AU

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 65 เหตุผลที่ไม่มีเหตุผล

ชื่อตอน : ตอนที่ 65 เหตุผลที่ไม่มีเหตุผล

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 135

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 15 ก.ค. 2561 19:20 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 65 เหตุผลที่ไม่มีเหตุผล
แบบอักษร

ตอนที่ 65 เหตุผลที่ไม่มีเหตุผล

เหงื่อไหลโทรมกายถึงขนาดต้องแจกจ่ายน้ำยาฟื้นฟูระดับกลางให้กับเหล่าทหารซึ่งทำงานหนักเพื่อสร้างพิธีสำคัญอันจะนำอำนาจมาสู่เจ้าของพิธี

ชีวิตของเด็กสาวบริสุทธิ์จำนวน 94 คนถูกสังหารอย่างโหดเหี้ยม ตอนนี้ทหารสองนายกำลังนำเด็กสาวบริสุทธิ์อีกคนออกมาแล้วลงดาบตัดคออย่างไร้ปรานี อีกคนหนึ่งทำหน้าที่ควักเอาหัวใจออกมาแล้วนำไปมอบให้กับชายชราซึ่งเป็นนักเวทระดับสูง ทั้งนี้ยังมีนักเวทอีก 8 คนที่กำลังทำหน้าที่ของตนอยู่โดยไม่มีโอกาสได้ปริปาก

ทั้งโซ่เหล็กที่ล่ามขาพวกเขาและสีหน้าที่ซีดเซียวดั่งคนอดหลับอดนอน น้ำตาที่ไหลออกมาเกือบจะกลายเป็นสีแดงเลือดได้ทุกอณู พวกเขาไม่สามารถหยุดการกระทำนี้ได้ แม้กระทั่งฆ่าตัวตายก็ไม่อาจทำได้ นั่นเพราะอำนาจของพันธสัญญาระดับสูงของเจ้าเมือง

เด็กสาวคนแล้วคนเล่าถูกตัดคอ นำหัวใจมาวาดอักขระเวท เลือดที่ไหลจากร่างที่ไร้หัวถูกนำไปกองรวมกันเป็นตัวอักษร แล้วปล่อยให้ธารเลือดไหลไปตามวงเวทที่วางไว้ ส่วนหัวของเด็กสาวเหล่านั้นล้วนถูกเสียบด้วยหอกทองแดงเรียงรายเป็นวงจรเวทที่อำมหิตและน่ากลัวที่สุด

“หึ ฮ่าๆ ดี ให้มันได้อย่างนี้สิถึงจะพอใจข้า ตอนนี้ก็สังเวยชีวิตเด็กสาวไปจำนวน 94 คนแล้ว อีกแค่ 5 คนเท่านั้น พิธีก็จะได้เริ่มขึ้น ตอนนี้พลังเวทที่ผลึกปีศาจสั่งสมก็ใกล้จะเต็มแล้ว ทีนี้แหละข้าจะได้เป็นจ้าวโลก เป็นผู้ยิ่งใหญ่ไร้ใครเทียม เหล่าผู้คนที่มีเมล็ดพันธุ์แห่งปีศาจอยู่ในตัวซึ่งตอนนี้มีมากกว่า 1,000 คน พวกมันจะกลายเป็นบริวารของข้า หึ ข้าจะพิสูจน์เองว่าตำราอัญเชิญปีศาจนี้มันนำพลังอำนาจมาให้ หาใช่นำภัยพิบัติอันใหญ่หลวงมาอย่างที่ท่านพ่อเคยตะคอกใส่ข้าไม่ แต่ก็น่าเสียดายที่ท่านพ่อต้องตายด้วยมือของข้าเองเสียก่อน รู้อย่างนี้ข้าตัดแขนขาของท่านแล้วจับขังไว้รอดูผลงานข้าในตอนนี้เสียดีกว่า น่าเสียดาย น่าเสียดายจริงๆ!!” เสียงพรรณนาของเจ้าเมืองพูดด้วยความปีติยินดีในสิ่งที่ตนเองทำ เขาไม่สนใจชีวิตผู้คน แต่สนใจเพียงพลังอำนาจเท่านั้น และสิ่งนี้เองเขาจะได้รับในอีกไม่กี่อึดใจนี้

คนที่ 99 เสร็จสิ้น พิธีกรรมเริ่มขึ้น หนังสือสีดำกางออกเองด้วยวงจรเวทอย่างน่าอัศจรรย์ เวทจากภายนอกที่ผลึกปีศาจทำการดูดหยุดลง พร้อมกับวงเวทสีดำนับไม่ถ้วนปรากฏออกมา เจ้าเมืองยืนอยู่ท่ามกลางวงเวทเหล่านั้น เขายิ้มด้วยความตื่นเต้นที่จะได้เป็นจ้าวแห่งโลก

เมื่อเส้นสายทั้งหลายหมุนวนได้ระยะหนึ่ง เสียงหัวเราอันเย็นเยียบก็ดังขึ้น

“อัญเชิญแม่ทัพปีศาจ กาอู” เจ้าเมืองท่องมนต์แล้วเอ่ยด้วยเสียงเย็นเยียบ ร่างกายและพลังเวทของนักเวททั้งหลายต่างถูกสูบจนเหือดแห้งและสิ้นชีวิตท่ามกลางพิธี เจ้าเมืองหาได้สนใจไม่ เขาท่องมนต์ต่อไปพลันหลุมมิติก็ค่อยๆ แยกออก เลือดสีแดงฉานของเด็กสาวบริสุทธิ์ทั้ง 99 ถูกสูบเข้าไปในวงมิตินั้น ร่างกายอันไร้หัวของเหล่าเด็กสาวค่อยๆ เหือดแห้งหลงเหลือเพียงหนังที่ห่อหุ้มกระดูกเท่านั้น หอกทองแดงเปล่งประกายพลันพุ่งวนออกมาทั้ง 99 อัน หอกที่มีศีรษะของเด็กๆ ติดอยู่ปักเข้าไปยังขอบวงมิติ แล้วค่อยๆ ขยายออกเรื่อยๆ

วี๊ด!!!

เสียงกรีดร้องอันน่ากลัวดังออกมาจากวงมิตินั้นพลันมือที่คล้ายมนุษย์ก็ยื่นออกมา

มือสีคล้ำที่มีเครื่องประดับครบชุดดูสวยตระการตา ค่อยๆ ยื่นออกมา จากนั้นก็ส่วนหัวที่คล้ายกับมนุษย์ แต่มีเขาแหลมงอกออกมาที่หัวเท่านั้น เมื่อโผล่ออกมาได้ทั้งร่างมันก็หัวเราะลั่นทำให้ปราสาทถึงกับสะเทือน

“เจ้าเมืองแห่งเดเรนซ์ ท่านช่างเป็นผู้ที่ยอดเยี่ยมเสียจริง นี่นับเป็นประวัติศาสตร์ที่สามารถอัญเชิญข้ามายังเขตเทพได้สำเร็จ” ปีศาจกาอูเอ่ย

“ฮ่าๆ นั่นเป็นเรื่องจริง นี่คือความสามารถของข้าที่ไม่มีใครทำได้ เอาล่ะ ได้เวลาที่ท่านกาอูต้องมอบพลังที่ทำให้ข้าเป็นจ้าวโลกได้แล้ว” เจ้าเมืองพูดด้วยความต้องการที่ไม่อาจกักเก็บไว้ได้

กาอูมองมายังเจ้าเมืองด้วยรอยยิ้มกว้าง

“ได้สิ!” มันกล่าวพร้อมกับมือที่ทะลุหัวใจเจ้าเมืองทันที

“อึก! อัก! แก..ทำอะไร” เจ้าเมืองกระอักเลือดกองโตแล้วทรุดลงกับพื้นกุมหน้าอกตนเองที่ไร้ซึ่งหัวใจไปแล้วในตอนนี้

“สังเวย!! ช่างโง่เง่านัก พลังอำนาจรึ นั่นเป็นเพียงเหยื่อล่อของพวกข้าเท่านั้น สาเหตุที่แท้จริงแล้วก็เพื่อหาทางเข้ามาในเขตเทพโดยวิธีการที่ง่ายที่สุด และนำกองทัพทั้งหมดเข้ามาทำลายให้สิ้นซากยังไงล่ะ สงครามของพวกข้าและเผ่าพันธุ์เทพกำลังจะเริ่มขึ้นอีกครั้ง” กาฮูกล่าวด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นแล้วกลืนหัวใจเจ้าเมืองลงท้อง ท่ามกลางตาที่เบิกกว้างของเจ้าเมืองที่ไม่มีวิญญาณอยู่แล้ว

“กาอู ...เจ้ารีบสังหารมันทำไม ข้าอยากจะเล่นกับมนุษย์ผู้โง่เขลาเสียหน่อย เฮ้อ แต่ก็เอาเถอะ ไว้ค่อยไปเล่นกับพวกมันข้างนอกก็ได้” ปีศาจอีกตนหนึ่งโผล่ออกมา และโผล่ออกมาอีก 2 ตน พวกมันล้วนเป็นระดับแม่ทัพทั้งสิ้น

“อย่าอยู่เฉยๆ สิรีบ มาช่วยข้าเปิดมิติให้กว้างกว่านี้หน่อย เดี๋ยวกองพลก็เคลื่อนที่ช้าหรอก

**............................................................

ทางด้านของโรส

ตอนนี้เซย์ริน โรส และพรรคพวกต่างนั่งรอไผ่ที่นั่งปรุงยาอยู่ในห้องส่วนตัวของโรส ซึ่งเธอจัดเตรียมไว้โดยเฉพาะ โรสนั่งก้นไม่ติดพื้นเพราะเธอตื่นเต้นที่จะได้เห็นยาที่สามารถทลายขีดจำกัดของเธอได้

ผิดกับไผ่ที่ตอนนี้เร่งรีบปรุงยาโดยไม่สนใจอะไร ทั้งยังมีนานะน้อยคอยช่วยอีกแรงหนึ่ง การปรุงยาของไผ่ไม่ได้ปรุงแค่ชนิดเดียว และไม่ได้ใช้วัตถุดิบแค่เพียงสองอย่าง สิ่งที่ใช้ในตอนนี้คือดวงเวท ผลึกเวท ต้นแอลดาร์ก

ซึ่งชุดแรกไผ่ใช้ผลึกเวทมาทำปฏิกิริยากับแอลดาร์กระดับต่ำ ทำยาออกมา 12 ขวด ซึ่งมีสรรพคุณในการทลายขีดจำกัดพลังเวท ระดับ 3 ดาว เป็น4 ดาว และระดับ 4 ดาว เป็น5 ดาว

ส่วนชุดที่สองนั้นใช้วัตถุดิบ 3 อย่าง คือดวงเวท ผลึกเวทและต้นแอลดาร์กระดับกลาง ทำยาออกมา 10 ขวด ซึ่งเป็นปริมาณที่เยอะที่สุดเท่าที่ทำได้ท่ามกลางความร้อนรนของไผ่กับนานะน้อย

เมื่อเสร็จสิ้นไผ่เปิดประตูห้องแล้วนำขวดยาสีเขียว 12 ขวด ขวดสีแดง 10 ขวดออกมาแล้วยื่นขวดเขียวให้โรส 4 ขวด ส่วนที่เหลือให้กับกลุ่มเซย์ริน 8 ขวด ส่วนขวดยาสีแดงไผ่ให้โรส 2 ขวด ให้กับกลุ่มของเซย์รินอีก 8 ขวด

“พี่ๆ ครับ ขวดที่มีน้ำยาสีเขียวนั้นสามารถเพิ่มระดับทั้งพลังเวทและกายภาพจาก 3 ดาวเป็น 4 ดาว และ 4 ดาวเป็น 5 ดาว ส่วนขวดที่มีน้ำยาสีแดงนั้นเพิ่มจากระดับ 5 ดาวเป็น 6 ดาว” ไผ่พูดด้วยท่าทีเร่งรีบ เมื่อยื่นขวดยาทั้งหมดให้กับพวกเขาแล้วก็จูงมือนานะน้อยแล้วถอยหลังออกไประยะหนึ่ง

“พี่ๆ ครับ ไม่ต้องไปส่งผมแล้วนะ ส่วนเรื่องน้ำยาพวกนี้ขอให้พวกพี่รักษามันไว้ให้ดี อย่าให้แตกเด็ดขาด เพราะยังไงก็ได้ใช้แน่ ผมไปก่อนนะ ไว้เจอกันใหม่ครับ” ไผ่ก้มหัวแล้วรีบวิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว โรสเธอก็วิ่งตามหลังไผ่ แต่แล้วก็คลาดสายตาไปในที่สุด เธอจ้องขวดยาในมือด้วยสีหน้าบูดบึ้ง

“อะไรของนายกัน ทำหน้าแบบนั้นจะเร่งรีบไปไหนของนาย” โรสตะโกนไล่หลัง เซย์รินที่เดินตามมาเธอมองขวดยาที่ไผ่ให้ด้วยความสงสัย

“หนุ่มน้อยเธอต้องการบอกอะไรกับพี่สาวกันแน่ แล้วสีหน้าเร่งรีบนั่นมันหมายถึงสิ่งใด” เซย์รินพึมพำเบาๆ

ทางด้านไผ่ตอนนี้พุ่งไปด้วยความเร็วที่ไม่อาจมองเห็นได้แม้แต่เงา

“นานะ บอกทางพี่หน่อยว่ายอดประสาทเจ้าเมืองมันอยู่ตรงไหน ตอนนี้พี่สัมผัสถึงตำแหน่งนั้นไม่ได้เลย พลังเวทที่ถูกดูดสู่ยอดประสาทก็หายไปหมดไม่มีเบาะแสให้สืบหา อีกอย่างพี่รู้สึกเหมือนกับว่าสถานที่แห่งนั้นถูกเคลื่อนย้ายด้วยอำนาจอะไรบางอย่าง” ไผ่รีบพูดขึ้นระหว่างพุ่งตัว นานะที่จับมือไผ่อย่างแน่นหนาเธอรีบกล่าวด้วยท่าทีอันร้อนรน

“พี่ชาย ตอนนี้ให้เดินตามเส้นทางที่มีภูติน้อยเรียงรายกันอยู่ พวกเขาจะนำเราไปสู่ปราสาทเจ้าเมือง นานะเองก็สัมผัสถึงที่แห่งนั้นไม่ได้เลย” นานะพูดแล้วพุ่งตัวเร็วขึ้น

“ทางนั้นพี่ชาย” นานะรีบชี้มือไปยังทิศทางหนึ่งซึ่งไม่มีอะไรเลย เมื่อมองดูแล้วมันเหมือนกับเป็นพื้นที่โล่งๆ ที่มีแต่หญ้าเท่านั้น

“ม่านอาณาเขต” ไผ่โพร่งขึ้นแล้วพุ่งหมัดเข้าไปยังม่านนั้นอย่างจัง แต่ก็ถูกพลังบางอย่างกระแทกออกมา ไอพลังสีดำกลั่นตัวกลายเป็นบาเรียมืดมนวนรอบม่านนั้น วงเวทนับไม่ถ้านปรากฏออกมาให้เห็นอันเป็นเวทมนตร์ป้องกันที่มีระดับสูง

“บ้าจริง ทำไมพี่ถึงไม่รู้สึกให้มันเร็วกว่านี้” ไผ่ตะคอกกับตัวเองแล้วถอยออกห่างม่าน

“จะไม่ยอมให้พวกมันทำอะไรตามใจชอบเด็ดขาด” ไผ่พูดด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นพลันปลดปล่อยพลังทั้งเวทออกมา มือทั้งสองข้างวาดวงเวทนับร้อยกลางอากาศ พลังเวทอันมหาศาลที่อัดแน่นไปกับอักขระแต่ละตัว เป้าหมายเพื่อทำลายม่านนี้ให้สิ้นซาก**

....................................................................................

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น