นิมมานรดี อรรวี

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

5. ข้าวใหม่ปลามัน /2 *ฟรี

ชื่อตอน : 5. ข้าวใหม่ปลามัน /2 *ฟรี

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 637

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 17 ก.ค. 2561 15:27 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
5. ข้าวใหม่ปลามัน /2 *ฟรี
แบบอักษร

​หลังประตูรั้วเปิดและปิดลง ตะวันละสายตาจากงานตรงหน้ามองออกไปนอกหน้าต่าง ซึ่งอยู่ห่างไปด้านหลังชั้นวางโทรทัศน์ สนามหญ้าโล่งๆ กับรั้วปูนสีขาวแต่งกระเบื้องหินทรายสีอิฐ กับบ้านฝั่งตรงข้ามซึ่งยังไม่มีคนอาศัย... ชีวิตแบบเรียบง่ายแต่ไม่สบายนัก เมื่อก่อนตอนอยู่คนเดียว เขามีคนงานมาทำความสะอาดบ้านและซักรีดให้แบบวันเว้นวัน มันเป็นบริการจากคนของกำนันบัญชา

ก่อนตัดสินใจซื้อบ้านหลังนี้ ตะวันอยู่บ้านเช่าอีกโครงการหนึ่งกับพิชิตและเซอร์กี มันก็โอเค ทาว์เฮ้าส์สามชั้นสี่ห้องนอน เซอร์กีกับพิชิตยึดสองห้องที่ชั้นสอง และยกชั้นสามทั้งชั้นให้เขา ก็อยู่มาได้เป็นปีๆ แต่ครั้นถึงจุดหนึ่งจึงรู้สึกว่าผู้ชายโสดสามคนอยู่ด้วยกันมันค่อนข้างอึดอัดและผูกขาดเกินไป พิชิตกับเซอร์กีเริ่มเข้ากันได้กว่าเขา ซึ่งสองคนนั้นวางให้อยู่ในระดับที่สูงกว่า

พอเซอร์กีเริ่มพาผู้หญิงมาค้างที่บ้านพิชิตก็เอาอย่างมั่ง ตะวันรู้ตัวทันทีว่าเขาอยู่ไม่ได้อีกแล้ว เพราะอะไรน่ะหรือ...ไม่แน่ใจ เขาไม่ได้ถือสาเรื่องพวกนี้ เพราะตัวเองก็เคยทำมาแล้ว แต่ไม่ใช่ในรูปแบบนี้ คือไม่ได้เป็นคนพามาเอง ไม่ได้ปล่อยให้นอนค้างคืน และไม่ได้คบค้าสมาคมด้วย แค่เรียกมาหาเพื่อทำ กิจกามาโดยเฉพาะ ไม่เกินสามชั่วโมงก็เสร็จกิจ ส่งกลับ เขาไม่เคยนอนหลับร่วมเตียงกับผู้หญิงคนไหนเลย ไม่เคยเลยสักครั้ง

อาจเพราะอีโก้ที่ฝังอยู่ลึกๆ ในก้นบึ้งแห่งจิตใจก็ได้ ตะวันไม่ชอบที่ผู้หญิงเหล่านั้นของพิชิตหรือเซอร์กีชอบส่งสายตายั่วยวนให้เวลาพวกเธอเดิน ลงมาจากชั้นบนและเห็นเขานั่งทำงานอยู่ชั้นล่าง เขาไม่รู้จะยิ้มหรือจะทำหน้ายังไงเวลาพวกเธอชวนคุย ไม่ชอบได้ยินเสียงหยอกล้อเชิญชวนแบบส่อเจตนาของานพิเศษด้วยศัพท์แสลงสองแง่สองง่าม เขาไม่ชอบคุยกับผู้หญิงแบบนั้น มันพาลจะหงุดหงิดรำคาญใจอยู่ในที

แล้วกับศิราภรณ์ล่ะ ก็คงคล้ายๆ กัน เขาไม่อยากคุยด้วยมากเกินกว่าที่จำเป็น ถึงจะรู้ว่าเธอไม่ได้เป็นผู้หญิงแบบนั้นแต่เหตุผลที่เธอมาที่นี่ต่างหาก ที่ทำให้เขาไม่อยากแสดงท่าทีอะไรให้เธอเก็บไปคิด... เฉยๆ เสีย ปล่อยให้ทุกอย่างเดินไปตามทางของมัน

สักวันก็ต้องจากกัน ถ้าศิราภรณ์หวังหรือคิดอะไรอยู่ในใจ เขารับรองได้ว่ามันไม่มีทางเป็นไปได้...ไม่ได้ แน่ๆ!     

เขาจะไม่เจริญรอยตามพี่ชาย หวังว่าศิราภรณ์คงไม่คิดที่จะจับเขาด้วยพรหมจรรย์ของเธอ

ศิราภรณ์ได้เครื่องปรุงรสทั้งแบบสดและสำเร็จรูป กะทิกล่องและของสดอีกหลายชนิดที่น่าจะมีติดตู้เย็นไว้ เธอตัดสินใจไปเลือกเครื่องนอนก่อนเผื่อดูราคาว่าพอจะมีเงินเหลือสำหรับของอย่างอื่นอีกไหม แต่ถ้าไม่พอเธอก็ยังมีเงินส่วนตัวที่ได้มาจากคุณตะวันอยู่อีกไม่น้อย ทำไมจะเอามาใช้เพื่อการนี้ไม่ได้ในเมื่อเธอไม่เคยคิดว่ามันเป็นเงินของเธอ... ศิไม่ได้ขายตัวให้คุณ เพราะสำหรับคุณตะวัน เธอยกให้ได้ฟรีๆ ทั้งตัวและหัวใจ

มีสินค้าให้เลือกแค่สามเกรดจึงไม่จำเป็นต้องเลือกนาน ศิราภรณ์เลือกโทนสีที่ใกล้เคียงกับที่เขาใช้อยู่ในจำนวนไม่กี่ลายของเกรดสูงสุด แล้วก็มายืนมองถุงเครื่องนอนกับผ้านวมก้อนใหญ่ด้วยความขำนิดๆ เธอจะถือมันขึ้นรถ    สองแถวได้ยังไง กับถุงใส่ของอื่นๆ อีกตั้งสี่ห้าถุง... คุณตะวันจะคิดเรื่องนี้บ้างไหมนะ...

หญิงสาวยิ้มให้ตัวเองเศร้าๆ ก่อนจะถามไถ่พนักงานหน้าประตูว่ามีรถรับจ้างจำพวกแท็กซี่ไหม คำตอบคือไม่มีตามคาด จะมีก็แต่มอเตอร์ไซค์รับจ้างซึ่งศิราภรณ์ก็ส่ายหน้าทันที... มันไม่เวิร์ค ทางไม่ใช่ใกล้ๆ ยิ่งเห็นสายตาเหล่า       วินมอเตอร์ไซค์หนุ่มๆ แล้วก็ให้นึกกลัว ไม่ใช่ว่าจะระแวงไม่เข้าท่า แต่เธอมันคนต่างถิ่น เส้นทางไม่รู้จักแถมยัง...ขาว สวย ไม่รู้แหล่ะ ขอกลัวไว้ก่อน

คิดได้แล้วหญิงสาวก็ตัดใจหอบหิ้วของเต็มสองมือไปนั่งรออยู่บนรถสองแถวซึ่งมีคิวออกอยู่ในลานหน้าห้าง เวลาสายแบบนี้ไม่ค่อยมีผู้โดยสารจึงต้องรออยู่นานทีเดียวกว่าจะถึงเวลาออกรถ…

ที่สี่แยกไฟแดงสุดท้าย รถเก๋งคันหนึ่งเข้ามาจอดจ่อท้าย สะดุดตาตรงเป็นรถยุโรปรุ่นใหม่เอี่ยมและติดทะเบียนกรุงเทพมหานคร เธอหันมองผ่านๆ เพราะนั่งอยู่ด้านนอกสุด เพื่อสะดวกแก่การขนย้ายข้าวของ พอถึงหน้าหมู่บ้านก็ขอให้คนที่อยู่ใกล้ปุ่มช่วยกดกริ่งเพราะไม่มีมือว่างเลย

ศิราภรณ์เสียเวลาวางของบนฟุตบาทแล้วหาเงินให้คนขับอยู่พักใหญ่จนคนในรถชักสีหน้าว่ายัยนี่ไม่รู้จักเตรียมตัวเลย... หญิงสาวยิ้มแห้งๆ ก่อนหอบหิ้วสัมภาระเต็มสองมือเดินเลี้ยวเข้าหมู่บ้าน รถยุโรปคันนั้นก็แล่นมาจอดลงข้างๆ ศิราภรณ์หยุดเท้าโดยอัตโนมัติ ก่อนจะก้าวเดินต่อเมื่อคิดได้ว่าคงไม่เกี่ยวกับเธอ

“คุณครับ” เสียงหนึ่งดังมาจากตัวรถ

“คะ” ความสงสัยมีมากกว่าความกลัว เพราะคนที่ก้าวลงจากรถดูดีมีระดับพอที่เธอจะรู้สึกปลอดภัย เขาอาจต้องการถามทาง ซึ่งเธอคงไม่มีคำตอบ ที่ดีให้... แต่รู้หน้า ก็ใช่ว่าจะรู้ใจ เตรียมวิ่งไว้เผื่อภัยมาถึงตัว

“เพิ่งเข้ามาอยู่ใหม่หรือครับ ผมไม่เคยเห็นหน้า”

จากคำพูดนั้นทำให้พอคิดไปได้ว่าเขาก็คงอยู่ในหมู่บ้านนี้เช่นกัน จึงตอบรับไปตามจริงเพียงสั้นๆ

“ค่ะ”

“อยู่หลังไหนครับ ให้ผมไปส่งไหม ของเต็มมือเชียว”

“ไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณมาก” ปฏิเสธเพราะคิดว่าไม่สมควรอย่างยิ่งที่จะก้าวขึ้นรถคนแปลกหน้าด้วยเหตุผลแค่ถือของเยอะ ถึงจะเหงื่อตกกับระยะทางหลายร้อยเมตรข้างหน้าก็ตามที     

“อยู่หลังไหนล่ะครับ” หนุ่มมาดดีเซ้าซี้ด้วยรอยยิ้มผูกมิตร

“เอ่อ 608 ค่ะ” นั่นหมายถึงซอยที่หกและหลังที่แปดจากทั้งหมดแปดหลัง เรียกว่าสุดซอยที่หกนั่นแหละ

“โอโห้ กะจะเดินจริงๆ หรือครับ ผมชื่อต้อมนะครับ พักอยู่ซอยแปดหลังที่สอง อย่าเกรงใจเลยนะครับ ให้ผมไปส่งดีกว่า ถ้าคุณไม่ไว้ใจ ผมปลดล็อคปิดแอร์และลดกระจกลงสุดๆ เลยก็ได้ครับ”

ศิราภรณ์เกือบหลุดหัวเราะกับความเจ้าคิดของเขา ตอนเดินออกมา เธอได้สังเกตการณ์วางผังหมู่บ้าน เห็นว่าซอยหนึ่งถึงสามเป็นบ้านเดี่ยวชั้นเดียวซอยละสิบสองหลัง หันหน้าหากันฝั่งละหก ซอยสี่ถึงหกเป็นบ้านเดี่ยวสองชั้นซอยละแปดหลังฝั่งละสี่ เพราะมีเนื้อที่กว้างกว่า ส่วนสองซอยสุดท้ายเป็นทาวน์เฮ้าส์ติดกันหลังละสองคูหา ซึ่งเหมาะสำหรับครอบครัวเล็กๆ และคงมีทั้งแบบซื้อขาดและให้เช่า แถมมีทางออกด้านหลังหมู่บ้านเป็นซอยเล็กๆ ทะลุไปยังชุมชนด้านใน ทะลุออกไปซอยไหนสักแห่งเพื่อสะดวกแก่การเข้าออกของคนในทาวน์เฮ้าส์      

“คุณมาทำอะไรที่นี่หรือครับ”

ในที่สุดเธอก็ต้องเข้ามานั่งในรถจนได้ เพราะคุณต้อมคงไม่ยอมไปไหนถ้าเธอยังยืนยันคำเดิม เขาอ้อนวอนขอร้องจนรู้สึกเกรงใจแทน แต่กระนั้นเธอก็เลือกที่จะให้เขาปลดล๊อคและลดกระจกอย่างที่เสนอมา      

“มาทำงานค่ะ” มันก็จริง แต่เสียงตอบไม่เต็มคำเท่าไหร่ ถ้าเขาถามต่อว่าทำงานอะไรเธอคงตอบไม่ถูก  

“เป็นคนกรุงเทพหรือครับ”

“เปล่าค่ะ เป็นคนชลบุรี” บอกบ้านเกิดจริงๆ เพราะตอนนี้ชื่อตามทะเบียนบ้านของเธอก็ยังอยู่ในบ้านของลุงที่เมืองชล หลังจากบิดาเสียและถูกยึดบ้าน แต่เธอไม่อยากจะกลับไปรบกวนญาติๆ เพราะต่างก็เอาตัวไม่รอดกันทั้งนั้น           

“อืม... ผมเป็นคนกรุงเทพครับ มาคุมงานสร้าง โรงงานซันทอยส์ได้ เกือบปีแล้ว”

ศิราภรณ์เบิกตากว้างเมื่อได้ยินชื่อโรงงานที่คล้ายๆ กับโรงงาน ซันเทคโนทอยส์ของตะวัน จะเป็นชื่อที่เรียกติดปากของคนแถวนี้หรือเปล่าก็ไม่รู้ แต่   มันจะเป็นไปได้หรือที่เขาจะไม่รู้ว่าบ้านหลังนั้นเป็นของคุณตะวัน ถ้าพวกเขาทำงานด้วยกันจริง... ไม่น่าเชื่อ

ด้วยความเป็นคนคุยไม่เก่ง ประจวบกับระยะทางที่ไม่ไกลมากเมื่อนั่งรถ ไม่นาน รถคันนสวยก็จอดลงหน้าบ้านเดี่ยวสองชั้น คนขับกุลีกุจอลงมาเปิดประตูให้ผู้โดยสารแล้วอาสาช่วยยกของออกจากท้ายรถด้วยรอยยิ้ม

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}