กนกรส มาศอุไร

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

รีไรท์ : ข้ออ้างคนพาล1/2 (วางจำหน่ายEbook แล้ว)

ชื่อตอน : รีไรท์ : ข้ออ้างคนพาล1/2 (วางจำหน่ายEbook แล้ว)

คำค้น : อานนท์ มุขธิดา

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 417

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 16 ก.ค. 2561 11:06 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
รีไรท์ : ข้ออ้างคนพาล1/2 (วางจำหน่ายEbook แล้ว)
แบบอักษร

​สามารถโหลดซื้อได้แล้ววันนี้

ต่อจากตอนที่แล้ว...

อานนท์กวาดสายตาสำรวจภายในบ้าน พร้อมพ่นลมหายใจ เล็กเท่ารังหนูแบบนี้อยู่กันเข้าไปได้ยังไงนะ เท่าที่ใช้ให้สันติสืบประวัติของเจ้าหล่อน บ้านหลังแคบนี้มีผู้อาศัยถึงสามคนด้วยกัน...

เอ...รู้สึกจะมีผู้หญิงวัยกลางคนนั่นคงจะเป็นป้า ส่วนผู้ชายรูปร่างสูงใหญ่ที่เขาเคยเจอและสนทนาด้วย เป็นพี่ชาย

“ห้องน้ำอยู่ตรงนั้นค่ะ คุณเดินเลยห้องครัวไปหน่อยก็จะเห็น”

มุขธิดาชี้นิ้วมือบอกใบ้ให้เขาเดินย้อนตรงอีกด้านของตัวบ้าน ซึ่งตรงบริเวณนั้นถูกกั้นไว้เป็นห้องสำหรับอาบน้ำพร้อมกับขับถ่ายไปในตัว มันอยู่เยื้องทางเข้าห้องครัวอีกฝั่ง ส่วนเธอเดินเลี่ยงเอาของเข้าไปเก็บอีกห้อง

อานนท์ชักสายตากลับแล้วก้มมองคนบอกทาง เห็นเจ้าหล่อนเดินลับหายเข้าไปอีกห้อง เขาเม้มปากสนิท ชั่งใจดูสักครู่เพราะไม่กล้าเข้าใช้ห้องน้ำดั่งกล่าว หากยังไม่ทันจะตัดสินใจ ท้องไส้เขากับดังโครกครากประท้วง ข้าศึกกำลังจะโจมตีพ้นด้านหลังออกมารอมร่อ

“ขอบใจ” เมื่อต้องกลั้นใจเดินเข้าห้องน้ำทั้งคับแคบและดูแปลกตา อานนท์ยังไม่ลืมส่งเสียงขอบคุณเจ้าของบ้านสาว

มุขธิดาส่ายหน้ากลอกตา ทำไมเธอจะไม่ทันเห็นใบหน้าย่นยู่ของเขายามสำรวจมองภายในตัวบ้านของเธอเมื่อกี้ สายตาของเขามันฉายความกระอักกระอ่วนออกมาทั้งสองข้าง เขาคงไม่เคยเห็นบ้านคนจนสินะ ถึงได้ทำสีหน้าเหมือนกินยาขม แต่เขารู้สึกแบบนั้นก็ดี เขาจะได้รีบเข้าห้องน้ำแล้วจะได้รีบกลับออกไปจากบ้านของเธอเสียเร็วๆ เธออยากพักผ่อนเพื่อเตรียมตัวทำงานในวันพรุ่งนี้...

แต่กาลกลับไม่เป็นอย่างที่มุขธิดาคิด อานนท์เกิดมีอาการถ่ายขั้นรุนแรง เขาหน้าซีดยืนหายใจหอบ หลับตาเกาะประตูห้องน้ำของเธอเอาไว้แน่น ใบหน้าหล่อเหลามีเม็ดเหงื่อผุดพราย มุขธิดาอยากขำกับภาพที่เห็นแล้วแอบถ่ายวิดีโอเก็บเอาไว้ดูเล่นเหลือเกิน ภาพตรงหน้าเธอ มันเป็นภาพหาดูยากเสียด้วย เมื่อหนุ่มในฝันของหญิงสาวค่อนประเทศกำลังยืนหมดสภาพอยู่หน้าห้องน้ำบ้านของเธอจนดูไม่จืด

“ฉันปวดท้อง”

คนป่วยยกมือกุมท้องอีกหน ก่อนผลุบหายเข้าด้านในห้องน้ำ มุขธิดาเองเริ่มยืนไม่ติด เพราะดูจากท่าทางอ่อนระโหยของอานนท์ อาการเขาคงไม่ใช่น้อยๆ หญิงสาวรีบวิ่งขึ้นด้านบนห้องนอนส่วนตัว รื้อเอากล่องยาสามัญที่เธอมีติดบ้านประจำออกมา มองหาห่อน้ำเกลือแร่ พร้อมกับยาฆ่าเชื้อ แล้ววิ่งพรวดกลับลงมายังด้านล่างด้วยนึกเป็นห่วงชายหนุ่ม

ตอนนี้อานนท์เองนั้นแทบคลานออกมาจากห้องน้ำที่เขาแอบนึกหวั่นไม่กล้าเข้าตั้งแต่ทีแรก หากเพียงไม่นานสิ่งที่เขานึกหวั่นเกรงกลับเป็นห้องไม่ต่างจากสวรรค์ให้เขาได้ปลดปล่อยความทรมาน เขานั่งกุมท้องเงยหน้ามองเจ้าของบ้าน

“ไหวไหมคุณ” มุขธิดาสาวเท้าเข้านั่งยองๆข้างร่างใหญ่ อานนท์เอนกายพิงกับขอบประตูพร้อมพยักหน้าลง

“ยังไม่ถึงกับตาย”

 ยังปากดีไม่เปลี่ยน มุขธิดาแอบต่อว่าเขาในใจ

“ดื่มน้ำเกลือแร่นี่ก่อนนะคะ คงต้องปล่อยให้คุณถ่ายออกให้หมด แล้วค่อยทานยาแก้ปวด” มุขธิดาบอกขึ้น

“มันคงไม่มีอะไรให้ออกมาแล้วละตอนนี้” อานนท์งึมงำเสียงระโหยพร้อมรับแก้วน้ำเกลือแร่มาจากหญิงสาวแล้วยกขึ้นดื่มพรวดเดียวจนหมด เขารู้สึกอ่อนเพลียไร้เรี่ยวแรงกับการเสียน้ำเพราะการขับถ่ายรุนแรง ตอนนี้แรงจะยืนยังไม่มีเลยด้วยซ้ำ

“ขอบใจ” พอดื่มหมดแก้วอานนท์จึงส่งแก้วคืนให้ โดยไม่ลืมเอ่ยขอบคุณ แม้จะรู้สึกอายหญิงสาวอยู่บ้าง ที่ดันมาท้องเสียจนหมดสภาพในบ้านของเจ้าหล่อน

“มาค่ะ ลุกไปนั่งที่โซฟานั่นดีกว่า” หญิงสาวพยักหน้าไปยังอีกมุมของบ้าน

“เธอไปนั่งเถอะ ฉันอยากนั่งตรงนี้มากกว่า” แม้นใจจริงนั้นอานนท์ไม่ได้คิดอยากขัดขืนหรืออยากจะนั่งตรงนี้อย่างที่ปากพูดสักนิด ทว่าเขาไม่มีแรงพยุงกายลุกขึ้นยืนมากกว่า มุขธิดาพอจะรู้ เธอกัดฟันแล้วตัดความรู้สึกออกจากหัวใจ พร้อมยันกายลุกขึ้นยืน โน้มร่างเล็กกว่าลงแล้วหิ้วปีกคนตัวใหญ่ให้ลุกขึ้นยืน

“ อย่านั่งตรงนี้เลยค่ะ อากาศมันไม่ค่อยถ่ายเทนัก ฉันช่วยคุณพยุงเดินไปเอง”

อานนท์หัวใจกระตุกวูบ พร้อมเหลือบสายตาอ่อนล้าก้มลงมองคนอาสาช่วย

“หนูหริ่ง...”

แม้นจะไม่ค่อยชอบคำเรียกขานของเขานัก แต่มุขธิดายังอุตส่าห์เงยหน้าขึ้นหาคนเรียก

“คะ...” เธอขานรับเขาพร้อมรอฟัง แต่เขากลับเงียบเสียงลงเสียอย่างนั้น

ส่วนอานนท์พอเรียกชื่อหญิงสาวเสร็จ เขากลับหุบปากแล้วนิ่งเงียบ พยายามไม่เทน้ำหนักตัวลงทางคนตัวเล็กว่าหลายเท่า แต่กระนั้นอานนท์ยังแอบสูดดมความหอมชื่นใจจากเรือนกายนุ่มนิ่ม กลิ่นกายที่เขายังจำได้อย่างแม่นยำ มันติดปลายจมูกแล้วยังตามหลอนเขาทุกที่

เมื่อเขาไม่พูดหญิงสาวจึงไม่ได้ซักไซ้ ได้แต่นึกก่นด่าเขาในใจไปตามประสา พร้อมกับพยายามประคองร่างหนาให้เดินมาจนถึงโซฟาริมหน้าต่าง และด้วยไม่ทันระวังถุงพลาสติกที่วางไว้ข้างโต๊ะกระจก มุขธิดาดันเดินไปเกี่ยวมันเข้า เลยพานทำเอาร่างเล็กสะดุดซวนเซ ดันร่างที่ไร้เรี่ยวแรงล้มคะมำลงทางด้านหน้าด้วยกัน และด้วยสัญชาตญาณของอานนท์ เขาไวพอที่จะไม่ล้มทับหญิงสาว ชายหนุ่มกัดฟันเฮือกสุดท้าย พลิกร่างตนเองให้นอนหงายเพื่อรองรับร่างบอบบางเอาไว้ ตอนที่หล่นโครมลงมากระทบพื้นไม้ด้วยกัน...

“โอ๊ะ!” 

โปรดติดตามตอนต่อไป...

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น