AU

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 66 แม่ทัพปีศาจ

ชื่อตอน : ตอนที่ 66 แม่ทัพปีศาจ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 137

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 16 ก.ค. 2561 10:21 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 66 แม่ทัพปีศาจ
แบบอักษร

ตอนที่66แม่ทัพปีศาจ

สงครามระหว่างเผ่าพันธุ์ที่กุมอำนาจสูงสุดของโลกแห่งนี้นั้นเริ่มขึ้นเมื่อไหร่ ตอนไหนไม่อาจมีใครทราบได้ จากบันทึกในตำราบรรพกาล และความทรงจำของเผ่ามังกรต้นกำเนิดที่สืบทอดผลึกความรู้มารุ่นสู่รุ่น ได้บ่งบอกว่า เดิมทีแล้วสงครามนี้เริ่มขึ้นเพื่อปกป้องเผ่าพันธุ์อื่นๆ ที่มีอยู่จากเผ่าพันธุ์หนึ่ง ที่เน้นอักษรเป็นตัวหนังสือที่หนา และมีขนาดใหญ่...ว่า

เผ่าพันธุ์นี้พรสวรรค์และรูปโฉมเหนือกว่าเผ่าเทพ มีความแข็งแกร่งทางร่างกายเหนือกว่าเผ่ามังกร พละกำลังเหนือกว่าเผ่าอสูร และความน่ากลัว อำมหิตเหนือกว่าปีศาจ ซึ่งเผ่าพันธุ์นี้มีจำนวน 12 ตน บนโลกนี้

แม้จะมีบอกกล่าวชัดเจนในตำราและคลังทรงจำตกทอดของมังกรต้นกำเนิด แต่ก็ไม่อาจรู้ได้ว่าเผ่าพันธุ์นี้มีชื่อว่าอะไร แต่การเริ่มสงครามเนื่องมาจากเผ่าพันธุ์ดังกล่าวนี้ที่กำราบและสังหารเผ่าพันธุ์ต่างๆ จนสูญพันไปแล้วนับไม่ถ้วน เหล่าทวยเทพ ปีศาจ มังกร อสูร ยักษ์ เอลฟ์ มนุษย์ และเผ่าพันธุ์ต่างๆ จึงร่วมมือกันต่อต้าน

แต่ไม่ว่าจะร่วมมือกันเช่นไรก็ไม่อาจทำอะไรเผ่าพันธุ์นี้ได้ ความสูญเสียครั้งใหญ่หลวงจึงบังเกิด ครานั้นพื้นดินบนโลกใบใหญ่นี้ถูกทำลายไปมากถึงครึ่งหนึ่ง

แต่แล้วด้วยการลืมตาของสัตว์ชนิดหนึ่ง มันเป็นสุนัขจิ้งจอกตัวใหญ่ หางของมันมีมากถึง 108 หาง ที่กระดิกทีหนึ่งบรรยากาศก็สั่นสะเทือนดั่งแผ่นดินไหว ซึ่งการลืมตาของสัตว์ชนิดนี้นับว่าเป็นพรอันแสนวิเศษจากพระเจ้า

สัตว์ตัวนี้สามารถต่อกรกับเผ่าพันธุ์นั้นได้ แต่ก็แลกกับการทำลายล้างผืนแผ่นดินครั้งยิ่งใหญ่ มีเผ่าพันธุ์ต่างๆ สูญพันธุ์มากมายด้วยลูกหลงของการต่อสู้ที่น่ากลัวใครทั้งนั้น หลงเหลืออยู่เพียงไม่กี่เผ่าพันธุ์ที่ยังอยู่รอด

การต่อสู้ระหว่าง 12 ตน กับ 1 ตัวนั้นกินเวลายืดเยื้อนับ 400 ปี ในที่สุดฝ่ายได้ชัยก็คือสุนัขจิ้งจอก หลังการต่อสู้สิ้นสุดมันเหลือหางเพียง 9 หางเท่านั้นร่างกายของมันซูบผอมและเหนื่อยหอบเพราะสูญเสียพลังไปมาก ส่วนผืนแผ่นดินที่หลงเหลืออยู่ในตอนนี้มีเพียง 20 ส่วน 100 ที่เหลือล้วนเป็นหลุมบ่อที่ลึก และส่งกลิ่นอายแห่งความตายออกมาอย่างน่ากลัว

แต่ทว่า เหล่าทวยเทพ และปีศาจต่างหวาดกลัวในพลังอำนาจของจิ้งจอกนี้ จึงทำการผนึกมันโดยสังเวยชีวิตของเผ่าพันธุ์ที่แข็งแกร่งอีกจำนวนมาก และสามารถผลึกจิ้งจอกตัวนี้ไว้ได้จากรุ่นสู่รุ่น

ชื่อของมันคือ*คิวบิลัส*

เมื่อเวลผ่านมาอีกหลายร้อยปี เผ่าพันธุ์ต่างๆ ก็สามารถฟื้นฟูพลังอำนาจของตนกลับมาได้ ทั้งนี้พวกเขาก็อยู่ร่วมกันฉันพี่น้อง มีการผสมข้ามเผ่าพันธุ์กลายเป็นเผ่าพันธุ์ใหม่ที่มีทั้งด้อยกว่า และแข็งแกร่งกว่าเผ่าพันธุ์ดั้งเดิม แต่กระนั้นเผ่าพันธุ์ที่สามารถขยายพันธุ์ได้เยอะและมีสติปัญญาสูงก็คือเผ่ามนุษย์

เวลาผ่านไปอีกช่วงหนึ่งเมื่อเผ่าพันธุ์ปีศาจนั้นสั่งสมพลังอำนาจของตนเองจนแข็งแกร่งมากแล้วก็เริ่มสร้างความบาดหมาง และไล่ยึดพื้นที่ของเผ่าพันธุ์อื่นๆ เพื่อที่จะปกครองโลก

สงครามจึงบังเกิดขึ้นอีกครั้ง ทว่าครานี้ได้แบ่งฝักแบ่งฝ่ายกันอย่างชัดเจน ผืนดิน ที่เหลือเพียง 20 ส่วนนั้นถูกแบ่งออกเป็น 5 เขต คือ เขตเทพ เขตมังกร เขตยักษ์ เขตปีศาจ และเขตอสูร ซึ่งเผ่าพันธุ์ทั้ง 5 นี้มีความแข็งแกร่งที่สุด

สงครามได้ริเริ่มห้ำหั่นกันระหว่างเผ่าพันธุ์มาอย่างยาวนาน เหล่าทวยเทพและปีศาจต่างค้นหาวิธีการต่างๆ เพื่อที่จะนำชัยมาสู่เผ่าพันธุ์ของตนเอง

แต่แล้วก็เกิดเหตุการณ์แผ่นดินแยกขึ้น ครานี้แผ่นดินได้แยกทั้ง 5 เขตออกจากกันดั่งเป็นความต้องการของพระเจ้า

ทั้งยังมีสถานที่แปลกประหลาดและอันตรายผุดขึ้นมาโดยไม่รู้สาเหตุเป็นจำนวนมาก เหล่าสัตว์ที่ไม่รู้จักก็กำเนิดขึ้นมามากมาย ทั้งแข็งแกร่งและอ่อนแอ แต่ทว่าสิ่งที่น่าตกใจที่สุดคือ ดันเจี้ยนที่มีอยู่ประปราย แต่กระนั้นก็มีดันเจี้ยนที่ผุดขึ้นกลางเส้นขั้นเขตทั้ง 5 และดันเจี้ยนเหล่านี้มีขนาดที่ใหญ่โตและกว้างขวางเป็นอย่างมาก พวกเขาเลยขนานนามมันว่า มหาดันเจี้ยน ซึ่งที่แบบนี้นั้นมีมอนสเตอร์ที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าที่เคยพบเห็น

เมื่อสังหารแล้วมันจะมีบางสิ่งผุดออกมาจากลำตัวของมัน สิ่งเหล่านั้นอาจจะเป็นก้อนทองคำบริสุทธิ์ ก้อนเงิน ก้อนโลหะ แร่ต่างๆ ทั้งยังมีอาวุธ ชุดเกราะที่มีความประณีตและทนทานรวมกับมีความสามารถพิเศษเฉพาะของมันอีกต่างหาก

ส่วนสิ่งที่จะคลายข้อสงสัยและอธิบายการใช้งาน วิธีการของสิ่งเหล่านั้น จะผุดออกมาเมื่อสังหารสัตว์ที่แข็งแกร่งที่สุดในชั้นนั้นๆ ได้ ทั้งนี้ยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่พวกเขาเรียกกันว่า สมบัติแห่งพระเจ้าอยู่ด้วย

เหล่าทวยเทพทุ่มเทกองกำลังจำนวนมากเพื่อลุยมหาดันเจี้ยนที่ใกล้กับเขตของตัวเอง และด้วยกำลังมากกว่า 50,000 ตน กลับสามารถเคลียร์ได้เพียงชั้น 1 เท่านั้น ชั้นที่ 2 ไม่อาจจะสู้กับสัตว์พวกนั้นได้

แต่ทว่าเมื่อสังหารสัตว์ที่แข็งแกร่งที่สุดซึ่งเป็นหัวหน้าในชั้นนั้น ก็มีตำราชนิดหนึ่งผุดออกมา ทั้งนี้ไม่รวมถึงอาวุธ แร่ และอุปกรณ์พิเศษต่างๆ แต่ตำรานั้นทุกคนสามารถอ่านออก มันคือตำราอัญเชิญ

ซึ่งจะเชื่อมมิติไปยังโลกอีกแห่งหนึ่งในระยะเวลาเพียงไม่กี่วินาที และใช้ได้ 10 ปี ต่อ 1 ครั้ง สิ่งนี้เองที่เหล่าทวยเทพใช้มันเพื่ออัญเชิญ

ส่วนปีศาจก็ส่งกองกำลังเข้าเคลียร์ได้ 1 ชั้นเช่นกัน แต่สิ่งที่ได้นั้นคืออะไรก็ไม่อาจทราบได้เพราะพวกนั้นปกปิดของที่ได้มามังกรและเผ่าพันธุ์อื่นๆ ก็ทำเช่นกัน แต่ไม่สามารถเคลียร์ชั้นแรกได้ เพราะแต่ละดันเจี้ยนมันมีความยากง่ายไม่เหมือนกัน

โดยเฉพาะดันเจี้ยนที่เหล่ายักษ์ส่งกองกำลังเข้าไป แค่เพียงสัตว์หน้าประตูตัวเดียวก็ไม่อาจสังหารมันได้ ทั้งยังสูญเสียกองกำลังไปเป็นจำนวนมาก กระนั้นการเดินทางไปยังดันเจี้ยนต่างหากที่อันตรายที่สุด น่ากลัวที่สุด

ระยะเวลาผ่านไปหลายปี ปีศาจได้สร้างสิ่งหนึ่งขึ้นมา ซึ่งสิ่งนั้นเรียกว่า *คัมภีร์อัญเชิญ* ซึ่งสิ่งที่สามารถสร้างประตูมิติระยะไกลได้ ส่วนเป้าหมายก็คือเขตเทพ พวกปีศาจสร้างตำราอัญเชิญ 4 เล่ม และเสียสละกองกำลังระดับสูงเพื่อที่จะนำตำรานี้เข้าใกล้เขตเทพที่สุด แล้ววางกลไกอันง่ายดายไว้ข้างนอกเพื่อให้มนุษย์มาเอามันไป

ในตำราจะมีด้วยกัน 3 บทใหญ่ แต่ละบทปีศาจที่อยู่อีกฟากฝั่งจะคอยส่งพลังให้ใช้ คอยให้เคาะแนะนำด้วยความอ่อนข้อให้เสมอ จนกว่ามนุษย์ผู้นั้นจะสามารถใช้บทที่ 3 ได้ และเมื่อทำพิธีในบทที่ 3 ได้ ก็จะเป็นการอัญเชิญหัวหน้าปีศาจจากระยะไกลแทรกผ่านเข้ามาในเขตแดนเทพได้อย่างง่ายดาย โดยที่ไม่ต้องสูญเสียอะไรมากำ ทั้งนี้ปีศาจที่ถูกอัญเชิญสำเร็จยังสามารถสร้างประตู และเชื่อมห้วงมิติไปยังดินแดนปีศาจเพื่อเรียกกำลังพลมาทำภารกิจสังหาร

เจ้าเมืองนั้นได้เจอตำรานี้ระหว่างนำสมาชิกออกไปสำรวจนอกเขตแดนเมื่อครั้งยังหนุ่ม และสิ่งนี้เองที่แนะนำให้เขาทำสิ่งต่างๆ รวมถึงฆ่าแม้กระทั่งบิดาและมารดาตนเองสังเวยพิธีกรรมเพื่อก้าวไปสู่การใช้บทที่ 3 แต่ครานั้นก็ทำเกือบจะสำเร็จ มาปัจจุบันนี้เขาได้ทำสำเร็จและเป็นครั้งสุดท้ายที่ได้วิญญาณได้อยู่ในร่าง ปีศาจออกมาจากมิติก็สังหารผู้อัญเชิญทันที เพื่อสังเวยในกระบวนการเปิดประตูมิติเชื่อมโยง

บัดนี้ระดับแม่ทัพเช่นมันได้ออกมาถึง 4 ตนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ว่าระดับแม่ทัพในที่นี้หมายถึงแม่ทัพของกองกำลังย่อยที่อยู่ระดับต่ำที่สุด หากเทียบกับแม่ทัพเขตอื่น เหล่ากองพลปีศาจค่อยๆ ออกมาจากมิติทีละตน ทีละตนด้วยใบหน้าที่แสยะยิ้มจนเห็นเขี้ยวอันแหลมคมดูน่ากลัว

“ต้องออกมาให้ได้มากที่สุด แล้วพวกเราจะได้สังเวยชีวิตชาวเมืองนี้เพื่อเปิดมิติขนาดใหญ่เรียกกองกำลังจำนวนมากออกมา” แม่ทัพปีศาจกาอูกล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น

“จะใจร้อนทำไมเล่ากาอู พวกเรามาเพื่อเล่นสนุกให้เต็มที่ เพราะคงไม่มีมนุษย์หน้าไหนมาหยุดเราได้หรอก อีกอย่าง แค่ข้าสะบัดมือทีเดียวผู้คนที่นี่ก็ตกตายโดยไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำ” เรบกล่าวด้วยอารมณ์ดี

“จะมีใครหน้าไหนมาขวางเราได้ ก็แค่เจ้าพวกเขตนอกที่เป็นเพียงเศษสวะเท่านั้นแหละ ที่อยู่ของเทพจริงๆ นั้นยังอีกไกล แต่กว่าพวกมันจะรู้ตัวพวกข้าก็คงสังหารมนุษย์สวะไปจนหมดแล้วเสียกระมัง ฮ่าๆ ๆ ” กาอูพูดแสดงความคิด แววตาฉายออกมาดั่งตัวหื่นกระหายที่อยากจะลิ้มลองเลือดสดๆ ในสนามรบ

มันกล่าวแล้วเดินไปดึงศีรษะของเด็กหญิงคนหนึ่งที่เสียบอยู่กับหอก แล้วทิ้งตัวลงนั่งกัดศีรษะนั้นกินดั่งกับเป็นผลไม้กินเล่น

“มานั่งกินของรสเลิศเหล่านี้ด้วยกันก่อนสิเรบ พวกเจ้าก็ด้วย ระหว่างรอกำลังพลที่ค่อยๆ ออกมา” กาอูกล่าวด้วยน้ำเสียงซิวๆ เชื้อเชิญเพื่อนอีก 3 คนมานั่งกินด้วยกัน

“กาอู เจ้าอย่ามัวมานั่งเล่นแบบนี้” ตัวที่ยืนข้างๆ เรบกล่าวด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ

“เจ้าจะทำสีหน้าเคร่งขรึมแบบนั้นไปทำไม มามะ เจ้าก็รู้อยู่แก่ใจ ว่าไม่มีใครหน้าไหนสามารถขวางพวกเราได้ ทำตัวให้มันสบายดีกว่า” กาอูพูดโน้มน้าวมามะให้นั่งลงลิ้มลองของกินรสเลิศกับตน

เหล่ากำลังพลปีศาจตอนนี้ออกมาจากประตูมิติรวมแล้วได้ 6 ตัวแล้ว และตัวที่ 7 กำลังจะออกมา แต่แล้วจู่ๆ บรรยากาศก็สั่นสะเทือน แผ่นดินกลับสั่นไหวอย่างแปลกประหลาด

“เกิดอะไรขึ้น!!” หนึ่งในปีศาจที่กำลังออกมากล่าว

จู่ๆ ก็รู้สึกถึงพลังอันหนักหน่วงกดดัน เงาร่างสองสายพุ่งเข้ามาย่างรวดเร็วปะทะกับกาอูจนเกิดเสียงดัง ปัง!! อย่างแรงถึงขนาดทำให้กาอูถลาถอยหลังไปมากกว่า 5 ก้าว

เงาร่างนั้นหยุดลงเผยให้เห็นตัวตนที่ชัดเจน แต่แล้วมือขวาของเขาก็ยื่นไปยังประตูมิติ พลันวงเวทนับ 10 ก็บังเกิดขึ้นแล้วทับซ้อนกันอย่างรวดเร็ว กาอูเห็นดังนั้นจึงรีบตะโกนด้วยน้ำเสียงอันตื่นตระหนก

“อย่าให้มันทำสำเร็จ!! ขัดขวางมันไว้!!” กาอูตะโกนพร้อมกับพุ่งไปยังคนผู้นั้นด้วยความเร็วที่เหนือจินตนาการ

แต่ทว่า

กระชากมิติ+++

เสียงอันแผ่วเบาของบุคคลนั้นพูด พลันประตูมิติก็บิดเบี้ยวและแตกกระจายไปท่ามกลางใบหน้าอันตื่นตระหนกของกาอู และเหล่าปีศาจทั้งหลาย

…………………………………………

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น