงคลิ๊กทั้งสองด้านบ่งบอกว่าลงล็อคเรียบร้อยแล้ว “ขอบคุณค่ะ”

                ทั้งหมดใช้เวลานั่งเรือออกมาไม่นานมากนักเพราะอยู่ไม่ไกลจากฝั่งเลย น้ำด้านล่างเป็นสีครามใสจนมองเห็นปะการังด้านล่างได้อย่างชัดเจน ทั้งที่มองจากบนเรือยังสวยมากขนาดนี้ ริสาแทบรอไม่ไหวกับการลงไปด้านล่างแล้ว


                “สำหรับการลงน้ำให้ใช้วิธีการสไลด์ตัวลงไปเลยนะครับ ไม่ต้องกระโดดเพราะน้ำมันตื้นมาก อาจจะเกิดการบาดเจ็บได้ แล้วก็ระวังอย่าไปเหยียบปะการังให้เสียหายนะครับ”

                เสียงคำอธิบายของครูฝึกหนุ่มย้ำเตือนถึงข้อควรระวัง ริสาพยักหน้ารับทราบและไม่ว่างพอที่จะสนใจคนอื่น พอครูฝึกพูดเสร็จเจ้าหล่อนก็ลงน้ำอย่างรวดเร็ว รีบว่ายไปให้ไกลจากเรือเพื่อที่จะชื่นชมความงามของมันด้วยตาของตัวเอง ริสาว่ายไปรวมกลุ่มกับคนอื่นที่กำลังดำน้ำกันอยู่ ไม่มีใครสนใจกันมากนักเพราะต่างก็กำลังเพลิดเพลิน


                “...”

                แม้จะไม่ใช่ปะการังสีเข้มจัดเหมือนกับในสารคดีที่ต้องดำจนลึกแต่สีสันของมันก็น่าดูชมมากกว่าสีขาวอย่างพวกปะการังฟอกสีมากนัก มีปลาตัวเล็กที่ไม่ทราบสายพันธุ์กำลังเกเรว่ายแอบหลังปะการังหลบซ่อนสายตาคน ริสาว่ายขยับไปมาเพื่อที่จะมองทัศนียภาพด้านล่างด้วยความชื่นชม กลิ่นทะเลกับน้ำเย็นทำเอาเธอแทบไม่อยากไปไหน ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหนแล้ว


                “..!”

                รู้ตัวอีกทีก็เมื่อมีมือปริศนาของใครบางคนคว้าหมับเข้าที่เธอ ริสาตกใจเมื่อหันไปมองในตอนแรกที่ยังไม่ทราบว่าเป็นใคร พอใส่หน้ากากแบบนี้ทุกคนก็ดูคล้ายกันหมด แต่พอมองจากเสื้อของเขาที่ไม่เหมือนใครในกลุ่มเพราะเจ้าตัวบอกว่าไม่คูลก็จำได้ทันที


                แต่เขานี่สิ...จำเธอที่ใส่หน้ากากอยู่ได้ยังไงกัน


                แล้วเธอเองก็ดันใส่เสื้อทีมเหมือนคนอื่นเสียด้วย


                “...”

                คนหน้ามึนกระชับมือแน่นจนความร้อนแผ่แทรกความเย็นของน้ำ เขาบีบเบาๆเป็นสัญญาณโดยไม่พูดอะไร จักภัทรว่ายนน้ำไปพร้อมกับจับมือเธอ


                มันเป็นการว่ายน้ำที่เงียบมากเพราะไม่มีคำพูดใด แต่ริสารับรู้ได้ว่ามันอบอุ่นมากเหลือเกิน


                “ห้องพักของแต่ละคนจะมีชื่อติดไว้ที่ด้านหน้าห้องตามที่แจ้งไปตอนแรกพร้อมกระเป๋าแล้วนะคะ เดี๋ยวเรามาเจอกันที่ห้องอาหารริมหาดตอนทุ่มครึ่ง ระหว่างนี้ก็ให้ทุกคนพักผ่อนได้เต็มที่เลยค่ะ”

                เสียงประกาศของเลขาสาวดังก้องไปทั่วบริเวณ หลังจากที่เล่นน้ำจนตัวเหนียวเหนอะก็ถึงเวลาที่จะต้องไปจัดการร่างกายเสียที โชคดีที่เลือกสถานที่เป็นรีสอร์ทคล้ายบังกะโลหรูจึงเดินเข้าบ้านพักแต่ละหลังได้เลย หน้าบ้านก็ได้รับการตกแต่งด้วยทรายทะเลเนียนละเอียด ก่อนขึ้นบ้านจะมีบ่อน้ำเล็กไว้ให้ใช้ล้างเท้าที่เปรอะเปื้อน แต่ละหลังเรียงรายล้อมรอบกันเป็นวงกลม ซึ่งตรงกลางมีสระว่ายน้ำขนาดใหญ่อยู่


                “เราไปห้องกันเถอะค่ะพี่ตา”

                ริสาหันไปชวนคนข้างกายหลังจากที่เห็นทุกคนทยอยเข้าบ้านพักกันแล้ว เธอกับพี่ตาได้บ้านชั้นเดียวที่หลังเล็กที่สุดเนื่องจากนอนกันแค่สองคน แตกต่างจากคนอื่นที่ขนาดค่อนข้างกว้าง บางกลุ่มก็ได้แบบพักสองชั้นไปอีก


                “เอ่อ...”คราวนี้ผู้ช่วยเลขาที่ริสาแต่งตั้งถึงกับอึกอัก หล่อนมองไปที่บอสหนุ่มอย่างต้องการตัวช่วยแต่เขากลับเมินเฉย “พี่...”


                “คะ?”

                ริสารู้สึกได้ว่าพี่ตาอ้ำอึ้งจนน่าแปลกใจ เหมือนมีอะไรต้องการที่จะบอกเธอแต่กลับเอาแต่เหล่มองไปที่พี่ภัทรตลอด แถมบอสยังกดดันผ่านทางสายตากลับมาซะงั้น


                “พี่...พี่ต้องไปนอนรวมกับคนอื่นน่ะจ้ะ นุ่นชวนพี่มาน่ะว่าคืนนี้มีเล่นไพ่ด้วย พี่ขอโทษนะ พี่ต้องไปจริงๆ”

                พูดแค่นั้นพี่ตาก็รีบเดินออกไปโดยที่ไม่ได้สบตาเธอด้วยซ้ำ ไม่ทันที่ริสาจะได้เรียกชื่อเธอเพื่อขอร้องเลยแม้แต่นิด ที่จริงแล้วหล่อนไม่คิดว่ามันเป็นเรื่องแปลกตรงไหนกับเหตุผลนั้น แต่ไอ้ที่แปลกน่ะก็เห็นจะเป็น...ท่าทางของทั้งพี่ตาและพี่ภัทรนี่สิ


                “บอสไปขู่อะไรพี่ตาไว้ใช่ไหมคะ?”

                คราวนี้คนตัวเล็กถือดีหรี่ตาลงอย่างจับผิด


                “เปล่า”

                แต่มีหรือที่เขาจะยอมรับง่ายๆ ท่าทางยักไหล่แบบไม่แคร์โลกของเขานั่นก็ดูกวนโอ้ยชะมัด


                “ไม่จริงอ่ะ สาเห็นนะว่าพี่ตามองพี่ภัทรใหญ่เลย”


                “ก็บอกว่าไม่ใช่”

                เขายังไม่ยอมรับอีก ทำท่าดื้อดึงประหนึ่งเด็กน้อยสามขวบที่แอบอะไรไว้ ไม่ยอมสบตาหล่อนและเดินเลี่ยงกลับบ้านพัก แต่เอ๊ะ...


                “เดี๋ยวๆ นี่บ้านสา มีชื่อติดไว้ด้วย”

                ริสารีบวิ่งไปตัดหน้าใช้มือดันปิดประตูไม่ให้พี่ภัทรเปิดเข้าไป กระดาษเอสี่ที่มีชื่อเธอยังติดหราหน้าประตูบ้าน


                “อ่อ...”

                เขาพูดพร้อมกับเอื้อมมือไปจับหัวเธอ ออกแรงนิดเดียวริสาก็เซถอยหลังไม่สามารถขวางเขาได้อีก ชายหนุ่มถือวิสาสะยกกระเป๋าของตัวเองที่ริสาไม่รู้ว่ามาตอนไหนเข้าบ้านหน้าตาเฉย ดูสิ มีน้ำใจถือของเธอเข้าไปให้อีก


                “พี่ภัทรไม่ได้นะ จะมานอนกับสาได้ยังไง ไม่เอา”

                ริสาโวยวายหน้าตื่นกับการกระทำของเขา ชัดเจนเลยว่าผู้ชายคนนี้ต้องมีส่วนรู้เห็นกับการที่พี่ตาต้องวิ่งไปนอนห้องน้องนุ่น


                “แล้วทำไมจะไม่ได้ พี่เป็นคนจ่ายเงิน”


                “ไม่ได้อ่ะ มันน่าเกลียด บอสกับเลขาจะนอนห้องเดียวกันเนี่ยนะ โอ้ย โดนเม้าท์แน่ๆ”

                ที่จริงริสาเธอก็รู้ว่าทุกคนพอจะระแคะระคายความสัมพันธ์ของเรา ยิ่งเมื่อตอนเที่ยงที่พี่ภัทรตอกย้ำไปขนาดนั้นก็รับรู้กันหมดว่าเขาและเธอเป็นมากกว่าเจ้านายลูกน้อง เพียงแต่การจะให้มานอนห้องเดียวกันแบบนี้ก็เห็นจะเกินไปเสียหน่อย ให้เธอได้ตั้งตัวเสียบ้างเถอะ


                “ใครอยากพูดอะไรก็พูดไป”เขายักไหล่ วางกระเป๋าลงที่มุมห้องก่อนที่จะถอดเสื้อเปียกออก “พี่ไม่สนใจหรอก พี่รวย...”


                “แต่สาสนอ่ะ!”

                คนตัวเล็กหน้างอขึ้นมา เดินไปหยิบผ้าขนหนูในห้องน้ำยื่นส่งไปให้เขาทั้งที่ตัวเองก็เปียกโชกเหมือนกัน


                “ถ้านอนในฐานะบอสกับเลขาไม่เหมาะสม งั้นก็คิดใหม่สิ...”


                “คะ?”


                “เอาเป็น นอนในฐานะผัวกับเมีย...เหมาะสมไหม?”

                จักภัทรตาพราวขึ้นมายามที่พูดประโยคนั้น ชายหนุ่มถอดกางเกงออกก่อนที่ริสาจะต้องตาโตเมื่อเห็นบางส่วนที่ขยายใหญ่เสียจนชี้หน้าเธอ!


*****************************

55555อีพี่ทำไมเป็นคนแบบ5555นี้55555

ไม่อยากจะสปอยเลยว่าตอนต่อไปจะเป็นยังไง

และใช่ค่ะทุกคน NC นั่นเองงงงงง5555555

เกริ่นมาขนาดนี้ให้เขียนเหอะ เนอะ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}