นิมมานรดี อรรวี

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

5. ข้าวใหม่ปลามัน /3 *ฟรี

ชื่อตอน : 5. ข้าวใหม่ปลามัน /3 *ฟรี

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 613

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 17 ก.ค. 2561 17:48 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
5. ข้าวใหม่ปลามัน /3 *ฟรี
แบบอักษร

ตะวันขมวดคิ้วทันทีที่รถเก๋งคุ้นตาจอดลงหน้าบ้าน พรหมสวัสดิ์วิศวกรหนุ่มที่มาคุมงานสร้างโรงงานของเขารู้ได้ยังไงว่าเขาอยู่ที่นี่ เขาเพิ่งย้ายมาไม่นานและไม่เคยบอกใครนอกจากพิชิตกับเซอร์กี แล้วมีธุระสำคัญอะไรที่ต้องมาหาถึงบ้าน ทำไมไม่ใช้โทรศัพท์

ความสงสัยของตะวันชะงักไปทันทีที่เห็นศิราภรณ์ก้าวลงมาจากรถ ช่วยชายหนุ่มยกถุงข้าวของมากมายลงจากท้ายรถแล้ววิ่งมาเลื่อนประตูรั้ว ตะวันก็ชะงักเท้าไว้แค่ประตูบ้านและถอยกลับหลัง

มาด้วยกันได้ยังไง... เพิ่งรู้จัก หรือรู้จักกันมาก่อน       

“ขอบคุณมากนะคะ” ศิราภรณ์กล่าวขอบคุณที่หน้ารั้ว ไม่กล้าชวนคุยเพิ่ม และไม่คิดจะชวนเข้าบ้านตามมารยาท เธอไม่แน่ใจว่าตะวันกำลังมองอยู่ด้านในหรือเปล่า ถ้าเห็น ถ้าเขารู้จักคุณต้อมคนนี้และตัดสินใจไม่ออกมาพบก็หมายความว่าไม่ต้องการเปิดเผยตัวกับผู้ร่วมงาน

หญิงสาวยืนรอส่งแค่ที่ประตูจนหนุ่มน้ำใจงามถอยกลับไปขึ้นรถ เธอจึงหิ้วถุงทั้งสองมือเดินเข้าบ้าน และชะงักไปนิดเมื่อเห็นตะวันยืนกอดอกอยู่ข้างประตู เขาคงเห็นทุกอย่างจริงๆ แต่เมื่อชายหนุ่มไม่มีปฏิกิริยาใดจึงเดินตัวลีบเข้าบ้านช้าๆ

“รู้จักกันหรือ” เอ่ยถามลอยๆ ซ้ำยังไม่คิดจะเข้าไปช่วยแบ่งของในมือหญิงสาวด้วยความเคยชินว่ามันไม่ใช่หน้าที่ที่เขาต้องปฏิบัติกับลูกจ้าง... เขาต้องบอกตัวเองบ่อยๆ ว่าศิราภรณ์เป็นแค่ลูกจ้าง

“เจอกันที่ปากทางเข้าหมู่บ้านค่ะ เขาบอกว่าอยู่ซอยสุดท้ายก็เลยอาสา มาส่ง”

ตะวันลดระดับสายตาไปยังข้าวของที่ศิราภรณ์วางกองอยู่ตรงโถงหน้าห้องครัวส่วนหนึ่งและวางอยู่บนโต๊ะอาหารอีกส่วนหนึ่งแล้วต้องขบฟันนิ่ง เมื่อเริ่ม  รู้สึกขัดแย้งในตัวเอง ระหว่างคำว่า ‘หน้าที่’ ในฐานะที่เขาเป็นนายจ้าง หรือ ‘น้ำใจ’ ตามวิสัยสุภาพบุรุษ

“ทำไมไม่โทรมาบอกให้ไปรับ ผมก็ลืมนึกไปว่าของมันจะเยอะขนาดนี้”

“ศิไม่มีเบอร์คุณตะวันค่ะ”

“ก็ผมเคยให้ไปแล้ว” เขาย้อนเร็วและก็ได้สบตากันชั่วขณะก่อนจะเมินผ่าน… มันก็นานแล้ว แต่ศิราภรณ์ไม่คิดจะเก็บเบอร์เขาไว้เลยหรือ

“ศิไม่แน่ใจว่าคุณตะวันจะใช้เบอร์เดิมอยู่ไหม”

คำแก้ต่างนั้นทำให้คนฟังถอนใจใหญ่ “ทำไมไม่ลองโทรก่อน ผมไม่มีความจำเป็นอะไรต้องเปลี่ยนเบอร์บ่อยๆ นี่”

“ขอโทษค่ะ”

ตะวันโบกมือผ่านๆ เหมือนไม่รู้จะทำอะไรต่อนอกจากสิ่งที่ยังอยากรู้

“เขาบอกหรือเปล่าว่าเป็นใคร”

ศิราภรณ์นิ่งคิดไปนิดว่าเขาหมายถึงใคร “คุณต้อมหรือคะ”

“ใช่” เสียงแอบหงุดหงิดที่ได้ยินการเรียกชื่อเล่น บอกความสนิทสนม

“เขาบอกว่าทำงานอยู่ที่ซันทอยส์ค่ะ ศิไม่ได้ถามอะไรมาก”

“แล้วคุณล่ะ บอกอะไรเขาบ้าง”

“เปล่าค่ะ บอกแค่ว่ามาทำงานเท่านั้น” ศิราภรณ์ไม่แน่ใจว่าอาการเหยียดริมฝีปากของตะวันคืออะไร เธอจึงลองเสี่ยงถามต่อ “คุณตะวันรู้จักคุณต้อมใช่ไหมคะ แต่ดูเขาจะไม่รู้ว่านี่เป็นบ้านของคุณ”

 “ก็คงงั้น ผมเพิ่งย้ายมาอยู่ไม่กี่เดือน ถ้าเจอกันอีกก็ไม่ต้องพูดอะไรถึงผม แค่ร่วมงานกันชั่วคราว ไม่จำเป็นต้องให้มารู้เรื่องส่วนตัว”

“ค่ะ” จะให้เธอบอกอะไรล่ะ บอกว่าเธอมาทำอะไรที่บ้านหลังนี้น่ะหรือ ศิราภรณ์เข้าใจดี มันไม่ใช่เธอหรอกที่จะอาย แต่ตะวันก็คงลำบากใจไม่น้อยถ้าผู้ร่วมงานที่ไม่สนิทบางคนรู้ว่าเขามีผู้หญิงแบบเธออยู่ในบ้าน 

“แล้วก็... ถ้าจะให้ดี อย่าออกนอกบ้านอีก ถ้าผมไม่อนุญาติ”

“ค่ะ ศิไม่มีที่จะไปอยู่แล้ว” ก็ไม่รู้ทำไมต้องพูดออกไปอย่างนั้น และดูท่าว่าตะวันจะหัวเสียขึ้นมาทันทีเช่นกัน เขาจ้องหน้าเธอเขม็งก่อนจะหันตัวกลับ  ไปนั่งที่โต๊ะทำงานแล้วบ่นดังๆ ว่า

“เที่ยงแล้ว ผมหิว”

“ค่ะ คุณตะวันรอสักครู่นะคะ”

เสียงเขาแข็งไปนิดแต่ศิราภรณ์ก็รีบปฏิบัติหน้าที่ของเธอทันที หญิงสาวพยายามไม่คิดมาก ใส่ใจกับงานตรงหน้าอย่างดีที่สุด ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงเกี๊ยวกุ้งตัวโตๆ ใส่ผักกาดขาวกับผักบุ้งแทนกวางตุ้ง ก็ถูกยกมาเสริฟลงบนโต๊ะอาหารพร้อมคำบอกกล่าวเสียงหวาน

“อาหารเที่ยงพร้อมแล้วค่ะคุณตะวัน”

ตะวันวางมือจากงานแล้วเดินมานั่งประจำที่ อึ้งไปนิดเมื่อเห็นอาหารจานเดียวที่ตนโปรดปรานวางอยู่ตรงหน้า ศิราภรณ์จำได้หรือว่ามันแค่บังเอิญเขากลับไปกินข้าวที่บ้านเดือนละไม่กี่มื้อและต้องมีสักมื้อที่แม่ครัวทำสิ่งนี้มาให้เขาโดยเฉพาะ มันไม่ได้บ่อยมากแต่เธอจำได้จริงหรือ... แม้จะสงสัยแต่ตะวันก็เลือกที่จะทานมันไปเงียบๆ รสชาดของมันแทบไม่ต่างกันเลยกับที่เคยกิน

อืม... นานแล้วสินะที่เขาไม่ได้กลับบ้าน ครั้งสุดท้ายก็เกือบครึ่งปีแล้ว  พี่ใหญ่โทรมาบอกว่าแม่บ่นถึงเขาบ่อยขึ้นทุกวันและทำท่าจะเป็นโรคเหงา…ลูก หลานก็อยู่กันเต็มบ้าน เขาไม่คิดว่าแม่จะเหงาแค่ขาดลูกที่ไม่ได้ดั่งใจแบบเขาไป สักคน ดูเอาก็แล้วกัน พอเขากลับไปให้เห็นหน้า...

‘งัยล่ะ งานของเล่นเด็กของลูก ตอนนี้คว่ำหรือคลานล่ะตะวัน’

 ‘โรงงานหลังใหม่ใกล้เสร็จแล้วครับคุณแม่ ออเดอร์เก่าก็ยังทำอยู่เรื่อยๆถ้าแม่อยากรู้จริงๆ ว่ามันโตแค่ไหน ผมว่ากำลังเกาะยืนแล้วครับ’

‘ก็หวังว่ามันจะก้าวเดินได้นะ ไม่ใช่ลุกแล้วล้มไม่เป็นท่าล่ะ’

‘ครับ ผมจะพยายามก้าวเดินไปให้ได้’

แม่ไม่ได้เหงาอะไรหรอก ก็แค่เหงาปาก ไม่มีเขาเสียคนแม่ก็ไม่รู้จะบ่นจะว่าใคร ก็พี่ๆทั้งสองคนนั้นเป็นลูกรัก ประเภทถูกใจไปเสียทุกอย่าง ไม่มีใครกล้าขัดคอขัดใจแล้วแม่จะดุจะบ่นใคร มันก็ต้องให้เขากลับไปนานๆ ครั้งจึงจะได้มีคนให้บ่นบ้าง... หึ ตลกดี

“น้ำเก๊กฮวยค่ะ”

 เพราะตกใจมากกว่าเลยทำให้ตะวันครางฮือออกไปเมื่อศิราภรณ์นำสิ่งนั้นมาวางลงบนโต๊ะแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย

“ไม่คิดจะนั่งร่วมโต๊ะกับผมเลยเหรอ” อะไรจะทำตัวเป็นแจ๋วได้สมจริงปานนั้น นี่ถ้าตกกลางคืนไม่มีเรื่องอย่างว่าศิราภรณ์ก็น่าจะยึดอาชีพนี้ได้อย่างน่าภูมิใจกว่าการเป็น...

“ไม่เป็นไรค่ะ”

“ไม่เป็นไรแบบไหน ไม่เป็นไรศิยังไม่หิว หรือไม่เป็นไรศิไม่อยากทาน  กับคุณตะวัน”

“เอ่อ... แบบศิยังไม่หิวค่ะ” ตอบเสียงเบาด้วยความงงเล็กน้อย

“โกหก!” ตะวันเสียงขาด “อ้อ หรือกินมาจากข้างนอกแล้วเลยไม่หิว”

“ปะ...เปล่าค่ะ”

“หึ ออกไปเดินตากแดดตากลมตั้งหลายชั่วโมง บอกไม่หิวงั้นหรือ”

หญิงสาวช้อนตามองหน้าชายหนุ่มด้วยความงุนงง... นี่เขาโกรธเธอเรื่องอะไรนะ ทำไมต้องหาเรื่องกันด้วย

“ผมอิ่มแล้ว”      ศิราภรณ์แทบทรุดลงตรงนั้น เธอไม่เข้าใจจริงๆ ว่าอยู่ดีๆ เขาเป็นอะไรโกรธเรื่องที่เธอไม่นั่งทานข้าวด้วยงั้นหรือ บอกกันดีๆ ก็ได้... ก็เธอไม่กล้านี่ เคยอยู่บ้านเขาในฐานะคนรับใช้แล้วมาตอนนี้ก็เป็นแค่เมียเช่า ไม่รู้ว่าบทบาทหน้าที่มันจะเอื้อให้ทำอะไรได้แค่ไหน เพราะในความคิดของเธอ ดวงตะวันอย่างเขาอยู่สูงเกินเอื้อมเสมอ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น