YINGPREM

สวัสดีทุกคนฮับ คนโปรดเป็นนิยายที่อาจจะหาสาระไม่ได้ แต่ก็หวังว่าคุณจะสนุกกับการอ่านเรื่องนี้ <3

ชื่อตอน : [คนโปรด : 22.1]

คำค้น : คนโปรด,สมิธ,ลูคัส

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 12.5k

ความคิดเห็น : 97

ปรับปรุงล่าสุด : 22 ก.ค. 2561 14:12 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
[คนโปรด : 22.1]
แบบอักษร

คนโปรด 22.1

ผมกลับถึงห้องลูคัสก็ประมาณสี่ทุ่มนิดๆ เห็นโยนั่งทำงานอยู่ที่โซฟาในห้องนั่งเล่น ส่วนไอ้เจ้าของห้องนี่ไม่เจอแฮะ

“ไงโย ดึกขนาดนี้แล้วยังทำงานอยู่เหรอ? เจ้านายใช้คุ้มดีจริงๆ”ผมเอ่ยทักโยพร้อมเหน็บอีกคนไปด้วย โยเงยหน้าจากคอมพิวเตอร์แล้วส่งยิ้มให้ผม

“ไม่ใช่งานหนักหนาอะไรครับ อีกอย่างเวลาที่นี่กับทางนู้นไม่ตรงกันก็มีบ้างที่ต้องทำนอกเวลาปกติ”

“เหอะๆแก้ตัวแทนกันดีจริงๆ”ผมบ่นอย่างไม่จริงจัง ยังไงก็ไม่ใช่เรื่องของผมอยู่แล้ว

“สมิธก็อย่ามองนายท่านในแง่ร้ายนักสิครับ”

“มันทำอะไรดีให้มองล่ะ...ว่าแต่คุณทานข้าวแล้วรึยัง?”โยหน้าเจื่อนลงทันทีที่ผมตอบกลับ ผมเลยเปลี่ยนไปถามเขาอีกเรื่องแทน

“ผมทานเรียบร้อยแล้วครับ แต่ว่านาย...”

“ดีแล้ว งั้นผมไปอาบน้ำนอนก่อนละกัน กู๊ดไนท์”ผมเอ่ยตัดบทโยก่อนที่เขาจะพูดจบประโยค จากนั้นก็เดินเข้าห้องของตัวเองโดยไม่พูดอะไรกับใครอีก

หลังจากอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อย ผมก็นอนเล่นเกมส์ในโทรศัพท์จนดึกดื่ม พอเริ่มจะง่วงแต่ดันรู้สึกหิวขึ้นมาซะได้ เลยฝืนลุกออกจากเตียงเพื่อออกไปหาอะไรกินรองท้องก่อนอน

“ไปโรงพยาบาลเถอะครับนาย”ผมชะลอฝีเท้าลงเมื่อได้ยินเสียงโยเอ่ยขึ้นจากทานห้องครัว

“ไม่ต้อง ผมไม่ได้เป็นอะไรมาก”เสียงไอ้ผมทองปฏิเสธลูกน้องนิ่งๆ มันเป็นอะไรวะ?

“ถ้าอย่างนั้นทานอาหารสักหน่อยเถอะครับ ไม่อย่างนั้นอาจจะเป็นหนักอย่างคราวที่แล้วก็ได้”น้ำเสียงของโยเต็มไปด้วยความเป็นห่วงและกังวล

“ผมรู้ตัวเองดีโย”

“แต่ว่า...”

“เลิกพูดแล้วเอายามา”ลูคัสสั่งเสียงเข้มตัดบทโยทำให้โยไม่กล้าพูดอะไรขึ้นมาอีก ผมจึงขยับเท้าเดินเข้าไปหาพวกเขา ทั้งลุคและโยต่างก็หันมามองผมทันที่ที่ผมปรากฎตัว

“สมิธมีอะไรรึเปล่าครับ?”โยเป็นคนเอ่ยพูดกับผมก่อน

“หิวอ่ะ เลยว่าจะมาหาอะไรรองท้อง”ผมบอกโยออกไปตามตรง ลูคัสที่ได้ยินแบบนั้นก็ขมวดคิ้วนิดๆแต่ยังไม่ยอมพูดอะไรกับผม เหอะ!

“ให้ผมโทรสั่งอาหารให้ไหมครับ?”โยส่งสายตาอ้อนวอนบางอย่างกลับมา แต่ผมกลับส่ายหน้าตอบเขาไป

“ไม่ต้องหรอก เดี๋ยวผมหาอะไรเบาๆในตู้เย็นกินดีกว่า”

“เอ่อ…”เหมือนโยพยายามจะพูดอะไรสักอย่าง แต่เสียงทุ้มเข้มของคนที่ไม่คุยกับผมก็ดังขึ้นซะก่อน

“ไปทานมาเมื่อหัวค่ำไม่อิ่มหรือไง”ผมหันหน้าไปมองมันแล้วเลิกคิ้วมองนิดๆ ตอนแรกว่าจะทำเป็นไม่ได้ยินเพื่อกวนตีนมันสักหน่อย แต่เห็นหน้านิ่งๆเหมือนอารมณ์ไม่ค่อยดีของมันทำให้ผมต้องเจียมตัวสักเล็กน้อย

“ตอนนั้นก็อิ่ม แต่ตอนนี้หิว” มันพยักหน้ารับรู้ไม่พูดอะไร จากนั้นก็ตบยาในมือใส่ปากพร้อมกระดกน้ำดื่มจนหมดขวดแล้วก็เดินออกจากห้องครัวไปเงียบๆ...โดยไม่ได้สนใจผมอีก

โอเค...ตอนนี้ผมคิดว่ามันน่าจะโกรธผมแล้วล่ะ

“นี่มันโกรธผมรึเปล่าอ่ะโย?”ผมหันไปถามความคิดเห็นจากโยเพื่อความชัวร์

“ไม่น่าโกรธนครับ อาจจะแค่...เอ่อ”

“อาจจะแค่อะไร?”

“’...แค่น้อยใจมั้งครับ ผมก็ไม่แน่ใจ ท่านไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน”

“ห๋า?อย่าพูดให้ผมขนลุกดิ”ผมอุทานออกไปอย่างไม่อยากจะเชื่อ หน้าอย่างไอ้เหี้ยลุคเนี่ยนะจะมาน้อยจงน้อยใจผม บอกว่ามันระบำฮาวายผมยังจะเชื่อมากกว่า

“แต่ว่านายไม่ยอมทานอะไรเลยตั้งแต่สมิธออกไปข้างนอก โรคกระเพาะก็กำเริบถึงต้องกินยาอย่างที่เห็นเมื่อกี้แหละครับ”

“ปัญญาอ่อน ทำตัวเหมือนเด็กไปนะเจ้านายโย เรียกร้องความสนใจอ๋อ”

“ผมไม่ทราบความคิดนาย แต่คิดว่าท่านคงไม่มีอารมณ์จะทานอะไรจริงๆ สมิธช่วนบอกให้นายทานอะไรสักหน่อยเถอะครับ ผมกลัวว่าจะเป็นหนักเหมือนครั้งก่อนที่อาเจียนเป็นเลือด”

“หนักขนาดนั้นเลย?”โยพยักหน้าแล้วเล่าด้วยสีหน้าจริงจัง

“ครับ ท่านเป็นเรื้อรังมาหลายปี คงตั้งแต่ที่คุณ...ช่างเถอะครับ เอาเป็นว่าค่อนข้างจะรุนแรงมาก”โยเหมือนจะพูดอะไรบางอย่างแต่สุดท้ายก็ไม่ยอมพูดออกมา

“อย่างผมจะไปพูดอะไรได้ อีกอย่างนี่ไม่ใช้ธุระกงการอะไรของผมนี่ มันจะเป็นอย่างไรก็เรื่องของมัน”นี่ผมดูใจร้ายไปรึเปล่านะ?

“คุณสมิธเป็นคนสำคัญของนายนะครับ ถือว่าผมขอร้องช่วยพูดกับท่านให้ยอมทานอะไรสักหน่อยเถอะครับ”โยแทบจะคุกเข่าอ้อนวอนผมอยู่แล้ว จะรักเจ้านายอะไรขนาดนั้นวะ

“ก็ได้ แต่ผมไม่รับประกันนะ”

“ขอบคุณครับ”

ผมเดินออกจากห้องครัว พร้อมกวาดสายตาหาเป้าหมาย เห็นผมสีทองๆเลยพ้นโซฟาที่ห้องนั่งเล่น ผมก็เดินตรงเข้ามาหามันทันที เมื่อขยับเข้าไปใกล้กลับพบว่ามันกำลังหลับตานั่งนิ่งๆอยู่ มือทั้งสองข้างก็ประสานกันวางไว้ที่หน้าท้องอย่างสงบ

ผมขยับตัวเข้าไปใกล้มันอีกนิด กำลังชั่งใจคิดว่าจะปลุกมันดีไหม แต่เปลือกตาของลูคัสก็เปิดขึ้นกะทันหัน ดวงตาสีเขียวเข้มจ้องมองผมอย่างไม่วางตา

“เอ่อ ทำไมไม่กินข้าว”ผมไม่รู้จะเริ่มพูดยังไงดี เลยตัดสินใจนั่งลงข้างๆมันแล้วถามสาเหตุไปแทน

“พี่ไม่ค่อยหิว”มันยอมตอบผมแต่โดยดี เพียงแต่น้ำเสียงติดจะเรียบเย็นไปสักหน่อย

“ไม่หิวก็ต้องกิน!รู้ว่าตัวเองเป็นโรคกระเพาะแท้ๆยังจะอดอาหารอีก”

“มิทตี้เป็นห่วงพี่เหรอ?”น้ำเสียงมันดูอ่อนลงหลายระดับ แต่ผมก็ต้องเอ่ยดับฝันมันไปเพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิด

“เปล่า กูสงสารโยที่ต้องคอยมาเก็บศพมึงทีหลัง”

“อืม”ลูคัสรับคำด้วยน้ำเสียงราบเรียบอีกครั้ง จากนั้นต่างคนก็ต่างแข่งกันเงียบ กระทั่งผมรู้สึกว่ามันชักจะอึดอัดเกินไปนั่นแหละ ถึงได้ยอมเปิดปากพูดขึ้นอีกครั้ง

“กินข้าวสักนิดเถอะลุค”

“…”

“นะ”

อยู่ๆลูคัสก็ทำหน้าเหมือนอดกลั้นบางอย่างไม่ไหว มือเรียวยื่นมาจับท้ายทอยผมแล้วล็อคไว้แน่นก่อนจะประทับจูบลงมาอย่างหนักหน่วง ผมงุนงงนิดๆเพราะไม่ทันได้ตั้งตัว แต่ไม่กี่วินาทีต่อมาก็จูบตอบมันกับไปอย่างเร่าร้อนไม่แพ้กัน ลิ้นเราเกี่ยวพันดูดรัดกันแทบไม่มีช่องว่าง ริมฝีปากสัมผัสดูดเม้มกันอย่างต่อเนื่อง

มือเรียวอีกข้างของมันสอดเข้ามาในเสื้อผมพร้อมขยี้ไปที่ยอดอกผมแรงๆจนเสียวแปลบขึ้นมา ส่วนมือผมข้างหนึ่งก็ขยำเส้นผมอ่อนนุ่มของมันระบายความรู้สึกที่เกิดขึ้น ส่วนมืออีกข้างก็เกี่ยวต้นคอมันให้ขยับมาใกล้โดยไม่รู้ตัว

เราจูบกันอยู่นานมากจนกระทั่งริมฝีปากผมมันชานิดๆมันถึงได้ถอนจุมพิตออกไป แต่ริมฝีปากได้รูปของของมันกลับไม่ยอมผละห่างออกจากร่างกายผม มันลูบไซร้ลงไปที่ลำคอแล้วดูดแรงๆทำให้รู้สึกเจ็บจี๊ดขึ้นมา มันจับขาผมแยกออกแล้วแทรกตัวเข้าระหว่างกลาง ผมตกใจเกือบสะดุ้งเมื่อกางเกงนอนกำลังจะถูกเกี่ยวลง

“ลุคพอ”ผมพยายามเค้นเสียงเอ่ยห้าม มือก็ฉุดรั้งกางเกงตัวเองไว้แน่น ลูคัสไม่ตอบและก็ไม่ยอมหยุด ทำให้ผมชักเริ่มโมโห

“มึงไม่หยุดกูโกรธ”มันชะงักแต่ยังไม่ยอมผละออกห่าง

“กูจะทำกับข้าวให้กิน จะกินไหม?”

“มิทตี้จะทำเอง?”มันยอมเงยหน้าออกจากต้นคอขึ้นคุยกับผมดีๆ ในแววตามีความแปลกใจปนอยู่ไม่น้อย

“ใช่”

“ให้พี่ทานคนเดียว?”

“อือฮึ ถ้ามึงไม่คิดจะแบ่งใครกิน”

“พี่ไม่ให้ใครกินอยู่แล้ว”มันพยักหน้ายืนยันคำพูดของตัวเอง

“ถ้าอย่างนั้นก็ถอยออกไป”ผมผลักหน้าอกมันเบาๆ

“ก็ได้”มันรับปากก่อนจะหอมแก้มผมฟอดใหญ่และลุกออกไป ไม่ลืมดึงกางเกงขึ้นให้ผมอีกต่างหาก

ผมเดินเข้าครัวโดนมีลูคัสเดินตามหลังมาติดๆ โยนั่งอยู่ในมุมหนึ่งของบาร์ที่ติดกับห้องครัว เขายิ้มให้ผมนิดๆแล้วก้มหน้ากดไอแพดเพื่อทำงานต่อ

“จะกินไร?กูทำอาหารไม่เป็นนะ”แม้ผมจะบอกมันว่าจะทำอะไรให้กิน แต่เอาเข้าจริงๆผมก็ทำเป็นอยู่แค่ไม่กี่อย่าง อย่างมากก็ทอดไข่ดาวอ่ะครับ เผลอๆตอกไข่ก็คงแตกด้วยมั้ง

“พี่กินไรก็ได้”มันบอกอย่างอารมณ์ดี ผมก็เปิดตู้เย็นหาวัตถุดิบที่น่าจะเอามาทำให้มันกินได้ ที่แน่ๆก็มีไข่ ผมเลยหยิบออกมาไว้ข้างนอกก่อน

“ไข่เจียวไหม?เคยกินป่ะ”ผมหันไปถามมันเพราะคิดเมนูอื่นไม่ออก ถ้าจะเอาไข่ดาวก็ดูจะกระจอกไปหน่อย ผมคือเทพสมิธจะทำอะไรมันต้องไม่ธรรมดาดิ

“เคย...มั้ง”คล้ายว่ามันจะไม่แน่ใจเท่าไหร่ว่าตัวเองเคยกินเมนูพื้นๆแบบนี้ไหม

“โอเค ว่าแต่มึงกินผักไหม?”แล้วมันใส่ผักอะไรลงไปในไข่เจียวบ้างวะ เคยกินที่ไอ้น้องรันต์ทำโคตรอร่อยแต่ไม่รู้ว่ามันใส่อะไรลงไปบ้างน่ะสิ

“พี่ทานได้”ผมพยักหน้าหงึกหงักแล้วหยิบไอ้ผักที่เป็นก้านๆสีเขียวๆเรียกอะไรไม่รู้(หน่อไม้ฝรั่ง)กับผักชีที่ผมโคตรเกลียดออกมา

“เนื้อสัตว์ใส่อะไร?”ผมถามมันพร้อมกับเปิดช่องฟรีซดูว่ามีอะไรบ้าง

“กุ้ง”ผมหยิบแพ็คกุ้งที่แกะแล้วออกมา หางตาเหลือบเห็นห่อชีสเลยหยิบติดมือออกมาด้วย

“เอาล่ะ รอสักครู่เดี๋ยวเชฟสมิธจะแสดงฝีมือให้ทานเอง”ผมรู้สึกตื่นเต้นนิดๆที่จะได้ลงมือทำอาหารแบบจริงจังเป็นครั้งแรกในรอบสิบปี บอกตรงๆว่าไม่มั่นใจแต่น่าจะสนุก หึๆ

“อืม”ลูคัสก็นั่งดูผมทำใกล้ๆอย่างใจจดใจจ่อ ทำให้ผมรู้สึกประหม่าเล็กน้อย ผมหยิบชามแก้วขนาดกลางออกมาพร้อมที่ตีไข่ ผมตอกไข่ใบแรกกับขอบชามด้วยมือเดียวอย่างที่ไอ้น้องรันต์ทำ แต่เพราะผมไม่ใช่ไอ้น้อง ไข่ที่ตอกเลยเละคามือและเลอะเทอะเต็มเคาน์เตอร์

“เอ่อ ผิดพลาดนิดหน่อยเอาใหม่ๆ”ผมเอ่ยแก้ตัวแล้วปัดเศษเปลือกไข่ออกจากชามลวกๆ จากนั้นก็ตอกไข่อีกรอบแล้วใช้สอมมือแยกเปลือกออกจากกัน ครั้งนี้ดูดีขึ้นหน่อยแม้ว่าไข่แดงจะแตกและมีเปลือกไข่ตกลงไปด้วยบ้าง ผมคิดว่าไม่น่าเป็นไร(?)

จากนั้นผมก็ตอกไข่ลงไปอีกสองฟอง เอาไอ้แท่งผักที่ไม่รู้จักชื่อมาสับ หยิบกุ้งตัวใหญ่ใส่ลงไปทั้งตัว แล้วก็เด็ดผักชีใส่ไปทั้งก้าน มีกลิ่นเหม็นเขียวโชยมานิดหน่อย ผมเลยดับกลิ่นด้วยพริกไท ปรุงด้วยเกลือที่ไม่รู้ใส่เท่าไหร่เลยกะๆเอาแล้วก็ใส่น้ำตาลลงไปตัดเผื่อว่ามันจะเค็มเกิน สุดท้ายผมก็ใส่ชีสลงไปอีกครึ่งห่อ ตีๆคนๆให้มันเข้ากันก็ดูน่ากินดีนะ...

ผมตั้งกระทะ แต่ไม่รู้ว่าจะใส่เนยหรือน้ำมันดี อืม...ผมเคยเห็นไอ้น้องรันต์ใส่น้ำมันงั้นก็ใส่น้ำมันก็แล้วกัน ผมหยิบขวดน้ำมันมะกอกเทลงไปเต็มกระทะเพราะกะไม่ค่อยถูก แต่คิดว่ามันน่าจะโอเคอ่ะนะ

จากนั้นก็เทไข่ลงไปจนหมดชาม เพียงแต่มันไม่เห็นจะฟูๆเหมือนที่คนอื่นทำเลยน่ะสิ

“ทำไมมันไม่ฟูวะ”ผมเกาหัวนิดๆอย่างไม่เข้าใจ

“รอน้ำมันร้อนก่อน”เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นจากด้านหลัง

“ก็กูอยากให้มึงได้กินเร็วๆไง”ผมแก้ตัวไปเพื่อไม่ให้เสียฟอร์ม ไม่นานไข่ก็เริ่มฟูนิดๆผมเลยรอต่อไปอีกสักหน่อยแต่กลิ่นไหม้ที่โชยออกมาแตะจมูก ผมจึงใช้ตะหลิวเขี่ยดูด้านใต้ แล้วก็พบว่ามันดันไหม้ไปแล้ว

“เหี้ยเอ้ย!”ผมอุทานอย่างหัวเสียแล้วรีบพลิกไข่กลับด้าน แต่ด้วยความที่ไม่ชำนาญเท่าไหร่ ไข่เลยหกออกจากกระทะไปเกือบครึ่ง ผมเงยหน้าขึ้นสบตากับลูคัสที่มองอยู่ มันไม่ได้พูดอะไรแต่ยิ้มให้นิดๆเหมือนให้กำลังใจ คราวนี้ผมระวังเป็นพิเศษคอยเขี่ยดูไข่ตลอดว่าจะไหม้ไหม สุดท้ายเมื่อเห็นว่าไหม้ตรงกลางแล้วนิดหน่อยผมก็รีบตักใส่จานทันที

น้ำมันค่อนข้างชุ่มได้ที่ดูไม่ค่อยน่ากินเท่าไหร่ ผมเลยเดินไปหยิบกระดาษทิชชู่มาซับๆน้ำมันออกหน่อย แล้วยกไปเสิร์ฟให้คุณชายเขาถึงที่

“เสร็จแล้ว แต่ไม่มีข้าวนะ”แต่ผมคิดว่าคงไม่เป็นไรเพราะปกติมันก็ไม่ค่อยได้ทานข้าวเป็นมื้อหลักเหมือนคนไทย

“ไม่เป็นไร”มันหยิบมีดและซ้อมขึ้น ค่อยๆบรรจงหั่นตามสไตล์ผู้ดีของมัน ทันทีที่มันจิ้มไข่เข้าปากและเคี้ยวผมก็นั่งมองลุ้นรสชาติ เกร็งจนตระคิวแดกไปทั้งร่าง

“รสชาติเป็นไง?”

“อร่อยดี”มันตอบออกมาอย่างไม่ติดขัด มือก็จิ้มไข่เข้าปากอย่างต่อเนื่อง

“หึๆ กูว่าแล้วว่ามันต้องอร่อย”ผมแสยะยิ้มอย่างภูมิใจในฝีมือตัวเอง จากนั้นก็ไปหยิบนมและซีเรียลเทใส่ถ้วยก่อนจะมานั่งทานตรงข้ามลูคัส ผมเหลือบมองไข่เขียวด้านในยังเป็นแฉะๆเหมือนสุกไม่หมด แต่มันก็ไม่ได้ว่าอะไร อาจจะคิดว่าเป็นไข่เจียวแบบมีเดียวแรร์ก็ได้

“มิทตี้ทำไข่เจียวครั้งแรกเหรอ?”

“ใช่!เคยทำไข่ดาว แต่ไข่เจียวนี่ครั้งแรก บางทีกูอาจมีพรสวรรค์ทางด้านนี้ก็ได้”

“แค่ก!อืม...ค่อยๆฝึกไปอาจจะอร่อยยิ่งกว่านี้”อยู่ๆมันก็สำลักออกมา และแสดงความคิดเห็นถึงความเทพด้านการทำอาหารของผม

“ว่างๆกูลองทำเมนูใหม่ๆ มึงก็ล้างปากเตรียมท้องไว้ได้เลย”ผมบอกอย่างอารมณ์ดี

“ได้”มันรับปาก

“เออ สัปดาห์หน้ากูจะไปอังกฤษกับเพื่อนนะ”ผมบอกมันไว้ก่อน เดี๋ยวใกล้ๆวันมันรู้เรื่องแล้วจะไม่ให้ไป

“ไปทำไม?”

“ไปดูบอลสโมสรGGไปเยือนสโมสรVVที่เมืองZ ศึกล้างตาเลยนะ”ผมเล่าอย่างตื่นเต้น อยากให้ถึงวันแข่งเร็วๆ

“ชอบขนาดนั้นเลย”

“แน่น๊อน สรุปให้ไปป่ะ?”

“อืม”มันอนุญาตแล้วก้มหน้ากินไข่เจียวต่อเหมือนอร่อยมาก

“แล้วถ้าพี่ซื้อสโมสรGGให้ มิทตี้จะรู้สึกยังไง?”อยู่ๆมันก็ถามสิ่งที่เป็นไปได้ยากขึ้น การซื้อสโมสรฟุตบอลสักสโมสรมันไม่ใช่เรื่องเล่นๆแต่ถ้ามีเงินมากพอก็ใช่ว่าจะทำไม่ได้ เพียงแต่ว่าสโมสรGGใช่ว่ามีเงินอย่างเดียวจะซื้อได้น่ะสิ ผมเห็นเศรษฐีที่อยากได้สโมสรนี้ล้มเหลวมาหลายคนแล้ว ใช่ว่าลูคัสจะเป็นคนแรกที่คิดอยากทำ

“คงรู้สึกดีใจมากจนพูดไม่ออก จะกระโดดจูบมึงหลายๆทีแล้วยอมทุกอย่างเลย ฮ่าๆๆ”ก็แค่พูดเล่นๆล่ะนะ ไม่มีทางเป็นไปได้อยู่ดี

“งั้นเหรอ...อย่าลืมจำคำพูดตัวเองไว้ให้ดีๆก็แล้วกัน”มันเท้าคางมองผมแล้วยิ้ม รู้สึกมันมีเสน่ห์มากอย่างบอกไม่ถูก ดีนะที่ผมก็ค่อนข้างมีภูมิต้านทาน

“เหอะๆถ้าทำได้จริงกูก็กล้าอยู่แล้ว”ผมแสยะยิ้มท้าทายอีกคน จานนั้นเราก็นั่งทานอาหารของตัวเองไปพลางฟังผมพูดไปเรื่อยพลาง จนกระทั่งอาหารของเราทั้งคู่หมดเกลี้ยงไม่เหลือ ผมหยิบชามไปเก็บแต่ไม่ต้องล้างเพราะมีคนคอยทำให้แล้ว ลูคัสบอกให้ผมเข้าไปนอนในห้องมัน(คงเพราะหายงอนแล้ว) ผมก็ทำตามที่มันสั่งอยู่ ขัดขืนไปก็มีแต่จะเจ็บตัว ผมเป็นคนฉลาดผมไม่อยากเจ็บตัว

ทางเดียวที่จะรอดพ้นจากเงื้อมือมันคืนนี้คือชิงหลับไปก่อนที่มันจะเข้ามา...ก็หวังว่ามันคงไม่ลักหลับผมนะ ผมยิ่งน่ารักๆซะด้วยสิ!(แหวะ!)

+++++++++++++++

“โย”ลูคัสเอ่ยเรียกลูน้องคนสนิทที่นั่งอยู่ไม่ไกลจากเขา

“ครับ”

“ติดต่อไปที่สโมสรGG ผมต้องการเซ็นต์สัญญาซื้อขายสโมสรของพวกเขา”

“เอ่อ...”โยฮันเนสพูดไม่ออกไปชั่วขณะ แม้จะได้ยินเจ้านายตัวเองคุยกับเด็กคนโปรดแล้วก็ตาม

“ให้ได้ภายในสัปดาห์นี้ จะจ่ายเท่าไหร่ก็ได้”

“ถึงเราจะจ่ายให้มากแค่ไหน ก็ไม่แน่ว่าท่านลอร์ดจะยอม”โยฮันเนสแสดงสีหน้าคิดไม่ตก

“ถ้าเงินซื้อไม่ได้...ไม่ว่าต้องใช้อำนาจด้านไหนก็ต้องเอามาให้ได้”ลูคัสเอ่ยนิ่งๆแต่น้ำเสียงแผงไปด้วยความจริงจัง นัยน์ตาสีมรกตนิ่งลึกยากจะคาดเดาอารมณ์ออก

“ทราบแล้วครับนาย ผมจะรีบดำเนินการให้เรียบร้อย”โยฮันเนสก้มศีรษะรับคำสั่ง

“ดี”

“ว่าแต่ไข่เจียวฝีมือคุณสมิธอร่อยมากไหมครับ”โยฮันเนสถามยิ้มๆกับไข่เจียวจานวิเศษที่กำลังจะเสกสโมสรฟุตบอลระดับโลกได้

“เขาทำด้วยความตั้งใจ ย่อมต้องอร่อยมาก”ลูคัสเผยรอยยิ้มออกมาเล็กน้อยเมื่อนึกถึงท่าทางตั้งอกตั้งใจทำของเด็กที่เข้าห้องไปนอนแล้ว

“ถึงกับซื้อสโมสรให้ได้ แสดงว่าคงอร่อยมากจริงๆ”โยแซวเจ้านายยิ้มๆ

“อืม แต่ถ้ากินทุกวันลิ้นผมอาจจะพังหรือเบาหวานอาจจะขึ้น ไม่ก็ไตหายไปสักข้างก็ได้”ลูคัสเอ่ยยิ้มๆแล้วยืนขึ้นเพื่อกลับเข้าห้องนอน โยฮันจึงเนสกล่าวลาเจ้านายแล้วกลับห้องตัวเองไปพักผ่อน

ความหลงเด็กของนายช่างมีพลังอำนาจสูงมากจริงๆ

+++++++++++++++++

คนจริงเขาทำทุกอย่างได้เพื่อเมีย อิอิ //ช่วงนี้เปรมอาจจะมาช้าสักหน่อยนะคะ กำลังปั่นงานอีกเรื่องอยู่ รออีกนิดนะเบ๊บ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น