facebook-icon Twitter-icon

ความคิดเห็น (comment) จากผู้อ่านคือกำลังใจที่ดีที่สุดของนักเขียน อย่าลืมคอมเมนต์เพื่อเป็นกำลังใจนักเขียนมีแรงใจในการสร้างสรรค์ผลงานต่อไปนะ :)

ตอนที่ 6 : คาร์โบแคทไอออน

ชื่อตอน : ตอนที่ 6 : คาร์โบแคทไอออน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 98.4k

ความคิดเห็น : 23

ปรับปรุงล่าสุด : 14 ก.ค. 2561 16:50 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 6 : คาร์โบแคทไอออน
แบบอักษร

เกียร์สีขาวกับกาวน์สีฝุ่น


ตอนที่ 6 : คาร์โบแคทไอออน


“ไอ้ไป๋ อ๊าว ทำไมมากับโฟคได้วะ” ว่านเอ่ยทักเขาเมื่อเขาวางจานข้าวแล้วนั่งตรงข้ามมันที่โต๊ะโรงอาหารคณะวิทย์ที่มันนั่งอยู่ก่อนแล้ว

“พอดีมันอยู่หอใกล้ๆ เลยขอติดรถมันมา” ไป๋ตอบอย่างตัดบท ไอ้ว่านก็พงกหัวงึกงักเป็นเชิงรับรู้แล้วก็ไม่ได้ติดใจสงสัยถามอะไรต่ออีก

“แล้วนี่มึงไม่ไปเรียนเหรอวะ”

ไป๋หันไปถามโฟคอย่างสงสัย เพราะนอกจากมันจะไม่แยกตัวไปเรียนแล้ว มันยังซื้อข้าวมานั่งปักหลักกินกับพวกเขาด้วย

“ก็เรียนอยู่ห้องเดียวกันนี่แหละจะให้แยกไปไหนหละ ถามได้”

โฟคตอบกลับมาพร้อมรอยยิ้ม ความจริงเขารู้ว่าคณะแพทย์ เภสัช แล้วก็ทันตะจะเรียนวิชาเคมีช่วงเช้านี้ด้วยกัน แต่ความหมายของเขาคือ มันไม่คิดจะแยกกลับไปนั่งกับกลุ่มเพื่อนที่คณะตัวเองหรือไง แต่พอมันตอบไม่ตรงประเด็น เขาก็ขี้เกียจถามอีก เดี๋ยวพอขึ้นเรียนก็รู้เอง

สรุปคือไอ้โฟคนั่งเรียนเคมีกับพวกเขาอยู่ด้วยกันตลอดเช้า

ฝั่งขวาของเขาเป็นไอ้ว่านที่หลับไปตั้งแต่สามสิบนาทีแรก ส่วนฝั่งซ้ายเป็นไอ้โฟคที่นั่งจดอะไรยุกยิกตามอาจารย์สอนไม่หยุดหย่อน ส่วนเขาก็จดบ้างไม่จดบ้างตามอารมณ์ ตรงไหนก็รู้แล้วเขาก็ไม่ค่อยสนใจและหยิบมือถือขึ้นมานั่งเล่นบ้าง ความจริงเขาเป็นเด็กค่ายเคมีโอลิมปิค วิชาเคมีในมหาวิทยาลัยนี่เขาก็เรียนมาตั้งแต่อยู่ในค่ายแล้วพอสมควร

“ไป๋ๆ เข้าใจตรงนี้ปะ”

ไอ้โฟคเอานิ้วมาสะกิดเขาตอนที่เขากำลังนั่งกดเกมมือถืออยู่ พอหันไปก็เจอมันกำลังเอามืออีกข้างหนึ่งชี้ไปที่สไลด์ที่อาจารย์พูดผ่านไปค่อนข้างรวดเร็ว

“อ๋อ คาร์โบแคทไอออน คืออะตอมคาร์บอนที่มีประจุเป็นบวกอะ” เขาตอบไปอย่างง่ายๆ

“อ๊าว ทำไมคาร์บอนถึงเป็นบวกได้อะ มันต้องเป็นกลางไม่ใช่เหรอ” โฟคตอบมาแบบไม่มั่นใจ

“คือสถานะปรกติมันก็เป็นกลางแหละ แต่คาร์โบแคทไอออนนี่มันศึกษาไปถึงขั้นกลไกการเกิดปฏิกิริยาเคมีอะ ความจริงในขั้นตอนละเอียดๆ คาร์บอนมันเป็นบวกเป็นลบได้นะ”

“อ๊าวเหรอ” โฟคตอบมาแบบงงๆ

“เดี๋ยวน่าจะได้เรียนเพิ่มนะ อันนี้อาจารย์แค่พูดเกริ่นเฉยๆ แหละ จำไปแค่มันเป็นคาร์บอนที่เป็นบวกก็พอ เดี๋ยวก็ได้เรียนอีกทีแหละ”

“ดีเนอะ” โฟคตอบพึมพำออกมา

“ดียังไงวะ”

“หมายถึง ไป๋อะ เก่งดีเนอะ ขนาดเรียนไปเล่นมือถือไปยังรู้เยอะกว่าเราที่ตั้งใจจดตามอาจารย์สอนอีก” โฟคพูดพร้อมรอยยิ้มกว้างอีกแล้ว

“ไม่หรอก พอดีเคยได้ยินมาบ้างหนะ ก็เลยพอรู้”

“ดูก็รู้ว่าไป๋อะเรียนเก่ง” โฟคพูดยิ้มๆ

“ไม่ขนาดนั้นหรอก”

“ขอจองตัวติวก่อนสอบไว้ก่อนเลยนะ ท่าทางต้องเกาะติดไป๋ไว้แล้วเนี่ย”

ตอนบ่ายพวกเขาไปเรียนแลปวิชาเคมีต่อซึ่งจะแบ่งกันทำแลปกันเป็นโต๊ะๆ แพทย์ เภสัช ทันตะ เรียนพร้อมกันเหมือนเคย แต่คราวนี้จะต้องถูกจับกลุ่มตามรหัสนักศึกษา ไป๋และว่านรหัสไม่ห่างกันเท่าไหร่เลยได้ทำแลปอยู่โต๊ะติดกันแต่คนละกลุ่ม ส่วนโฟคที่อยู่คนละคณะได้ไปอยู่ทำแลปอีกห้องหนึ่งเลย

“มึงไปสนิทกับไอ้โฟคตั้งแต่เมื่อไหร่วะ”

ว่านทักขึ้นหลังจากที่ทำแลปเสร็จแล้ว ที่เหลือตอนนี้ก็แค่เขียนรายงานผลแลปส่ง ซึ่งให้ว่านก็ลากเก้าอี้มานั่งติดกับเขา ไม่รู้ว่ามาเพื่อชวนคุยหรือลอกผลแลปกันแน่

“นั่นดิ กูก็คิดเหมือนมึงเนี่ย” เขาตอบไปแบบไม่ค่อยเข้าใจเหมือนกัน อยู่ดีๆ วันนี้ไอ้โฟคก็มานั่งเรียนกับพวกเขาด้วย

“เหรอ แล้วตอนเช้ามึงเจอมันได้ไงวะ” ว่านซักต่อ

“มันบอกว่ามันจับได้กูเป็นบัดดี้หวะ มันเลยอาสามาส่ง” ไป๋ตอบไปตามตรง

“มันเนี่ยนะจับได้มึงเป็นบัดดี้”

“เออ มันบอกกูงั้นอะ แปลกดีเหมือนกันหวะ มาเฉลยเฉ๊ย”

“พูดถึงบัดดี้ มึงเริ่มต้นเทคไอ้อิฐบ้างยังวะ”

ว่านถามขึ้นแบบนึกขึ้นได้ แต่ประโยคที่ว่าก็แทงใจไป๋อยู่พอสมควร นอกจากไม่เทคแคร์บัดดี้แล้วยังปากหมาใส่บัดดี้ไปเยอะด้วย สงสัยป่านนี้มันคงหาทางดักกระทืบเขาอยู่มั้ง นึกถึงเมื่อวานแล้วก็ยังจำหน้าไอ้อิฐได้ดี หน้าตามันดูไม่พอใจมาก

“ยังเลยหวะ” เขาตอบออกไปเสียงเรียบๆ

“ให้กูช่วยอะไรไหมหละ มึงจะได้ไม่ต้องออกหน้า” ไอ้ว่านเสนอตัวเข้าช่วยเหลือ แต่สายตาของมันก็ยังคงมองใบรายงานผลแลปแล้วลอกตามใบของเขายิกๆ

“สัด มึงอย่าลอกมั่วซั่วดิวะ เดี๋ยวอาจารย์ก็รู้หมดว่าลอกกันมา”

“กูรู้หรอกน่าอะไรลอกได้ลอกไม่ได้ ไอ้ไป๋ กูก็สอบติดหมอมาเหมือนมึงนะเว้ย” ไอ้ว่านตอบกลับมาทั้งที่มือก็ยังคงเขียนต่อไป

“เออๆ ไอ้หมอว่านคนฉลาด”

“ว่าแต่จะให้กูช่วยไรมะ ฝากของไปให้ไรเงี้ย”

“ไม่รู้หวะ เดี๋ยวกูคิดดูก่อน ฝากมึงไปมันก็รู้หมดดิว่ากูเป็นคนให้ มันก็รู้อยู่ว่ากูสนิทกับมึง”

“เออๆ แล้วแต่มึงแล้วกัน จะให้ช่วยอะไรก็บอก”

“มึงคิดอะไรดีๆ ได้ก็บอกกูด้วยละกัน”

“แล้วเดี๋ยวเรียนเสร็จแล้วมึงไปไหนต่อ” ว่านถามพร้อมเสียงจ๊อบแจ๊บ เหมือนมันจะแอบเอาอะไรเข้ามากินในห้องแลปด้วย

“กูว่าจะไปห้องสมุดหวะ กลับหอไปก็ไม่มีไรทำ ไปหาอะไรนั่งอ่านเล่นหน่อย”

“นี่มึงเป็นบ้าเปล่าเนี่ย เวลาว่างแทนที่จะไปหาอะไรบันเทิงทำดันไปเข้าห้องสมุด นี่มันเพิ่งเปิดเทอมได้ไม่ถึงอาทิตย์เลยนะเว้ย”

ว่านหันมาบ่นเพื่อนอย่างเซ็งๆ ยิ่งมันขยัน เขาก็ยิ่งกดดัน ไอ้ไป๋นี่เป็นนักเรียนอันดับหนึ่งมาตั้งแต่โรงเรียนเก่าแล้ว รัศมีความฉลาดของมันที่ไม่เคยจางไปเลยแม้แต่นิดเดียว

ไอ้ไป๋คือหัวหน้าชมรม Bishop Castle หรือชมรมวิชาการของโรงเรียนสมัยที่พวกเขาเรียนม.ปลาย

ไอ้ไป๋นี่ถือเป็นเด็กที่เรียกได้ว่าฉลาดเป็นอันดับหนึ่งของโรงเรียนก็ได้นะ มันเป็นประธานชมรมวิชาการ เป็นเด็กค่ายเคมีโอลิมปิค และก็เป็นทีมแข่งขันตอบปัญหาวิชาการที่คอยไปกวาดรางวัลให้โรงเรียนจนนับรางวัลไม่ถ้วน ไอ้ไป๋นี่ถือเป็นลูกรักของครูทั้งโรงเรียนเลยแหละ เพราะถึงแม้มันจะปากหมาแค่ไหน แต่ตอนมันอยู่ต่อหน้าครูมันก็เป็นเด็กที่เรียบร้อยมาก มันแทบไม่เคยออกนอกกฎระเบียบแม้แต่นิดเดียว ยิ่งตอนมันไปแข่งเคมีโอลิมปิคได้เหรียญทองกลับมานะ ครูใหญ่นี่แทบจะปูพรมแดงให้มันเดินเข้าโรงเรียน หน้ามันนี่แปะเด่นหราเป็นป้ายไวนิลอยู่หน้าโรงเรียนเป็นเดือน แต่แต่ก่อนมันไม่ได้หน้าตาแบบนี้หรอกนะ ไอ้ไป๋มันใส่แว่นหนาเตอะ หัวเกรียน ใส่เสื้อตัวโคร่ง มันจะเพิ่งมาดูดีตอนเข้ามหาวิทยาลัยนี่แหละ ตั้งแต่ไว้ผมยาวแล้วก็ทำเลสิคทำให้มันดูดีขึ้นมาก แต่เอาจริงๆ ดูเหมือนมันก็ไม่ค่อยรู้ตัวนะว่ามันดูดีขึ้นเยอะ ไอ้ไป๋นี่เป็นคนที่ไม่มั่นใจเรื่องหน้าตาตัวเองมาตั้งแต่เด็กแล้ว โตขึ้นมามันก็ยังเหมือนเดิม ขนาดมันได้เป็นเดือนคณะแล้ว มันก็ยังดูไม่ได้มีความมั่นใจเรื่องหน้าตามั่นขึ้นมาแม้แต่น้อย เรื่องสมองหนะไอ้ไป๋มั่นใจมาก แต่เรื่องหน้าตาแล้วไอ้ไป๋นี่ไม่เคยแสดงความมั่นใจออกมาให้เห็นชัดๆ สักที

‘มันไม่เคยรู้ตัวจริงๆ แหละว่ามันหน้าตาดีขึ้นเยอะ แต่ความจริงก็ดีแล้วแหละ แค่มันมั่นใจเรื่องสมองของมันนี่ก็น่ารำคาญจะแย่อยู่แล้ว ฮ่าฮ่าฮ่า’




นายพินต้า 

ติดตามและพูดคุยกับนักเขียนได้ที่ www.twitter.com/ninepinta

อย่าลืมแนะนำติชมนิยายเพื่อเป็นกำลังใจให้นักเขียนด้วยนะครับผม ^ ^

ความคิดเห็น