Coffee Or Me

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

2 พี่วายุของน้องฟาง

ชื่อตอน : 2 พี่วายุของน้องฟาง

คำค้น : นิยาย,วายุ,ฟางข้าว,เพลย์บอย,หล่อ,ร้าย,แซ่บ,ยัยตัวแสบ,รักร้าย,หื่น,ปากร้าย,นักศึกษา,อีโรติก

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.2k

ความคิดเห็น : 8

ปรับปรุงล่าสุด : 19 ก.ค. 2561 04:25 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
2 พี่วายุของน้องฟาง
แบบอักษร

2

พี่วายุของน้องฟาง


ช่วงเที่ยงวันอาทิตย์…

หลังจากที่ชัยวัฒน์และภรรยาพาลูกสาวทั้งสองคนออกไปทานไอศกรีมกลับมาเป็นที่เรียบร้อยแล้วฟางข้าวก็รีบลงจากรถขอออกไปเล่นซนตามประสาของเธออีกตามเคย


“คุณพ่อคุณแม่คะ…ฟางขอออกไปเล่นกับเจ้าโอลาฟนะคะ”


ฟางข้าวเอ่ยขอคุณพ่อคุณแม่เพื่อไปเล่นกับลูกสุนัขตัวโปรดพันธุ์โกลเด้นริทรีฟเวอร์ที่คุณพ่อของเธอเพิ่งซื้อให้เธอเมื่อสัปดาห์ก่อน


“จ้ะ…แต่อย่าออกไปเล่นไกลนะลูก…แล้วห้ามเข้าไปเล่นซนในสวนอีกรู้ไหมคะ?”


ทิพวรรณย้ำกลับลูกสาวคนเล็กเพราะเธอไม่อยากให้ฟางข้าวแอบไปปีนต้นไม้เล่นอีก


“ค่ะคุณแม่…พี่ฟ้าไปเล่นกับฟางไหมคะ?”

ฟางข้าวรับปากคุณแม่ก่อนจะหันไปชวนพี่สาวไปเล่นด้วยกัน


“พี่ไปไม่ได้หรอกฟาง…พี่ต้องทำการบ้านพรุ่งนี้โรงเรียนก็จะเปิดแล้วด้วยเดี๋ยวพี่ทำไม่ทัน…”


ฟ้าสกาวบอกน้องสาวเนื่องจากเมื่อวานเธอต้องออกไปงานเลี้ยงกับคุณป้าเลยทำให้ยังเหลือการบ้านที่ค้างไม่ได้ทำอยู่อีกหลายวิชา…ตั้งแต่เริ่มเข้าเรียนชั้นมัธยมต้นเธอรู้สึกว่าการบ้านมันเยอะขึ้นมากจริงๆ


“งั้นฟางไปหาเจ้าโอลาฟก่อนนะคะ^^”


ฟางข้าวพูดจบก็รีบวิ่งออกไปที่เรือนหลังเล็กของป้าแช่มที่อยู่ใกล้ๆกับสวนทันที ชัยวัฒน์เห็นว่าเจ้าโอลาฟเพิ่งอายุได้แค่หนึ่งเดือนยังเล็กอยู่มากต้องคอยดูแลเอาใจใส่อย่างใกล้ชิดเขาเลยฝากให้ป้าแช่มช่วยดูแลแทนในช่วงที่ทุกคนไม่อยู่บ้าน



ช่วงบ่าย…

รถยนต์คันหรูสีดำแปลกตาแล่นเข้ามาในรั้วบ้านของชัยวัฒน์ก่อนจะเข้ามาจอดที่หน้าบ้านหลังใหญ่ ชัยวัฒน์ที่นั่งอยู่ที่ห้องนั่งเล่นกับภรรยาขมวดคิ้วเพ่งมองด้วยความสงสัย


“รถใคร?...วันนี้พี่ไม่ได้นัดใครไว้นี่นา”


ชัยวัฒน์พูดกับภรรยาก่อนจะลุกขึ้นเดินออกไปดูที่หน้าบ้านโดยมีทิพวรรณเดินตามเขาไปด้วย…ขณะเดียวกันนั้นคนที่อยู่ภายในรถก็เปิดประตูก้าวลงจากรถออกมาพอดี…พอชัยวัฒน์เห็นว่าคนที่มาหาเขาเป็นใครถึงกับยิ้มกว้างรีบเดินดิ่งตรงเข้าไปหาทันที


“พี่พงษ์!”


ชัยวัฒน์ตะโกนร้องออกมาด้วยความดีใจเมื่อเห็นรุ่นพี่ที่เคารพนับถือกันมาตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัยมาหาเขาถึงที่บ้าน


“ไอ้วัฒน์!...เป็นไงสบายดีไหม?...หนีมาอยู่ไกลถึงบนเขาบนดอยเลยนะแก…หาตัวยากจริงๆ”


พงษ์ศักดิ์ยิ้มกว้างเดินเข้าไปกอดคอทักทายรุ่นน้องที่เขารักราวกับเป็นน้องชายแท้ๆ


“สวัสดีครับพี่…ผมสบายดีครับ…พี่พงษ์ละครับเป็นไงบ้างไม่ได้เจอกันตั้งหลายปี…แล้วลมอะไรหอบพี่มาถึงที่นี่ได้ละครับเนี่ยะ?”


ชัยวัฒน์ถามกลับเป็นชุดส่วนทิพวรรณที่ยืนอยู่ข้างๆก็ยกมือไหว้สวัสดีพงษ์ศักดิ์เช่นกัน


“สวัสดีๆ…ฉันสบายดี…คิดถึงเลยแวะมาหา…ก็มาตามที่อยู่ที่แกให้ไว้เมื่อหลายปีก่อนนั่นแหละ…เอ้า…ธารา วายุสวัสดีคุณอาชัยวัฒน์กับคุณอาทิพวรรณเสียสิ…”


พงษ์ศักดิ์บอกลูกชายทั้งสองคนที่ออกมายืนอยู่ข้างๆเขา


“สวัสดีครับคุณอา…”


ธาราดลกับวายุยกมือไหว้สวัสดีชัยวัฒน์กับทิพวรรณอย่างนอบน้อมโดยที่ทั้งสองท่านยกมือขึ้นรับไหว้และทักทายกลับเช่นกัน


“ยิ่งโตก็ยิ่งหล่อกันทั้งคู่จนอาแทบจำไม่ได้แหนะ…ธารา…วายุ”


ชัยวัฒน์มองสำรวจเด็กหนุ่มทั้งสองคนที่เห็นมาตั้งแต่เด็กๆอย่างชื่นชมปีนี้ธาราดลอายุย่างเข้า21ปีส่วนวายุเพิ่งจะอายุครบ18ปีไปเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมานี่เอง…ความหล่อเหลาของทั้งคู่กินกันไม่ขาดสูสีกันมากไม่ว่าจะหุ่นก้านทุกท่วงท่าดูดีสง่าผ่าเผยไร้ที่ติจะต่างกันก็ตรงที่นิสัยใจคอของแต่ละคนนั่นเอง…ธาราดลจะสุขุมรอบคอบใจเย็นดุจสายน้ำเหมือนกับชื่อของเขาส่วนวายุคนน้องค่อนข้างจะใจร้อนกล้าได้กล้าเสียไม่ค่อยยอมใครจนพงษ์ศักดิ์ต้องตักเตือนอยู่บ่อยๆ


“เอ้า…ก็พ่อมันหล่อลูกก็ต้องหล่อสิวะฮ่าๆๆๆ”


พงษ์ศักดิ์ระเบิดหัวเราะออกมาอย่างอารมณ์ดีทำให้ทุกคนในที่นี้หัวเราะขำตามไปด้วย


“เชิญทุกคนเข้าไปข้างในบ้านก่อนดีกว่าค่ะ…”

ทิพวรรณเอ่ยชวนทุกคนเข้าไปในบ้าน


หลังจากนั้นการสนทนาระหว่างรุ่นพี่รุ่นน้องที่ไม่ได้พบกันมานานก็เริ่มขึ้นอย่างออกรสเสียงหัวเราะดังลั่นออกมาเป็นระยะๆ ทิพวรรณเองก็ได้ขึ้นไปตามฟ้าสกาวข้างบนบ้านให้ลงมาสวัสดีลุงพงษ์ศักดิ์และพี่ๆขาดอยู่คนเดียวก็คือเจ้าตัวเล็กในบ้านไม่รู้ออกไปเล่นซนอยู่ที่ไหน


“ไหว้คุณลุงพงษ์กับพี่ธราและพี่วายุสิลูก”

ชัยวัฒน์บอกลูกสาวคนโต


“สวัสดีค่ะคุณลุง…สวัสดีค่ะพี่ธารา…พี่วายุ”


ฟ้าสกาวยกมือไหว้สวัสดีทุกคนอย่างอ่อนน้อมตามที่คุณป้าได้ฝึกอบรมเธอมาเป็นอย่างดี ฟ้าสกาวถึงแม้ตอนนี้จะอยู่แค่ชั้นมัธยมศึกษาชั้นปีที่หนึ่งแต่ความสวยความน่ารักของเธอก็ฉายแววออกมาจนสองหนุ่มถึงกับสตั๊นไปชั่วขณะ


“สวัสดีครับ…”

ธาราดลกับวายุรับไหว้เด็กสาวตรงหน้า


“นี่คงเป็นฟ้าสกาวลูกสาวคนโตของแกสินะไอ้วัฒน์…หน้าตาสะสวยตั้งแต่เด็กมารยาทรึก็งามอีกต่างหาก…เอ่อแล้วเจ้าฟางข้าวลูกสาวคนเล็กของนายล่ะฉันยังไม่เห็นหน้าเลย?”

พงษ์ศักดิ์ถามถึงฟางข้าว


“เอ่อ…เจ้าฟางสงสัยออกไปเล่นซนอยู่ที่เรือนเล็กน่ะครับพี่…เดี๋ยวผมออกไปตามให้ครับ”

ชัยวัฒน์รีบบอก


“ไม่ต้องหรอกๆ…ปล่อยเด็กให้เล่นไปเถอะฉันยังอยู่ที่เชียงใหม่อีกหลายวัน…ยังไงก็ต้องได้เจอหน้าหลานฟางอยู่ดี หึ หึ”


พงษ์ศักดิ์เห็นฟางข้าวล่าสุดก็ตอนเธออายุแค่สองขวบเห็นจะได้บอกตามตรงเขาและภรรยารู้สึกถูกชะตาเด็กน้อยคนนี้มากฟางข้าวทั้งฉลาดร่าเริงแจ่มใสช่างพูดช่างเจรจาเล่นเอาภรรยาของเขาทั้งรักทั้งหลงเลยก็ว่าได้


ครู่ต่อมาฟ้าสกาวก็ขอตัวกับคุณแม่ของเธอกลับขึ้นไปทำการบ้านต่อปล่อยให้ผู้ใหญ่พูดคุยกันต่อไป ส่วนธาราดลเองก็ขออนุญาตออกไปดูสวนรอบๆบ้านเพราะตอนที่ขับรถเข้ามาเขาเห็นว่ามีต้นไม้แปลกตาปลูกไว้อยู่หลายชนิดเลยทีเดียว



ทางด้านของฟางข้าว…

“โอลาฟกลับมา…คุณแม่ไม่ให้เข้าไปในสวนนะ…เดี๋ยวฟางจะถูกตี…โอลาฟมานี่เร็ว…”


ฟางข้าววิ่งตามลูกสุนัขวัยหนึ่งเดือนเศษที่วิ่งเข้าไปในสวนปากก็ร้องตะโกนห้ามแต่สุนัขวัยกำลังซนมีหรือจะยอมฟังมันคิดว่าฟางข้าววิ่งเล่นกับมันด้วยเลยวิ่งต่อไม่ยอมหยุด


บ๊อกๆ ๆบ๊อกๆๆ

โอลาฟหยุดวิ่งพร้อมกับเห่าวนอยู่ใต้ต้นไม้ต้นหนึ่งจนฟางข้าววิ่งตามมาทันก็พบว่ามีลูกนกตัวน้อยหนึ่งตัวพลัดตกลงมาจากรังของมันที่อยู่บนต้นไม้ ฟางข้าวรีบเก็บมันขึ้นมาจากพื้นเตรียมจะปีนต้นไม้เพื่อเอาลูกนกขึ้นไปไว้ในรังอย่างเดิม


“โอ๋ๆ…ไม่ต้องกลัวนะเจ้านกน้อยเดี๋ยวฟางจะพากลับบ้านเองนะ…โอลาฟรอฟางอยู่ตรงนี้นะห้ามไปไหนรู้ไหม?”


ฟางข้าวหันไปสั่งโอลาฟก่อนจะเอาลูกนกใส่ลงไปในกระเป๋าเสื้อตนเองแล้วลงมือปีนขึ้นไปบนต้นไม้ทันที ร่างเล็กค่อยๆปีนขึ้นทีละน้อยๆจนถึงกิ่งไม้ที่มีรังนกอยู่


“ถึงแล้ว…”


ฟางข้าวล้วงเอาลูกนกที่อยู่ในกระเป๋าเสื้อตัวเองออกแล้วจับมันหย่อนกลับไปที่รังที่มีบรรดาพี่น้องของมันส่งเสียงร้องเรียกอยู่ในนั้นอีกสามสี่ตัว


“ปลอดภัยแล้วนะเจ้านกน้อย…^^”


ฟางข้าวบอกกับนกตัวนั้นก่อนจะค่อยๆปีนลง แต่ทว่าตอนขึ้นกับตอนลงมันต่างกัน…ตอนขึ้นไม่ได้คิดถึงเรื่องความสูงเลยซักนิดเพราะใจมัวแต่มุ่งอยากจะช่วยนกน้อยตัวนั้น


“ทำไมมันสูงอย่างนี้ล่ะ?”


ฟางข้าวเริ่มใจหวิวขึ้นมาเมื่อมองเห็นพื้นด้านล่าง…ร่างเล็กค่อยๆไต่กิ่งเล็กกิ่งน้อยปีนลงมาช้าๆอย่างระมัดระวังแต่เคราะห์ร้ายที่กิ่งไม้ที่ฟางข้าวเหยียบไว้เกิดเปราะหักขึ้นมา


เปรี๊ยะ!

โครม!

“กรี๊ดดดดด”


กิ่งไม้ที่เหยียบอยู่หักลอยละลิ่วร่วงสู่พื้นโชคดีที่มือเล็กทั้งสองข้างเกาะกิ่งไม้ด้านบนไว้ได้ทันจึงห้อยต่องแต่งอยู่อย่างนั้น


บ๊อกๆ ๆ บ๊อกๆๆ

เจ้าโอลาฟร้องเห่าเหมือนมันรู้ว่าเจ้านายของมันกำลังตกอยู่ในที่นั่งลำบาก


ธาราดลที่เดินมาแถวนั้นพอดีได้ยินเสียงกรีดร้องของเด็กน้อยเข้าจึงรีบวิ่งตามเสียงนั้นไปทันที จนกระทั้งเขาเห็นสุนัขตัวน้อยกำลังวิ่งวนไปมารอบๆบริเวณนั้นพร้อมกับเห่าไปที่ด้านบนต้นไม้…เมื่อเขาแหงนหน้าขึ้นไปก็พบเด็กหญิงตัวน้อยเกาะกิ่งไม้ห้อยตัวต่องแต่งทำท่าเหมือนกำลังจะตกลงมา


“ช่วยฟางด้วยค่ะ…ฟางจะตกแล้ว!…”


 ‘นี่คงเป็นฟางข้าวลูกสาวคนเล็กของคุณอาชัยวัฒน์แน่ๆ…’


“น้องฟางปล่อยมือเลยครับ…ไม่ต้องกลัว…พี่จะรอรับเอง!”

ธาราดลร้องตะโกนบอกฟางข้าว


“ไม่เอาค่ะ…มันสูงฟางกลัว…”


ฟางข้าวบอกตามที่เธอรู้สึกเพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เธอปีนต้นไม้ที่สูงมากขนาดนี้


“น้องฟางเชื่อใจพี่นะครับคนเก่ง…พี่สัญญาว่าจะรับน้องฟางให้ได้…ไม่ให้น้องฟางต้องตกลงมาเจ็บอย่างแน่นอน…เชื่อพี่นะครับ…”


ธาราดลให้คำมั่นสัญญากับฟางข้าวเพื่อเกลี่ยกล่อมให้เธอเชื่อใจเขาและกล้าปล่อยมือโดดลงมา


“…”


ฟางข้าวกำลังคิดชั่งใจว่าเธอจะปล่อยมือจากกิ่งไม้นั่นดีไหม?...จะเชื่อใจผู้ชายแปลกหน้าคนนี้ได้หรือเปล่าถ้าเธอยอมปล่อยมือ…


“ว่าไงครับ…เชื่อใจพี่หรือเปล่า?”


แต่ด้วยความเมื่อยล้าที่มากขึ้นทุกขณะทำให้เธอเริ่มหมดกำลังลงเรื่อยๆมือเล็กทั้งสองที่เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อเริ่มค่อยๆลื่นและคลายออกที่ละน้อยๆ


‘ฟางไม่ไหวแล้ว…’


“ก็ได้ค่ะ…ฟางจะเชื่อใจพี่…”


ฟางข้าวหลับตาปี๋ก่อนจะตัดสินใจปล่อยมือเล็กทั้งสองข้างของเธอออก


ผลั่ก!

ตุบ!

ธาราดลรับร่างเล็กของฟางข้าวไว้ได้อย่างปลอดภัยแต่แรงโถมที่กระแทกลงมาทำให้เขาเซเสียหลักล้มลงไปกับพื้นหญ้าเช่นกัน


ฟางข้าวสัมผัสได้ถึงไออุนจากอ้อมกอดแกร่งที่รองรับร่างของเธอเอาไว้นั่นก็หมายความว่าเธอได้ลงมาถึงพื้นข้างล่างเป็นที่เรียบร้อยแล้วนั่นเอง…ร่างเล็กค่อยๆลืมตาขึ้นอย่างช้าๆ…ภาพตรงหน้าที่เธอเห็นคือผู้ชายหน้าตาหล่อเหลาท่าทางใจดีกำลังส่งยิ้มมาให้เธออย่างเป็นมิตร


‘โอ้โห…หล่อเหมือนคุณพ่อฟางเลย...’


ในความคิดของฟางข้าวผู้ชายที่หล่อและใจดีที่สุดในโลกก็คือคุณพ่อของเธอดังนั้นเธอจึงเปรียบความหล่อและความใจดีของธาราดลเหมือนกับชัยวัฒน์ผู้เป็นพ่อนั่นเอง


 “เจ็บตรงไหนหรือเปล่าครับ?”


ธาราดลถามเด็กหญิงตัวน้อยที่กำลังจ้องเขาตาแป๋วตาไม่กระพริบก่อนที่เขาจะดันร่างของตัวเองลุกขึ้นนั่ง


“ฟางไม่เจ็บเลยค่ะ…ขอบคุณนะคะที่พี่ช่วยฟาง^^”


ฟางข้าวยกมือขึ้นไหว้ขอบคุณธาราดลที่ช่วยเธอพร้อมกับยิ้มให้ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น


“ครับ…ไม่เป็นไรก็ดีแล้ว…ว่าแต่น้องฟางขึ้นไปทำอะไรบนต้นไม้หรอครับ?...”


ธาราดลถาม…ต้นไม้สูงขนาดนั้นจะว่าเด็กน้อยขึ้นปีนเล่นก็คงจะไม่ใช่เพราะดูแล้วเด็กคนนี้เป็นเด็กฉลาดไม่น่าจะทำอะไรโดยไม่มีเหตุผล


“ฟางช่วยลูกนกค่ะ…มันพลัดตกลงมาจากรัง...ฟางสงสารมัน”

ฟางข้าวบอกพร้อมกับชี้ไปที่รังนกที่อยู่บนต้นไม้


ธาราดลยิ้มกว้างพยักหน้าเข้าใจพลางคิดว่าเด็กน้อยคนนี้จิตใจดีและกล้าหาญมากถึงได้ตัดสินใจทำแบบนี้…นี่ขนาดเหตุการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานแท้ๆยังไม่เห็นน้ำตาของเจ้าตัวเล็กนี่ซักหยดเลยถ้าเป็นเด็กคนอื่นคงร้องไห้ขี้โป่งไปแล้ว


“เก่งจริงนะเราตัวเล็กแค่นี้…”

ธาราดลเอื้อมมือยีศีรษะเล็กอย่างนึกเอ็นดู


“พี่ไม่ดุฟางที่ฟางดื้อแอบปีนต้นไม้หรอคะ?”


“ไม่ดุดีกว่าก็ปีนไปแล้วนี่เนอะ…หึหึ…แต่ต่อไปน้องฟางอย่าทำแบบนี้อีกนะครับมันอันตรายถ้าวันนี้พี่ไม่บังเอิญเดินผ่านมาแถวนี้น้องฟางอาจจะตกลงมาแขนขาหักก็ได้…”


“ค่า…ฟางจะไม่ทำอีกแล้ว…ฟางกลัวคุณแม่ตี…พี่อย่าบอกคุณพ่อคุณแม่ฟางนะคะ…นะคะๆๆ…”


ฟางข้าวจับแขนของธาราดลเขย่าเบาๆเพื่อขอร้องให้เขาปิดเรื่องในวันนี้ไว้เป็นความลับ


“โอเคๆก็ได้ครับ…พี่จะไม่บอก”

ธาราดลรับปาก


“งั้นเรามาทำสัญญากันก่อนค่ะ…”


“หืม?...สัญญา?”


ฟางข้าวชูนิ้วก้อยน้อยๆยื่นออกไปตรงหน้าธาราดลเพื่อเกี่ยวก้อยสัญญากัน ธาราดลยิ้มรับพร้อมกับยื่นนิ้วก้อยของตนเองไปเกี่ยวนิ้วเล็กไว้เพื่อให้เด็กน้อยตรงหน้าสบายใจ


“สัญญากันแล้วเนอะ^^…พี่ใจดีที่สุดเลยค่ะ…”


“ฮ่าๆๆโอเค…อืม…พี่ออกมานานแล้วพี่ต้องกลับเข้าไปในบ้านแล้วล่ะ…น้องฟางจะไปพร้อมพี่เลยไหมครับ?”

ธราดลถามฟางข้าว


“เดี๋ยวฟางตามไปทีหลังนะคะ…ฟางต้องพาเจ้าโอลาฟไปฝากป้าแช่มไว้ที่เรือนเล็กก่อนเพราะพรุ่งนี้ฟางต้องไปโรงเรียน”


ฟางข้าวหันไปมองเจ้าโอลาฟที่กระดิกหางยืนอยู่ข้างๆเธอ


“ก็ได้ครับ…งั้นพี่ไปก่อนนะ…รีบตามพี่มาล่ะ”


“ค่าาา^^”

ธาราดลจับฟางข้าวลุกขึ้นก่อนที่เขาจะลุกขึ้นตามแล้วเดินกลับไปที่เรือนใหญ่


ฟางข้าวเองก็รีบอุ้มเจ้าโอลาฟเดินกลับไปที่เรื่อนเล็กเพื่อไปหาป้าแช่มระหว่างทางเธอก็นึกขึ้นมาได้ว่าลืมถามชื่อของพี่ผู้ชายคนที่ช่วยเธอไว้เมื่อครู่นี้


“ว๊า...ลืมถามชื่อพี่คนเมื่อกี๊เลย…”



ฟางข้าวเดินวนไปวนมาอยู่ในเรือนเล็กครู่นึงแล้วเมื่อเข้ามาไม่เห็นใครอยู่ในบ้านซักคน


“ป้าแช่มไปไหนน๊า?...”

สิ้นคำพูดของฟางข้าวก็มีเสียงหนึ่งดังแทรกขึ้นมาจากทางด้านหลัง


“อ้าว!...หนูฟางหายไปไหนมาคะเนี่ยะ?...คุณพ่อคุณแม่เรียกหาอยู่…มีแขกมาที่บ้านรีบไปเดี๋ยวนี้เลยค่ะ”


ป้าแช่มเอ่ยขึ้นมาทันทีเมื่อเข้าบ้านมาเห็นหนูฟางข้าวอุ้มเจ้าโอลาฟเดินอยู่ในบ้าน


“ค่า…ฟางกำลังจะไป…เอ่อ…ป้าแช่มรู้จักพี่ผู้ชายที่มาที่บ้านเราไหมคะ?”

ฟางข้าวถามทันทีเพราะรู้ว่าป้าแช่มเพิ่งกลับจากเรือนใหญ่มา


“อ๋อ…คุณวายุน่ะหรอคะ?...”


ป้าแช่มตอบไปตามที่เธอเห็นเพราะตอนที่เธอเข้าไปที่บ้านใหญ่เมื่อครู่นี้เธอก็เห็นเพียงเด็กหนุ่มที่ชื่อวายุคนเดียวเท่านั้นก่อนที่ชัยวัฒน์จะใช้ให้เธอรีบออกมาตามหาฟางข้าว


“พี่วายุ?...^^พี่ผู้ชายใจดีคนนั้นชื่อพี่วายุงั้นหรอ?”


ฟางข้าวยิ้มกว้างเมื่อทราบชื่อของผู้ชายที่เป็นฮีโร่ช่วยชีวิตเธอในวันนี้


“ป้าแช่มจ๋า...ฟางฝากเจ้าโอลาฟด้วยนะคะ…ขอบคุณค่ะ”

ฟางข้าวส่งเจ้าโอลาฟให้ป้าแช่มแล้ววิ่งออกไปยังเรือนใหญ่ทันที


“เอ…แล้วหนูฟางข้าวเธอรู้ได้ยังไงว่าคุณวายุมายังไม่เห็นหน้ากันเลยนี่นา?”


ป้าแช่มทำหน้างงๆ



ฟางข้าวรีบวิ่งกลับไปที่บ้านเพื่อไปหาธาราดลตามที่บอกไว้…แต่ทว่าฟางข้าวมาช้าไปเมื่อรถยนต์คันหรูสีดำได้แล่นผ่านหน้าเธอไปเพียงไม่กี่ก้าวก่อนที่เธอจะมาถึง


“พี่วายุ…พี่วายุ…ขอบคุณนะคะ…แล้วมาหาฟางอีกน๊า…ฟางจะรอค่ะ”


ฟางข้าววิ่งตามรถหรูไปได้ระยะหนึ่งก่อนจะหยุดวิ่งพร้อมกับตะโกนร้องเรียกชื่อพี่วายุแล้วโบกไม้โบกมือให้คนที่อยู่ในรถท่ามกลางความมึนงงของชัยวัฒน์และทิพวรรณที่ยืนมองดูลูกสาวคนเล็กอยู่ไกลๆ


...............................................................................................................................................................


วันนี้ไรท์งานยุ่งทั้งวันปลีกตัวมาปั่นต่อไม่ได้เลย เลยต้องเลื่อนมาอัพตอนกลางคืนแทนขออภัยด้วยนะคะอุส่าตั้งใจจะอัพทุกวันซะหน่อยงืออออ ตอนหน้าหนูฟางจะโตเป็นสาวแล้วนะคะ อิ อิ สปอยยย ความแสบเริ่มมาล่ะ พี่วายุตัวจริงก็เริ่มจะออกฤทธิ์เช่นกันหุหุ

ความคิดเห็น