กนกรส มาศอุไร

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

รีไรท์ : ข้ออ้างคนพาล1/3 (วางจำหน่ายEbook แล้ว)

ชื่อตอน : รีไรท์ : ข้ออ้างคนพาล1/3 (วางจำหน่ายEbook แล้ว)

คำค้น : อานนท์ มุขธิดา

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 418

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 17 ก.ค. 2561 10:08 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
รีไรท์ : ข้ออ้างคนพาล1/3 (วางจำหน่ายEbook แล้ว)
แบบอักษร

สามารถโหลดซื้อได้แล้ววันนี้​

​ต่อจากตอนที่แล้ว...


อานนท์หลับตาห่อปากเมื่อแผ่นหลังกว้างของตนสัมผัสลงกับแผ่นไม้แข็งโปก ดีที่ศีรษะเขาไม่ฟาดถูกโต๊ะกระจก มันแค่ถูกพื้นแต่ไม่เจ็บอะไรมาก เขารู้สึกจุกตรงบริเวณท้องน้อยเฉียดกล่องดวงใจเพียงคืบมากว่าตรงจุดอื่น เลยเผลอส่งเสียงร้องครางระโหย ด้วยตรงกึ่งกลางลำตัวถูกกระแทกด้วยเข่าคู้ของคนซุ่มซ่ามเข้าอย่างจังเบ้อเริ่มตอนเหวี่ยงร่างเล็กขึ้นด้านบน เขาก็ไม่ทันมองอวัยวะส่วนใดของเจ้าหล่อน มันจะล้มลงมากระแทกหน้าท้องที่เต็มไปด้วยซิกแพคจนจุกถึงลิ้นปี่

และพอเขากระดกศีรษะขึ้นเหลือบตามองด้านบนลำตัว ร่างเล็กกระจิริดกว่าเขาหลายเท่า เจ้าหล่อนกำลังหลับตาปี๋ กอดรัดร่างของเขาเอาไว้เสียแน่น คงจะกลัวเจ็บตอนล้มสินะ จึงเกิดรอยยิ้มอ่อนบนใบหน้าใสกิ๊ก มันรู้สึกอารมณ์ดีขึ้นมาอย่างกะทันหัน หัวใจแข็งกระด้างพลันขยายโตเท่าบอลลูน

 หลงลืมแม้กระทั่งอาการปวดท้องของตนเองไปเสียสนิทด้วยซ้ำ...

 อานนท์ยกฝ่ามือใหญ่รัดร่างหอมชื่นใจ รั้งเรือนร่างบอบบางแนบสนิทเข้าหาลำตัวเขามากขึ้น มันเป็นความรู้สึกโหยหา ที่เขาแอบคิดไขว่คว้ามันมาหลายครั้งหลายหน  ถ้าตัดทุกเหตุผลออกให้หมด แล้วยกหัวโขนที่เขาสวมไว้วางได้ก็คงจะดีไม่น้อย ชีวิตเงียบเหงาที่ผ่านมา มันจะได้ไม่ไร้สีสันอย่างเช่นทุกวันนี้

อานนท์ซึมซับความสุขบนกายแกร่งของตน อยากให้ความรู้สึกนี้มันแผ่ซ่านเข้าสู่หัวใจแข็งกระด้าง ความสุขที่ไม่คิดว่ามันจะเกิดขึ้นจากอิทธิพลของผู้หญิงจนๆคนหนึ่ง อีกทั้งเจ้าหล่อนนั้นก็ไม่ได้นึกพิศวาสเขานักหนาเสียด้วย แต่เขาก็มีความสุขทุกครั้ง ยามพาตัวเองยัดเยียดเข้าหาเจ้าหล่อน แล้วคอยหาข้ออ้างมากมาย เพื่อใช้กลบเกลื่อนความรู้สึกแท้จริงทั้งหมด โยนให้เป็นความผิดของมุขธิดาไปซะ เขาจะได้หาเรื่องมาใกล้ชิดเธอบ่อยๆ เหตุผลของการทำตัวร้ายกาจต่อหญิงสาว มันก็มีแค่เพียงเท่านี้ ไม่ได้มีอะไรซับซ้อนมากมาย  

และเพียงเสี้ยววินาทีต่อมา อารมณ์ดังกล่าวมานั้นทั้งหมดกลับเจือจางหายในพริบตา เพียงเพราะร่างเล็กที่ล้มทับใส่เขาทั้งตัว เริ่มขยับขยุกขยิก มันช่วยดึงสติเผลอไผลเมื่อสักครู่ให้กลับเข้าร่องเข้ารอยตามเดิม เขายอมรับกับตนเองได้ แต่กับคนอื่นไม่มีทาง  

ชายหนุ่มหุบยิ้มลง แต่ไม่ยอมปล่อยร่างนุ่มนิ่มให้เป็นอิสระ ยังคงกอดกระชับเอาไว้อย่างห่วงแหน แล้วเฉไฉแสร้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ อดใจไม่ได้จึงแตะปลายจมูกโด่งลงบนกลุ่มผมนุ่มสลวยของหญิงสาว ทำทีสูดดมเสียงดังฟืดฟาด สูดกลิ่นหอมระเรื่ออัดเข้าไว้เสียเต็มสูบ และเพราะเสียงหายใจกระเส่าบนศีรษะของมุขธิดา ช่วยเรียกสติคนกำลังหลับตาให้ลืมเพลิดขึ้นมาในทันทีทันใด

มุขธิดากะพริบตาปริบตอนรู้สึกตัว เธอใกล้จะสติแตกเต็มที เมื่อรู้ชัดเธอกำลังนอนทับร่างของนายอานนท์เอาไว้ทั้งตัว เธอไม่กล้าแม้จะเงยหน้าขึ้นสูงกว่าหน้าอกเขา ทั้งอายทั้งเจ็บใจขาตัวเองนัก ดันซุ่มซ่ามเกี่ยวเข้ากับถุงจนทำให้ขาเธอสะดุดหกล้มหล่นไม่เป็นท่าแบบนี้

อานนท์ส่งเสียงครางเบาๆออกมาเล็กน้อย เมื่อตอนนี้ไม่ใช่แค่อาการจุกเท่านั้นที่มันกำลังเล่นงานเขาอยู่ เขาเริ่มรู้สึกมวลท้องอยากเข้าห้องน้ำขึ้นมาตงิด แต่เขาไม่อยากพลาดโอกาสงามนี้นี่นา เลยต้องยอมข่มอาการมวลท้องนั่นเอาไว้อย่างสุดกำลัง จะมาลุกพรวดพลาดแล้ววิ่งเข้าห้องน้ำต่อหน้าหนูหริ่งได้ยังไง อายแม่นี่ตายชัก

 “คุณนนท์...”

เพียงแค่สติกลับมา มุขธิดาถึงกับหายใจสะดุด นัยน์ตาที่โตอยู่แล้วเบิกโพลงคล้ายคนเห็นผี หญิงสาวรีบขยับกายลุกขึ้นอย่างเก้กัง เพราะกลัวทำอานนท์เจ็บหนัก แต่กลับถูกลำแขนแข็งแรงกว่ารั้งดึงร่างเล็กของตนเอาไว้ ดึงให้นอนราบทับหน้าอกแกร่งของเขาเช่นเดิม กลิ่นกายเขาหอมฟุ้งเป็นเอกลักษณ์ รูปร่างของเขานั้นดูทรงพลังชวนเคลิ้มฝันสำหรับผู้หญิงทั้งหลาย และดูเหมือนเธอเองก็ไม่ได้แตกต่าง เมื่อเธอกำลังพ่ายแพ้แก่เสน่ห์ของเขาอย่างราบคาบเช่นกัน

“คุณนน์...” เธอเรียกชื่อเขาซ้ำอีกหนตอนถูกเขาดึงกลับ

“ฉันจุก ขอนอนพักอีกสักหน่อย” เขาผงกศีรษะขึ้นมาบอกเธอเสียงแผ่ว ใบหน้าหล่อเหยเก

“นั้นคุณก็ปล่อยให้ฉันลุกก่อนสิคะ คุณจะได้ไม่หนักมากไง”

 “ไม่เป็นไรฉันไม่หนัก ว่าแต่เธอเจ็บตรงไหนหรือเปล่า” เสียงแข็งเป็นมะนาวไร้น้ำถามไถ่ขึ้นพร้อมกับเอ่ยปฏิเสธ เขาไม่ยอมปล่อยให้เจ้าของร่างบางลุกขึ้นหนีไปไหน มีการลากฝ่ามือลูบแผ่นหลังแผ่วเบา ทำเอาขนในกายหญิงสาวลุกเกรียวกราว มันพากันตอบสนองสัมผัสนั้นอย่างน่าอับอาย คล้อยตามอารมณ์อบอุ่นเหมือนดั่งต้องมนต์สะกด วันนี้เขาดูแปลก ไม่เหมือนนายอานนท์คนที่เธอเคยรู้จักเลยสักนิด

“ไม่...เอ่อ...ไม่เจ็บตรงไหนหรอกค่ะ แต่...เอ่อ...คุณปล่อยฉันก่อนสิคะ ฉันตัวหนักจะตาย อย่าบอกว่าไม่หนักเลย ตัวคุณนั่นแหละที่จะแย่เอา” มุขธิดาพยายามฝืนร่างตนเองให้ลุกขึ้นจากการโอบรัด ทว่าอานนท์นั้นไม่มีทางยอมปล่อยความสุขเล็กๆน้อยผ่านไปง่ายๆ เขาอยากโอบกอดร่างนี้อีกนานๆ โดยไร้การสะบัดสะบิ้งตั้งแง่รังเกียจกันและกัน

เพราะนี่อาจเป็นครั้งสุดท้าย เขาจะพาตัวเองเข้าใกล้กับมุขธิดา...

“แต่คุณกำลังปวดท้องอยู่ด้วยนะคะ ลุกขึ้นมานั่งพักดีๆไม่ดีกว่าหรือไง”

มุขธิดาท้วงเสียงอ่อน อดเป็นห่วงอาการท้องเสียของเขาก่อนหน้านั้นไม่ได้

“ไม่เป็นไร ฉันค่อยยังชั่วขึ้นมากแล้วละ ตอนนี้แค่อยากนอนหลับตานิ่งๆ” แล้วกอดร่างหอมชื่นใจนี้เอาไว้ อานนท์แอบพูดต่อประโยคในใจ โอบลำแขนรัดร่างนิ่มแนบลำกายตนเองโดยลืมอาการจุกเสียดหรือแม้แต่อยากวิ่งเข้าห้องน้ำโดยปริยาย ขอแค่ได้นอนกอดร่างนี้เป็นพอ

มุขธิดาถอนหายใจ ยอมปล่อยให้เขากอดเธอไว้อยู่บนพื้นห้อง แอบนึกเป็นห่วงไม่ได้ เธอกลัวเขาจะปวดท้องหรือเจ็บตรงไหนขึ้นมามากกว่าก่อนล้มลงบนพื้น ไม่ใช่เธอคิดใจอ่อนแล้วลืมความผิดของเขาหรอกนะ การที่เธออดห่วงเขาไม่ได้นั้น อาจเป็นเพราะจรรยาบรรณทางสายอาชีพงานตนเองเสียมากกว่า อย่างไรเขาก็กำลังป่วย และเธอเป็นถึงผู้ช่วยพยาบาล

หญิงสาวให้เหตุผลกับตนเอง แล้วหลับตาละความดื้อดึง ปล่อยอารมณ์ให้ผ่อนคลายมากขึ้น เธอแนบใบหูเล็กเอียงฟังเสียงหัวใจของเขา มันเต้นแรงและเร็วเป็นจังหวะไม่สม่ำเสมอเอาเสียเลย ดูมันไม่ต่างจากการเต้นของหัวใจเธอเช่นกัน...



โปรดติดตามตอนต่อไป...

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น