facebook-icon Twitter-icon

ความคิดเห็น (comment) จากผู้อ่านคือกำลังใจที่ดีที่สุดของนักเขียน อย่าลืมคอมเมนต์เพื่อเป็นกำลังใจนักเขียนมีแรงใจในการสร้างสรรค์ผลงานต่อไปนะ :)

ชื่อตอน : ตอนที่ 7 : 950

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 95.6k

ความคิดเห็น : 43

ปรับปรุงล่าสุด : 14 ก.ค. 2561 16:53 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 7 : 950
แบบอักษร

​เกียร์สีขาวกับกาวน์สีฝุ่น


ตอนที่ 7 : 950


“ขอบคุณครับ”

ไป๋ผงกหัวอย่างเป็นมารยาทหลังจากที่บรรณารักษ์เอาบัตรนักศึกษาของเขาไปแสกนและอนุญาตให้เขาเข้าห้องสมุดได้แล้ว ความจริงเขาไม่ได้มาห้องสมุดเพราะขยันหรอก แต่ที่นี่มันเงียบแล้วก็แอร์เย็นดี เขาก็มาหาที่นั่งเล่นทำอะไรไปเรื่อยเปื่อย

ตอนแรกเขาว่าจะมานั่งเล่นเอื่อยเฉื่อย แต่พอไปเดินดูชั้นหนังสือแล้วก็อดที่จะหยิบมาอ่านดูไม่ได้ คาบแรกของวิชาเคมีที่เรียนพูดเรื่องโครงสร้างอะตอมเป็นหลัก ด้วยความสงสัยเขาเลยลองไปรื้อหาหนังสือเท็กบุ๊ควิชาเคมีมาลองอ่านดูว่าเนื้อหาจะตรงกับสิ่งที่อาจารย์สอนไหม เผื่อจะพอคาดเดาได้ว่าเทอมนี้จะเรียนเนื้อหาลึกและเยอะประมาณไหน

‘หือ’

พอเดินกลับมาที่โต๊ะอีกทีเขาก็ได้แต่อุทานในใจอย่างสงสัย เพราะหนังสือแลปที่เขาวางทิ้งไว้เพื่อจองโต๊ะตอนนี้มีกระดาษสีเหลืองสดสอดอยู่ เขาจำได้ว่าตอนเขาออกไปไม่มีกระดาษอะไรเสียบไว้นี่นา ทำไมอยู่ดีๆ กระดาษใบนี้ก็โผล่มา


To… ไป่ไป๋

ผมหาคุณเจอแล้ว คราวนี้ผมจะไม่ปล่อยให้คุณหลุดมือไปอีกแน่

From… 950

‘อะไรวะ’

ไป๋หยิบกระดาษขึ้นมาอ่านอย่างไม่เข้าใจ เขาพยายามหันไปมองคนรอบๆ อย่างจับผิด แต่ก็ไม่เจอใครที่น่าสงสัยแม้แต่คนเดียว อันที่จริง เขาไม่เจอใครที่เขารู้จักแม้แต่คนเดียวด้วยซ้ำ

หาคุณเจอแล้วนี่หมายความว่าอะไร แล้วไม่ปล่อยให้คุณหลุดมือไปอีกนี่คืออะไรกันแน่ เขาเคยไปเจอกับใครอะไรเมื่อไหร่กันวะ ไป๋ได้แต่บ่นงงๆ ในใจ แต่ก็ยังหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้สักที รอบตัวของเขาตอนนี้มีแต่เรื่องประหลาด ไอ้อิฐเอย ไอ้โฟคเอย ข้าวต้มปลาหมึกปริศนาเอย แถมยังมาเจอไอ้ 950 โรคจิตอะไรนี่อีก

ไป๋ตัดสินใจเดินกลับเอาหนังสือไปเก็บอย่างหมดอารมณ์อ่านต่อ สุดท้ายเขาก็ได้แต่ถ่ายรูปสารบัญเก็บไว้เพื่อเอาไปเทียบกับตารางสอนที่อาจารย์ให้มา ไป๋เดินกลับมาหยิบหนังสือแลปกับชีทเลคเชอร์เมื่อเช้าพร้อมกับเดินออกจากห้องสมุดทั้งที่เพิ่งเข้ามาได้ไม่ถึงครึ่งชั่วโมง

‘ตกลงไอ้ 950 นี่มันคือใครกันแน่วะ’

“เฮ้ยยย ไอ้ไป๋ รอเดี๋ยว”

เสียงตะโกนดังขึ้นพร้อมกับเสียงฝีเท้าวิ่งเข้ามา ไป๋ที่เพิ่งกินข้าวเสร็จและกำลังจะเดินกลับหอหันไปมองตามเสียงก็เจอกับเพียว เพื่อนโรงเรียนเก่าอีกคนที่เขาคุ้นหน้าดี ไอ้เพียวนี่เป็นเพื่อนสนิทไอ้อิฐ อารมณ์เดียวกับที่เขาสนิทกับไอ้ว่าน เขาเจอหน้าไอ้เพียวมาตั้งแต่ม.สี่  ความจริงพวกเขา ไป๋ อิฐ เพียว ว่าน ก็ถือว่าคุ้นหน้าคุ้นตากันหมด เพียงแต่ตอนม.ปลายไม่ค่อยจะได้พูดคุยเป็นเรื่องเป็นราวกันเท่าไหร่ คือยังไงดี จะเรียกว่าทะเลาะก็ไม่ใช่ เรียกว่าแข่งขันกันเอาชนะจะดีกว่า

“อ๊าว ไอ้เพียว เรียนที่นี่ด้วยเหรอวะ”

ไป๋เอ่ยทักไปอย่างไม่รู้ ความจริงคือเขาไม่ค่อยเล่นเฟสบุ๊คเลยแทบไม่ค่อยรู้ความคืบหน้าของชีวิตคนอื่นเท่าไหร่ แถมเพื่อนในเฟสก็มีอยู่แค่หลักร้อยต้นๆ ได้ เวลาว่างเขาชอบอ่านหนังสือมากกว่า ถ้าเขาอยากรู้อะไรก็ถามไอ้ว่านเอา ขานั้นเป็นสายโซเชียลโดยตรง

“เออ ติดคณะเดียวกับไอ้อิฐเนี่ย มึงจะไปไหนเนี่ย ได้ข่าวว่าเป็นเดือนคณะแพทย์หนิมึง”

“กำลังจะกลับหอหวะ แล้วมึงทำไรเนี่ย”

“กูซ้อมบาสอยู่หวะ ว่าจะลงแข่งกีฬาเฟรชชี่”

เพียวเอ่ยตอบพร้อมพยักเพยิดไปทางสนามบาส หันไปดูก็พบกับคนหน้าคุ้นที่ยืนถือลูกบาสมองมาอยู่ก่อนแล้ว ไอ้คิงคองอิฐนั่นเอง

“ไม่เปลี่ยนเลยนะพวกมึงเนี่ย ลงทุกรายการทุกสนามจริงๆ” ไป๋เอ่ยตอบอย่างรู้จักกันดี ไอ้พวกนี้มันบ้าแข่งกีฬา มีอะไรก็แข่งหมด

“แล้วมึงลงแข่งอะไรบ้างเปล่าวะ” ไอ้เพียวถามต่อ

“คนอย่างกูเนี่ยนะจะแข่งกีฬา ไม่หรอกหวะ ลงไปก็แพ้ อายเขาเปล่าๆ”

ไป๋ตอบมาอย่างติดตลก ความจริงไอ้เพียวก็น่าจะรู้ความห่วยด้านกีฬาของเขาดี ที่การเรียนมัธยมปลายของเขาไม่ได้เกรดเฉลี่ยสะสม 4.00 ก็เพราะวิชาพละนี่แหละ เขาไม่เคยได้สี่สักที

“เล่นกีฬาบ้างสิวะ ร่างกายจะได้แข็งแรง”

“เออ กูก็ไปวิ่งๆ ตามฟิตเนสบ้าง แต่ก็ไม่ชอบเหงื่อหวะ แม่งน่าหงุดหงิด” เขาตอบไปตรงๆ

“สดชื่นดีออก เหงื่อออก” อีกฝ่ายตอบแย้ง

“เออๆ มึงซ้อมต่อเหอะ เดี๋ยวกูกลับหอละ เพื่อนที่สนามรอมึงกันแย่ละ”

เขาเอ่ยตัดบท ความจริงเขาเริ่มเกรงใจไอ้สายตาคนในสนามบาสคนเดียวที่เขารู้จักมากกว่า แม่งมองมาที่เขาไม่หยุดเลย

“มึงว่างไหม ไปเล่นบอร์ดเกมกับพวกกูหน่อยดิ กูกับไอ้อิฐว่าจะไปเล่นเกมคาทานที่ร้านบอร์ดเกมหน้ามอ แต่มันต้องเล่นสามคนหวะ กูยังหาเพื่อนอีกคนไม่ได้เลย”

“ไม่ดีกว่าหวะ กูเพลียๆ อยากกลับไปนอน”

“ทำไมวะไอ้หมอ มึงก็ไปเล่นเป็นเพื่อนไอ้เพียวมันหน่อยดิวะ มันชวนกูยิกๆ มาทั้งวันแล้วเนี่ย มีเพื่อนเป็นวิศวะมันเสียหายมากมายนักเหรอวะ”

เสียงของบุคคลที่สามดังขึ้นจากข้างหลังเขา ไม่ใช่ใครอื่น ไอ้อิฐนั่นเอง มันเดินอ้อมสนามบาสจากอีกฝั่งมาหาพวกเขาทั้งสองคน

“เออ ไปเป็นเพื่อนกูหน่อยดิ กูอยากเล่นมากเนี่ย รอกูแป๊บเดียว เดี๋ยวพวกกูอาบน้ำไม่เกินสิบห้านาทีก็เสร็จละ” ไอ้เพียวสำทับมาอีกคน

“...”

ไป๋เงียบอย่างไม่รู้จะตอบอะไรดี ความจริงเขาไม่ได้สนิทกับสองคนตรงหน้านี้ในระดับที่พอจะไปกินข้าวหรือนั่งเล่นด้วยกันได้ เขาแค่รู้จัก แต่ไม่ได้รู้สึกสนิทใจอะไรขนาดนั้น

“เอาน่า เล่นเสร็จเดี๋ยวกูไปส่งที่หอ เปิดเทอมใหม่มึงจะรีบกลับหอไปทำไมวะ ไปหาอะไรทำให้มันสมกับเป็นชีวิตเฟรชชี่หน่อยดิ ร้านนี้นมเย็นอร่อยนะเว้ย” เพียวพูดต่อเมื่อเห็นไป๋กำลังตัดสินใจ

“งั้นกูขอชวนไอ้ว่านไปด้วยอีกคนได้มะ” ไป๋เอ่ยตอบมาในที่สุด

“เออๆ รีบโทรรีบชวนแล้วกัน เดี๋ยวพวกกูไปอาบน้ำเปลี่ยนชุดก่อน มึงก็หาที่รออยู่แถวนี้แล้วกัน ห้ามเบี้ยวนะมึง กูกับไอ้เพียวจองโต๊ะที่ร้านไว้แล้ว บอกไอ้ว่านไปเจอกันที่ร้านบอร์ดเกมหน้ามอเลย”

ไอ้อิฐพูดอย่างตัดบทพร้อมลากเพื่อนสนิทกับอาบน้ำเปลี่ยนชุด แต่มันก็ยังไม่วายเอ่ยดักคอเขาไว้เป็นอย่างดี ความจริงเขาไม่ได้อยากไปหรอก แต่เกรงใจมันเมื่อวานที่ปากหมากับมันไว้เยอะ แถมไปออกตัวไว้อีกว่ามันจับได้เขาเป็นบัดดี้ นอกจากหน้าแตกแล้วยังรู้สึกผิดยกกำลังสองอีกด้วย




นายพินต้า 

ติดตามและพูดคุยกับนักเขียนได้ที่ www.twitter.com/ninepinta

พูดคุย : ขอบคุณทุกท่านที่มาอ่านนิยายของผม นิยายที่ผมเขียนอาจจะดูดำเนินเรื่องช้าไปหน่อย ไม่หวือหวาวูบวาบ แต่ผมอยากพาทุกคนจมไปในโลกของไป๋ด้วยกันนะ ผมอยากให้นิยายของผมรสชาติเหมือนชาหอมๆ ในตอนบ่าย อาจจะไม่เข้ม ไม่จัดจ้าน แต่กินอบอุ่นเบาสบาย ดื่มแล้วยังหวนคิดถึงกันได้ตลอด ใครที่อ่านแล้วรู้สึกว่าช้าต้องอดใจแล้วค่อยๆ ไปด้วยกันนะ ชารสชาติดีต้องค่อยๆ จิบถึงจะอร่อยรู้รส ^ ^ อย่าลืมคอมเมนท์เป็นกำลังใจให้กันหน่อยนะ สำหรับนักเขียนแล้ว คอมเมนท์จากคนอ่านนี่แหละที่มีค่ามากๆ เลย : )

ความคิดเห็น