waywie

อย่าลืมคอมเมนท์เพื่อเป็นกำลังใจแก่นักเขียน:)

สิ่งของ [กรีนxเชน]

ชื่อตอน : สิ่งของ [กรีนxเชน]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 10.5k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 20 ก.ค. 2561 23:01 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
สิ่งของ [กรีนxเชน]
แบบอักษร

Part: Chain


ตอนนี้ผมมาอยู่หอมหาลัยได้ 2 อาทิตย์ วันพวกไอ้นาย ไอ้บอย เฟียต ก็ย้ายเข้ามาพร้อมผม เราแบ่งกันนอนเตียง 2 ชั้น 2 เตียง ข้าวขอเครื่องใช้เพียบ เราทำอาหารเด็กหอกินบ่อยมาก มีแต่ผมที่กินไม่ค่อยลงเท่าไหร่


ผมนอนเตียงกับเฟียตตอนแรกผมเลือกนอนด้านบน วันแรกผมละเมอหนักจนเพื่อนๆห้องอื่นๆ กับเมทผมเข้ามาปลอบอยู่นาน วันที่ 2,3 ผมยังฝันร้ายทุกวัน จนเฟียตให้ผมนอนข้างล่างแทน ทุกคนพยายามทำให้เลิกฝันร้ายโหลดแอพเสียงธรรมาชาติบ้าง เล่นเกมส์คลายเครียดแต่ผมดันเครียดกว่าเดิม พวกมันไม่เคยคาดคั้นเรื่องความฝันผม รอผมพร้อมค่อยเล่า ผมคิดว่าผมจะไม่มีวันเล่าเรื่องนี้เด็ดขาด อย่างเช่นคืนนี้


1:13 น.


ในฝันผมเห็นตัวเองนอนอยู่ในห้องผู้ป่วย อายุประมาณ 3-4 ขวบ มีแม่ผมกำลังนั่นร้องไห้อยู่ข้างเตียง หัวผมมีผ้าพันแผลพันรอบๆหัว แขนซ้ายผมเข้าเฝือก ตามแขนซ้ายและขวาทั้งสองข้างเต็มไปด้วยแผลถลอกมากมาย


"ฮึก ลูกต้องเข้มแข็งนะเชน เราต้องเจอน้องแน่นอน น้องต้องอยู่กับเรา ฮึก แม่ไม่อยากจะเชื่อ ฮืออ"


"..."ผมยังนอนนิ่งไม่รู้สึกตัว


"ดีแล้วที่ลูกอาจจะจำอะไรไม่ได้ เหลือไว้แค่เเม่ที่ทรมานคนเดียว ลูกยังเด็ก ลูกไม่น่าเจออะไรแบบนี้เลย ฮึก"แม่ผมฟุบหน้าซบลงกับข้างเตียง กุมมือขวาผมแน่


"มะ แม่ น้องเป็นใคร น้องล่ะ พ่อไปไหน ฮึก"ผมพยายามตะโกนออกไป แต่เหมือนแม่จะไม่ได้ยิน


"แม่ บอกผมสิ ฮึก ทำไมผมไม่รู้อะไรเลย"ผมยังตะโกนออกไป ผมสะดุ้งตื่นขึ้นมา


"แฮกๆ แม่ฮะ ฮึก"


"มึงไหวมั้ยวะเชน"เสียงไอ้นายถามขึ้น ผมมองไปรอบๆมีไอ้นาย ไอ้บอย เฟียต มามุงที่เตียงผม


"ฮึก กูกลัว"ผมโผกอดพวกมันทันที พวกมันก็กอดปลอบผมกันใญ่กว่าจะได้นอนก็ปาไปตีสามกว่าๆ


เช้าวันต่อมา...


"กูว่ามึงลองไปปรึกษาจิตแพทย์ดู แค่ปรึกษาถ้ามึงเป็นโรคซึมเศร้าหรือโรคอะไรจะได้กินยาจะได้รักษา และทำให้มึงหลับสบายขึ้น"เสียงไอ้บอยบอกผม


"กูคิดไว้ซักพักว่าจะไปพบจิตแพทย์เหมือนกัน"ผมตอบมัน


"อืม อีกไม่กี่อาทิตย์จะเปิดเทอมแล้ว มึงก็รีบคิดดีๆ เปิดเทอมยิ่งจะเครียดกว่านี้"เสียงไอ้นาย


"ส่วนเรื่องอะไรที่เครียดอยู่ อย่าพยายามคิดถึงมัน ผ่อนคลายนะ เชนยังมีเพื่อน มีคุณแม่ มีรุ่นพี่ที่คอยอยู่ข้างๆเสมอ"เฟียตบอกผม


"อึก ขอบคุณนะ เดี๋ยวจะพยายาม"ผมรับปากไปและกอดพวกมัน ก่อนจะลุกไปอาบน้ำแต่งตัวก่อนจะออกไปหาอะไรกิน วันนี้ผมขอทำใจก่อน ขอไปพบแพทย์พรุ่งนี้ดีกว่า


ติ้ด ติ้ดด


"สวัสดีครับเฮียกานต์"


"อือ มึงเป็นไงบ้างไม่ได้คุยนาน"


"กะ ก็โอเคเฮีย"


"เสียงมึงไม่โอเคเลยว่ะ กูเป็นห่วงนะ ว่างๆจะลงไปเยี่ยม"


"โอเคดิเฮีย ลงมาเลี้ยงข้าวผมบ้าง"


"มึงนี่นะเห็นแก่กิน คิดถึงมึงนะอยากเจอว่ะเดี๋ยวรีบเคลียร์งาน"


"ครับ งานหนักมากมั้ยเฮีย"


"ก็หนัก ดีมีเพื่อนช่วยเคลียร์"


"อ่า มาแล้วอย่าลืมเลี้ยงแซลม่อนผมนะ"


"ไม่ลืมหรอก เออไปก่อนนะเข้าประชุมก่อน"


"ครับเฮีย หวัดดีครับ"


"อืม"


เฮียกานต์วางสายผมแล้ว ผมคิดถึงมากเฮียดีกับผมทุกอย่าง ตั้งแต่เล็กจนโต มีช่วงมัธยมที่ผมไปเรียนต่างประเทศ เฮียก็ไปเรียนต่างแต่คนละประเทศ ผมเรียนเบลเยียม แกเรียนแคนาดา ผมล้มตัวลงนอนวันนี้ผมยังไม่มีเรียน ก่อนจะผลอยหลับไป และผมก็ฝันอีกครั้ง


ในฝันผมกำลังโดนไอ้กรีนข่มขืน ความรู้สึกกลัวตีตื้นขึ้นมา น้ำตาผมใหลลงมา ปากร้องห้ามให้มันไม่ทำอะไรผม มันไม่ฟังผม พยายามดันแก่นกายมันเข้ามาในตัวผมอย่างแรง มันดึงออกแล้วกระแทกเข้ามาใหม่แรงๆ ทำแบบนี้ซ้ำๆ


"อ้ากกก กูเจ็บ ปล่อยกู อึก"


"อย่า ไอ้เหี้ย ฮือ กูเจ็บ"


"กรีน ปล่อยกู อ้ะเจ็บ"


ตัวผมโดนเขย่าอย่างรุนแรง ผมหายใจถี่มาก พยายามสูดหายใจเข้าปอดอย่างรุนแรง อาการปวดหัวเริ่มตีขึ้นมา หัวใจผมเต้นรัวๆ


"ปล่อย อึก ปวดหัว กูปวดหัว"ผมเอามือกุมหัว เหงื่อผมใหลเต็มตัว รู้สึกเปียกไปหมด แรงเขย่าตัวเเรงขึ้นเลื่อยๆ


"แฮกๆ อื้อ ปวดหัวเอายามาให้หน่อย"ผมเด้งตัวขึ้นมา ตื่นจากความฝันเรียบร้อย แต่อาการปวดหัวยังคงเพิ่มขึ้น ภาพวันที่มันข่มขืนผมครั้งที่สองลอยเข้ามา ภาพที่พี่มิวหลอกบ่อผม ภาพมันดูแลผม ผมเอามือกุมหัวแน่นกว่าเดิม


"ค่อยๆหายใจเข้าลึกๆ สงบสติอารมณ์มึงก่อน มันแค่ฝันไอ้เชน แล้วกินยากินน้ำซะนะ"ไอ้นายบอกผม ก่อนผมจะทำตามมันบอก แล้วกินยากินน้ำพวกมันจัดท่านอนให้ผมหลับสบายๆก่อนผมจะผลอยหลับไป




Part: Naay


ผมเป็นเมทของไอ้เชน มีไอ้บอย มีเฟียต เป็นเมทร่วมอีกที ผมเจอไอ้เชนตอนประกาศเมท ผมอยากรู้จักมันเพราะมันดูเหมือนมีอะไรในใจแต่ไม่พูด ไม่ปรึกษาใครเลย มันย้ายเข้าหอมาไม่มีวันไหนที่มันจะไม่ฝันร้าย หรือ ละเมอเหมือนโดนใครข่มขืน บางทีละเมอถึงครอบครัวมัน ผมเข้าใจความรู้สึกดีผมก็เป็นแบบนี้ แต่ผมกินยาโรคซึมเศร้าตลอด อาการเลยไม่ค่อยมี เรื่องฝันก็ลดลงบ้าง ผมมองมันเหมือนมองสะท้อนเห็นตัวเอง ผมเคยโดนผู้ชายด้วยกันข่มขืนตอนปิดเทอมไม่นานจนผมหนีมาเรียนถึงเชียงใหม่ ผมเป็นโรคนี้ก่อนเกิดเรื่องซะอีกเพราะมีเรื่องครอบครัวให้เครียด เรื่องเพื่อน มันมีโรคไมเกรนเพิ่มมาแต่ผมไม่มี


"..."ผมเงียบมองไอ้เชนที่นอนบนที่นอน มีเฟียตกับไอ้บอยที่เช็ดตัว ดูแลอยู่


"มึงง่วงก็ไปนอนได้นะ"ไอ้บอยบอกผม


"ไม่ล่ะ กูหายง่วงแล้วมีอะไรให้ช่วยก็บอกกูนะ"


"อืม"ไอ้บอยตอบ


"อื้อ ปวดหัว"เสียงไอ้เชนครางออกมาเบาๆ เฟียตเห็นดังนั้นก็เข้าไปกอดปลอบมันเหมือนทุกที


"หลับนะเด็กดี ไม่มีอะไรแล้วครับ"เสียงปลอบอย่างอ่อนโยนจากเฟียต


"พูดยังกะปลอบหมา"เสียงจากปากหมาๆของไอ้บอย


"ปากมึงสิหมา"ผมด่าแทนเฟียต ยังไงเฟียตก็ไม่ด่าตอบไอ้บอยเลยได้ใจไง


"ใจร้ายจังครับคุณนาย"


"เชี่ย คุณนายพ่อง"


"ฮ่าๆ"เสียงไอ้บอยกับเฟียตหัวเราะผม




Part: Chain


ผมตื่นขึ้นมาตอนเช้า เมื่อคืนรู้สึกจะฝันร้ายกว่าทุกวัน ปกติผมฝันแค่เรื่องเดียว หรือเรื่องวัยเด็กไปอย่างนั้น แต่เมื่อคืนฝันถึงไอ้กรีน และทั้งเรื่องอดีตที่ผมจำไม่ได้ ผมสะบัดหัวสองสามที ก่อนลุกไปแต่งตัวเตรียมไปหาหมอ


"มึงจะไปไหน"เสียงไอ้นาย


"หาหมอว่ะ ว่าจะลองไปปรึกษาดู"


"เดี๋ยวกูพาไป"


"มึงรู้เหรอ กูยังไม่รู้เลยว่าไปโรงพยาบาลไหน"


"รู้ กูก็ไป"


"มะ มึงเป็นไรวะ"


"โรคซึมเศร้า"


"มะ มึงนี่นะ อาการไม่ออกเลยวะ"


"ก็กินยาประจำ"


"อืม ไปกันเถอะมึง"



ผมเข้าห้องตรวจแพทย์ให้ผมเล่าเรื่องที่อยู่ในใจให้ฟัง ทั้งเรื่องความฝัน เรื่องโดนข่มขืนทั้งที่ผมไม่ได้ทำอะไรผิด หมอหนุ่มตรงหน้าตกใจนิดหน่อย ก่อนจะให้ผมเล่าต่อ ผมบอกว่าผมเป็นไมเกรมร่วมด้วย หมอพยักหน้าเข้าใจ


"เหมือนในอดีตจะเกิดอุบัติเหตุอะไรซักอย่างแล้วคุณน่าจะความจำเสื่อม แล้วอาการที่คุณเป็นน่าจะความทรงจำกับมา กับไมเกรนกำเริบจากความเครียด รอดูอาการซักพักก่อน ถ้ามีอาการหดหู่ ไม่อยากอาหารหรืออยากอาหารมากกว่าปกติ ค่อยลองมาหาหมออีกที"


"เอ่อ คืออุบัติเหตุมันเกิดตั้งนานตอนผม 4,5 ขวบแล้วทำไมความจำมันมารื้อฟื้นอะไรตอนนี้ครับ"


"อาจจะมีอะไรบางอย่างมากระตุ้น คุณอาจจะเห็นหน้าของคนที่อยู่ในเหตุการณ์ตอนเกิดอุบัติเหตุตอนนั้นก็ได้"


"ครับ ของคุณครับ"


"เรียกผมว่าหมอนัดก็ได้นะ ส่วนเรื่องส่วนตัวคุณผมไม่บอกใครแน่นอน ตามจรรยาบรรณแพทย์"หมอยิ้มอบอุ่นมาให้


"อ่าพี่หมอนัด เรียกผมเชนก็ได้"


"เดี๋ยวพี่จัดยาให้นะ เป็นยาแก้เครียดผ่อนคลาย"


"ขอบคุณครับ"


ต่อไปก็ถึงคิวไอ้นายเข้าไปพบหมอ ไม่น่าเชื่อว่ามันเป็นโรคซึมเศร้า มันไม่บอก ไม่แสดงอาการอะไรเลย แต่มันค่อนข้างพูดน้อยแค่นั้น








แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}