นิมมานรดี อรรวี

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

3. เวลาเปลี่ยน ใจคนเปลี่ยน /1

ชื่อตอน : 3. เวลาเปลี่ยน ใจคนเปลี่ยน /1

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 553

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 15 ก.ค. 2561 08:25 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
3. เวลาเปลี่ยน ใจคนเปลี่ยน /1
แบบอักษร

3

เวลาเปลี่ยน ใจคนเปลี่ยน

ร่างสูงเพรียวเฉียดหกฟุตเดินออกจากโรงงานหลังใหญ่ที่ใกล้จะเสร็จสมบูรณ์ ใบหน้าคมเข้มแบบไทยแท้ยังพอเรียกว่า‘หวาน’ได้เพราะดวงตาคู่สวย ที่มีขนตายาวดกดำ ผิวขาวแบบคนเมืองหนาว โครงหน้าเรียวเกลี้ยงเกลา เห็นเพียงไร้ไรหนวดเคราที่เพิ่งโกนใหม่ๆ คิ้วเข้มยาวเกือบชนกันอยู่บนดั้งจมูกโด่ง ริมฝีปากได้รูปกำลังดีสีสดแบบคนสุขภาพดีและไม่สูบบุหรี่

อีกไม่กี่วันก็ใกล้เสร็จแล้ว... หนุ่มหน้าหวานคมคิดด้วยความเบิกบานเป็นพิเศษ อย่างน้อยตอนนี้เขาก็สบายใจขึ้นมากกว่าหลายเดือน ไม่สิ ต้องเป็นหลายปี

“ฮึ” ชายหนุ่มส่ายหน้าให้ตัวเอง... พอเถอะเขาไม่อยากคิดถึงมันอีกแล้วความรู้สึกมันชาชินไปเสียแล้ว ไม่มีอะไรที่แน่นอนหรอกแม้แต่เรื่องงานของเขาไอ้ที่กอดคอกัดฟันกันมากับเพื่อนสามคน ทำท่าจะรอดไม่รอด พอถึงเวลาโอกาสก็ลอยมาตรงหน้า

เซอร์กี เพื่อนชาวรัสเซียที่เรียนมาด้วยกันสามารถติดต่อบริษัทผลิตอุปกรณ์อิเลคโทนิครายใหญ่ในรัสเซียให้เป็นผู้ร่วมทุนสร้างโรงงานแห่งนี้ มันไม่ได้ใหญ่โตมาก แต่ถ้าเทียบกับประสิทธิภาพของงานถือว่าดีเกินคาด

บริษัท ซันเทคโนทอยส์ จำกัด กับทุนจดทะเบียนร้อยล้าน ของเขาแปดสิบ สิบห้าเป็นของเซอร์กีและอีกห้าของพิชิต เงินจำนวนนั้นถือเป็นแปดสิบเปอร์เซ็นต์ของเงินต้นทุนชีวิตที่บิดาหยิบยื่นให้ ซึ่งถ้าจะเทียบกันก็แค่เศษเสี้ยวหนึ่งในกองมรดกที่ควรเป็นของเขา อย่างน้อยก็หนึ่งในสาม...แต่เขาไม่แคร์

‘ถ้าตะวันทำได้ พ่อจะนับถือในความสามารถของลูก’

นั่นคือกำลังใจเดียวที่เขามี หลังจากถูกแม่ขู่ว่าจะไม่ให้สมบัติสักชิ้นถ้าเขายังไม่เลิกยุ่งกับของเล่นพวกนี้ ไม่รู้แม่อายอะไรหนักหนาที่เขาอยากทำบริษัทผลิตของเล่น ก็เห็นแม่ชอบซื้อของเล่นให้หลานทีเต็มท้ายรถ นั่นแหล่ะ เขาว่าเป็นอีกสิ่งสำคัญพอๆ กับการป้อนอาหาร คือการป้อนความคิด จินตนาการและประสบการณ์ชีวิต

เด็กจะสนุกกับการเรียนรู้ถ้ามีของเล่นเข้ามาเป็นสื่อที่หวังผลทางปัญญา ไม่ใช่ของเล่นแบบผสมสารพิษและเจือปนอันตรายเด็กจะเอาเข้าปากก็ไม่ได้ พอจับแรงหน่อยก็แตกหัก เจ็บตัวแล้วยังต้องเสียใจที่ถูกพ่อแม่ดุว่าไม่รู้จักรักษาของ ซื้อมากี่ชิ้นกี่อันก็พังหมด

ฮึ...ตลกนะ จะให้เด็กทำอะไรกับของเล่น นั่งดูเฉยๆ หรือ แล้วเด็กจะได้รับประโยชน์อะไรจากสิ่งนั้น... มันก็ต้องแกะต้องรื้อดูสิว่ามีอะไรบ้าง

ขนมซื้อมากินหมด... ดีลูก เก่งมาก น่ารัก

ของเล่นซื้อมาพังหมด... เด็กคนนี้ไม่รู้จักรักษาของ ทำพังหมด ใช้ไม่ได้

ทำไมมันต้องต่างกันด้วย คิดเสียว่ามันเป็นอาหารทั้งสองอย่างไม่ได้หรือ อาหารกายและอาหารสมอง ของบริโภคที่ใช้แล้วหมดไป เหลือไว้คือคุณค่าของมัน… อะไรเล่าจะไร้ค่า เท่าสิ่งที่หาประโยชน์อะไรไม่ได้เลย

เขาอยากให้เด็กมีความสุขกับการเล่น เล่นได้แบบที่ไม่ต้องกลัวจะถูกดุพังก็ซ่อมหรือปรับสภาพให้เป็นของเล่นชิ้นใหม่ไปสิ เอาให้จินตนาการแตกยอดไปแบบไม่มีสะดุด สักวันถ้าเขามีลูก... ลูกเขาต้องมีความสุขกับการเล่นเพราะมันคืองานของเด็ก เมื่อโตขึ้นลูกเขาจะได้มีความสุขกับการทำงานเพราะมันคืองานของผู้ใหญ่ เหมือนเขา

หึ...ลูกหรือ จะเอามาจากไหนเล่าไอ้ตะวัน!

ตะวันยีผมแรงๆ เมื่อเดินเข้ามาในโฮมออฟฟิศใกล้ทางเข้าโรงงาน ซึ่งมีสวนหย่อมเล็กๆ ปลูกต้นไม้ไว้สำหรับมองพักสายตายามเคร่งเครียดกับงาน หนุ่มรัสเซียผู้เป็นหุ้นส่วนบวกผู้จัดการฝ่ายการผลิต และหนุ่มไทยแท้ผู้เป็นเลขาส่วนตัวบวกผู้จัดการฝ่ายการตลาดกำลังนั่งถกเรื่องแบบเกราะนอกหุ่นยนต์รุ่นใหม่พลางดูสารคดีเกี่ยวกับเทคโนโลยีโลกล้ำยุคในจอแอลซีดีขนาดสี่สิบนิ้ว  

“หน้าบานมาเชียวนะครับวันนี้” พิชิตซึ่งเพิ่งเข้าบริษัทมาเมื่อสองชั่วโมงก่อนหันมายิ้มทัก

“คนมันเตรียมปล่อยเต็มที่” เซอร์กีเริ่มแซวเป็นภาษาไทยเป็นบ้างแล้วหลังมาพำนักอยู่เมืองไทยเกือบสามปี เพราะงานหลักของพิชิตคือเลขาและผู้จัดการฝ่ายการตลาด ส่วนงานรองคือครูสอนภาษาไทยให้เซอร์กี ซึ่งทำท่าจะหัวไวกับเรื่องนี้ ไม่รู้เพราะครูเก่งหรือเพราะเจ้าตัวชอบหาครูพิเศษมาช่วยติวให้ยามดึกกันแน่

“สั่งให้ทำอาหารไว้รอหรือเปล่า เบื่อข้าวแกงป้าดาเต็มแก่แล้ว” ตะวันแกล้งไม่สนคำแซว บ่นถึงร้านข้าวราดแกงเจ้าเดียวที่อยู่ใกล้ที่สุด มันไม่เรียกว่าอร่อยเหาะแค่พอกล้อมแกล้มแต่กินทุกวัน วันละสองมื้อเที่ยงกับเย็นก็ไม่ไหวเหมือนกัน ส่วนมื้อเช้าเขามักจะทำกินเองที่บ้าน ขนมปัง กาแฟ อะไรเทือกนั้น

“สั่งแล้วครับ ผมกับสกีขอฝากท้องด้วยนะครับ รับรองว่าอิ่มแล้วจะรีบโกย” พิชิตขอเรียกนายบวกเพื่อนบวกศิษย์ว่าอย่างนั้นเพราะมันง่ายดี

“เออ...ขอบใจ”

ตะวันเก็บของเกลี้ยงโต๊ะ ตั้งใจว่าเสาร์อาทิตย์นี้จะขลุกอยู่บ้านหน่อย ถ้าได้คนอาบน้ำนวดตัวให้ด้วยจะยิ่งดี ขออยู่อย่างราชาสักวันสองวันเถอะวะเหนื่อยสายตัวแทบขาดมานานแล้ว ได้ปล่อยครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ก็จำไม่ค่อยได้แล้วสิ มาอยู่ที่แบบนี้เขาไม่กล้าหาเหาใส่หัวเท่าไหร่ อาจจะเพราะบทบาทที่เขาสวมอยู่ก็ได้... เพราะใครๆแถวนี้เรียกเขาว่า ‘นายตะวัน’

ตั้งแต่เขาได้ที่ดินผืนนี้มาจากใครคนหนึ่งซึ่งคนที่นี่นับหน้าถือตา อดีตกำนันวัยเกษียณชื่อบัญชา เป็นเพื่อนรุ่นเดียวกับนายพลทรงกลด พ่อของเขา ลุงบัญชาให้เกียรติเขามากเสียจนเขายังเกรงใจ ความเอาใจใส่และยกย่องให้เกียรติของกำนันทำให้ชาวบ้านร่วมถึงคนงานต่างเคารพเขาเหมือนนายใหญ่

ก็เขินนะ ตลกตัวเองนิดๆ อายุยังไม่พ้นเลขสอง อยู่ดีๆคนวัยสี่สิบห้าสิบมายกมือไหว้ ทำเอาไหว้กลับแทบไม่ทัน... นั่นแหล่ะ เหตุผลละเอียดอ่อนที่เขาไม่กล้าทำตัวเสื่อมเสียในสายตาคนแถวนี้

เฮ้ย! เสื่อมเสียอะไรวะ ผู้ชายมันก็อดเรื่องแบบนั้นได้ไม่นานหรอก

งานยุ่งกับเหนื่อย นั่นแหละอีกเหตุผลใหญ่ที่ทำให้ไม่มีเวลาคิดถึงเรื่องอย่างว่า แต่พองานเริ่มเดินหน้าแบบที่เรียกว่าไปได้สวย เขาก็เริ่มสบายใจขึ้น เลยพาลนึกอยากหาเรื่องสบายตัวหน่อยเท่านั้น


สปอร์ตซีดานสีดำแล่นเข้ามาจอดที่ประจำ โดยมีเลขาส่วนตัวเป็นผู้เลื่อนประตูรั้วบ้านให้ หลังจากจอดรถตัวเองไว้นอกกำแพงรั้วสูงเมตรเศษ เรียบร้อยแล้ว ตะวันก้าวลงจากรถพร้อมกระเป๋าโน๊ตบุ๊ค เอ่ยขอบคุณพิชิตและเซอร์กีผ่านๆ แล้วก็อมยิ้มนิดๆ เมื่อเห็นสายตาหยอกล้อที่ยังมีมาให้ไม่เลิกรา ก็มีมาตั้งแต่เขาเอ่ยปากให้พิชิตติดต่อแม่เล้าไฮโซเจ้าเก่าที่ขาดการติดต่อไปนานแล้วนั่นแหละ

“เท่าที่เห็น ตรงสเปคทุกอย่างนะครับ ผมยาว ขาว สวย หุ่นดี ไม่พูดมาก แต่ที่ยังไม่เห็นนี่ไม่รู้” พิชิตเปรยขึ้นขณะมายืนออกันอยู่หน้าประตูบ้านที่เปิดกว้าง แต่ไร้วี่แววความเคลื่อนไหวภายใน

“สงสัยอยู่ในครัว” พิชิตว่าเบาๆ ก่อนชะเง้อคอยาว เพิ่มระดับเสียงให้ ดังขึ้น “คุณศิครับ”

หัวคิ้วของตะวันกระตุกไปนิดขณะเดินเข้าบ้าน เมื่อได้ยินเสียงเรียกชื่อนั้น ก่อนจะชาวูบไปทั้งตัว เมื่อประตูห้องครัวเปิดออกพร้อมใบหน้าหวานซึ้งของผู้หญิงคนหนึ่ง

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}