facebook-icon Twitter-icon

ความคิดเห็น (comment) จากผู้อ่านคือกำลังใจที่ดีที่สุดของนักเขียน อย่าลืมคอมเมนต์เพื่อเป็นกำลังใจนักเขียนมีแรงใจในการสร้างสรรค์ผลงานต่อไปนะ :)

ชื่อตอน : ตอนที่ 4 : กลับ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 108.6k

ความคิดเห็น : 40

ปรับปรุงล่าสุด : 14 ก.ค. 2561 16:43 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 4 : กลับ
แบบอักษร

​เกียร์สีขาวกับกาวน์สีฝุ่น


ตอนที่ 4 : กลับ


ประเด็นหลักในการมาพูดคุยวันนี้คือการอธิบายให้เข้าใจถึงการประกวดดาวเดือนที่แท้จริง กล่าวคือดาวเดือนไม่ใช่การประกวดเพื่อหาคนหน้าตาดีที่สุด แต่เป็นคัดเลือกตัวแทนนักศึกษาที่เหมาะสมเพื่อเป็นตัวแทนมหาวิทยาลัยไปทำกิจกรรมร่วมกับมหาวิทยาลัยอื่นได้ นอกจากนี้ สโมสรยังพยายามสร้างความสัมพันธ์ระหว่างคณะโดยให้เหล่าดาวเดือนจากแต่ละคณะสนิทกันอีกด้วย เพื่อที่ต่อไป การร่วมกิจกรรมระหว่างคณะจะได้สะดวกมากขึ้น ไป๋นั่งฟังไปฟังมาก็เริ่มมองภาพการประกวดดาวเดือนขึ้นดีขึ้นเป็นลำดับ ถึงแม้ว่าบางอย่างจะไม่สมเหตุสมผลอยู่บ้าง แต่โดยภาพรวมแล้วก็ยังดีกว่าการมานั่งคัดคนหน้าตาดีที่สุดในมหาวิทยาลัยแน่ๆ

“ต่อไปเพื่อให้ทุกคนสนิทกันและเป็นการละลายพฤติกรรมกันมากขึ้น เราจะเล่นเกมบัดดี้กันค่ะ โดยทุกคนจะจับชื่อเพื่อนที่เป็นดาวเดือนต่างคณะไปคนละหนึ่งคน จับได้ชื่อใครก็ต้องดูแลเทคแคร์คนนั้นโดยไม่ให้เขารู้ตัว กิจกรรมนี้จะเล่นหนึ่งเดือนนะคะ งานประกวดดาวเดือนจะจัดช่วงก่อนสอบกลางภาคหรืออีกประมาณหนึ่งเดือนครึ่ง เราจะเฉลยบัดดี้กันในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้าหรือก่อนวันประกวดประมาณสองอาทิตย์นั่นเอง ช่วงนี้อยากให้ทุกคนสนิทกันไว้มากๆ สโมสรอยากให้ดาวเดือนเป็นคนเชื่อมโยงทุกคณะเข้าหากัน หลังจบงาน คณะไหนอยากจัดกิจกรรมร่วมกับคณะไหนก็สามารถพูดคุยจัดการกันได้เองเลย”

การจับบัดดี้พัฒนาไปไกลกว่าที่คิดมาก ทุกคนหยิบมือถือขึ้นมาเปิดเว็บไซต์ห้องสุ่มออนไลน์อันหนึ่ง ทุกคนจะเข้าไปสุ่มหยิบตัวเลขขึ้นมาหนึ่งตัว โดยระบบจะไม่ให้คนจากคณะเดียวกันได้รายชื่อกันเองเด็ดขาด การจัดฉลากบัดดี้เป็นไปอย่างรวดเร็วมาก เขาสุ่มเลือกเลข 22 ขึ้นมาจากฉลากทุกเบอร์ และเรียกว่าอะไรดีนะ แจ๊กพ๊อตแตกก็ได้มั้ง เขาจับได้คนที่เขาไม่คิดว่าเขาจะจับได้ที่สุดเลย

‘เดือนคณะวิศวกรรมศาสตร์...’

“เชี่ยยย มึงจับได้ไอ้อิฐหวะ” ไอ้ว่านรีบสุมหัวเข้ามากระซิบกระซาบทันทีที่เห็นชื่อปรากฎอยู่ในหน้าจอมือถือผม เออ อะไรมันจะเหมาะเจาะแบบนี้

“แลกได้เปล่าวะ”

ไป๋บ่นออกมาอย่างปรึกษา สายตาของเขากวาดไปทั่วห้องเพื่อหาเจ้าตัวคนที่ว่า เพียงไม่นานสายตาของเขาก็ปะทะกับสายตาหนึ่งที่ทอดมองมาก่อนแล้ว ไอ้อิฐโดดเด่นจริงๆ ถึงแม้ว่าคนในห้องนี้จะเต็มไปด้วยคนหน้าตาดีอย่างร้ายกาจเต็มไปหมด แต่ดูเหมือนรัศมีของไอ้อิฐก็จะไม่แพ้ใคร ผมทรงใหม่ไถข้างกับสีผมที่ดูเหมือนจะย้อมกลับมาเป็นสีดำแล้ว ที่สำคัญมันอยู่ในชุดเสื้อช็อปสีน้ำเงินเข้มตัดกับนักศึกษาคนอื่นที่อยู่ในเสื้อนักศึกษาธรรมดากันหมด นี่แหละมั้งที่อาจจะทำให้มันโดดเด่นและดึงดูดสายตาเขาได้ขนาดนี้

“มึงโง่หรือมึงโง่วะ จับฉลากออนไลน์แบบนี้มึงยังจะหวังสลับได้อีกเหรอ มึงคิดว่าเขาจะไม่เก็บข้อมูลไว้เลยหรือไง มึงสอบติดหมอเข้ามาได้ไงวะเนี่ย” ไอ้ว่านตอบกลับมาแบบกวนประสาท เขารู้อยู่แล้ว เขาไม่น่าจะเปลี่ยนฉลากในมือนี้ได้เลย อย่างน้อยก็ในตอนนี้หละนะ

“กลับกันเหอะ แค่คิดว่าต้องเทคแคร์ไอ้เถื่อนกูก็เหม็นเบื่อจะแย่ละ”

ไป๋บ่นอย่างเซ็งๆ พร้อมกับสะกิดชวนว่านกลับ หลังจากเห็นว่าการประชุมเสร็จสิ้นแล้วคนในห้องก็ทยอยเริ่มลุกกันออกไปแล้ว

“เออๆ”

ว่านหยิบกระเป๋าลุกขึ้นตามเขาออกมาจากที่นั่งอย่างเห็นดีเห็นงามกับการเลิกประชุมด้วยเช่นกัน แต่ก่อนกลับไอ้ว่านก็ไม่ลืมจะหันไปโบกมือบ้ายบายน้ำหอมเพื่อนร่วมคณะของเขาอย่างอารมณ์ดี ไป๋เลยต้องพลอยโบกมืออำลาไปด้วย นี่ถ้าไอ้ว่านไม่หันไป เขาก็แทบลืมไปแล้วว่าเขายังมีดาวคณะอยู่ในห้องประชุมนี้อีกคน

“ไป๋ใช่ไหม?”

เสียงทักเขาเอ่ยดังขึ้นอีกรอบ แต่คราวนี้เป็นเสียงผู้ชายแฮะ เขาหันไปข้างหลังก็เจอผู้ชายผิวขาวตัวสูงคนหนึ่งกำลังยิ้มอวดฟันขาวให้เขาอยู่ คนตรงหน้านี้ถือว่าหน้าตาดีใช้ได้เลยคนหนึ่ง แต่นั่นแหละ มันก็ไม่ใช่เรื่องที่เขาจะสนใจ เขาสนใจมากกว่าว่ามันเรียกเขาทำไม

“หืม” เขาเอ่ยเสียงในลำคอเชิงตอบรับ

“เราชื่อโฟคนะ เดือนคณะทันตะ เพื่อนของกิจ คณะวิทย์ เห็นกิจเล่าให้ฟังว่าเจอกันตอนรับน้อง ได้มาเจอเลยแวะมาทักไว้ก่อน เผื่อต่อไปต้องทำงานด้วยกัน” โฟค เพื่อนใหม่อีกคนของวันนี้ของเขาพูดพลางยิ้มโชว์ฟันสวย สมกับเป็นคณะทันตแพทยศาสตร์จริงๆ

“อ๋อ เราไป๋ คณะแพทย์นะ ยินดีที่ได้รู้จัก”

เขายิ้มให้โฟคหนึ่งทีก่อนจะผงกหัวให้หนึ่งครั้งและขอตัวแยกออกมา โอเค เขารู้ดีว่าการตอบเพื่อนใหม่ด้วยประโยคสองประโยคแบบนี้มันดูไร้มารยาทไปสักหน่อย แต่ช่างเถอะ เขาก็เป็นคนแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว โฟคทำหน้างงๆ แต่ก็ปล่อยเขาออกมาโดยดี

ไอ้ว่านปลดโซ่จักรยานพร้อมกับยกมืออำลาอย่างง่ายๆ เขากับว่านปั่นจักรยานกันมาคนละคัน ไอ้ว่านอยู่หอใน เขาอยู่หอนอก ซึ่งต้องแยกไปอีกทางหนึ่ง

“ไปไหนจ๊ะน้องสาว”

เสียงหนึ่งดังขึ้นห่างจากตรงที่เขาจอดจักรยานไปนิดเดียว หันไปมองก็พบว่าไอ้ว่านนั้นปั่นจักรยานลับตาไปแล้ว และก็มีมนุษย์หน้าใหม่มายืนอยู่ไม่ห่างออกไปนัก มนุษย์เจ้าของชื่อบนโทรศัพท์มือถือของเขาเมื่อเวลาไม่นานที่ผ่านมา

“น้องสาวพ่อมึงสิ”

เขาตอบอย่างรำคาญ จุดที่เขาจอดจักรยานเป็นส่วนหลังของตึกที่ไม่ค่อยมีใครเอามาจอดเท่าไหร่นัก ตอนนี้จึงเหลือคนอยู่แค่พวกเขาสองคน

“อ๊าว นี่มึงเป็นอากูเหรอเนี่ย ไม่เห็นรู้ตัวมาก่อนเลย ฮ่าฮ่าฮ่า” ไอ้มนุษย์ในเสื้อช๊อปสีฟ้ายังพูดต่ออย่างไม่สะทกสะท้าน

“กวนส้นตีน” ไป๋สบถไปอย่างไม่สนใจว่าคนตรงหน้าจะคิดว่ามันหยาบคายหรือเปล่า

“ปากหมาเสมอต้นเสมอปลายจริงนะมึงเนี่ย” อีกฝ่ายตอบ

“หลบไป กูจะกลับหอ”

บริเวณที่จอดจักรยานแบ่งช่องออกเป็นช่องจอดแคบๆ พอไอ้อิฐมายืนขวางอยู่แบบนี้ก็เท่ากับว่าขวางทางกลับบ้านของเขาไปโดยปริยาย ไป๋บ่นอย่างหงุดหงิดแต่สายตาก็พาลไปมองเห็นสิ่งเดิมที่คุ้นตาเขา ตุ้มหูเสื้อกาวน์ของเขา มันยังอยู่บนที่เดิมของไอ้อิฐจอมกวนตีน

“กลับกับกู กูเอารถมา ปั่นจักรยานข้ามถนนใหญ่มันอันตราย เดี๋ยวก็ได้ตายห่าก่อนเรียนจบหรอก” อิฐพูดด้วยสีหน้าเรียบๆ

“ไม่”

“มึงจะเรื่องมากทำไม”

“เรื่องของกู”

“กูก็บอกให้กลับกับกูนี่ไง”

“ก็กูบอกว่าไม่กลับ กูจะกลับเอง”

“เฮ้ย มึงจะเรื่องมากทำไมวะ หอก็อยู่หอเดียวกัน จะทำให้มันวุ่นวายทำไม” เสียงอิฐเริ่มหงุดหงิดขึ้นตามภาวะการถกเถียงของพวกเขาทั้งคู่

“มึงอะต้องถามตัวเองว่ามึงจะทำให้มันวุ่นวายทำไม กูมาของกู กูก็กลับของกูได้” ไป๋พูดอย่างหงุดหงิดก่อนจะเลื่อนจักรยานออกมาอีกครั้ง คราวนี้อิฐกระเถิบตัวเปิดทางให้เขาปั่นออกมาอย่างโดยดี

“ถ้ามึงจะมาทำดีกับกูเพราะมึงจับชื่อกูได้เป็นบัดดี้ มึงก็ลืมไปได้เลย กูในฐานะบัดดี้อนุญาตให้มึงไม่ต้องดูแลอะไรกูทั้งสิ้น กูมีมือมีตีนดูแลตัวเองได้ มึงไม่ต้องมาเทคแคร์”



นายพินต้า 

ติดตามและพูดคุยกับนักเขียนได้ที่ www.twitter.com/ninepinta

อย่าลืมแนะนำติชมนิยายเพื่อเป็นกำลังใจให้นักเขียนด้วยนะครับผม ^ ^

ความคิดเห็น