akikoneko17

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ภาค 3 : บทที่ 43

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 16.3k

ความคิดเห็น : 78

ปรับปรุงล่าสุด : 15 ก.ค. 2561 20:07 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ภาค 3 : บทที่ 43
แบบอักษร

43

                ช่วงเวลาแห่งการทานมื้อเย็นร่วมกับครอบครัวของโทระสร้างความลำบากใจให้กับน้ำอยู่ไม่น้อย เพราะตอนนี้เขาเป็นคนนอก ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องอะไรกับครอบครัวของรุ่นพี่เลยสักนิด

                “เสียดายจังเลยนะครับ ที่เจ้าภูมาร่วมโต๊ะไม่ได้”

                ภูมินทร์ต้องกลับไปโรงพยาบาลด่วน  วิรุจน์จึงกล่าวขึ้นมาด้วยความเสียดาย

                “ว่าแต่ว่า…โทระยังไม่ได้แนะนำเด็กคนนั้นให้อารู้จักอย่างเป็นทางการเลยนะ”

                น้ำตกใจที่อยู่ๆก็พุ่งประเด็นมาที่เขา  เด็กหนุ่มหันไปมองโทระ ดูเหมือนว่าทุกคนเองก็อยากจะรู้ว่าเขาเป็นใคร เกี่ยวข้องกับโทระมากขนาดไหน

                “ให้เจ้าตัวเขาแนะนำตัวเองดีกว่าครับ”

                อยู่ๆก็โยนมาให้น้ำเสียอย่างนั้น น้ำได้แต่ยิ้มเจื่อนๆ เขารู้สึกประหม่ามากจริงๆ ครอบครัวของโทระนั้นใหญ่มาก สมาชิกก็เยอะ  แถมมีแต่คนหน้าตาดีๆทั้งนั้นเลย

                “พี่ชายชื่ออะไรค๊า”

                ลิซ่าเอ่ยทำลายความเงียบ เพราะน้ำมัวแต่อ้ำอึ้งอยู่ โชคดีจริงๆ ที่ลิซ่าเอ่ยถามเขา อย่างน้อยเขาก็รู้ว่าควรจะพูดเรื่องอะไรออกไปบ้าง

                “เอ่อ…ผมชื่อน้ำครับ  เรียนอยู่ ม.4 เป็นรุ่นน้องครับ”

                บอกออกไปอย่างติดขัด  พอลหรี่ตามองน้ำอย่างสังเกต ดูท่าแล้วเด็กคนนี้จะเป็นมนุษย์ ไม่ได้เป็นอมนุษย์เหมือนพวกเขา เจ้าตัวจะรู้บ้างไหมว่าได้หลงเข้ามาในครอบครัวเสือโคร่งเข้าเสียแล้ว

                “คงจะสนิทกับโทระมากใช่ไหม เพราะว่าโทระไปนอนค้างด้วยอยู่บ่อยๆ”

                ศาลทูรเอ่ยขึ้น เนื่องจากช่วงนี้เวลาวันหยุด บางครั้งก็วันธรรมดา หลานชายก็จะหายไปไม่กลับบ้าน พอถามไทกะ ก็บอกว่าไปนอนค้างของบ้านเด็กน้ำ

                “เอ่อ…คือ”            

                คนตัวเล็กอึกอักทันที ทุกคนที่นี่มีแต่รู้สึกเอ็นดูน้ำ เพราะเจ้าตัวดูเรียบร้อยไม่โหวกเหวกโวยวายเหมือนกับโทระ

                พอลมองหน้าน้ำและมองหน้าโทระ  เขากระตุกยิ้มเพียงนิด

                “นายยิ้มอะไร!”

                โทระสวนถามทันที เดิมทีเขาก็ไม่ชอบพอลอยู่แล้ว เพราะมาแย่งอารุจน์ของเขา  พอลสบตากับโทระ

                “แค่คิดไม่ถึงว่านายจะมีเพื่อนสนิทต่างวัย”

                เขาอาบน้ำร้อนมาก่อน ทำไมจะดูไม่ออกว่าความสัมพันธ์ระหว่างโทระกับน้ำเป็นอย่างไร

                “นี่นาย! คิดจะกวนประสาทกันหรือไง”

                เด็กมัธยมปลายเริ่มโวยวายอย่างไม่พอใจ 

                “โทระ!”พยัคฆ์ดุลูกชายที่แสดงพฤติกรรมที่ดูก้าวร้าว

                “รุ่นพี่ครับ”

                น้ำเองก็เป็นห่วงโทระ เพราะไม่อยากให้อีกฝ่ายโดนดุ โทระหันไปมองน้ำที่นั่งอยู่ข้างๆ เขาหายใจแรง

                “แล้วไทกะยังไม่กลับมาอีกเหรอครับ”

                ในระหว่างที่แม่บ้านกำลังตักข้าวใส่จานให้กับทุกคน  วิรุจน์จึงเอ่ยปากถาม เขามองซ้ายมองขวาแล้วก็ไม่เห็นแม้แต่เงาของหลานชาย

                “ลิซ่าคิดถึงพี่ไทกะค่ะ”

                “แม็กซ์ก็คิดถึง”

                เด็กตัวน้อยทั้งสองเงยหน้าบอกทุกคน  เรียกรอยยิ้มจากคนร่วมโต๊ะได้อย่างดีกับความน่ารักของเด็กน้อย

                “เอเดนก็คิดถึงค้าบ”

                ทั้งๆที่เจ้าตัวไม่เคยเจอไทกะต่อหน้า แต่ก็บอกผ่านความคิดถึงได้อย่างน่ารัก  ใบหน้าที่เหมือนพอลราวกับโคลนนิ่งกันมา สร้างความหงุดหงิดให้กับโทระไม่น้อย

                “คิดถึงแต่พี่ไทกะ แล้วไม่คิดถึงพี่กานต์บ้างเหรอครับ”

                กานต์เอ่ยขึ้น  โทระอยากจะบอกน้องชายว่าทำได้ดีมาก เพราะบอกคิดถึงแต่คนไม่อยู่ ไม่บอกคิดถึงคนอยู่บ้างหรือไง

                “คิดถึงค่า”

                คราวนี้นาเดียเป็นคนเอ่ยตอบ แล้วทำปากจูจุ๊บ  ทุกคนบนโต๊ะอาหารหัวเราะชอบใจ  ในขณะที่พอลยิ้มจางๆ         

                “คุณเสือครับ ได้โทรหาไทกะหรือยังครับ”

                กรณัฐหันไปคุยกับสามี แต่ดูเหมือนว่าคำตอบที่ได้รับจะสร้างความเครียดให้กับภรรยาอยู่ไม่น้อย

                “ไทกะไม่รับสาย ฉันโทรไปหาคนขับรถแล้วแต่ก็ไม่มีคนรับ”

                “ไทกะจะมาถึงตอนไหนเหรอเจ้าใหญ่”

                ศาลทูรหันไปถามลูกชายคนโต  เขาหันไปตอบบิดา

                “ไม่ต้องรอหรอกครับ ผมว่าทานกันเลยดีกว่า”

                “เอาอย่างนั้นเหรอจ๊ะ”ดาวิกาถาม

                “ครับ”พยัคฆ์พยักหน้ายืนยัน

                “ผมเป็นห่วงลูกครับคุณเสือ”

                ภรรยาคนสวยบอกด้วยใบหน้ากังวล  พยัคฆ์จับมือภรรยาเป็นเชิงให้กำลังใจ

                “กินข้าวเถอะกวาง  ไทกะไม่เป็นอะไรหรอก  อย่าลืมสิ ว่าไทกะเป็นลูกของฉันนะ  เขาน่ะเก่งเหมือนฉันไง”

                “แต่ยังไงผมก็เป็นห่วงอยู่ดี”

                “อย่าคิดมากเลยกวาง”

                “มีอะไรกันหรือเปล่าครับ”

                วิรุจน์ที่สังเกตเห็นว่าภรรยาพี่ชายมีสีหน้าเคร่งเครียด จึงเอ่ยถาม

                “ผมเป็นห่วงไทกะน่ะครับ”

                “อย่าคิดมากเลย  ไทกะมีความรับผิดชอบ เดี๋ยวก็คงกลับมา”ศาลทูรบอก

                “ตอนนี้อาจจะกำลังเที่ยวสนุกอยู่กับวายุก็ได้”ดาวิกาเอ่ยเสริม

                “ใครเหรอครับ วายุ”

                วิรุจน์ถามทันทีด้วยความสงสัย  จนพอลที่นั่งอยู่ใกล้ๆต้องกระแอมไอเบาๆ หันไปคุยกับภรรยาที่พูดมาก

                “นายจะพูดจนน้ำลายแห้งเลยหรือไง”

                “เงียบไปเลยคุณชาย  หันไปดูลูกบ้าง  เลอะไปหมดแล้วเห็นไหม”

                เขาสวนกลับทันที  พอลจึงหันไปมองเอเดนที่กินข้าวไปจนถึงผม  เขาหันไปจัดการกับลูกชายตัวแสบ

                “อึก  โอ้ย!”

                อยู่ๆเสียงของโทระก็ดังขึ้น  น้ำที่กำลังจะก้มหน้าทานอาหารต้องหันไปดูร่างสูงที่นั่งอยู่ใกล้ๆ

                “รุ่นพี่เป็นอะไรไปครับ”

                “เจ็บ….ที่อก”

                ความรู้สึกเจ็บปวดเกิดขึ้นอย่างกะทันหันที่บริเวณอกของเขา รู้สึกเหมือนจะขาดใจตายเสียอย่างนั้น

                “โทระเป็นยังไงบ้างลูก”

                “เจ็บครับ มันเหมือนโดนอะไรสักอย่างพุ่งเข้ามา”

                “คงไม่ได้กินเยอะจนจุกใช่ไหม”

                พยัคฆ์เอ่ยขึ้น เพราะคิดว่าอาจจะเป็นเพราะว่าเจ้าลูกชายกินเยอะเกินไป 

โทระหันไปมองบิดาทันที

                “เปล่าสักหน่อยครับ ผมยังกินไม่หมดจานเลย”

                พอลสังเกตท่าทีของโทระอยู่พักหนึ่ง เขาเริ่มรู้สึกแปลกๆ

                “นี่ติดต่อไทกะไม่ได้จริงๆเหรอครับ”

                ท่าทางกังวลของพอลทำให้ทุกคนต้องแปลกใจ  ทำไมพอลดูเป็นห่วงไทกะมากขนาดนี้ ก็พอจะเข้าใจอยู่หรอกว่าพอลสนิทกับไทกะมากกว่าโทระ

                “เดี๋ยวก็คงกลับมาเองล่ะ”

                พยัคฆ์บอก แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้พอลคลายสีหน้ากังวล

                “มีอะไรหรือเปล่า”

                วิรุจน์หันมาคุยกับสามี  พอลตอบเสียงเรียบ

                “ไม่มีอะไร นายไปห่วงหลานนายเถอะ”

                “รุ่นพี่เป็นยังไงบ้างครับ”

                ใบหน้าที่บิดเบี้ยวของโทระค่อยเปลี่ยนกลับมาเป็นปกติ จนทุกคนที่ร่วมโต๊ะอาหารแปลกใจกับท่าทางนั้น

                “ไม่เจ็บแล้วเหรอโทระ”

                กรณัฐที่เดินเข้ามาหาลูกชาย แปลกใจกับท่าทางที่สงบนิ่งของเด็กหนุ่ม  โทระส่ายหน้าไปมาช้าๆ

                “ไม่เจ็บแล้วครับ แต่ว่ารู้สึกหน่วงๆแปลกๆ”

                “ไม่ค่อยได้พักผ่อนหรือเปล่าโทระ”ศาลทูรถาม

                “พี่โทระไม่สบายเหรอค๊า”

                ลิซ่าก็ถามด้วยความเป็นห่วง  โทระเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาเป็นอะไร เพียงแต่ตอนนี้เขารู้สึกใจคอไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่นัก แต่เจ้าตัวก็คิดว่าตัวเองอาจจะคิดไปเองก็เป็นได้

                “ไม่ต้องครับ ผมไม่เป็นอะไรแล้ว”

                “ดีจาง”

                นาเดียหันไปยิ้มหวานให้กับพี่ชายตัวสูง โทระจึงยิ้มตอบ  น้ำเองก็โล่งใจขึ้นมาบ้างที่เห็นชายหนุ่มกลับมามีท่าทีที่ปกติ ไม่ได้แสดงท่าทางเจ็บปวดแล้ว  มีเพียงแต่พอลที่แสดงสีหน้าเรียบเฉยและยังหลงเหลือความสงสัยบางอย่างไว้ในใจ

                “แด๊ดดี๊…หม่ำน้าค้าบ”

                เสียงเรียกของเอเดนทำให้พอลต้องก้มไปมองลูกชาย เจ้าตัวกำลังตักข้าวจะป้อนบิดา  พอลก้มลงไปอ้าปากรับ  โทระเหลือบมองแล้วรู้สึกหมั่นไส้ไม่น้อย ไม่คิดว่าผู้ชายเย็นชาคนนี้จะกลายเป็นคุณพ่อที่ยอมลูกๆไปเสียได้  ถึงจะยอมด้วยใบหน้านิ่งๆก็ตามที

                มื้อเย็นผ่านไปด้วยดี แม้คุณพ่อตัวสูงจะดูวุ่นวายกับการดูแลลูกๆมากไปหน่อย แถมโทระก็ไม่ได้แสดงท่าทีเจ็บปวดขึ้นมาอีก นั่นทำให้ทุกคนเริ่มคลายกังวล แล้วคิดไปว่าเป็นเพราะเจ้าตัวทานมากไปเหมือนที่พยัคฆ์ได้สันนิษฐานเอาไว้

                “เอ่อ…นี่ก็ดึกมากแล้ว  ผมต้องกลับแล้วล่ะครับรุ่นพี่”

                น้ำบอกกับโทระ  เขาเองก็ไม่อยากจะกลับห้องดึกขนาดนี้ แต่ว่าจะให้ทำยังไงได้ ในเมื่อโทระชวนเขามาทานข้าวที่บ้าน เขาเองก็อยากมาบ้านโทระเหมือนกัน ถ้าเป็นไปได้ก็อยากจะเข้าไปเห็นห้องนอนของโทระด้วย

                “น้องจะกลับแล้วเหรอลูก”

                กรณัฐเดินมาคุยกับลูกชาย  แทนที่เจ้าตัวจะพยักหน้า แต่กลับพูดในสิ่งที่ตัวเองคิดจะทำเสียอย่างนั้น

                “ไม่กลับครับ”

                “เอ๋?”คนเป็นแม่งงหนัก

                “น้ำจะนอนที่นี่ครับ”

                “อะไรนะครับ”

                เด็กตัวเล็กตกใจไม่น้อย เพราะเขาไม่เคยจะจำได้ว่าจะนอนที่นี่ แค่มาทานมื้อเย็นก็เกรงใจมากอยู่แล้ว จะให้มานอนอีก มันจะเป็นการรบกวนบ้านของรุ่นพี่มากจนเกินไป

                “ผมเปล่านะครับ”

                น้ำบอกตามความจริง  โทระล็อกคอของเด็กตัวน้อย แล้วหันไปตอบมารดาด้วยใบหน้าแห่งผู้ชนะ

                “ผมบอกเองล่ะครับ  มันมืดแล้ว  จะกลับทำไม  นอนที่นี่ล่ะ เสื้อผ้าก็มีให้ใส่ ตัวนายนิดเดียว ใส่เสื้อฉันก็ได้”

                พูดเองเออเองตัดสินใจเองจนไม่ต้องการให้น้ำปฏิเสธ  คนตัวเล็กได้แต่อ้าปากพะงาบๆ อยากจะเถียง แต่กรณัฐกลับมองอย่างเอ็นดู

                “ไป! ขึ้นห้อง”

                บอกเพียงเท่านั้นก็ลากน้ำขึ้นไปบนห้องทันที  เด็กตัวเล็กได้แต่เดินตามอย่างงงๆ เป็นจังหวะเดียวกันที่วิรุจน์เดินเข้ามาคุยด้วย

                “ดูสนิทกันดีนะครับ”

                “ครับ  ดูเหมือนว่าโทระจะชอบน้ำมากเลย”

                เพราะกรณัฐแทบไม่เห็นโทระพาเพื่อนมานอนที่บ้าน  โดยเฉพาะเพื่อนที่อายุน้อยกว่า เรียกได้ว่าไม่มีเลยก็ว่าได้

                “ดีแล้วล่ะครับ ผมอยากให้โทระมีเพื่อนเยอะๆ”

                “นายเองก็ควรจะขึ้นห้องได้แล้ว”

                เสียงทุ้มที่คุ้นเคยดังขึ้น พอลเดินมาพร้อมกับอุ้มลูกแฝดทั้งสองเอาไว้  แถมที่ยืนข้างๆยังมีแม็กซ์ที่ทำหน้าง่วงสุดๆ  แม็กซ์เดินเข้าไปกอดเอววิรุจน์

                “มะมี๊  แม็กซ์ง่วงค้าบ”

                “โอ๊ะ!  งั้นเดี๋ยวมะมี๊พาขึ้นไปนอนเนาะ”

                วิรุจน์ย่อกายต่ำลง  แมกซ์ปีนขึ้นหลังมารดา เขากอดคอวิรุจน์เอาไว้  ชายหนุ่มประคองขาทั้งสองของลูกชาย ก่อนจะยืนขึ้น  แม็กซ์ซบหน้าลงกับไหล่ของวิรุจน์  เขาหันไปคุยกับพอล

                “แล้วลิซ่าล่ะ”

                “ไปนอนกับคุณตาคุณยาย”

                ลูกสาวคนโตของเขาค่อนข้างที่สนิทสนมกับคุณตาคุณยาย ดังนั้นคืนนี้ ลิซ่าจึงขอไปนอนกับทั้งคู่  แน่นอนว่าพอลอนุญาต ดังนั้นจึงเหลือเพียงลูกสามคนของเขาเท่านั้น

                “พักผ่อนเถอะครับคุณรุจน์”

                เพราะคิดว่าทั้งคู่คงเหนื่อยกับการเดินทาง  กรณัฐเองก็อยากให้วิรุจน์ได้พักผ่อนเช่นกัน

                “ครับ  งั้นพวกผมขอตัวก่อนนะครับ”

                สองสามีภรรยาเดินขึ้นบันได  กรณัฐมองตาม แล้วระบายยิ้ม  เมื่อก่อนในสายตาของเขาพอลเป็นผู้ชายที่ดูน่ากลัวมาก แต่พอแต่งงานเปลี่ยนบทบาทเป็นคุณพ่อแล้วก็ดูน่ารักไม่น้อยเลย

                “ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เรื่องอะไรหรือกวาง”

                ร่างสูงใหญ่เข้ามากอดเขาจากด้านหลัง  ใบหน้าหล่อวางเกยไหล่เล็ก  เขาสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อคนรักก้มลงมาหอมแก้มภรรยาฟอดใหญ่

                “คุณเสือ อย่าสิครับ  เดี๋ยวก็มีคนเห็นหรอก”

                “เขินเหรอ หืม…”

                “คุณเสือ…”

                เขาหันไปดุสามี แต่มันไม่ได้น่ากลัวเลยสักนิด  พยัคฆ์กลับมองว่ามันน่ารักมากกว่า

                “เห็นเจ้าพวกนั้นมีลูกเล็กๆ แล้วอยากจะอุ้มเด็กตัวน้อยๆบ้างจังน้า”

                ว่าพลางลูบมือที่ท้องราบเรียบ  ภรรยาคนสวยตีมือสามีอย่างหมั่นไส้ เขาหันไปแยกเขี้ยวใส่

                “ทั้งไทกะ โทระ กานต์ ก็โตกันหมดแล้ว  คุณเสือยังจะมาแกล้งผมอีก”

                “ก็พูดเรื่องจริงนี่นา”

                “พอเลยครับ…อ่า จริงสิครับ ทำไมตอนนี้ไทกะยังมาไม่ถึงอีกล่ะครับ”

                ความห่วงใยในฐานะมารดามีมากล้น ภรรยาตัวเล็กหมุนกายหันไปคุย พยัคฆ์เองก็เริ่มจะเป็นห่วงลูกชาย เขาติดต่อคนขับรถไม่ได้เลย 

                “คุณเสือติดต่อคนขับรถได้หรือยังครับ”

                “ยังเลย”

                “ทำไมไม่บอกผมล่ะครับ เราแจ้งตำรวจดีไหมครับ”

                กรณัฐปรึกษาสามี  พยัคฆ์ตอบตามความจริง

                “ต้องครบ 24ชั่วโมงก่อนนะ”

                “แจ้งไว้ก่อนได้ไหมละครับ ผมร้อนใจมากเลย”

                “ใจเย็นๆก่อนกวาง”

                เพราะเห็นภรรยาจะร้องไห้อยู่แล้ว พยัคฆ์จึงเป็นห่วง เขาโอบกอดคนตัวเล็กเอาไว้ ลูบหลังอย่างปลอบโยน

                “ไทกะไม่เป็นอะไรหรอก  อย่าคิดมากเลยนะ”

                “คุณเสือ…แต่ไม่มีอะไรยืนยันนี่ครับ ผมเป็นห่วงลูก”

                เขาค่อยๆดันตัวออกอย่างช้าๆ ใบหน้ายังคงเต็มไปด้วยความกังวล

                “ผมกลัวว่าอาจจะเกิดอุบัติเหตุ ให้คนช่วยเช็คทางโรงพยาบาลได้ไหมครับ  ผมกลัวจริงๆ”

                พอเห็นภรรยาน้ำตาคลอ  เขาก็ลูบผมนิ่มเป็นเชิงปลอบโยน

                “โอเค   ฉันจะทำตามที่บอก  แต่กวางต้องใจเย็นก่อน  อย่าเพิ่งคิดมากนะ  บางทีไทกะไม่ได้เป็นอะไร  แต่ถ้าไทกะรู้ว่ากวางเครียดขนาดนี้  ลูกจะไม่สบายใจ”

                พยัคฆ์เดินประคองภรรยาให้ไปนั่งพักที่โซฟาก่อน คนตัวเล็กพยักหน้าเบาๆ เขาเองก็พอรู้ว่าตัวเองกำลังเครียดจนทำให้พยัคฆ์ต้องเป็นห่วงมากขนาดนี้

                เขามองสามีที่กำลังโทรไปให้ลูกน้องช่วยเช็คเรื่องที่ภรรยาบอกไว้  ไม่นานชายหนุ่มก็เดินกลับมา

                “เรียบร้อยแล้ว รอหน่อยนะกวาง”

                “ครับ”

                ตั้งใจไว้อยู่แล้วว่า ถ้ายังไม่ได้ข่าวของลูกชาย กรณัฐก็ยังไม่คิดจะนอน  นั่งเพียงครู่หนึ่งเขาก็ได้ยินเสียงโทรศัพท์บ้าน

                “คุณเสือครับ”

                กรณัฐใจคอไม่ดี เพราะคิดว่าอาจจะเป็นโรงพยาบาลโทรมาก็เป็นได้ พยัคฆ์ตัดสินใจลุกไปรับสายเอง  แต่ทว่าสายที่รับนั้นกลับเป็นแดงคนขับรถ

                “นายเองเหรอ”

                [ครับ คุณเสือเหรอครับ]

                “มัวเถลไถลอยู่ที่ไหน ทำไมยังไม่พาลูกฉันกลับบ้าน”

                [ตอนนี้ผมไม่ได้อยู่กับคุณไทกะครับ]

                “หมายความว่ายังไง?”

                พยัคฆ์หน้าเครียดทันที และนั่นทำให้กรณัฐกังวลมากยิ่งขึ้น ใจเขาเริ่มหวาดหวั่นมากขึ้นทุกที เพราะสีหน้าของพยัคฆ์แย่ลงเรื่อยๆ

                “อะไรนะ!!!”

                เสียงดังของพยัคฆ์ ทำให้กรณัฐตกใจ รวมทั้งศาลทูรที่เดินเข้ามาก็ตกใจเช่นกัน

                “เอะอะโวยวายอะไรเจ้าใหญ่”

                ผู้เป็นพ่อหันไปกล่าวกับลูกชาย  พยัคฆ์วางสายไปแล้ว เขาหันไปคุยกับภรรยาและผู้เป็นพ่อ    

                “คนขับรถโทรมาครับ”

                “อ้าว แล้วว่าไงบ้างล่ะ”

                “เขาโดนลอบทำร้าย แล้วก็…ไทกะกับวายุหายไปครับ”

                เพียงเท่านั้น  ก็สร้างความตกใจให้กับภรรยาและผู้เป็นพ่อทันที

                “แล้วตอนนี้พวกเขาเจอไทกะกับวายุหรือยังครับ”กรณัฐถาม

                พยัคฆ์ส่ายหน้าไปมาช้าๆแทนการคำตอบ  กรณัฐหายใจติดขัดทันที  สีหน้าซีดเผือดราวกับคนไม่มีเลือด

                “จะทำยังไงดีครับ  ผมเป็นห่วงไทกะ”

                “ใจเย็นๆก่อนนะกวาง”

                เขาเข้าไปประคองร่างเล็กที่เหมือนคนจะหมดแรง กรณัฐน้ำตาไหลเพราะห่วงลูกชายมาก  พยัคฆ์ใช้นิ้วเกลี่ยน้ำตาให้ภรรยา เขาหันไปคุยกับศาลทูร

                “ผมให้คนเช็คทางโรงพยาบาลแล้ว  อีกสักพักคงติดต่อกลับมาครับ”

                ศาลทูรเองก็ร้อนใจไม่ใช่น้อย เขาหย่อนกายนั่งลง  ด้วยความที่เป็นผู้ใหญ่ ทำให้เจ้าตัวไม่ได้แสดงอาการวิตกกังวลมากนัก อย่างน้อยเขาก็เชื่อมั่นในตัวหลานชายว่าสามารถดูแลตัวเองได้ระดับหนึ่ง

                ไม่นานนัก  คนของพยัคฆ์ก็ติดต่อกลับมา แล้วสิ่งที่เขารับรู้ก็คือไม่มีคนไข้ประสบอุบัติเหตุที่ชื่อไทกะเข้ารักษาที่ไหนเลย

                “อย่างน้อยตอนนี้ก็น่าจะพอสบายใจได้แล้วว่าไทกะไม่ได้ประสบอุบัติเหตุ”

                “แล้วทำไม…ไทกะถึงไม่ยอมติดต่อกลับมาสักทีล่ะครับ”

                ความจริงข้อนี้ไม่มีใครตอบได้  พยัคฆ์ถอนหายใจ แต่เพียงครู่กรณัฐก็ก้มหยิบโทรศัพท์มือถือของตัวเอง

                “มีอะไรเหรอกวาง”

                “ไทกะ….ไทกะส่งข้อความมาครับ”

                คนตัวเล็กระบายยิ้มออกมาทันที  เจ้าตัวอ่านข้อความให้ทุกคนฟัง

                “ไทกะบอกว่ากำลังไปเที่ยวกับวายุครับ  อาจจะไม่กลับบ้านหลายวัน  ไม่ต้องเป็นห่วง”

                “อย่างนั้นเหรอ…แล้วทำไมถึงไม่โทรมานะ เจ้าลูกคนนี้”

                พยัคฆ์ยังคงสงสัย  น้ำเป็นห่วงลูกชายมาก จึงกดโทรหา  ปรากฏว่าโทรติดแต่ไม่มีคนรับ

                “ไม่มีคนรับครับ”

                คราวนี้กรณัฐจึงกลับมาเครียดอีกครั้ง  พยัคฆ์ไม่อยากให้ภรรยาต้องเครียดอีก  เขาจึงพูดขึ้น

                “อย่างน้อยตอนนี้ไทกะก็ติดต่อมา  นายก็ทำใจให้สบายเถอะนะ  เดี๋ยวฉันให้คนของฉันช่วยสืบอีกที  ไม่ต้องห่วงนะกวาง”

                คำพูดของสามี ทำให้คนตัวเล็กเริ่มคลายความกังวลลงได้บ้าง แต่ถึงยังไง คนเป็นแม่ก็ยังคงเป็นห่วงลูกชายอยู่ดี

100%

ติดตามการอัพได้ที่เพจ Akikoneko17

หากต้องการซื้อเล่มนิยายสามีผมเป็นเสือ ภาค 1,2,3 หรือนิยายเรื่องอื่นๆของอากิ ติดต่อสอบถามได้ที่เพจเฟส Akikoneko17 ค่า

https://www.facebook.com/akikoneko17

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น