เหล่าปราชญ์พเนจร
email-icon

(◕ㅁ◕✿)ขอขอบคุณทุกกำลังใจนะเจ้าคะ

47.4 ก้าวข้ามอดีตไปด้วยกัน

ชื่อตอน : 47.4 ก้าวข้ามอดีตไปด้วยกัน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 131

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 25 ต.ค. 2562 22:09 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
47.4 ก้าวข้ามอดีตไปด้วยกัน
แบบอักษร

รุ่งอรุณวันใหม่โบยบินสูงเหนือขอบหลังคา ขอบพสุธา ลำแสงส้มสาดส่องกลบขี้เขม่าและประกายเพลิงกองไฟจนหมดสิ้น 

เหลือยันต์อาคมสามสี่แผ่น ไม้เท้าหักไม่มีใช้ กระดาษหมดอีกทั้งยังมิมีน้ำหมึกเขียน มือขวาแผลหายแต่ยังเจ็บ เมรัยนั่งกอดโซฟี เจ้าตัวครุ่นคิดนึกเรื่องอุปกรณ์ที่ยามนี้มีไม่มากนัก เครื่องใช้หมอผีน้อยเก้าส่วนเก็บไว้ที่ดวงดาวน้อย ยามก่อนนี้มิคิดว่าจะเกิดเรื่องให้พลัดพรากแยกจากกัน ให้เสียใจยามนี้คงมิช่วยให้อันใดดีขึ้น หมอผีน้อยยิ้มกรุ่มกริ่ม อุ้งมือนุ่มโอบเอวบางผิวนวลเนียน สัมผัสที่ชวนให้หัวใจละลาย ช่างดีต่อสุขภาพจิตใจที่เพิ่งตื่นยิ่งนัก 

เมื่อคืนรุกหนักกระทั่งโซฟีตัวอ่อนยวบ เนื่องมิอยากให้นักเชิดหุ่นน้อยนอนพื้นหินแข็งกระด้าง เมรัยจึงยอมสละใช้เรือนร่างใหญ่โตและบวมกว่าเป็นเตียงนอนเนื้อให้อีกฝ่ายหนุนหลับใหล เสร็จสมและหลับไปทั้งที่เกาะเมรัย 

เรือนเกศาสีทองเป็นลอนแผ่สยายลู่ตกผสมเรือนผมสีส้มเพลิงภูต เมรัยลูบหัว จรดนิ้วเล่นประตูหลัง โซฟีหน้าแนบทรวงอกน้ำเต้า จมูกชิดยอดพรูชูชัน พลางหายใจรดแผ่วๆ 

“..โซฟี” 

เมรัยกระชับแขนดันก้นโซฟี ยกนางให้สูงเหนือระดับยอดอก หมอผีน้อยซุกแก้มถูไถแก้มนักเชิดหุ่นน้อย และหอมเบาๆ โซฟีงึมงำบ่นอุบ เมรัยคลี่ยิ้มละมุนละไม นัยน์ตาสีแจ่มใสก้มมองร่องขาน้องสาว คราวทำมือสองนิ้วปีนป่ายเล่นปีนเขาบนทรวดทรงดั่งตุ๊กตา “ปูมาแล้วจ้า” เมรัยสนุกครั้นมือไล่สูงเอื้อมแตะลำคอ และสะกิดสร้อยคอที่โซฟีสวมใส่ตลอดเวลา ยกเว้นยามอาบน้ำ 

เมื่อคืนทั้งสองเปลือยกายมิสวมอาภรณ์ เวลาเมรัยตบและจูบกัดโซฟีจึงทิ้งร่องรอยไว้บนผิวพรรณอ่อนนุ่มประปราย รอยฝ่ามือ รอยประทับสีชมพูดอกกุหลาบ ยิ่งสะโพกโซฟียามนี้แดงเปล่งปลั่งดั่งลูกเบอร์รี่ ขยับกระดิกทีให้เจ็บเสียวซ่าน 

นอกเหนือเรือนร่างชวนขยำ สิ่งที่ดึงความสนใจเมรัยคือสร้อยคอที่ร้อยแหวนวงหนึ่ง 

แหวนกลมๆสีทองมีอัญมณีสีแดงทับทิมฝังไว้ แลล้ำค่า และมีความหมายกับโซฟี 

“…วาสนาหรือ” 

หมอผีน้อยหยิบแหวน ยิ้มพราย แววตาหรี่ต่ำทอประกายความลึกดุจก้นมหาสมุทร นางปล่อยแหวนวางที่เดิม ครั้นหันมองโซฟี อดใจมิไหวต้องกระชับอ้อมกอด “อื้อ” เพราะมีมือมารแสนซนเสียดสีระหว่างขามิเลิก นักเชิดหุ่นน้อยจำใจตื่นจากความฝัน “พี่เมรัย..”อยากบอกให้หยุดปลุกเร้านางเสียที ให้นางพักบ้าง นางมิอ้วนมิได้เรี่ยวแรงเยอะเท่าพี่สาว 

นางบอบบาง เมื่อคืนก็ปล่อยให้กดกระแทง ยกเขย่าๆ ขนาดนอนอ้าขาเฉยๆก็ยังมิเว้น 

“อรุณสวัสดิ์” 

“อรุณ..หาว” 

“ตื่นสายนะเรา”เมรัยโพล่งหยอกล้อคนขี้เซา มินึกฝันว่าโซฟีชอบตื่นสายเช่นตน 

หลังทั้งคู่ตื่นเต็มตา สติครบสมบูรณ์ เมรัยนอนเพียงสองชั่วโมงเนื่องเมื่อคืนมีกิจสำคัญมิอนุญาตให้นางข่มตาหลับลึก ใช่ กิจนั้นคือ นางต้องเฝ้ายาม อย่างไร นางห้ามหลับ กระนั้นนี้คือข้ออ้างมากกว่า เพราะอย่างที่รู้ๆกันว่ามันไม่จริง โซฟีหลับก่อนเมรัย ทว่าหมอผีน้อยมิยอมปล่อยให้นางนอนอย่างที่ควรเป็น หมอผีน้อยจึงลุยงานอย่างเงียบกริบ โซฟีจึงฝันเคลิ้มถึงสวรรค์ 

“เจ้าได้แหวนวงนั้นจากใครรึ” 

เมรัยสวมชุดพลางถาม โซฟีติดกระดุม ครั้นก้มมองแหวนของต่างหน้ามารดา 

“..ข้ามิทราบ” 

นักเชิดหุ่นน้อยมิรู้ใครให้แหวนนาง กระนั้นนักบุญหญิงที่ดูแลโซฟีบอกว่าแหวนวงนี้คือของต่างหน้ามารดา สิ่งของชิ้นเดียวที่คุณแม่ทิ้งไว้ให้โซฟี มอบมันให้พร้อมชื่อของนาง 

คราวเมรัยแอบลอบประชิดหลังโซฟี พลางช่วยน้องสาวสวมกางเกงลิงวาบหวิว นักเชิดหุ่นน้อยหน้าแดงระเรื่อ แสร้งส่งเสียงเตือน กระนั้นเมรัยมิสน หมอผีน้อยจัดชุดให้นักเชิดหุ่นน้อยอย่างที่ดวงดาวน้อยชอบจัดให้นาง เมรัยยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ชื่นชอบเวลาได้ดูแลน้องสาวอย่างใกล้ชิด แนบเนื้อๆ โซฟีมิห่วงเมรัยจะทำเกินขอบเขต กระนั้นนางกลัวเมรัยจะองค์ลงแล้วกระโดดเขมือบนางมากกว่า พี่สาวดุเหมือนเสือ ร่างใหญ่ยักษ์ปานปีศาจหมูเพศเมีย ให้โซฟีสิบคนก็ปรนนิบัติมิไหว 

“รักษามันให้ดีๆนะ” 

เมรัยกระซิบและกัดหูเหมือนสารภาพรักอย่างร้อนแรง คำพูดที่แฝงด้วยความจริงใจ ทั้งอบอุ่นและแปลกประหลาด กระนั้นเมรัยลูบก้น กระซิบเป่าหูแล้วจากไป ไม่รอให้โซฟีสงสัย 

“สักยกดีหรือไม่” 

“..” 

เมรัยหวังดี โซฟีส่ายหน้าระรัว หมอผีน้อยยิ้มซนจับจ้องนักเชิดหุ่นน้อยอย่างนักล่า นักเชิดหุ่นน้อยใจผวา คิดว่าพี่น้องไม่ควรทำเช่นนี้ 

ฉึก--- 

“อิไต” 

รู้ว่าต่อให้โซฟีต่อยเมรัย พี่สาวก็ไม่โกรธ ดังนั้นเพื่อป้องกันและเตือนสติพี่สาว น้องสาวคนนี้จึงใช้สองแขนแคนดี้ จิ้มตาเมรัยเสียเลย!!! 

ความเจ็บปวดดึงสติเมรัยให้หลุดจากทุ้งดอกไม้ อย่าคิดว่าโซฟีมีนิสัยยอมง่ายๆเช่นนั้น นักเชิดหุ่นน้อยอยากให้พี่สาวดูแล มิใช่ให้พี่สาวคอยจ้องเขมือบนะ หากเป็นตามที่ว่า พวกนางเลิกเป็นพี่น้องกัน แล้วเป็นเจ้านายกับทาสดีหรือไม่ โซฟีใช้มือแคนดี้ตบตีเมรัย หมอผีน้อยหน้าจืดเจื่อน อ้อนวอนขอโซฟีอย่าใจร้ายรังแกพี่สาวสมองมีปัญหา “ประเดี๋ยวพี่สาวจะแบกโซฟีให้เอง” 

“ปล่อยข้านะพี่เมรัย” 

“คิกๆ” 

โซฟีมิคุ้นชินกับการกระทำห้าวๆ บอกเมรัยให้รีบปล่อยนาง และโบกมือให้หยุดยุ่งกับบั้นท้าย “ฮา” หอมชื่นใจ เมรัยวางโซฟีปานวางสมบัติ นักเชิดหุ่นน้อยมองค้อน รู้สึกน้อยใจที่พี่สาวแกล้งไม่เลิก “ข ข้าเกลียดพี่” 

อึก 

เมรัยกระอักเลือด หมดสิ้นความหวัง โลกแตกโดยพลัน 

“…พี่เมรัย”โซฟีลองพูดประโยคที่อ่านจากหนังสือนิยาย ไม่นึกว่าประโยคนี้จักมีพลังทำลายล้างเมรัยจนกลายเป็นผุยผง “พี่เมรัย?” 

หมอผีน้อยยืนนิ่งค้างปานหุ่นไล่กา วิญญาณหลุดลอยไปปรโลกหลายพันรอบ โซฟีขมวดคิ้วใช้มือแคนดี้ตบๆเรียกสติแต่ไร้ผล นักเชิดหุ่นน้อยลองหยิกเอวก็มิตอบสนอง นางส่ายหน้าระอา ลองบอกเมรัย “อยากกอดข้ารึเปล่า “จัดไป!!” 

“ว้าย!!” 

น้องขอมา พี่จัดให้… ช่างเป็นเช้าวันใหม่ที่สุดสันสำราญใจ สองพี่น้องเล่นมิมีเบื่อ ยิ่งเมรัยเป็นพวกมีแรงยามมีเด็กๆน้องๆห้อมล้อม แตกต่างตอนอยู่กับสองเมียที่เมรัยจักหมดแรง ขี้คร้าน ปล่อยให้พวกนารีและเรไรปรนนิบัติ ป้อนข้าว ล้างทำความสะอาด และช่วยกันยกไปตากแดด 

“พี่เมรัยรู้ทางหรือ” 

ไม่อาจอยู่และใช้ชีวิตใต้ซากโบราณวิหาร เมรัยจูงมือโซฟีพาเดินสำรวจห้องและโถงทางเดินต่างๆที่ราวจักเลียนแบบเขาวงกต หมอผีน้อยบอกไม่รู้ กระนั้นพวกนางต้องหาทางออกได้แน่ เมรัยเชื่อเช่นนั้น หากพวกเรามีกันและกัน ขอเพียงโซฟีอ้อนขอ เมรัยก็พร้อมให้ เพราะไม่อยากให้น้องสาวผิดหวังที่มีพี่สาวแย่ๆดังนั้นเมรัยจึงพยายามทุ่มเทและทำตัวให้สมตำแหน่งพี่ใหญ่ นางสามารถพึ่งพา มิมีอะไรให้น้องสาวต้องกลัว 

“อือ” 

อุ้งมือที่จับกุมนั้นอุ่นระอุ ทั้งชีวิตโซฟีมิเคยปล่อยให้ใครกุมมือนางเช่นนี้ 

 

โซฟียิ้ม ยิ้มอย่างที่มิเคยเป็นมาก่อน 

ขอบคุณนะพี่สาว 

.. 

หากครอบครัวของพวกนางไม่มีวันเจอกันอีกแล้ว เช่นนั้นพวกนางก็สร้างครอบครัวใหม่ ครอบครัวที่มีเมรัยและโซฟี เช่นนั้นพวกนางก็มิต้องห่วงว่าตนเองจะเดี่ยวดายอีก…ต่อไป 

“หยุดก่อน” 

ขณะโซฟีเหม่อลอย เมรัยหยุดก้าวและเตือนให้โซฟีหยุด นักเชิดหุ่นน้อยงงงันกระนั้นยอมหยุดเท้า ครั้นชั่วพริบตา เมรัยกระชากโซฟีสู่อ้อมอก ขยับร่างชิดผนังโถงทางเดิน หลบไอมาโฮ รัศมีออร่าชั่วร้ายสีดำทมิฬที่ลอยแล่นตัดผ่านห้วงอากาศ “พ พี่เมรัยนี่มัน…”โซฟีสั่นเทิ้ม ต่อให้ผ่านไปกี่สิบปี โซฟีมิเคยลืมกลิ่นไอมาโฮธาตุมืดมหาศาลราวก้นขุมนรก ไอความตายของสัตว์ประหลาดแห่งประวัติศาสตร์ต้องห้าม 

“โชคร้ายจังนะ..” 

ไม่นึกว่านางจักยังปักหลักรอคอยพวกเมรัย… 

“ปักษานิลกาฬ..”เมรัยย้ำชื่อนั่นด้วยความรู้สึกหวาดกลัวจับขั้วหัวใจ ดวงใจในอกเต้นโครมคราม เสียงดังถึงหูโซฟี นักเชิดหุ่นน้อยกอดแคนดี้ นางมีเมรัยกอดรัด พวกนางยามนี้มิอาจเคลื่อนไหวหลบหนี ภายใต้ออร่าพลังมาโฮที่แผ่กระจายปกคลุมทั่วโถงทางเดินลอยไปไกลสุดส่วนลึก ขอบเขตออร่ากว้างใหญ่เท่าเทือกเขาสมนามเทพมรณะ แม้จักเบาบาง กระนั้นหากเมรัยหรือโซฟีพลาดยื่นมือแตะมัน 

ปักษานิลกาฬจักสัมผัสรับรู้ตำแหน่ง ที่อยู่ของพวกเมรัยทันที 

ผลลัพธ์ขั้นเลวร้ายคงมิต้องเอ่ย… 

“พี่เมรัย..” 

“ไม่กลัวนะ” 

“..” 

โซฟีเบิกตากว้างมองเมรัย หมอผีน้อยก้มองน้องสาวแสนรัก เมรัยกลัวจริงๆ--- แค่จับแขนก็รู้ว่านางสั่นเพียงใด โซฟีกลืนน้ำลายก้มหน้าซุกอกเมรัย ทำไมพวกนางต้องเจออะไรแบบนี้ด้วย พี่สาว… 

ไม่อยากตาย 

หนึ่งหมอผีน้อย หนึ่งนักฆ่า สองพี่น้องสาวน้อย ไม่มีพลังพอต่อกรสัตว์ประหลาดตัวนี้ ให้หนียังมิแน่จักรอด โซฟีสิ้นหวังปานรู้ว่าพรุ่งนี้คือวันสุดท้ายของชีวิต นักเชิดหุ่นน้อยเม้นปากแน่น นางไม่ปรารถนาให้เมรัยเป็นอันตราย หมอผีน้อยเป็นคนธรรมดาที่มีวิชานิดหน่อย แม้มีลูกเล่นอย่างระเบิด กระนั้นหากปักษานิลกาฬเอาจริง 

ให้ตาย ไม่มีใครรอด 

“ข้าจักล่อให้นะพี่เมรัย” 

ถึงจักแค่ไม่นาน กระนั้นโซฟีมีความสุขยิ่งนัก ช่วงเวลาที่ได้ใช้ร่วมกับเมรัย “โซฟี..”เมรัยอึ้งมือที่กอดเอวโซฟีหยุดสั่น นักเชิดหุ่นน้อยก้มหน้ามิกล้าสบตาเพราะกลัวร้องไห้ โซฟีมีแคนดี้ช่วย หากนางทุ่มพลังและก้าวข้ามขีดจำกัด บางทีอาจช่วยยืดเวลาให้เมรัยหนี “ย อย่านะ” 

เมรัยกลัวตาย แต่สิ่งที่นางกลัวยิ่งกว่าคือการสูญเสียคอรบครัว นางไม่อยากให้น้องสาวสละชีวิตเพื่อช่วยต่อชีวิตนาง 

“ข้า..ยินดี” 

“ไม่..” 

อ้อมแขนกอดรัดโซฟีปานหมายบีบให้แหลกละเอียด นักเชิดหุ่นน้อยเจ็บอยากร้อง กระนั้นอ้อมกอดนี้เต็มไปด้วยความห่วงแหนมากมาย มันจักเป็นการจากลาครั้งสุดท้าย… 

“พี่เมรัย” 

“ข้าไม่อนุญาต” 

เมรัยเน้นเสียงหนักปานวาจาพระมหากษัตริย์  ดวงตาสีส้มเพลิงเบิกกว้างทอประกายเปลวเพลิงเยียบเย็น กลิ่นไอที่เผลอปล่อยข่มให้โซฟีผวาหวาดหวั่น “ข้าไม่ยอมให้เจ้าไป..” ไม่มีทาง เมรัยเป็นพี่สาวมิใช่หรือ ยามนี้ครอบครัว น้องสาวและนางกำลังเผชิญความตาย จะให้นางสละชีวิตน้องสาวหรือ 

ต่อให้โลกนี้พังพินาศ ข้าก็ไม่ยอม ข้าไม่อยากสูญเสียใครอีกแล้ว 

กำมือสั่นเทิ้มด้วยความกลัวอัดแน่น จังหวะหัวเต้นตึกตัก เมรัยเป็นเพียงคนธรรมดา ก็แค่หมอผีที่มิคู่ควรตำแหน่งจอมอาคม กระนั้นมันไม่ใช่เหตุผลให้นางยอมทิ้งน้องสาว จมปลักในความมืดมิดอีกครั้ง เพราะโซฟีอยู่ตรงนี้ เพราะมีน้องสาวที่น่ารักคอยสนับสนุนและให้กำลังใจ นั้นสินะ นางมีครอบครัวให้ปกป้อง คราวนี้นาง…มิอยากหนี 

“รอตรงนี้นะ” 

เมรัยลูบหัวโซฟีอย่างแผ่วเบา คลี่ยิ้มปลอบประโลมน้องสาวที่สั่นกลัวปานลูกหมา “มันจบแล้ว” 

นางวิ่งหนีอดีตเพราะกลัว นางฝันร้ายเพราะกลัวจักก้าวไปข้างหน้า นางผิดพลาดมาทั้งชีวิต.. ขอสักครั้งที่นางจะลุกขึ้นสู้กับชะตากรรม ต่อให้อีกฝ่ายเป็นสัตว์ประหลาดก็ไม่เป็นไร เมรัยฉีกยิ้มทรงพลัง ประกายเปลวแห่งความหวังในดวงเนตรลุกโชติช่วง..ราวช่วงสุดท้ายของชีวิต 

“พี่เมรัย..” 

โซฟีผงะ คราวเมรัยจูบหน้าผากน้องสาว แล้วลุกยืน เดินออกไปเผชิญตัวตนแห่งหายนะ 

ข้าจะฆ่ามันเอง 

ความหวังที่มอบโซฟีช่างอบอุ่นดุจฤดูร้อน พลางเมรัยหลับตาและเปิดอีกครั้ง ความหวังพลันทอประกายเย็นยะเยือกเหนือยิ่งกว่านรกน้ำแข็ง 

ณ ปากทางออกซากโบราณวิหาร สถานที่ใจกลางกระแสมาโฮเลวทราม โขดหิน เสาวิหารพังทลาย กองเศษอิฐทับเรียงราย ณ ที่ตรงนั้นมีปักษานิลกาฬ หญิงสาวผู้เล่อโฉมยืนร่ายระบำท่ามกลางละอองอรุณ ออร่าความตายของนางแตกซ่านแปรเปลี่ยนให้บริเวณโดยรอบกลายเป็นขุมนรกอเวจี เมรัยก้าวพ้นความมืดมิด เหยียบย่างสู่พิภพแห่งมหาสุสาน ดวงวิญญาณคนตายยังมิกล้าชูคอ ภูตพรายมิกล้าดำรงตน 

ภายใต้แรงกดดันปานจักกระชากหัวใจหลุดจากเส้นเลือด และบดขยี้ให้แตกกระจุย 

นึกแล้วว่าเจ้ายังไม่ตาย 

เทวาแห่งความตายน้อมกายเคารพเผ่าพันธุ์ชั้นต่ำ ให้เกียรติเน่าๆเททิ้งใส่หัวเมรัย มันคงเป็นเกียรติจริงๆได้ตายด้วยน้ำมือปักษานิลกาฬ “นับถือความกล้า” มัจจุราชสาวฉีกยิ้มเต็มพวงแก้ม นางกางแขน ปีกปักษาดำบนแผ่นหลังกางสยายสลัดขนร่วงหล่น ชายกระโปรงพลิ้วปลิว คราวลำแสงสีรุ้งทอดยาวจากกระจกนักบุญปักษา เศษแก้วกระจกบนพื้นพลันล่องลอย และแตกแยกเป็นหลายหมื่นชิ้น คมกริบดุจใบมีด มากมายมหาศาลดุจฝูงค้างคาวกระหายเลือด สัตว์เลี้ยงแม่มด 

กลิ่นไอมรณะลอยอบอวล ยากหายใจ ปักษานิลกาฬแบมือพร้อมประหาร 

หมอผีน้อยยืนตระหง่านอย่างองอาจ ไหนเลยมีความกลัวตาย 

นางกางแขนและถอดเสื้อคลุมโยนทิ้งไปด้านข้าง พลางแกะผ้าพันแผลที่มือขวา 

เรือนเกศายาวพัดกระพือโบกสะบัดสาดละอองความโอหัง นางยื่นมือขวาไปเบื้องหน้าท่วงท่าคล้ายคลึงปักษานิลกาฬ 

คราววิญญาณปักษาสีขาวโบยบินจากท้องฟ้ามาเกาะบนฝ่ามืออวบ แสงอาทิตย์สาดส่องพลันสร้างเงาปีกสลัว 

ชั่วพริบตาที่สิ่งนั้นปรากฏ โซฟีที่แอบมองห่างๆพลันตกตะลึง ลืมความกลัวหมดสิ้น… 

ไม่จริง..” 

เบื้องหน้าความสบสนและปริศนา ความสงสัยของปักษานิลกาฬและนักเชิดหุ่นน้อย 

สรรพเสียงสวดส่งเงียบงัน พลันสุรเสียงทรงอนุภาพดังกังวานกึกก้องวิหาร 

“ปีกที่ ๒๘ [นิพพาน] ” 

-- 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น